เงาโลหิตใต้พระจันทร์สีเืค่อยๆ ขยายขนาดใหญ่เทียบเคียงได้กับูเาหนึ่งลูก
คลื่นปราณเืที่น่ากลัวถึงขีดสุดกระจายออกมาจากร่างของเงาโลหิตขนาดั์ระลอกแล้วระลอกเล่า ทำให้ผู้มาเยือนทุกคนในหุบเขาต่างััได้ว่าเืลมในร่างกายไหลเวียนไม่สะดวก
“ซ่าๆ!”
แสงจันทร์สีเืมากมายหลายเส้นดุจดั่งแม่น้ำสีเืสายยาวไหลพุ่งออกมาจากจันทร์โลหิตดวงนั้น
แสงจันทร์สีเืหลายสิบเส้นเมื่อย้อยดิ่งลงมาก็ราวกับกลายมาเป็ดาวตกที่ปะปนไปด้วยแสงเืเข้มข้น
บนแท่นดอกบัวแสงสีเืที่เปล่งประกายแพรวพราว ร่างของหญิงสาวที่พร่าเลือนผู้นั้นคล้ายกำลังทำท่ามุทรากระตุ้นเวทลับ เงาโลหิตขนาดั์นั่นจึงพลันเปล่งเสียงร้องคำรามเขย่าคลอนฟ้าดิน
เมื่อเสียงคำรามดังขึ้น ดาวตกสีเืที่ดิ่งลงจึงยิ่งเปลี่ยนมาเป็แดงฉานทอดยาวออกไป
“ตูมๆ!”
แสงจันทร์สีเืมากมายราวกับดาวตกสีแดงกล่ำเริ่มกระแทกลงบนค่ายกลใหญ่ “เพลิงพิภพเผานภา” ของหอหลิงเป่า
ลายภาพเปลวเพลิงแน่นขนัดจำนวนนับไม่ถ้วนลอยขึ้นอย่างชัดเจนอยู่ในม่านแสงสีแดงงามจับตานั้น และแตกสลายกลายเป็เศษเล็กเศษน้อย จากนั้นจึงกลับมารวมตัวกันอีกครั้งด้วยความรวดเร็ว
จุดลึกใต้ดินยิ่งะเิการสั่นะเืรุนแรงมากขึ้นจนน่าใ บนูเาหินสามลูกที่โอบล้อมหุบเขามีลำแสงเปลวเพลิงพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
ในหุบเขา แขกทุกคนที่มาเยือน รวมไปถึงผู้ฝึกลมปราณของสำนักหลิงและหอเป่าต่างก็เงยหน้ามองท้องฟ้า สายตาเผยความกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด
“เพลิงพิภพเผานภา เกรงว่าคงต้านทานไว้ได้ไม่นานนัก เพราะอย่างไรการที่สตรีน่ากลัวคนนั้นของสำนักโลหิตร่ายเวทอย่างเต็มกำลัง ก็มากพอจะเขย่าคลอนฟ้าดินได้” หลิวเหยี่ยนเริ่มพิจารณาแล้วว่าหากม่านแสงเปลวเพลิงถูกเจาะทะลุจริงๆ ควรจะพาพวกเนี่ยเทียนหนีออกไปทันทีเลยหรือไม่
เช่นเดียวกับหญิงชราเวิง เขาเองก็ไม่คิดว่าหอหลิงเป่าจะหนีรอดจากหายนะในครั้งนี้ไปได้ ดังนั้นจึงเริ่มคิดเพื่อคนข้างกายแล้ว
“คนผู้นั้นของสำนักภูตผีก็น่าจะลงมือแล้ว เพียงแต่... ไม่รู้ว่าเขาใช้วิธีการใดมาทำลายค่ายกลใหญ่เพลิงพิภพเผานภา” สายตาสื่ออี้ดดูล่องลอย มองไปรอบด้าน คล้ายกำลังตามหาอะไรบางอย่าง
และเวลานี้เอง
ด้านใตู้เาหินลูกหนึ่งมีห้องหินตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว เบื้องใต้ห้องหินแห่งนี้มีทางเดินรุบรู่เชื่อมต่อกับใต้ดิน
