ท่าทางของหญิงชราผู้เป็ย่าทำให้หลิวหงเจินกับสวีเจียเฉวียน สองแม่ลูกที่กำลังร้องห่มร้องไห้ ต้องเงียบเสียงลงฉับพลัน ทั้งคู่จ้องมองซุนซิ่วฮวาตาค้าง ไม่เพียงแต่พวกเขาทว่าทุกคนในห้องต่างเหลียวมองตาม
“เฉวียนจื่อ นี่ใครบอกเ้าว่าของในบ้านนี้เป็ของบ้านเ้าทั้งหมด?” ซุนซิ่วฮวาเอ่ยถามสวีเจียเฉวียนที่นั่งอยู่กับพื้น
เธอเองก็นอนอยู่ห้องถัดจากห้องโถง เสียงอื้ออึงขนาดนั้นจะไม่ได้ยินได้อย่างไร ไม่ใช่คนหูหนวกเสียหน่อย ได้ยินทุกคำชัดเจนจนหัวใจเย็นะเื
สวีเจียเฉวียนหันไปมองหลิวหงเจินโดยสัญชาตญาณ
หลิวหงเจินหน้าซีดส่ายหน้าพรืด “ไม่ใช่ฉันนะ ฉันจะไปพูดอะไรแบบนั้นกับเขาได้อย่างไร หร่วนจินฮวานั่นแหละ ต้องเป็หร่วนจินฮวาที่สอนเขา เฉวียนจื่อเป็แค่เด็กน้อย จะไปรู้เื่อะไร”
“เด็กน้อยไม่รู้เื่ แต่เ้ามันรู้ดีนี่” ซุนซิ่วฮวาแค่นหัวเราะในลำคอพลางกัดฟันกรอด “ฉันรู้ว่าเ้าชอบเอาเปรียบเล็กๆ น้อยๆ วันๆ ก็คิดแต่จะเงินเดือนของลูกชายคนที่สองกับคนที่สี่ แต่ฉันไม่คิดเลยว่าเ้าจะหน้าด้านได้ขนาดนี้ ถึงกับคิดว่าทั้งบ้านควรเป็ของบ้านเ้าคนเดียว ใครให้ความกล้าหาญเ้า ปู่ หรือลูกชายคนโต หรือฉัน?”
“พูดจาเหลวไหลอะไร!” สวีเหล่าโถวขมวดคิ้ว ยิ่งพูดก็ยิ่งไม่เข้าท่า
“ฉันนี่แหละที่เหลวไหล ถ้าฉันไม่เหลวไหล คงไม่ตามใจจนนางเสียผู้เสียคนขนาดนี้” ซุนซิ่วฮวายกไม้เท้าฟาดลงไปพลางตีพลางด่า “เ้าคนอกตัญญู พูดคำพูดเช่นนี้ออกมาได้อย่างไร หากไม่มีน้องชายเ้า เ้าจะได้กินอิ่มนอนหลับ และอยู่ในบ้านดีๆ เช่นนี้ได้อย่างไร
น้องชายเ้าทำดีกับบ้านเ้าขนาดไหน แต่เ้ากลับทำกับครอบครัวพวกเขายังไงบ้าง ปากร้ายเห็นแก่ตัว โลภไม่รู้จักพอ วันๆ ก็คิดแต่จะหาผลประโยชน์จากพวกเขา หร่วนจินฮวาพูดไม่ผิด เ้ามันก็เหมือนปลิง!”
