บทที่ 4 : สวามีข้า... ดุนะเ้าคะ
เสียงทุบประตูไม้ไผ่ดังโครมครามจนฝุ่นร่วงกราวลงมาจากหลังคา ตามมาด้วยเสียงก่นด่าที่แสบแก้วหูราวกับเสียงเป็ดโดนเชือด
"นังตัวดี! เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ! ข้ารู้นะว่าเ้าแอบซุกหัวอยู่ในนั้น คิดจะแกล้งตายเพื่อหนีความผิดหรือไง ฮึ!"
มู่หว่านชิงถอนหายใจ เฮือกใหญ่ นางหันไปสบตากับเซียวเหยียนซานที่นั่งนิ่งอยู่มุมห้อง เขายังคงสงบราวกับรูปปั้น แต่รังสีอำมหิตรอบตัวเริ่มแผ่ออกมาจางๆ จนอากาศในห้องเย็นลงวูบหนึ่ง
"ท่านนั่งอยู่ตรงนี้ ห้ามส่งเสียง ห้ามขยับ จนกว่าข้าจะเรียก... เข้าใจไหม?" นางกระซิบสั่งเสียงเข้ม
ชายหนุ่มเลิกคิ้วเล็กน้อยภายใต้ผ้าปิดตา แต่ก็พยักหน้ารับเบาๆ
มู่หว่านชิงจัดเสื้อผ้าที่มอมแมมให้เข้าที่ ขยี้ผมให้ยุ่งเหยิงเล็กน้อยเพื่อให้ดูน่าเวทนา ก่อนจะเดินไปกระชากประตูเปิดออก
ผัวะ!
ประตูไม้ไผ่ที่ถูกเปิดออกกะทันหันทำให้ 'ป้าสะใภ้หลิว' หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วมที่กำลังจะยกเท้าถีบซ้ำเสียหลักถลาหน้าเกือบทิ่ม นางรีบยันกายขึ้นมา จ้องมองมู่หว่านชิงด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม
"ยังไม่ตายจริงๆ ด้วย! นังคนดวงแข็ง!" ป้าสะใภ้หลิวเท้าสะเอว แผดเสียงดังลั่นหวังให้ชาวบ้านแถวนั้นได้ยิน "ข้านึกว่าเ้าหนาวตายไปแล้วเสียอีก จะได้ไม่ต้องเปลืองเสื่อผืนมาห่อศพ!"
"ป้าสะใภ้..." มู่หว่านชิงแสร้งทำเสียงสั่นเครือ ร่างกายโอนเอนเหมือนจะล้ม "ท่าน... ท่านมาเยี่ยมข้าหรือเ้าคะ? ข้า... ข้าหิวเหลือเกิน ท่านมีข้าวต้มสักถ้วยหรือไม่?"
"เยี่ยมบิดาเ้าสิ!" หญิงอ้วนตวาดแว้ด "ข้ามาทวงที่ดินผืนนี้คืน! พ่อเ้าสั่งมาว่า ถ้าเ้าตายไปแล้ว ก็ให้รื้อกระท่อมนี้ทิ้งซะ แล้วเอาที่ดินไปทำเล้าหมู แต่ถ้ายังไม่ตาย... ก็ไสหัวออกไปซะ! พี่ชายเ้ากำลังจะแต่งเมีย เขา้าที่ดินตรงนี้ไปปลูกเรือนหอ!"
มู่หว่านชิงลอบกำหมัดแน่นในใจ 'ไอ้ครอบครัวสารเลวนี่... ไล่ลูกสาวมาตายไม่พอ ยังจะตามมาแย่งที่ซุกหัวนอนที่สุดท้ายอีก'
แต่ภายนอก นางกลับบีบน้ำตาไหลพราก "แต่ท่านพ่อเขียนหนังสือตัดขาดข้าแล้ว ยกที่ดินรกร้างผืนนี้ให้ข้าเป็ค่าชดเชย หากข้าไม่มีที่นี่ ข้าจะไปอยู่ที่ไหน..."
