ซูิเยว่จับมือของหญิงบ้าเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้นางขยับตัวมั่วซั่ว นางเองก็ทนไม่ไหวแล้ว แต่ตอนนี้มีแค่วิธีเดียวเท่านั้น เข็มเงินที่แทงเข้าไปในจุดนี้จะทำให้คนได้สติกลับมาใน่เวลาสั้นๆ
เพียงครู่เดียวหญิงบ้าก็ค่อยๆ สงบลง นางวางมือลงแล้วมองซูิเยว่อย่างตกตะลึง แววตากลับมามีสติแจ่มชัด
ซูิเยว่ตื่นเต้นเล็กน้อย สองมือวางตรงบ่าของหญิงบ้า ค่อยๆ ถามอย่างระมัดระวัง “เ้ารู้หรือไม่ว่าข้าคือใคร?”
หญิงบ้าไม่ได้ตอบ แต่สายตามองไปรอบๆ ห้อง สุดท้ายถึงจะกลับมาที่ใบหน้าของซูิเยว่ แววตาก็ค่อยๆ ตื้นตันขึ้นมา น้ำตาพรั่งพรูออกมา นางพูดด้วยริมฝีปากสั่น “เ้า...เ้าเป็ใคร?”
ซูิเยว่ชะงักไปแล้วสบตากับจี๋โม่หาน ก่อนจะพูดออกมา “ข้าคือซูิเยว่ เ้ามีความสัมพันธ์อะไรกับฉินหว่านมารดาของข้า?”
หญิงบ้าได้ยินชื่อนี้ก็มีปฏิกิริยามากกว่าเดิม สีหน้าก็เหมือนกำลังอดกลั้นอะไรอยู่ เนิ่นนานกว่าจะยื่นมือขึ้นมาลูบใบหน้าของซูิเยว่ นางพูดเสียงสั่น “เ้าคือิเยว่ เ้าโตขนาดนี้แล้วหรือนี่”
ซูิเยว่ดีใจเล็กน้อย “ท่านรู้จักข้าหรือ?”
หญิงบ้าพยักหน้าช้าๆ น้ำตาไหลออกมาจากขอบตาทีละหยด เสียงของนางสั่นมาก “ข้าคือน้าของเ้า ข้าคือน้าของเ้า”
ซูิเยว่ชะงักไป จี๋โม่หานที่อยู่ด้านข้างก็ชะงักไปเช่นกัน
หญิงบ้าพุ่งเข้ามารวบซูิเยว่เข้าไปในอ้อมกอด ทั้งตัวสั่นไปหมด “ิเยว่ ิเยว่”
ซูิเยว่ที่ใกับเื่นี้ยังดึงสติกลับมาไม่ได้ ทำได้แค่ปล่อยให้หญิงบ้ากอดไปนิ่งๆ
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง อารมณ์ของหญิงบ้าค่อยๆ สงบลง นางถึงจะปล่อยซูิเยว่ออก ใบหน้าเต็มไปด้วยความรัก สายตาอ่อนโยนจ้องมาที่นาง “ข้าว่าแล้ว ข้าว่าแล้วว่าเ้าคือิเยว่ เ้าเหมือนกับแม่ของเ้ามาก”
ซูิเยว่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ กดความรู้สึกพวกนั้นลงไปในอก นางมองหญิงบ้าแล้วพูด “ท่านเป็ท่านน้าของข้าหรือนี่ เช่นนั้นเหตุใดท่านถึงได้ไปอยู่ในวังได้”
หญิงบ้าไม่ตอบ แต่มองไปด้านหลัง พอเห็นจี๋โม่หานก็ระมัดระวังขึ้นมา “เขาเป็ใคร?”
จี๋โม่หานตอบ “ข้าเป็ว่าที่สามีของแม่หนู”
ซูิเยว่จับมือของหญิงบ้าเอาไว้ “ท่านน้าอย่ากลัวเลย เขาไม่ใช่คนร้าย เขาคือองค์ชายสามจี๋โม่หานของเมืองหลวง เขากับข้าช่วยกันพาท่านออกมาจากเงื้อมมือของฮ่องเต้”
หญิงบ้าได้ยินชื่อของฮ่องเต้สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที แววตาที่เต็มไปด้วยความรักก็เปลี่ยนไปเกลียดชังทันที
ซูิเยว่ถอนหายใจ “ท่านน้า ท่านถูกฮ่องเต้วางยาจนสติเลอะเลือน ตอนนี้ข้ารักษาท่านให้สติกลับมาเป็ปกติได้แค่ใน่เวลาสั้นๆ เท่านั้น ข้าอยากจะรู้ว่าตอนนั้นเกิดเื่อะไรขึ้น เหตุใดท่านถึงถูกขังอยู่ในวังเย็น?”