หลิวหงเจินกอดศีรษะวิ่งไปหลบหลังสวีเจียเหวิน
สวีเจียเหวินกางแขนออกปกป้องหลิวหงเจิน “ย่าครับ แม่ผมไม่ได้ตั้งใจแบบนั้นจริงๆ ครับ ท่าน…”
“หลีกไป!” ซุนซิ่วฮวาตวาดเสียงกร้าว ถ้าเป็เมื่อก่อน สวีเจียเหวินขอร้อง ย่าก็มักจะไว้หน้าให้เขาบ้างอยู่แล้ว เพราะอย่างไรก็เป็หลานชายคนโต แต่ครั้งนี้เธอโมโหจนลืมความเกรงใจไปแล้ว
สวีเจียเหวินไม่ขยับ ยังคงมองซุนซิ่วฮวาอย่างเว้าวอน
“พี่ใหญ่ ผมรู้ว่าพี่สงสารป้าใหญ่ เพราะป้าใหญ่รักพี่มาก เห็นอะไรดีๆ ก็ต้องหาทางเอามาให้พี่ก่อน แต่พี่ก็ไม่ควรพูดจากลับกลอกแบบนี้นะ” สวีเจียคังพยุงซุนซิ่วฮวาพลางมองสวีเจียเหวินอย่างไม่เห็นด้วย “พวกเรากินอะไรดีๆ ใช้อะไรดีๆ ป้าใหญ่ก็ทำตาขวาง สมัยก่อนผมไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว อ๋อ… ที่แท้ป้าใหญ่ก็คิดว่าของที่พวกเรากินใช้เป็ของของป้าใหญ่เอง ป้าใหญ่ก็เลยไม่พอใจสินะ”
“เ้าพูดบ้าอะไร!” สวีเจียเหวินโมโห
สวีเจียคังแค่นหัวเราะ “ผมพูดบ้าหรือไม่บ้า พี่ใหญ่ในใจย่อมรู้ดี พี่ใหญ่เป็นักเรียนหัวกะทิ เื่ง่ายๆ แค่นี้จะไม่เข้าใจได้อย่างไร”
สวีเจียเหวินหน้าแดงก่ำพลันเอามือปิดปากไอ ไอหนักขึ้นเรื่อยๆ ราวกับจะไอกับปอดตับออกมาให้หมด
สวีเจียคังกรอกตาครั้งใหญ่ หึ! ป่วยอีกแล้วหรือ เวลานี้ช่างพอเหมาะพอเจาะจริงๆ
“อาเหวิน! อาเหวิน!” หลิวหงเจินใสุดขีด พุ่งเข้าไปประคองสวีเจียเหวิน “เ้าเป็อะไรไป อย่าทำให้แม่ในะ!” แล้วก็ไม่ลืมตวาดสวีเจียคัง “ดูสิ เ้าทำให้พี่ชายเ้าโมโหขนาดนี้ ไม่รู้หรือว่าพี่ชายเ้าสุขภาพไม่ดี!”
“เขาสุขภาพไม่ดี เขาเป็บรรพบุรุษหรืออย่างไร ทุกคนต้องกราบไหว้บูชาเขาหรือไง เพราะอะไร! พวกเ้าอยากบูชาก็บูชาไปสิ ทำไมต้องให้พวกเราทุกคนบูชาเขาด้วย พวกเราไม่ได้ติดค้างอะไรเขาเลย” สวีเจียคังตอบโต้โดยไม่ลดละ เขาไม่ชอบหน้าสวีเจียเหวินมานานแล้ว วันๆ ก็เอาแต่สร้างภาพ
“คังจื่อ เ้าพูดอะไรน่ะ!” สวีเหล่าโถวดุด่า
หลิวหงเจินรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาทันที จึงพูดอย่างคับแค้นใจ “ใช่แล้วค่ะพ่อ ดูสิคะ เขายิ่งทำให้หลานชายป่วยหนักกว่าเดิมอีก”
ซุนซิ่วฮวาฟาดไม้เท้าลงบนหลังหลิวหงเจิน “คังจื่อไม่ได้พูดความจริงหรืออย่างไร”
คำพูดนั้นทำให้ทุกคนในห้องเงียบกริบ แม้แต่สวีเจียเหวินที่กำลังไออยู่ก็ยังหยุด
ซุนซิ่วฮวาจ้องมองเขาด้วยสายตาที่ซับซ้อน มีชีวิตมาขนาดนี้แล้ว สวีเจียเหวินมีความคิดเล็กๆ น้อยๆ อะไรบ้าง เธอจะไม่มีวันรู้ได้อย่างไร แต่ก็เป็หลานชายคนโต อีกทั้งเรียนเก่ง เธอก็เลยแกล้งทำเป็ไม่รู้ไม่เห็น
สวีเจียเหวินตัวสั่นเล็กน้อย แล้วก้มหน้าไอต่อ
หลิวหงเจินตาเบิกกว้าง ไม่อาจเชื่อสายตาตัวเองที่มองย่า ได้แต่รู้สึกว่าไม่ควรทะเลาะกันอีกต่อไป จึงร้องไห้โฮ “อาเหวิน รีบไปนอนบนเตียงเถอะ ถ้าเ้าเป็อะไรไป แม่ก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว”
สวีเหล่าโถวที่ปวดหัวกับเื่วุ่นวายนี้ ะโเสียงดัง “พอแล้ว! แยกย้ายกันไปเข้าห้องตัวเองซะ!” ะโเสร็จก็เดินเอามือไพล่หลังออกไปข้างนอก “วุ่นวาย! วุ่นวาย! วันปีใหม่ก็ยังไม่รู้จักสงบ!”