ตรงจุดลึกลงไปใต้ดินหนึ่งร้อยเมตร ในตำหนักหินกว้างขวางแห่งหนึ่ง เว่ยหนิงช่างหลอมอาวุธของหอเป่าที่สามารถหลอมอาวุธระดับสูงได้เป็อันดับสองพลันหน้าเปลี่ยนสี
เขาที่เป็ช่างหลอมอาวุธระดับสูง ่นี้มุ่งมั่นแต่จะศึกษาวิถีแห่งการหลอมอาวุธ วาดหวังว่าจะหลอมอาวุธวิเศษชิ้นหนึ่งที่สามารถเชื่อมโยงกับิญญาได้
อาวุธวิเศษ หาก้าให้เชื่อมโยงกับิญญา มีอยู่สองวิธี
วิธีหนึ่งคือตัววัตถุดิบที่นำมาทำเป็อาวุธวิเศษมีิญญาอยู่แล้ว หลังจากที่อาวุธวิเศษถูกชุบหลอมก่อตัวสำเร็จในขั้นตอนสุดท้าย จะทำให้ตัวของอาวุธวิเศษมีิญญาก่อกำเนิด และมีสติปัญญา
วิธีการเช่นนี้คือหลักของความจริงซึ่งมีเพียงช่างหลอมอาวุธที่เชี่ยวชาญการเชื่อมโยงิญญามากที่สุดเท่านั้นถึงจะทำได้
ตอนนี้เว่ยหนิงยังเป็เพียงช่างหลอมอาวุธระดับสูงคนหนึ่งเท่านั้น วิธีการที่เขาใช้คือฝืนบังคับจิติญญาให้เข้าไปอยู่ในภาชนะ มอบิญญาให้กับอาวุธโดยตรง
เพื่อทำสิ่งนี้ให้เป็จริง เขาต้องคิดจนแทบล้มประดาตายจึงจะรวบรวมจิติญญาที่แข็งแกร่งมาได้เจ็ดดวง
จิติญญาที่แข็งแกร่งทั้งเจ็ดนั้น เขาล้วนเตรียมมาเพื่อไว้ใช้หลอมอาวุธที่เชื่อมโยงกับิญญา เพื่อมอบิญญาให้กับอาวุธในท้ายที่สุด
ตอนนี้ดวงิญญาแข็งแกร่งทั้งเจ็ดดวงถูกสายฟ้าเรียวเล็กมากมายหลายเส้นรัดพัน กักขังเอาไว้ในภาชนะที่สร้างขึ้นมาโดยเฉพาะเจ็ดชิ้น
“เปรี้ยงๆ!”
ท่ามกลางเชือกสายฟ้าเ่าั้ มีประกายสายฟ้าแลบแปลบตลอดเวลา ดวงิญญาทั้งเจ็ดหายใจรวยริน ไร้ซึ่งความคิดต่อต้านใดๆ
ทว่าไม่รู้ทำไม ดวงิญญาทั้งเจ็ดดวงที่ถูกจับมัดและกักขังไว้ในภาชนะพิเศษเ่าั้คล้ายมีพละกำลังแข็งแกร่งขึ้นมากะทันหัน
ิญญาทั้งเจ็ดที่อยู่ในภาชนะเปลี่ยนเป็พลุ่งพล่าน ไม่สนใจการเฆี่ยนโบยจากเชือกสายฟ้า ชนกระแทกใส่ภาชนะพิเศษด้วยความบ้าคลั่ง
พื้นผิวกระจกของภาชนะพลันปรากฏลวดลายงดงามลอยขึ้นมา ก่อเกิดเป็พลังกักขัง
ทว่าดวงิญญาทั้งเจ็ดทำเหมือนเห็นมาจนชิน พุ่งชนต่อไปอย่างไม่ยี่หระ ทำให้ภาชนะหนึ่งในนั้นเกิดรอยแตกราวขึ้นมาหนึ่งรอย
ิญญาหนึ่งในนั้นบินออกมาตามช่องโหว่เล็กๆ นั่นราวกับกลุ่มควันบางเบา
เมื่อมันบินออกมา พลังิญญาอันน่าสะพรึงกลัวระลอกหนึ่งพลันปกคลุมไปทั่วตำหนักหิน
เว่ยหนิง ช่างหลอมอาวุธอันดับสองของหอเป่าเผยความฉงนสนเท่ห์ทางดวงตา ความคิดหนึ่งที่ไม่ควรบังเกิดพลันลอยขึ้นมากลางใจ
“เปรี๊ยะๆ!”
