บทที่ 112 อ่างโอสถสตรี
“ให้ข้าช่วยจุดเ้าไฟหรือไม่?” ฉินชูพูดหลังจากมองไปที่สาวใช้ของเฉียนหลิงอู่ เขารู้สึกว่างานหยาบๆ เช่นนี้ เขาควรจะเป็คนทำเอง แต่หลังจากพูดเช่นนั้น เขาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
หลังจากฟังคำพูดของฉินชูแล้ว เฉียนหลิงอู่พลันหน้าแดง “ตอนนี้ข้าอยากแช่โอสถแล้ว เ้าได้ยินหรือไม่? ทำไมเ้ายังอยู่อีก?”
ในเวลานี้ฉินชูรู้แล้วว่ามีบางอย่างผิดปกติ เขาจึงหันหลังกลับและจากไปอย่างรวดเร็ว เขาคิดว่าคงเป็การดีหากจะเป็คนจุดไฟให้ แต่มันก็ขึ้นอยู่กับว่าใครกำลังแช่ตัวในอ่างโอสถ เธอเป็ผู้หญิงแล้วเขาจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร?
“องค์หญิง ชายคนนี้มีเจตนาชั่วร้ายนัก อีกทั้งยังเป็คนนิสัยไม่ดีอีก!” เมื่อเห็นฉินชูจากไป เสี่ยวเว่ยจึงพูดขึ้นขณะก่อไฟ
เฉียนหลิงอู่ส่ายหัว "เ้าเข้าใจผิดแล้ว อย่าพูดอย่างนั้น เขาแค่อยากช่วยเรา ไม่ได้คิดเื่แบบนั้น"
หลังจากกลับมาที่ห้องโถงด้านข้าง ฉินชูจึงเริ่มฝึกฝนกระบี่ต่อ ในตอนนี้เขารู้สึกดีกับเพลงกระบี่ไม่น้อย หลังจากที่พลังลมปราณไหลเวียน พลังกระบี่จึงเฉียบคมมากขึ้นจนเขาสามารถใช้มันได้หลายเล่ม พลังงานซ้อนทับและโจมตีคู่ต่อสู้ราวกับคลื่นทะลัก
“ความเร็วที่เ้าใช้ในการชักกระบี่นั้นรวดเร็วมาก ผู้ฝึกหัดทั่วไปคงไม่มีใครเทียบเ้าได้” ฉินชูฝึกฝนประมาณหนึ่งชั่วโมง จากนั้นเฉียนหลิงอู่ก็มาถึง หลังจากอาบน้ำเธอก็ดูเหมือนดอกไม้หอมที่โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ
ฉินชูสูดดมกลิ่น แล้วหันมองเฉียนหลิงอู่ “ถึงแม้ว่าข้าจะไม่ได้กลิ่นเหมือนโอสถ แต่ก็ไม่ควรมีกลิ่นเช่นนี้”
“เ้าจะไปรู้อะไร หลังจากข้าแช่โอสถแล้วข้าก็ล้างมันออกอีกครั้ง” เฉียนหลิงอู่รู้สึกไม่พอใจเล็กน้อยเมื่อฉินชูดมกลิ่นของนาง
“เ้ารู้สึกเช่นไรบ้าง แช่อ่างโอสถได้ผลหรือไม่?” ฉินชูมองไปที่เฉียนหลิงอู่แล้วเอ่ยถาม
“มันได้ผลไม่น้อยเลย พลังและการไหลเวียนของเืเร็วขึ้น ร่างกายก็รู้สึกตื่นตัวขึ้นมาก” เฉียนหลิงอู่พูดกับฉินชู
“หากมันได้ผล เช่นนั้นเ้าช่วยหยิบปากกาและกระดาษมาให้ข้าหน่อยได้หรือไม่ ข้าจะเขียนใบเทียบยาให้” ฉินชูพูดกับเฉียนหลิงอู่
“ไม่จำเป็ต้องเขียน เ้าแค่มาช่วยทำให้ข้าอีกก็พอ” เฉียนหลิงอู่กล่าว
ฉินชูยิ้มและพูด “ข้าไม่อยู่ที่นี่ไปตลอดหรอก อีกไม่นานข้าก็ไปแล้ว”
“เ้าจะไปไหน?” เฉียนหลิงอู่มองไปที่ฉินชู
“กลับไปที่สำนักชิงหยุน อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะมีการประลองสำหรับคนรุ่นใหม่ของสี่สำนักหลัก ข้า้าเข้าร่วมในนามศิษย์ของสำนักชิงหยุน” ฉินชูกล่าว
