อืม… เสี่ยวตงลูบคางครุ่นคิดอย่างจริงจัง
“อันที่จริงข้าก็ไม่รู้ แต่ว่าท่านลุงหนิงเป็คนดีมาก เขายังสอนตำราให้เราอ่านออกเขียนได้ แม้ยามปกติมักจะทะเลาะกับท่านอา แต่เขาก็ดีกับท่านอามาก”
เฮ้อ… ดีก็ดีอยู่หรอก เพียงแต่…
ต้าเป่าลังเล เกาหัวจนยุ่งไปหมดก็ยังคิดไม่ออกว่าควรจะบอกว่าไม่ดีตรงไหน
แต่เขารู้สึกเศร้าอย่างประหลาด
เสี่ยวตงที่เหมือนผู้ใหญ่อ่านความคิดของเขาได้ทะลุปรุโปร่ง “เ้าคงกลัวว่าหลังจากท่านอามีอาเขยก็จะไม่รักเ้าใช่หรือไม่?”
ต้าเป่าตะลึงและคิดจะโบกมือ แต่ใบหน้ากลับสื่อออกมาชัดว่า ‘ท่านรู้ได้อย่างไร’
“ข้า… ข้าไม่ได้คิดแบบนั้น พี่เสี่ยวตงอย่าพูดบ้าๆ นะ”
มีเสียงขบขันเบาๆ เสี่ยวตงที่เป็พี่ใหญ่ตบบ่าของเขาอย่างหนักแน่นสุขุม “เ้าคิดมากไปแล้ว ท่านอาไม่มีทางไม่รักพวกเราหรอก ยิ่งมีท่านลุงหนิง ก็จะยิ่งมีคนที่รักเราเพิ่มอีกหนึ่งคน เ้าไม่ชอบหรือ?”
เอ๋? แบบนี้ก็ได้หรือ? สมกับเป็พี่ใหญ่ของบ้าน เข้าใจอะไรได้ถ่องแท้เหลือเกิน
ต้าเป่าได้ยินก็สบายใจและล้มตัวลงนอน กระชับผ้าห่มผืนเล็กของตน “อืม เช่นนั้นวันรุ่งขึ้นข้าจะเรียกท่านลุงหนิงว่าท่านพ่อ!”
เสี่ยวตง “…”
เขาแทบจะขำกลิ้งกับความคิดสมองกลับของเ้าซื่อบื้อตัวน้อย เขาจับน้องชายเขย่าตัวและสอนอย่างตั้งใจ
“ท่านลุงหนิงกับท่านอายังไม่แต่งงานกัน เ้าจะเรียกเขาว่าท่านพ่อไม่ได้ เช่นนี้จะส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของท่านอา เข้าใจหรือไม่?”
เอิ่ม… เหมือนว่าจะมีเหตุผล
เพียงแต่ ข้ากลัวว่าตนเองจะหักห้ามใจไม่อยู่… ท่านลุงหนิงกับท่านแม่รูปโฉมงามสง่าทั้งคู่ เวลาพวกเขายืนด้วยกันนั้นเหมาะสมอย่างยิ่ง อยากให้พวกเขาแต่งงานกันเดี๋ยวนี้ จากนั้นก็จะมีสองคนที่รักเขากับพี่ชายและพี่สาว!
ต้าเป่ากอดเข่าและพยักหน้าเหมือนรู้ ท้ายที่สุดก็หาวอย่างกลั้นไม่อยู่ “พี่เสี่ยวตง ท่านเข้านอนเร็วๆ นะ ต้าเป่าง่วงแล้ว”
เสี่ยวตง “…” เมื่อครู่ยังบอกว่านอนไม่หลับไม่ใช่หรือ?