ความคิดเพิ่งเกิดขึ้น ภาชนะพิเศษอีกหกชิ้นที่เหลือกลับะเิกระจายออกทันทีทันใด
ดวงิญญาหกดวงสลัดพ้นจากการกักขังในพริบตาเดียว กลายร่างเป็เงาผีน่าหวาดกลัวหกเงา มุดลอดทะลุเข้ามาตามหู ดวงตา รูจมูกของเขาแล้วแทรกซอนเข้าไปในสมองของเขาอย่างรวดเร็ว
ไม่กี่วินาทีให้หลัง เว่ยหนิงก็ไร้ซึ่งปราณแห่งชีวิตอีก จิติญญาก็ถูกเขมือบกลืนไปจนเกลี้ยง
ดวงิญญาทั้งเจ็ดซึ่งไม่ควรอยู่ในหอเป่าที่ถูกกักขังอยู่ลึกลงไปใต้ดินหนึ่งร้อยเมตร เมื่อหลุดพ้นจากพันธนาการออกมาได้จึงโผล่ขึ้นไปบนหุบเขา
พอดวงิญญาทั้งเจ็ดนั้นออกมาก็เริ่มลงมือกับช่างหลอมอาวุธหอเป่าที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที
“มีดวงิญญาลอยออกมาจากใต้ดิน!”
“ดวงิญญาเ่าั้... ดวงิญญาเ่าั้ผู้าุโเว่ยหนิงต้องจ่ายค่าตอบแทนมหาศาลถึงจะแลกมาได้จากอาณาจักรอื่น! พวกมันหลุดพ้นจากพันธนาการ คล้ายว่าจะถูกสำนักภูตผีควบคุมไว้แล้ว!”
“ผู้าุโเว่ยหนิงคงตายไปแล้ว!”
ช่างหลอมอาวุธหอเป่ามีคนรู้ว่าดวงิญญาทั้งเจ็ดที่เว่ยหนิงได้มา ตอนที่คนนำมาส่งได้สร้างกรงกักขังพวกมันเอาไว้อย่างแ่า
เพราะต่อให้เป็ตัวของเว่ยหนิงเอง หากต้องเผชิญกับดวงิญญาที่ไม่ถูกกักขัง เกรงว่าก็คงมิอาจต่อต้านได้
การที่ิญญาทั้งเจ็ดหลุดพ้นจากการกักขัง นั่นก็หมายความว่าเว่ยหนิงผู้อยู่อันดับสองของหอเป่าน่าจะตายไปแล้ว
พวกเขาร้องโหยหวน โหวกเหวกเสียงดัง หนีแตกฮือไปทั่วสี่ทิศ
ทว่าิญญาทั้งเจ็ดที่โผล่มาจากใต้ดินเ่าั้กลับลอยไล่ตามพวกเขาไป บุกเข้าไปในสมอง และกลืนกินจิติญญาของพวกเขาเป็อาหาร
“นั่นมันิญญาร้ายจากอาณาจักรอั้นิ เว่ยหนิงเป็บ้าไปแล้วหรือไร? ถึงได้กล้าแลกเอาิญญามาจากอาณาจักรอั้นิ!” พันป่ายบิดาของพันเทาที่อยู่ในหอเรือนหินห่างไกลแห่งหนึ่งคำรามด้วยความเดือดดาล
เนี่ยเทียนสังเกตเห็นว่าทิศทางที่พันป่ายอยู่ พลันมีผู้ฝึกลมปราณสำนักหลิงหลายคนถลาออกไปประจันหน้ากับผีร้ายทั้งเจ็ดที่มาจากอาณาจักรอั้นินั่น
“ตูม!”