“ข้าไม่ให้เ้าไป! เ้าทุ่มเทให้กับสำนักชิงหยุนมามากพอแล้ว เ้าเป็เพียงศิษย์รับใช้เท่านั้น ทั้งยังเป็ศิษย์ไร้อาจารย์”
ฉินชูส่ายหน้า “ข้ารับปากกับผู้าุโโม่เต้าจื่อแล้ว ว่าข้าจะเข้าร่วม อีกทั้งข้ายัง้าให้ผู้าุโย้อนนิมิตถึงครอบครัวข้าด้วย ข้ารอเื่นี้มาเกือบสองปีแล้ว”
เฉียนหลิงอู่นิ่งเงียบ หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง นางจึงเงยหน้าขึ้นแล้วพูดว่า “ข้าจะให้คนนำเกวียนสัตว์อสูรไปส่งเ้า เมื่อการประลองระหว่างสี่สำนักหลักเริ่มต้นขึ้น ข้าจะตามไปด้วย”
“ไม่ต้องเป็ห่วง ข้ากลับเองได้” ฉินชูกล่าว
ฉินชูคิดจะไปจากที่นี่แล้ว การแช่โอสถของเฉียนหลิงอู่อาจหยุดชะงัก เขาจึงเรียกสาวใช้ให้นำกระดาษและปากกามา
ฉินชูคิดไปพลางเขียนชื่อโอสถไปพลาง หลังจากเขียนจบหนึ่งรายการ เขาก็เขียนรายการที่สอง และเขียนรายการที่สามและสี่ติดต่อกัน
“หากโอสถที่ใช้ในรายการแรกไม่ได้ผล ก็ให้เ้าใช้รายการที่สอง หากไม่เป็ผลอีก ก็ให้ใช้รายการที่สามและสี่” ฉินชูวางเทียบยาให้เฉียนหลิงอู่
“เ้าได้ศึกษาเคล็ดวิชาซ่อนลมปราณหรือยัง??” เฉียนหลิงอู่ถาม
“อะไรคือเคล็ดวิชาซ่อนลมปราณ?” ฉินชูรู้สึกสับสนเล็กน้อย
เฉียนหลิงอู่เอื้อมมือไปทุบศีรษะของฉินชูทันควัน “มันคือตำราที่ข้าให้เ้าก่อนจะแช่อ่างโอสถอย่างไรเล่า!”
“เอ่อ... ข้าเพียงแค่อยากจะฝึกกระบี่ก่อน เลยยังไม่ได้ศึกษา”
“อ่านมันให้ละเอียดรอบคอบด้วย เมื่อเ้าศึกษามันอย่างละเอียดพอแล้ว เ้าจะซ่อนพลังของเ้าได้ หลังจากนี้ต่อให้เ้าไม่ได้สวมแหวน เ้าก็จะไม่เป็ไร” เฉียนหลิงอู่พูดกับฉินชู
“ขอบคุณท่านมาก ข้าจะศึกษามันในภายหลัง หลังจากข้าปรับพลังให้เสถียรแล้ว” ฉินชูกล่าว
หลังจากผ่านไปสี่วัน ฉินชูก็ฝึกฝนวิชาซ่อนลมปราณสำเร็จ เขาไม่เพียงแต่สามารถปกปิดพลังลมปราณได้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงระดับพลังยุทธ์ของเขาด้วย ซึ่งทำให้เขาพึงพอใจมาก
หลังจากฝึกซ้อมแล้ว ฉินชูก็คืนตำราให้กับเฉียนหลิงอู่ “ขอบคุณท่านมาก ข้าฝึกฝนมันจนสำเร็จแล้ว”
“ข้าคิดว่ามันค่อนข้างจะปลอดภัย หากเ้าสามารถซ่อนพลังของเ้าได้”
ฉินชูพยักหน้า หากเขาสามารถซ่อนพลังของตัวเองได้ เช่นนั้นก็ไม่มีปัญหาในการแกล้งทำเป็หมูหลอกกินเสือเลย จากนั้นเขาก็ถามถึงผลของการแช่อ่างโอสถของเฉียนหลิงอู่อีกครั้ง
“ดีมาก นอกจากพลังและเืลมปราณที่พัฒนาแล้ว ยังทำให้ผิวข้าดีขึ้นด้วย” เฉียนหลิงอู่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
