“เด็กโง่ เหตุใดเ้าจึงคิดเื่เช่นนี้ออกมาได้ ก่อนมาบนแดน์อาจารย์ต้องปวดหัวกับเ้ามากใช่ฤาไม่” หนิงเอ๋อชะงักนิ่ง แล้วก้มหน้าลงเล็กน้อยไม่ตอบคำถาม
“หนิงเอ๋อข้ารู้ว่าเ้าอยากกลับไปหาอาจารย์ แต่ตอนนี้เ้าอยู่บนแดน์ จักทำตามใจเหมือนตอนที่อยู่สำนักิเซียนไม่ได้ บนนี้มีกฎและธรรมเนียมมากมาย หากเ้าคิดปฏิเสธองค์ชายรองเพราะ้ากลับไปหาอาจารย์ล่ะก็ ไม่ง่ายอย่างที่คิด บางทีเ้าอาจโดนลงโทษให้ไปอยู่ในแดนมนุษย์ ซึ่งจะไม่มีโอกาสร้องขอสิ่งใดอีก” คำสอนของอิงอิงทำให้เซียนน้อยเลื่อนสายตาไปยังสระน้ำด้านข้าง
“เหตุใดการใช้ชีวิตบนแดน์จึงยากเย็นเช่นนี้”
เสียงประตูไม้ปิดลงเบา ๆ ร่างอันแสนงดงามขององค์หญิงฟางเหนียงในชุดสีชมพูอ่อนพร้อมกลิ่นดอกงิ้ว ลอยละล่องอบอวลภายห้องบรรทม สองเท้าค่อย ๆ ก้าวเข้ามายังเตียงนอนด้วยใจเหม่อลอย ก่อนหวนนึกถึงเื่ราวต่าง ๆ ในอดีตที่ผ่านมา
“ฟางเหนียงข้าให้เ้า” สุรเสียงอ่อนโยนขององค์ชายรองเอ่ยขึ้น ท่ามกลางสายลมอ่อนพัดมาปะทะกาย เขายื่นพัดกระดาษให้นางพร้อมรอยยิ้มแสนอบอุ่น
“ให้ข้าฤาเพคะ” องค์ชายรองพยักหน้า พร้อมร่างสูงค่อย ๆ ย่อตัวลงนั่งด้วยท่าทางสุขุม ขณะที่หญิงสาวก้มมองพัดเล่มนั้น ที่มีลายพระหัตถ์ของเขาบรรจงวาดไว้อย่างสวยงาม เป็รูปหงส์คู่ที่กำลังบินเกี้ยวกันอยู่กลางนภา พร้อมกับสลักชื่อนามของกันและกันไว้ แสดงความหมายบางอย่างซ่อนอยู่ในนั้น
“องค์ชายรองวาดด้วยองค์เองเหรอเพคะ”
“เ้าเคยบอกข้ามิใช่ฤา ว่าเ้าอยากได้พัดฝีมือวาดของข้า”
“เพคะ แต่ไม่คิด ว่าท่านจะทำให้ข้าจริง ๆ”
“ฟางเหนียง นับจากเด็กจนโต เ้าเคยเห็นข้าละเลยเ้าสักครั้งฤาไม่ มีแต่เ้าที่ละเลยข้า บางทีทำคล้ายใส่ใจ บางทีทำคล้ายห่างเหิน แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความรู้สึกของข้าเปลี่ยนไปจากเ้าแม้แต่น้อย กลับกันความรู้สึกของข้า ยังมั่นคงต่อเ้าเสมอ และตลอดไป” ฟางเหนียงเลื่อนสายตามองเขาอย่างมีความหมาย คำพูดอ่อนโยนทำให้นางซาบซึ้งเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“เหตุใดจึงมองข้าเช่นนั้น” เจี้ยนลู่ฟางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ท่านดีต่อข้าเสมอมา ยามข้าร้องไห้ มีเพียงท่านที่เข้ามาปลอบโลม ยามข้าโดดเดี่ยว เป็ท่านที่เข้ามาพูดคุยพอให้คลายเหงา น้ำใจเช่นนี้ข้าไม่อาจรับได้จากผู้ใด”
“เ้าคิดงั้นฤา”