เขาเองก็นอนลง หันไปจัดมุมผ้าห่มให้น้องชายเรียบร้อยแล้วก็ผล็อยหลับไป…
หลายวันมานี้กิจการรุ่งเรืองยิ่ง เป็ดตุ๋นขายได้วันละสามหม้อ ที่ขายได้มากที่สุดคงเป็เถ้าแก่โรงเตี๊ยมในตำบลกับโรงเตี๊ยมเฮ่อเซียนจวี สั่งแต่ละครั้งก็หลายสิบชั่ง พอนำไปหั่นวางใส่จาน ก็ขายหมดทันที
จนปัญญา เพราะเมื่อเป็ดดำเสิ่นเปิดร้าน กลิ่นหอมฟุ้งก็จะกลบร้านอาหารตุ๋นของที่อื่นๆ จนร้านอาหารตุ๋นที่เคยเปิดมาก่อนดำเนินกิจการต่อไม่ได้หลายร้าน
คนเ่าั้เดิมทีคิดจะแอบมาฝึกเคล็ดลับการปรุงของสกุลเสิ่น แต่เสิ่นม่านเพียงแค่ยิ้มแย้มและหาข้ออ้างมากมายมาขับไล่คนเ่าั้ออกไปอ้อมๆ
ในที่สุดคนเหล่านี้ก็เข้าใจหลักการข้อหนึ่ง โฉมงามใช่ว่าจะไร้สมองเสมอไป อัปลักษณ์ก็หลักแหลมเกินคนได้ เสิ่นม่านเหนียงคือตัวอย่างเป็ๆ ให้เห็น
ตอนที่เป็สาวเ้าเนื้อ คนทั้งหมดต่างคิดว่านางคงโง่เหมือนหมู แต่ใครเล่าจะรู้ว่าหลักแหลมอย่างยิ่ง ไม่เพียงคิดค้นเต้าหู้กับเต้าฮวยออกมา ทั้งยังเปิดโรงงานและร้านค้า ที่สำคัญคือยังมีเส้นสายกับนายอำเภอ มีคนคุ้มครอง
ตอนนี้พอรูปโฉมงดงามก็ยิ่งไปกันใหญ่
จึ๊ๆ มีหลายคนที่คิดจะสร้างปัญหา แต่ก็ไม่กล้ารนหาที่ตาย แค่ถูกนางสั่งสอนสักครั้งก็เกินรับไหวแล้ว
ร่างผอมบางเช่นนั้น แต่สามารถล้มวัวได้ในหมัดเดียว! ใครเล่าจะกล้าหาเื่? น่ากลัวเกินไป…
แต่ก็มีคนที่ใจกล้าบ้าบิ่น
่พักกลางวันวันนี้ เหล่าเกิงกับพวกพ้องกลับไปกินข้าวที่บ้าน ยังไม่ทันได้กลับเข้างาน ในร้านจึงมีเพียงเสิ่นม่านที่นั่งเกียจคร้านอยู่หลังโต๊ะ
มีคู่สามีภรรยาวัยกลางคนที่แต่งกายธรรมดาเดินพยุงกันเข้ามา เมื่อเห็นร้านเต้าฮวยก็ตาเป็ประกาย จากนั้นวิ่งไปดูร้านเป็ดดำเสิ่นแวบหนึ่ง สองคนนี้ดูตื่นเต้นผิดปกติ
เสิ่นม่านนั่งไขว่ห้างมองสำรวจพวกเขาอยู่นาน แล้วเอ่ยอย่างราบเรียบ “ทั้งสองท่านมากินของว่างหรือทำอะไร?”
สองสามีภรรยาราวกับเพิ่งเห็นนางจึงสะดุ้งใ ยิ่งเมื่อเห็นใบหน้าของเสิ่นม่านก็ยิ่งตกตะลึง
“เสิ่นม่านเหนียง?”
เสิ่นม่านลุกขึ้นจากด้านหลังโต๊ะ “หาข้าหรือ?”
สองสามีภรรยาสบตากันแวบหนึ่ง ฉับพลันก็เผยสีหน้าชั่วร้าย “หน็อยแน่ ข้าไปหาที่บ้านเ้าไม่เจอใคร ที่แท้ก็ย้ายมาที่ตำบล เ้าเอาชุ่ยหลานของเราคืนมา?!”
ชุ่ยหลาน?
เสิ่นม่านหรี่ตาถาม “สกุลโจว?”
“ยังแกล้งทำไม่รู้เื่หรือ? คนสกุลเสิ่นของพวกเ้ามันไม่มีดีสักคน! ลูกสาวเราชุ่ยหลานมาอยู่บ้านเ้า ตอนนี้กลับไม่รู้เบาะแส คงไม่ใช่ว่าถูกพวกเ้าฆ่าแล้วหรอกนะ!”
ฝ่ายหญิงพูดจบก็นั่งลงบนเก้าอี้ยาวในร้านและถลึงตาด้วยความโมโห “วันนี้หากเ้าไม่ให้คำตอบเรา ข้าจะไปฟ้องทางการ! ไม่ปล่อยเ้าไปแน่!”
คงจะเป็บิดามารดาของโจวชุ่ยหลานสินะ?
เฮอะ! เสิ่นม่านเชิดคางขึ้นและยืดเส้นยืดสาย
“พวกเ้าคือพ่อแม่ของโจวชุ่ยหลานหรือ? สมัยก่อนข้ายังสงสัยว่าเหตุใดจึงมีคนนิสัยชั่วๆ อย่างพี่สะใภ้ได้ ที่แท้ก็สืบสายเืกันมา”
นางค่อยๆ เดินออกมาจากด้านหลังโต๊ะและเหยียบลงบนโต๊ะ ทำเอาสองคนนั้นสะดุ้งเอนตัวหลบไปด้านหลัง
“เ้าจะทำอะไร? กลางวันแสกๆ คิดจะทำร้ายกันหรือ? นางคนชั้นต่ำ แน่จริงเ้าลองแตะต้องตัวข้าสิ?”