"เื่ของเ้าสิ! จะไปเป็ขอทานหรือไปขายตัวในเมืองก็เชิญ!" ป้าสะใภ้หลิวแสยะยิ้มร้ายกาจ นางเหลือบมองเข้าไปในกระท่อมมืดสลัว "แล้วนั่นซ่อนอะไรไว้? ได้กลิ่นหอมๆ ... แอบขโมยไก่ใครมาต้มกินใช่ไหม!?"
ด้วยความโลภ ป้าสะใภ้หลิวผลักมู่หว่านชิงจนเซถลาล้มลงกับพื้นโคลน แล้วทำท่าจะพุ่งเข้าไปในกระท่อมเพื่อแย่งของกิน
"อย่านะ!" มู่หว่านชิงร้องห้าม "ข้างในนั้นมี..."
"มีอะไร! หลีกไป!"
ป้าสะใภ้หลิวก้าวเท้าเข้าไปในธรณีประตู แต่แล้วเท้าของนางก็ต้องชะงักค้าง กลางอากาศ...
เพราะสายตาของนางปะทะเข้ากับ 'เงาทะมึน' ที่นั่งตระหง่านอยู่กลางห้อง
ท่ามกลางแสงสลัว บุรุษชุดดำรูปร่างสูงใหญ่ไหล่กว้างนั่งขัดสมาธิอยู่บนกองฟาง ใบหน้าครึ่งบนถูกพันด้วยผ้าสีดำดูน่ากลัว ส่วนมือข้างหนึ่ง... กำด้ามดาบสีดำสนิทเอาไว้แน่น
แม้จะมองไม่เห็นดวงตา แต่ป้าสะใภ้หลิวกลับรู้สึกเหมือนมีเข็มหมื่นเล่มทิ่มแทงไปทั่วร่าง ขนคอลุกชันโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวนางกรีดร้องว่า 'หนีไป! ตัวอันตราย!'
"นะ... นั่น... นั่นใคร!?" นางชี้มือสั่นระริก ปากคอเริ่มสั่น
มู่หว่านชิงเห็นจังหวะเหมาะ จึงรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นวิ่งไปขวางหน้าประตู แสร้งทำท่าปกป้องชายคนนั้น
"ป้าสะใภ้ อย่าเสียงดังไปเ้าค่ะ!" นางกระซิบเสียงตื่นตระหนก "เดี๋ยว 'สามี' ของข้าจะตื่น!"
"สะ... สามี!?" ป้าสะใภ้หลิวตาถลน "เ้าไปมีผัวั้แ่เมื่อไหร่!?"
"เมื่อคืนเ้าค่ะ..." มู่หว่านชิงกุเื่หน้าตาย "เขาเป็พรานป่าที่ผ่านมา หลงรักข้าจนหมดใจ เรากราบไหว้ฟ้าดินกันแล้ว ตอนนี้ข้าเป็คนของสกุลเขา ที่ดินผืนนี้ก็เป็สินเดิมของข้า... ท่านจะมายึดเรือนหอของข้าไม่ได้นะเ้าคะ!"
ในขณะที่ป้าสะใภ้หลิวกำลังอึ้งกิมกี่ เซียวเหยียนซานที่นั่งฟังอยู่ข้างในถึงกับมุมปากกระตุก 'สามี? พรานป่า? หลงรักจนหมดใจ? ... สตรีผู้นี้ช่างกล้าแต่งเื่นัก'
แต่เขาก็รู้หน้าทื่... แม่ทัพหนุ่มจงใจขยับตัวเล็กน้อย ดึงดาบออกจากฝักเพียงหนึ่งนิ้ว เคร้ง! เสียงโลหะเสียดสีกันดังกังวานก้อง สะท้อนความคมกริบที่พร้อมจะดื่มเื
"ใคร... บังอาจรบกวนเวลานอนของข้า?"
เสียงทุ้มต่ำที่ดัดให้แหบพร่าและอำมหิตดังลอดออกมาจากความมืด มันไม่ใช่เสียงะโ แต่เป็เสียงคำรามต่ำๆ เหมือนเสือร้ายที่กำลังหงุดหงิด
ป้าสะใภ้หลิวหน้าซีดเผือด ขาแข้งอ่อนจนแทบทรุด นางไม่รู้ว่าชายคนนั้นเป็ใคร แต่รังสีฆ่าฟันที่แผ่ออกมานั้นไม่ใช่สิ่งที่ชาวบ้านร้านตลาดจะมีได้ "ผะ... ผัวเ้า... เป็โจรป่าหรือเปล่าเนี่ย!"