“เพคะ” สิ้นเสียงของนางฟางเหนียง นางแอบเห็นเขาลอบยิ้มออกมา เป็รอยยิ้มแสนบริสุทธิ์และอบอุ่นที่สุดเท่าที่นางเคยเห็น
“เ้าชอบพัดเล่มนี้ฤาไม่”
“ชอบเพคะ” ความประทับใจในครั้งนั้น ติดตรึงในความทรงจำจนถึงตอนนี้ ฟางเหนียงสละภาพในอดีต แล้วเดินไปหยิบเอาพัดเล่มนั้นขึ้นมา พร้อมหยดน้ำตาที่รินไหลลงอาบแก้ม
“หัวใจของข้ามอบให้ท่านเพียงผู้เดียวเสมอมา รู้ฤาไม่ วันที่เจี้ยนลู่จินขอสละตำแหน่งองค์รัชทายาท เพื่อไปบำเพ็ญเพียรที่เขาซันไป๋ ข้าดีใจมากเพียงใด ที่รู้ว่าภายภาคหน้าตำแหน่งองค์รัชทายาทจะเป็ของท่าน” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“แต่แล้ว ท่านยืนยันไม่รับตำแหน่งองค์รัชทายาทต่อจากเจี้ยนลู่จิน เหตุนี้ทำข้าผิดหวังอย่างมาก” ฟางเหนียงพูดพร้อมลูบไล้ไปยังพัดเล่มนั้นด้วยความรู้สึกเสียใจ
“หากท่านยอมรับตำแหน่งองค์รัชทายาทจากเจี้ยนลู่จิน เื่ทุกอย่างคงไม่เป็เช่นนี้ ยิ่งกว่านั้นท่านคงไม่รู้ว่าข้าเ็ปเพียงใด ที่เห็นท่านประกาศแต่งตั้งหนิงเอ๋อขึ้นเป็ชายา หัวใจข้าหาใช่ศิลาอันแข็งแกร่งที่จะไม่รู้สึกเ็ป” ฟางเหนียงหลับตาลงแล้วปล่อยน้ำตาไหลรินลงมาด้วยความรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยวอย่างถึงที่สุด
ท่ามกลางสวนบูรพาที่สายลมยังพัดโชยมาเป็ระลอก พร้อมความเงียบสงัด เหล่าผีเสื้อบินตอมบุปผาที่ขึ้นชูช่อโดดเด่น พร้อมประกายแห่งรัศมีของดินแดน์ สว่างไสว งดงามราวกับภาพวาด
ร่างขององค์ชายรองนั่งดื่มสุราตามลำพัง ในใจท้อแท้สิ้นหวัง หลังจากนึกถึงคำปฏิเสธของฟางเหนียง เขารู้สึกคล้ายกับกำลังตกจากที่สูง ลอยละลิ่วลงสู่ก้นเหว ไม่อาจไขว่คว้าหาสิ่งใดยึดเหนี่ยว ใบหน้าคมนิ่งเงียบ มองดูถ้วยสุราแล้วยกดื่มรวดเดียวหมด ความฝันที่เคยมีฟางเหนียงร่วมชีวิต สลายหายกลายเป็ธุลีดิน ไม่อาจไขว่คว้านางกลับมาสู่อ้อมกอดได้อีก เจี้ยนลู่ฟางรินสุราเลิศรสลงถ้วย แล้วยกดื่มครั้งแล้วครั้งเล่า ให้ลืมความเ็ป
ไม่นานนักผีเสื้อตัวน้อยก็บินมาเกาะที่มือของเขา มันกางปีกชูลวดลายสวยงาม ก่อนจะบินหนีไป ทันใดนั้นองค์ชายรองจึงใช้พลังแห่งเทพ ดึงผีเสื้อน้อยดังกล่าวกลับมา เมื่อพิจารณาดูจึงพบว่ามันคือผีเสื้อหลากสี ที่ฟางเหนียงโปรดปรานมากที่สุด
“นางทำเหมือนว่ามีใจให้ข้า แต่สุดท้ายเลือกที่จะทอดทิ้ง นางทำเช่นนี้คล้ายเห็นข้าเป็ของตายไร้ชีวิต ไร้ความรู้สึก” เจี้ยนลู่ฟาง พูดพลางยกสุราดื่มเป็ครั้งสุดท้าย