และเวลานี้เอง หญิงสาวที่นั่งอยู่บนแท่นดอกบัวกลางอากาศได้ควบคุมเงาโลหิตขนาดมหึมาให้กระแทกลงบนม่านแสงเปลวเพลิง
แก้วหูของเนี่ยเทียนสั่นะเืด้วยความปวดร้าวเพราะเสียงกึกก้องนั่น เขาเงยหน้าขึ้นมอง พบว่าภาพเปลวเพลิงภาพหนึ่งที่ลอยอยู่เหนือม่านแสงเปลวเพลิงยังไม่สามารถกลับมารวมตัวกันได้ทันที
“แย่แล้ว!”
“ค่ายจะแตกแล้ว!”
บนถนน ผู้มาเยือนหลายคนที่มองท้องฟ้าล้วนหน้าซีดเผือด คล้ายรู้ว่ากำลังจะเกิดเื่ใหญ่ที่ร้ายแรงขึ้น
“ฟิ้ว!”
ร่างของอูซิ่งโผล่ขึ้นกะทันหัน เผยร่างได้เขาก็แผดเสียงดัง “ค่ายกลนำส่งแห่งมิติทั้งหมดของหอหลิงเป่าถูกคลื่นมิติที่ผิดปกติรบกวน ล้วนใช้ไม่ได้แล้ว”
“ท่านอาจารย์ แล้วพวกเราควรจะทำอย่างไร?” หลัวซินะโพูดเสียงดัง
อูซิ่งพูดประโยคเมื่อครู่จบถึงพบว่าหญิงชราเวิงแห่งอารามเสวียนอู้ก็อยู่ด้วย เขาพยักหน้าเบาๆ ให้นาง กล่าวรีบร้อน “หอหลิงเป่าเกรงว่าคงไม่รอดแล้ว”
หญิงชราเวิงเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
“ไปกันเถอะ พวกเราไปทางริมขอบของค่ายกล หากค่ายกลเพลิงพิภพเผานภาถูกตีแตก เมื่อผู้แข็งแกร่งของสำนักภูตผีและสำนักโลหิตดาหน้าเข้ามา พวกเราคงทำได้เพียงเสี่ยงตีฝ่าวงล้อมออกไปแล้วล่ะ” อูซิ่งไม่มีความคิดที่จะร่วมเป็ร่วมตายกับหอหลิงเป่าแม้แต่นิด เขาพูดเร่งเร้าให้ทุกคนติดตามเขามา
เนี่ยเทียน เจียงหลิงจูและเย่กูโม่รีบลงมาจากหอเรือนภายใต้การนำของอูซิ่ง
บนถนน ลูกศิษย์หลายคนที่อยู่ในตระกูลสังกัดหอหลิงเป่าและยังมีผู้ฝึกลมปราณสำนักหลิงและหอเป่าต่างก็กำลังส่งเสียงเอะอะ พยายามเอาตัวรอด
อีกฝั่งหนึ่ง พันป่ายที่ะโโหวกเหวกเสียงดัง สังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของพวกอูซิ่ง
พันป่ายที่มีชื่อเสียงว่ามองคนทะลุปรุโปร่งที่สุดในสี่สำนักพลันดึงพันเทาลูกชายของเขามาอีกฝั่ง พูดด้วยน้ำเสียงที่มีเพียงพันเทาเท่านั้นที่จะได้ยิน “เทาเอ๋อร์ ตามคนของสำนักหลิงอวิ๋นและอารามเสวียนอู้ไป พยายามหนีห่างจากหอหลิงเป่าให้ไกลที่สุด ข้าและท่านปู่ของเ้ามีภาระหน้าที่ติดตัว พวกเราจึงทำได้เพียงยืนหยัดปฏิบัติตามเท่านั้น ไม่สามารถปัดภาระได้ แต่เ้าไม่จำเป็ต้องทำเหมือนพวกเรา”
“ไม่!” พันเทาดวงตาแดงก่ำ “ข้าจะอยู่กับพวกท่าน!”
