กลิ่นคาวเืและเถ้าถ่านคละคลุ้งไปทั่วห้องโถงสีดำทมิฬของดันเจี้ยนชั้นที่ 100
ร่างมหึมาของจอมมารที่เคยสร้างความหวาดกลัวให้กับคนทั้งโลก บัดนี้ร่วงหล่นลงแทบเท้าของชายหนุ่มผมสีนิล "เคล" หอบหายใจอย่างหนัก าแฉกรรจ์ทั่วร่างทำให้เขายืนแทบไม่ไหว ทว่าใบหน้าที่เปื้อนเืกลับประดับไปด้วยรอยยิ้ม
"พวกเรา... ทำสำเร็จแล้ว"
เคลเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า เขามองกลับไปยังพรรคพวกที่ร่วมเป็ร่วมตายกันมานับสิบปี 'ลูคัส' ผู้กล้าแห่งแสง และ 'เอลิน่า' นักบุญหญิงผู้พิทักษ์ ซึ่งเป็คนรักของเขาเอง
แต่สิ่งที่รอรับเขาไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความยินดี หรืออ้อมกอดแห่งชัยชนะ... กลับเป็คมดาบศักดิ์สิทธิ์ที่แทงทะลุขั้วหัวใจจากด้านหลัง!
ฉึก!!!
"อึก..." เคลกระอักเืสีเข้มออกมา ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตระหนก เขาก้มมองปลายดาบสีทองที่ทะลุออกมาจากหน้าอก ก่อนจะฝืนหันกลับไปมองผู้ที่ถือด้ามดาบ
ลูคัส... เพื่อนรักที่เขายอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องมาตลอด
"ท... ทำไม?" เคลเค้นเสียงถามอย่างยากลำบาก
"แกมันเก่งเกินไป เคล" ลูคัสแสยะยิ้มเ็า ไม่มีแววตาของเพื่อนรักผู้โอบอ้อมอารีอีกต่อไป "แสงสว่างไม่้าดวงอาทิตย์สองดวง โลกใบนี้้าวีรบุรุษเพียงคนเดียว ประวัติศาสตร์จะจารึกว่าผู้กล้าลูคัสเป็ผู้บั่นคอจอมมาร ส่วนแก... คือผู้เสียสละที่น่าสงสารที่ถูกจอมมารสังหาร"
เคลพยายามเอื้อมมือไปหาเอลิน่า หวังพึ่งพาสายใยรักสุดท้าย แต่หญิงสาวกลับถอยห่างออกไป ยืนเคียงข้างและคล้องแขนลูคัสด้วยสายตาที่มองเขาเหมือนขยะชิ้นหนึ่ง
"โลกยุคใหม่ไม่้าคนป่าเถื่อนที่รู้จักแต่การฆ่าฟันอย่างนายหรอกนะ เคล" เอลิน่าเอ่ยเสียงเรียบ "ลาก่อน"
สิ้นคำพูด ลูคัสก็ดึงดาบออกพร้อมกับเตะร่างของเคลลงไปในเหวลึกเื้ับัลลังก์จอมมาร
ขณะที่ร่างกำลังร่วงหล่นสู่ความมืดมิด ภาพเบื้องหน้าเริ่มเลือนราง ความเ็ปที่หัวใจยังไม่สู้ความแหลกสลายในิญญา ความเคียดแค้นและชิงชังปะทุขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
‘หากชาติหน้ามีจริง... ฉันจะกระชากหน้ากากพวกแก และลากพวกแกทุกคนลงนรก!’
สติของเคลดับวูบไปพร้อมกับคำสาบานสุดท้าย
เฮือก!
เคลสะดุ้งสุดตัว ลืมตาโพลงขึ้นมาพร้อมกับสูดอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ ััแรกที่เขารับรู้คือความนุ่มสบายของเตียงนอนบุนวม ไม่ใช่ความหนาวเหน็บและคมหินในก้นบึ้งของดันเจี้ยน
เขาลุกพรวดขึ้นนั่ง มองสำรวจตัวเองด้วยความสับสน... แขนที่เล็กและบอบบาง ผิวพรรณขาวซีดไร้รอยแผลเป็ นี่ไม่ใช่มือของนักดาบเวทที่ผ่านสมรภูมิร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ!
"นายน้อยแอเรส! ฟื้นแล้วหรือเ้าคะ! ขอบคุณพระเ้า!"
เสียงเด็กสาวในชุดเมดร้องะโพร้อมกับน้ำตาที่เอ่อล้น เธอรีบวิ่งเข้ามาดูอาการเขาด้วยความเป็ห่วง
เคลนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่ความทรงจำแปลกปลอมระลอกใหญ่จะไหลทะลักเข้าสู่สมองของเขา
เขาจุติใหม่แล้ว... ในร่างของ 'แอเรส วอน ครอสอาร์ท' บุตรชายคนเล็กผู้ไร้ค่าแห่งตระกูลดยุกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาณาจักร ร่างกายนี้อ่อนแอ ไร้พร์เวทมนตร์ และเพิ่งจะจมน้ำจนเกือบตายเพราะถูกรังแก
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เคลใที่สุด
สายตาของเขาเหลือบไปเห็นปฏิทินที่แขวนอยู่บนผนังห้องหรูหรา
[ มหาศักราชแห่งแสงสว่าง ปีที่ 500 ]
ผ่านไป 500 ปีแล้วนับั้แ่เขาถูกสังหารในดันเจี้ยน!
เคล... หรือในตอนนี้คือแอเรส รีบลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง เขามองออกไปที่ใจกลางเมืองหลวง รูปปั้นทองคำขนาดั์สองตระหง่านอยู่กลางลานกว้าง รูปปั้นของบุรุษผู้ถือดาบและสตรีผู้ถือคทา
‘มหาเทพผู้พิทักษ์ ลูคัส’ และ ‘มารดาแห่งการรักษา เอลิน่า’
เพื่อนทรยศทั้งสองไม่ได้เป็แค่วีรบุรุษ แต่ตลอด 500 ปีที่ผ่านมา พวกมันได้สถาปนาตนเองเป็ 'เทพเ้า' ที่ได้รับการเคารพบูชาจากคนทั้งโลก!
แอเรสกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเนื้อเืซิบ เขาหลับตาลงและลองััลึกเข้าไปในห้วงิญญา... แม้ร่างกายนี้จะอ่อนแอและถูกตราหน้าว่าไร้ค่า แต่ 'แก่นแท้แห่งมานา' และ 'ทักษะดาบศักดิ์สิทธิ์' จากชาติก่อน ยังคงหลับใหลอยู่ในิญญาของเขาอย่างครบถ้วน
เด็กหนุ่มเปิดตาขึ้น ั์ตาสีดำสนิทเปล่งประกายคมกริบดุจมัจจุราช
"เสวยสุขกันมา 500 ปี... คงจะพอแล้วสินะ ลูคัส เอลิน่า" เขากระซิบกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบจนน่าขนลุก "รอฉันก่อนเถอะ เหล่าทวยเทพจอมปลอม... การแก้แค้น มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น"