ความเกลียดชังในแววตาของหญิงบ้าค่อยๆ ลดลง นางมองซูิเยว่แล้วถอนหายใจ
“ในเมื่อเ้าโตขนาดนี้แล้ว เช่นนั้นข้าจะบอกความจริงทั้งหมดก็แล้วกัน ข้าชื่อว่าฉินเจิง เป็พี่น้องของฉินหว่านแม่ของเ้า แม่ของเ้าแก่กว่าข้าสองปี พวกเราเป็คนเผ่าแม้ว
ั้แ่เกิดมาแม่ของเ้าก็เป็นักบุญหญิงในเผ่าของพวกเรา แต่ว่าแม่ของเ้าไม่อยากโดนผูกมัดแบบนั้น นางจึงออกมาจากเผ่าตัวคนเดียว
ตาของเ้าโกรธจัดจนล้มป่วยแล้วจากไป แต่หลังจากที่แม่ของเ้าออกไปก็ส่งจดหมายมาบอกว่าปลอดภัยอยู่บ่อยครั้ง
ต่อมาแม่ของเ้าก็เขียนจดหมายมาบอกข้าว่า นางเจอคนดีคนหนึ่งที่เมืองหลวง แต่หลังจากนั้นแม่ของเ้าก็ไม่ส่งข่าวอะไรกลับมาอีกเลย แล้วก็ไม่ได้เขียนจดหมายกลับมาด้วย
ข้ารออยู่สองสามปีก็เริ่มวางใจไม่ได้จึงตัดสินใจไปหานางที่เมืองหลวงคนเดียว หลังจากถึงเมืองหลวงแล้วข้าก็ได้ยินว่าฮูหยินของจวนสกุลซูได้จากไปสองปีกว่าแล้ว ข้าไม่เชื่อ จึงไปหาพ่อของเ้า แต่คิดไม่ถึงว่าจะติดกับฮ่องเต้เช่นนี้”
ฉินเจิงพูดถึงตรงนี้อารมณ์ก็รุนแรงขึ้นมา นางจับมือของซูิเยว่แล้วพูดอย่างหวาดกลัว “เ้าอย่าไปเชื่อซูโม่เด็ดขาดนะ อย่าไปเชื่อสกุลซูนั่น เขาไม่ใช่พ่อของเ้า เขาคือตัวปลอม”
“ข้ารู้แล้วเ้าค่ะ” ซูิเยว่พยักหน้า “วางใจเถิด ท่านน้า ข้ารู้เื่ทั้งหมดแล้ว”
อารมณ์ของฉินเจิงถึงค่อยๆ สงบลงแล้วเล่าต่อ “ข้าติดกับฮ่องเต้ ทั้งยังถูกเขาจับขังเอาไว้ ตอนนั้นถึงได้รู้ว่าฉินหว่านแม่ของเ้ากับพ่อของเ้าตายไปนานแล้วด้วยน้ำมือของเขา
ตอนนั้นข้าอยากจะช่วยเ้า แต่ว่าตอนที่ข้าออกมาก็ไม่ได้บอกคนในเผ่าว่าจะออกมาตามหาแม่ของเ้า ฮ่องเต้จึงขังข้าเอาไว้ในวังนั่น ต่อมาข้าก็ไม่รู้อะไรอีกแล้ว”
ซูิเยว่เข้าใจทันที หลังจากนั้นฉินเจิงคงจะถูกฮ่องเต้วางยาให้เป็บ้า ดังนั้นนางจึงไม่มีความทรงจำหลังจากนั้น “เช่นนั้นเหตุใดฮ่องเต้ถึงไม่ถอนรากถอนโคน เหตุใดยังขังท่านอยู่ในวังมาได้ตั้งหลายปี?”