“ไป๊!” พันป่ายตวาดเดือดดาล “รีบไสหัวไปเดี๋ยวนี้! คราวนี้สำนักเผชิญกับหายนะร้ายแรง ไม่รู้ว่าจะมีกี่คนที่ต้องสละชีพ คนอื่นข้าไม่สน แต่เ้าต้องมีชีวิตอยู่ต่อเพื่อข้า!”
“รีบไปซะ! หากเ้าคิดอยากจะทำอะไรเพื่อพวกข้าก็คือต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ดี รีบนำข่าวภัยพิบัติครั้งนี้ของหอหลิงเป่าไปแจ้งให้อีกสามสำนักรู้โดยเร็วที่สุด!”
“หากอีกสามสำนักรู้ข่าวอย่างรวดเร็ว เมื่อผู้แข็งแกร่งเคลื่อนพล ก็ใช่ว่าพวกเราจะไม่มีความหวังได้รอดชีวิต!”
“เ้าไปซะ! เ้าไม่ได้กำลังหลบหนี แต่เ้าสามารถพาพลังชีวิตกลับมามอบให้พวกเราได้! รีบไป!”
พันป่ายเอ่ยเร่งเร้าอย่างต่อเนื่อง กลัวว่าพวกอูซิ่งจะจากไปไกลแล้วลูกชายของเขาจะตามไปไม่ทัน
พันเทากัดฟัน จ้องมาที่เขาด้วยสายตาลึกล้ำอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็พยักหน้าอย่างแรง แล้วห้อตะบึงไล่ตามพวกอูซิ่งไปด้วยความเร็วที่มากที่สุด
เวลาเดียวกันนั้น
ในลานที่พักอันเงียบสงบของพี่น้องอันซืออี๋ อันอิ่งเงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยความหวาดกลัว สติของนางหดหายไปนานแล้ว เอ่ยถามเป็ระยะ “ท่านพี่ จะทำอย่างไรดี? พวกเราควรจะทำอย่างไรดี?”
ใบหน้าอันงดงามของอันซืออี๋เองก็เปลี่ยนสี เหม่อมองม่านแสงเปลวเพลิงที่ค่อยๆ ปริร้าวนั่น นางพูดพึมพำ “พวกเราทำอะไรไม่ได้แล้ว แขกผู้มาเยือนของสำนักหลิงอวิ๋น อารามเสวียนอู้และหุบเขาเทาไม่ใช่คนของหอหลิงเป่า พวกเขาไม่มีหน้าที่และความรับผิดชอบที่ต้องอยู่ต่อสู้กับพวกเราไปจนถึงนาทีสุดท้าย และพวกเราก็ไม่ใช่พันเทา เจิ้งรุ่ย พวกเรามาจากตระกูลอันที่เป็แค่ตระกูลในสังกัดเท่านั้น”
“ในหอเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แบบนี้ พวกเราที่มาจากตระกูลในสังกัด หากกล้าหนีไป เกรงว่าต่อไปคงต้องเผชิญกับชีวิตที่ตายทั้งเป็”
“พวกเรายอมรับชะตากรรมเถอะ”
-----