“ใครกันแน่ที่เป็ฝ่ายเริ่มวุ่นวาย” ซุนซิ่วฮวาใช้ไม้เท้ากระทุ้งพื้นอย่างแรง ร่างกายเล็กน้อยโยกคลอน
“คุณย่าครับ อย่าโกรธเลยนะครับ อย่าให้เื่พวกนี้มาทำให้สุขภาพคุณย่าเสียเลยครับ” เห็นใบหน้าคุณย่าเขียวคล้ำเพราะความโกรธ สวีชิงเจียก็รีบร้อนใจ เพื่อคนพวกนี้จะมาทำให้สุขภาพคุณย่าเสียไปได้อย่างไร ไม่คุ้มเลยสักนิด
สวีเจียคังรีบนำเก้าอี้มาให้คุณย่านั่ง “ย่าครับ คุณย่าใจเย็นๆ นะครับ”
ซุนซิ่วฮวาละสายตาจากใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลของสวีชิงเจียมาที่สวีเจียคัง หายใจเข้าลึกๆ แล้วพ่นลมหายใจออก
“แบ่งแยกครอบครัวเถอะ” ซุนซิ่วฮวากัดฟัน พูดเสียงดังขึ้น “แบ่งครอบครัว ต้องแบ่ง!”
สวีเหล่าโถวที่เดินมาถึงหน้าประตูบ้านถึงกับหันขวับกลับมาอย่างกะทันหัน จ้องมองซุนซิ่วฮวาอย่างไม่อยากจะเชื่อ “เ้าพูดอะไรเหลวไหล!”
“ฉันไม่ได้พูดเหลวไหล” ซุนซิ่วฮวาตอบอย่างจริงจัง “เ้าไม่รำคาญเื่วุ่นวายไม่ใช่หรือ แบ่งครอบครัวแล้วก็จะไม่วุ่นวายอีกแล้ว ควรจะแบ่งตั้งนานแล้ว หมู่บ้านนี้มีครอบครัวไหนที่ลูกๆ แต่งงานแล้วยังอยู่รวมกันบ้าง มีแค่บ้านเรานี่แหละ ถ้าหากอยู่กันอย่างปรองดองก็แล้วไป แต่หลายปีที่ผ่านมาเคยมีวันไหนที่สงบสุขบ้าง แม่ของลูกชายคนโตไม่วุ่นวายเื่นั้นก็เื่นี้ บ้านเรากลายเป็ตัวตลกไปหมดแล้ว”
สวีเหล่าโถวขมวดคิ้วแน่น หน้าผากมีรอยย่นลึกหลายเส้น “ฉันไม่เห็นด้วย ต้องรอให้ฉันตายเสียก่อนถึงจะแบ่ง”
ทว่าซุนซิ่วฮวาไม่สนใจเขา หันไปมองสวีเซี่ยงกั๋วที่ปิดบังความใเอาไว้ไม่มิด “ลูกชายคนโต เ้าคิดว่าบ้านนี้ควรแบ่งหรือไม่”
สวีเซี่ยงกั๋วหยุดหายใจไปชั่วขณะ ใช้มือลูบหน้าแรงๆ “แม่ครับ ผมรู้ว่าหงเจินเธอทำตัวไม่น่ารัก ผมจะดูแลเธอให้ดีกว่านี้ ผมรับรองว่าเธอจะไม่สร้างปัญหาอีกแล้ว”
“คำพูดนี้เ้าเพิ่งพูดกับฉันเมื่อสี่วันก่อน เ้ายังจำได้ไหม” ยิ่งกว่านั้นหลายปีที่ผ่านมาก็พูดมาไม่น้อย