ฉินชูอยู่ตำหนักหลิงอู่อีกกึ่งเดือน จากนั้นเขาก็วางแผนที่จะจากไป เขายังมีเื่ที่ต้องทำอยู่
เฉียนหลิงอู่จัดงานเลี้ยงอำลา หลังจากดื่มกินเลี้ยงกันเสร็จ นางจึงหยิบเชือกถักด้วยมือสีฟ้าอ่อนสองเส้นออกมา “เชือกบนหัวของเ้ามันเก่าแล้ว เ้าเอาสองเส้นนี้ไปเถอะ”
“ตกลง!” ฉินชูไม่รอช้า ของที่นางมอบให้ไม่ได้มีราคาแพงอะไร ฉินชูจึงรับมันมา
“หลังจากที่เ้ากลับไป เ้าจงบอกกับผู้าุโของสำนักชิงหยุน ว่าตราบใดที่พวกเขาไม่กระทำการต่อต้านหรือเป็ปรปักษ์กับราชวงศ์เฉียน ราชวงศ์เฉียนจะไม่ส่งคนเข้าไปแทรกแซงสำนักชิงหยุนอีกต่อไป” เฉียนหลิงอู่พูดกับฉินชู
“ข้าจัดการเอง ทั้งเื่จื่อหลวนและสำนักชิงหยุน” ฉินชูกล่าว ตัวเขาเองไม่้าให้คนรอบตัวมีปัญหาเช่นกัน
เขาไม่ยอมรับเกวียนสัตว์อสูรที่เฉียนหลิงอู่เตรียมไหว้ให้ เขาออกจากตำหนักหลิงอู่ ก่อนจะจ้างเกวียนสัตว์อสูรด้วยตัวเอง และออกจากอาณาจักรต้าเฉียนไป
ไม่นานหลังจากที่ฉินชูจากไป เฉียนหลิงเทียนก็มาถึงตำหนักหลิงอู่ “เ้าไม่ควรปล่อยเขาไปตอนนี้”
“เขามีธุระที่ต้องทำ ข้าไม่อาจรั้งเขาไว้ได้” เฉียนหลิงอู่ยัง้ารักษาสัมพันธ์กับฉินชูอยู่ แต่เธอรู้ดีถึงการยืนกรานของฉินชูที่้าออกจากตำหนัก เขามีเื่สำคัญที่ต้องไปทำจริงๆ
“ข้าลองตรวจสอบคนผู้นี้แล้ว แต่ก็ไม่พบสิ่งใดที่ผิดปกติ ข้าควรรู้อะไรหรือไม่?” เฉียนหลิงเทียนมองไปที่เฉียนหลิงอู่
“ข้าบอกเื่นี้กับท่านได้ แต่เื่นี้จะต้องเป็ความลับ” เฉียนหลิงอู่มองไปที่เฉียนหลิงเทียนอย่างจริงจัง
“พวกเ้าออกไปก่อน!” เฉียนหลิงเอ่ยไล่สาวใช้ หลังจากได้รับคำยืนยันจากเฉียนหลิงเทียนแล้ว เฉียนหลิงอู่จึงเริ่มเล่าสิ่งที่นางรู้
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง ฉินหลิงเทียนก็มองไปที่เฉียนหลิงอู่ “เขามีจิติญญากระบี่ เจตจำนงกระบี่ ทั้งยังมีสายเืศักดิ์สิทธิ์ เขาอายุเพียงสิบเจ็ดปีเท่านั้น... นี่เป็เพราะเขามีความสัมพันธ์ที่ดีกับน้องหญิง ไม่เช่นนั้นข้าคงต้องกำจัดเขาเป็แน่ เขาเป็ภัยคุกคามเกินไป”
ฉินชูออกจากูเาเมื่ออายุสิบห้าปี จากนั้นเข้าร่วมนิกายชิงหยุนเกือบสองปี ในขณะที่อายุยังไม่ถึงสิบแปด
“ข้าจะจัดการกับเขาเอง จะไม่ปล่อยให้เขากลายเป็ศัตรูกับราชวงศ์เฉียนแน่ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเขา้าออกไปใช้ชีวิตด้านนอก ไม่คิดที่จะอยู่สำนักชิงหยุนไปตลอด” เฉียนหลิงอู่กล่าว
เฉียนหลิงเทียนครุ่นคิด “ตระกูลเืศักดิ์สิทธิ์หรือ... ไม่ใช่เื่เล็กๆ เลยเกี่ยวกับตระกูลเืศักดิ์สิทธิ์ ฉินชูผู้นี้มาจากตระกูลใดกัน?"
“ยากที่จะพูดนัก แต่โม่เต้าจื่อจะเป็ผู้พยากรณ์เื่นี้” เฉียนหลิงอู่กล่าว