หึ พูดอย่างกับว่าข้าจะกลัวเ้า? เสิ่นม่านมองนางด้วยหางตาอย่างเยือกเย็น และเตือนเสียงต่ำ “พวกเ้ามาหาโจวชุ่ยหลาน? บังเอิญนัก ข้าเองก็ตามหาตัวนางไปทั่วอยู่เช่นกัน!”
“ข้าอยากถามนางว่า เหตุใดต้องสวมหมวกเขียวให้พี่ชายข้า? หนีไปกับชายอื่นยังไม่เท่าไร แต่กลับขายเืเนื้อเชื้อไขของตนให้หอนางโลม คนที่เลวยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานแบบนี้ ยังมีหน้าอยู่บนโลกนี้อีกหรือ?!”
เพียงแค่การข่มขู่เบาๆ ของนาง ก็ทำให้นางเฒ่าโจวอดไม่ได้ที่จะขนลุก
บ้านของพวกเขาอยู่เหยี่ยนโจว ห่างจากตำบลซวงเยี่ยนเพียงไม่กี่ตำบล พวกเขาได้ยินเื่นางโจวหนีไปกับชายชู้และยังพาตัวลูกๆ ไปด้วยั้แ่แรก ตอนนั้นกลัวว่าคนสกุลเสิ่นจะมาหาเื่ แต่รออยู่ครึ่งปีกลับไม่มีใครมา
ตอนนี้เมื่อได้ยินว่าสกุลเสิ่นเปิดร้านเต้าฮวยในตำบล แล้วยังมีโรงงานหนึ่งแห่ง จึงคิดจะมาสร้างเื่สักหน่อย
ด้วยสถานะตอนนี้ของสกุลเสิ่น น่าจะห่วงหน้าตาและชื่อเสียง คงไม่ถือสาที่จะจ่ายเงินสักเล็กน้อยเพื่อไล่พวกเขาไป แต่ดูเหมือนว่าจะเกินจากที่จินตนาการไว้หรือเปล่า?
นางเฒ่าโจวทำใจเด็ดเดี่ยวและส่งสายตาให้สามี สามีนางกุมหน้าอกสีหน้าเ็ปล้มลงกับพื้นทันใด
“ช่วยด้วย! เสิ่นม่านเหนียงทำร้ายคน! ์ ครอบครัวเ้าวางอำนาจบาตรใหญ่เหลือเกินนะ ข้าแค่มาตามหาลูกสาวข้า ถามไถ่ไม่กี่คำแต่เ้ากลับไม่พอใจและทำร้ายกันเช่นนี้?”
นางเฒ่าโจวแหกปากะโและโอบกอดสามีพร้อมกับร้องไห้โฮ
เสิ่นม่านไม่อยากให้สองคนนี้ทำให้พื้นที่ของตนแปดเปื้อน จึงลากคอเสื้อโยนออกไปข้างนอก
นางเฒ่าโจวถูกโยกออกจากร้านสกุลเสิ่นก็ยิ่งแหกปากเสียงดัง “ไร้เหตุผลสิ้นดี… เสิ่นม่านเหนียงนางผู้หญิงใจร้าย! ลูกสาวที่น่าสงสารของข้า… ไม่รู้ว่าถูกสกุลเสิ่นขายไปอยู่ที่ไหน ฮือๆๆ …”
“หุบปากเดี๋ยวนี้!” เสิ่นม่านตวาดนาง
“นางโจวลูกสาวเ้า ไม่กตัญญูต่อแม่สามี ไม่รักและเมตตาบุตร พอจวนตัวก็หนีไปกับชายอื่น ตอนนั้นคนสกุลโจวของพวกเ้าไม่มีใครกล้าโผล่หน้ามา ตอนนี้ผ่านไปครึ่งปีกลับมาถามหาลูกสาวกับข้าหรือ?”
“เ้าบอกเช่นนั้นก็ต้องเป็เช่นนั้นหรือ?!” นางเฒ่าโจวสั่งน้ำมูกเช็ดกับพื้นรองเท้า ท่าทางสถุลเกินทน
“ลูกสาวข้าแต่งเข้าบ้านเ้าั้แ่ยังสาว ตอนนี้คนเป็ไม่เห็นตัว คนตายไม่เห็นศพ เ้ายังบอกว่านางแอบมีชู้หรือ? เสิ่นม่านเหนียง เ้ายังเป็คนอยู่หรือไม่?”
-----