ในขณะนั้น ซุนซิ่วฮวานึกถึงคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับสวีเซี่ยงหัว เธอก็ให้คำมั่นสัญญาเดียวกันกับลูกชายคนเล็ก แต่คำมั่นสัญญาเ่าั้กลับไร้ค่า
ซุนซิ่วฮวาคิดว่าตอนนั้นสวีเซี่ยงหัวจะรู้สึกอย่างไร แค่คิดเธอก็หายใจลำบากแล้ว เธอเอาแต่พูดว่ารักลูกชายคนเล็ก แต่สุดท้ายกลับปล่อยให้ลูกชายคนเล็กต้องทนทุกข์อยู่ตลอดเวลา
เขาหารายได้เก่ง แต่ก็เป็ความสามารถของเขาเอง พวกคนแก่สองคนที่ไร้ความสามารถ ไม่อาจเลี้ยงลูกหลานได้ ก็เอาแต่บังคับให้เขาเลี้ยงน้องชายและหลานชาย
น้ำตาของซุนซิ่วฮวาเอ่อคลอขึ้นมาทันที
สีหน้าของสวีเซี่ยงกั๋วเปลี่ยนไปหลายครั้ง หัวใจของเขาหนักอึ้งราวกับมีก้อนหินอุดตันอยู่ ทำไมแม่ถึงพูดเื่แบ่งแยกครอบครัวขึ้นมาได้
เมื่อมองดูสวีเจียคังและสวีชิงเจีย เขาก็ยิ่งคิดว่าลูกชายคนที่สองกับคนที่สี่คิดอย่างไร สวีเซี่ยงกั๋วใจจมดิ่งลง
“เื่ในบ้านนี้ยังไม่ถึงตาเ้ามาจัดการ” สวีเหล่าโถวหน้าเขียว “ฉันบอกว่าไม่แบ่งก็คือไม่แบ่ง ใครกล้าแบ่งฉันจะหักขาเขา”
“คุณลุงครับ อย่ามาทำเป็ไม่รู้เื่ ผู้คนภายนอกก็ชี้หน้าด่าพี่ชายคนโตว่าดูดเืพี่น้องไปแล้ว พูดกันถึงขนาดนี้แล้ว ถ้าไม่แบ่ง จะให้คนอื่นชี้หลังด่าพี่ชายคนโตได้อย่างไรว่าเขาเป็หัวหน้าทีม ใครจะนับถือเขาอีก”
ได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของสวีเหล่าโถวกับสวีเซี่ยงกั๋วก็ผลัดเปลี่ยนเป็เขียวแล้วขาว
ซุนซิ่วฮวาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน “คุณลุงครับ คุณลองคิดดูดีๆ สิครับ ลูกชายทุกคนโตขนาดนี้แล้ว คุณยังอยากจะควบคุมพวกเขาไปถึงเมื่อไหร่” ถึงอยากจะควบคุมก็ควบคุมไม่ได้แล้ว ขอแค่จากกันด้วยดีก็ยังพอมีเยื่อใยให้กันบ้าง ถ้าหากแตกหักกันจริงๆ คนที่เสียเปรียบก็คือพวกเขาเอง
สวีชิงเจียกับสวีเจียคังพยุงซุนซิ่วฮวากลับเข้าห้อง เมื่อเธอนอนลงบนเตียง ร่างกายของหญิงชราก็อ่อนระทวยลง พลังที่เคยมีอยู่ในห้องโถงหายไปสิ้น เธอทื่อชาไปทั้งตัว