"เขาเป็พรานเ้าค่ะ! แต่... เอ้อ เขาอารมณ์ร้ายนิดหน่อยเวลาโมโหหิว" มู่หว่านชิงแสร้งทำหน้าหวาดกลัว "ป้าสะใภ้รีบกลับไปเถิด ถ้าเขาโกรธขึ้นมา ข้าก็ห้ามไม่อยู่นะเ้าคะ... เมื่อวานเขาก็เพิ่งจะหักคอหมีด้วยมือเปล่าไปตัวหนึ่ง..."
คำว่า 'หักคอหมี' ทำเอาป้าสะใภ้หลิวสติหลุดกระเจิง "ฝะ... ฝากไว้ก่อนเถอะนังตัวดี! เื่นี้ไม่จบง่ายๆ แน่! ข้าจะไปฟ้องพ่อเ้าว่าเ้าทำงามหน้า พาผู้ชายเข้าบ้าน!"
หญิงอ้วนรีบกลับหลังหัน วิ่งโกยแน่บปานลมพัด หกล้มคลุกคลานไปตามทางเดินโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย
...
เมื่อความสงบกลับคืนมา มู่หว่านชิงถอนหายใจยาว ปิดประตูลงกลอน แล้วหันกลับมามอง 'สามีหมาดๆ' ของนาง
เซียวเหยียนซานนั่งกอดอก หันหน้ามาทางนาง แม้จะมองไม่เห็นสายตา แต่นางก็รู้ว่าเขากำลังจับผิด
"พรานป่า? หลงรักเ้าหมดใจ? กราบไหว้ฟ้าดิน?" เขาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง "เ้าแต่งเื่ได้เก่งกาจสมเป็นักเล่านิทานนะ... ฮูหยิน"
คำว่า 'ฮูหยิน' ที่เขาจงใจเน้นเสียง ทำเอามู่หว่านชิงหน้าร้อนวูบ "สถานการณ์คับขัน ข้าจำเป็ต้องยืมบารมีท่านมาขู่ยัยป้านั่นต่างหากเล่า! ไม่อย่างนั้นเราสองคนคงไม่มีที่ซุกหัวนอนแน่"
นางเดินไปนั่งลงข้างกองไฟ หยิบมันเผาที่เย็นชืดแล้วขึ้นมากินแก้เขิน "อีกอย่าง... ท่านเองก็ได้ประโยชน์นะ ถ้าคนเข้าใจว่าท่านเป็สามีข้า ท่านก็อยู่ที่นี่ได้อย่างเปิดเผย ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ใครถามข้าก็จะบอกว่าท่านเป็เขยแต่งเข้าบ้าน จบเื่!"
"เขยแต่งเข้าบ้าน..." เซียวเหยียนซานทวนคำเสียงสูง กลั้นขำจนไหล่สั่น แม่ทัพใหญ่ผู้บัญชาการทหารนับแสน ต้องมาตกอับเป็เขยแต่งเข้าบ้านในกระท่อมรูหนู... ช่างเป็ตลกร้ายที่ขำไม่ออกจริงๆ
"เอาเถอะ ข้าจะยอมเล่นตามน้ำไปก่อน" เขาเอ่ยเสียงเรียบ "แต่เ้าจงจำไว้... การโกหกว่าเป็เมียข้า ผลที่ตามมาอาจจะหนักหนากว่าที่เ้าคิด"
"ข้าไม่กลัว!" มู่หว่านชิงเชิดหน้าขึ้น "ขอแค่ตอนนี้ไม่อดตาย เื่อื่นค่อยว่ากัน!"
นางไม่รู้เลยว่า... คำพูดพล่อยๆ ในวันนี้ จะกลายเป็พันธนาการที่ผูกมัดชีวิตของนางไว้กับบุรุษผู้เป็ตำนานผู้นี้... ตลอดไป