แววตาของฉินเจิงประกายเกลียดชังแล้วกำหมัดแน่น “เพราะเขารู้เื่ฐานะของข้า เขาบีบให้ข้าหลอมยาอายุวัฒนะให้กับเขา เขาอยากจะอายุยืนยาวไม่อยากตาย”
ประโยคสุดท้ายจบลง ภายในห้องก็เงียบสนิทจนแม้แต่เข็มตกก็ยังได้ยินเสียง
ซูิเยว่เบิกตากว้างด้วยความใ ใบหน้ามีแต่คำว่าไม่อยากจะเชื่อแปะอยู่
นางหันไปมองจี๋โม่หานที่อยู่ด้านข้างอย่างตกตะลึง จี๋โม่หานเองก็ขมวดคิ้วแน่น แสดงออกว่าไม่รู้เื่พวกนี้
ฉินเจิงถอนหายใจแล้วมองซูิเยว่อย่างรักใคร่ “เป็น้าเองที่ไม่ได้เื่ ไม่ได้ปกป้องเ้าให้ดี น้าทำให้เ้าเจอเื่ลำบากแล้ว”
ซูิเยว่ก้มหน้าลงแล้วส่ายหน้า ขอบตาปวดมากจนทรมาน “ไม่เป็ไรเ้าค่ะท่านน้า เื่ทั้งหมดจะดีขึ้นเอง ท่านวางใจเถิด พวกเราช่วยท่านออกมาแล้ว ข้าจะต้องรักษาท่านให้หาย หนี้แค้นกับฮ่องเต้ ข้าจะไปคิดบัญชีกับเขาเอง”
ฉินเจิงหัวเราะ “เช่นนั้น...เช่นนั้นก็ดี....”
พอเสียงพูดหยุดลงฉินเจิงก็พลันสลบไป หัวซบลงที่ตัวของซูิเยว่
“แม่หนู?”
“ไม่เป็ไร” ซูิเยว่พยุงฉินเจิงแล้วหันไปอธิบายกับจี๋โม่หาน “นางแค่หมดแรงเท่านั้น เข็มเงินทำให้นางฟื้นฟูสติมาได้แค่ชั่วคราว”
ซูิเยว่พยุงฉินเจิงไปนอน ก่อนจะเอาเข็มเงินบนหัวของนางออก จากนั้นก็หันกลับมามองฉินเจิงที่หลับสนิท แววตาประกายความมุ่งมั่นออกมา
“เอาล่ะ แม่หนู” จี๋โม่หานจับมือของนาง “มีข้าอยู่ ทุกเื่จะแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว”
ซูิเยว่มองเขาพลันรู้สึกเบาใจขึ้นมา นางไม่รู้ว่า่นี้จี๋โม่หานวางแผนอะไรอยู่ เขาไม่พูดอะไร นางเองก็ไม่ได้ถาม แต่ที่นางรู้คือจะต้องเกี่ยวข้องกับฮ่องเต้แน่นอน
“่นี้ยังต้องให้ท่านจัดคนมาดูแลท่านน้า ทางด้านฮ่องเต้คงไม่ยอมโดนหลอกง่ายๆ แบบนี้แน่” นางพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “หม่อมฉันมีญาติแค่คนเดียวแล้ว”
ตอนที่นางรู้ว่าพ่อแม่ของนางจากไปนานแล้ว นางคิดว่าตัวเองอยู่บนโลกใบนี้ตัวคนเดียว แต่ตอนนี้นางยังมีน้าอยู่หนึ่งคน ถึงแม้พวกนางจะไม่ได้ผูกพันกันมากเท่าไร แต่พวกนางก็ยังมีสายเืที่เชื่อมถึงกัน เป็ความสัมพันธ์ที่ตัดกันไม่ขาด
“ข้ารู้ วางใจเถิด” องค์ชายรวบซูิเยว่เข้ามาในอ้อมกอด แววตาประกายเย็นเยียบขึ้นมา
“พรุ่งนี้ข้าจะส่งคนพาน้าของเ้าไปที่ที่ปลอดภัย รอทางนี้จัดการเื่เสร็จแล้ว ต่อไปก็ไม่มีใครมาทำร้ายได้แล้ว”