สวีชิงเจียรีบเทน้ำร้อนหนึ่งแก้ว “คุณย่าครับ ดื่มน้ำหน่อยนะครับ” ผู้สูงอายุล้วนชอบความปรองดอง ไม่ชอบการแตกแยก การที่ต้องพูดคำว่า ‘แบ่งครอบครัว’ ออกมาด้วยตัวเองนั้น ความเ็ปไม่ได้น้อยไปกว่าการโดนฉีกทึ้งหัวใจเลย
ซุนซิ่วฮวาดื่มน้ำร้อนไปสองสามอึกตามที่สวีชิงเจียป้อนให้ ร่างกายที่เย็นเยียบจึงค่อยๆ อุ่นขึ้น
ซุนซิ่วฮวาถอนหายใจแล้วถามสวีเจียคัง “เ้าอยากแบ่งครอบครัวหรือไม่”
สวีเจียคังพยักหน้าโดยไม่ลังเล “อยากสิครับ ทำไมจะไม่อยาก นิสัยของป้าใหญ่คุณย่าก็รู้ดี เหมือนห่านป่าเลย เห็นใครก็จะจิกคนนั้น ผมทนเธอไม่ไหวแล้ว ย่าครับ เราไปอยู่กับอาคนที่สี่เถอะครับ อาคนที่สี่ต้องยินดีรับเราแน่ อีกสองปีผมก็หาเงินได้แล้วครับ ถึงตอนนั้นผมจะเลี้ยงดูคุณย่ากับอาคนที่สี่เอง”
คำตอบนี้ไม่เกินความคาดหมายเลยจริงๆ ซุนซิ่วฮวาปนเปด้วยความรู้สึกหลากหลาย หลิวหงเจินคงจะทำให้ทุกคนในบ้านไม่พอใจไปหมดแล้ว
สวีชิงเจียพยักหน้าเห็นด้วยจากข้างๆ แล้วใช้นโยบายการร้องขอความเห็นใจ “คุณย่าครับ คุณย่าจะทิ้งหนูกับหยางหยางลงคอเชียวหรือครับ คุณย่าคิดดูสิครับ พ่อของหนูหาเงินเก่งก็จริง แต่เขาจะดูแลคนได้หรือครับ”
สวีเซี่ยงหัวเป็ผู้ชายตัวคนเดียว จะดูแลเด็กๆ ได้อย่างไร ยิ่งชิงเจียเป็เด็กผู้หญิง ยิ่งไม่รู้จะทำอย่างไร แต่ความคิดที่ว่าผู้สูงอายุต้องอยู่กับลูกชายคนโตนั้นฝังรากลึกอยู่ในใจของซุนซิ่วฮวา หากเธอไปอยู่กับลูกชายคนที่สี่แล้ว ลูกชายคนโตจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงกรีดร้องโหยหวนของหลิวหงเจินดังขึ้นมา ไม่ต้องคิดเลยว่าต้องเป็สวีเซี่ยงกั๋วกำลังลงมือตีเธอแน่ๆ
สวีชิงเจียใจเต้นระรัว “คุณย่าครับ ตลอดหลายวันที่คุณย่านอนอยู่บนเตียง ป้าใหญ่เคยเทน้ำให้คุณย่าดื่ม หรือยกข้าวให้คุณย่ากิน หรือแม้แต่เช็ดตัวหรือยกกระโถนให้คุณย่าสักครั้งบ้างไหมครับ พอคุณย่าแก่ตัวลง ทำงานไม่ไหวแล้ว คุณย่าจะยังหวังพึ่งเธอให้ดูแลคุณย่าได้อีกหรือครับ?”
