“ใช่ คือเนี่ยเทียนนี่แหละ!”
เสิ่นซิ่วเองก็เต็มไปด้วยความคลางแคลงใจ “เสี่ยวถงบอกว่าเขาได้กินผลไม้แห่งชีวิตลูกหนึ่งในประตู์ ในเืของเขามีพลังแห่งชีวิตแฝงเร้นอยู่ และเขาก็ใช้เืของเขามาปลุกโครงกระดูกปีศาจเืให้ตื่น อีกทั้งยังทำให้โครงกระดูกปีศาจเืฟังแต่คำสั่งของเขาด้วย”
“โครงกระดูกปีศาจเืนั่นไม่ได้มีไข่มุกเืวิเศษของเ้าคอยกำราบจิติญญาที่หลงเหลืออยู่หรอกหรือ?” หลีจิ้งเ้าสำนักโลหิตเอ่ยถาม
“ิญญาที่เหลืออยู่ของโครงกระดูกปีศาจเืหลุดออกมาจากไข่มุกเืวิเศษแล้วหลอมรวมเข้าในตัวของมันเอง” เสิ่นซิ่วยิ้มขื่น “เสี่ยวถงขอบเขตต่ำต้อยเกินไป ความเข้าใจในเวทควบคุมปีศาจก็มีน้อยนิด หากตอนนั้นข้าอยู่ที่นั่นด้วย ข้าย่อมสามารถควบคุมิญญาที่เหลืออยู่ของโครงกระดูกปีศาจเื ทำให้มันอยู่ในการควบคุมของข้าได้แน่นอน”
“เป็แบบนี้เองหรือ” หลีจิ้งที่ถูกแสงสีเืเป็ชั้นๆ ล้อมวนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็กล่าวว่า “หากเปลี่ยนเป็ในอดีต โครงกระดูกปีศาจเืที่พวกเราหลอมมาอย่างยากลำบากถูกคนนอกสำนักควบคุม ข้าย่อมไม่อนุญาตแน่นอน ทว่าตอนนี้กลับไม่เหมือนเดิมแล้ว...”
เส้นสายตาของหลีจิ้งเปลี่ยนจากตัวของเสิ่นซิ่วมาหยุดอยู่ที่ตัวของเก๋อหลู่เท่อและซาลา
“ตามความเห็นข้า นี่ถือเป็เื่ดี เ้าบอกกับอวี๋ถงว่าให้ลูกศิษย์ของอูจี้ผู้นั้นรีบพาโครงกระดูกปีศาจเืมาที่นี่”
“โครงกระดูกปีศาจเืสายเืระดับแปด ต่อให้ศักยภาพไม่บรรลุถึงระดับสูงสุดก็มากพอจะทำให้ปีศาจหญิงนามว่าซาลาผู้นั้นปวดหัวได้”
“มีโครงกระดูกปีศาจเื บวกกับข้า สถานการณ์อับจนของสำนักโลหิตก็สามารถแก้ไขได้!”
เสิ่นซิ่วสีหน้าฮึกเหิม “ข้าเข้าใจแล้ว!”
กล่าวจบนางก็แอบร่ายเวทลับติดต่อกับอวี๋ถงผ่านไข่มุกเืวิเศษอีกครั้ง และบอกกล่าวความ้าของหลีจิ้งออกไป
......
จุดที่ปราณปีศาจถอยห่างออกไป
พวกเฟิงหลัว หงช่านล้วนโอบล้อมอยู่รอบกายเนี่ยเทียน รอให้เขาหลอมละลายยาคืนพลังจิตและฟื้นฟูพลังจิตกลับมา
ในมืออวี๋ถงกำไข่มุกเืวิเศษ ใบหน้างดงามเปลี่ยนแปลงมิอาจคาดเดา นางกำลังติดต่ออย่างลับๆ กับเสิ่นซิ่วอาจารย์ของนาง
ครู่ใหญ่หลังจากนั้นนางถึงได้เก็บไข่มุกเืวิเศษลงไปและพลันกล่าวว่า “สถานการณ์ของสำนักไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก!”
“เ้าติดต่อกับอาจารย์ของเ้าแล้วหรือ?” เฟิงหลัวเผยความยินดีออกมาทางดวงตา
พวกหงช่านก็แสดงความสนใจ เส้นสายตาของพวกเขาพากันย้ายจากร่างของเนี่ยเทียนมาจับจ้องอวี๋ถง
พวกเขาเองก็พอจะรู้ว่าเดิมทีไข่มุกเืวิเศษคืออาวุธวิเศษของเสิ่นซิ่ว ซึ่งเมื่ออยู่ในขอบเขตที่แน่นอน เสิ่นซิ่วสามารถรับััได้ถึงไข่มุกเืวิเศษและสื่อสารกับอวี๋ถงผ่านมัน
มาถึงเวลานี้พวกเขาก็ยังไม่รู้ว่าสถานการณ์ของสำนักโลหิตเป็อย่างไรกันแน่
การที่เข้าใจสถานการณ์ของทางฝั่งนั้นอย่างแน่ชัด ถือเป็เื่ที่สำคัญอย่างยิ่งต่อพวกเขา
เมื่อเผชิญกับการสอบถามของเฟิงหลัว อวี๋ถงไร้ซึ่งการปิดบังใด นางเล่าสถานการณ์เกี่ยวกับความลำบากของสำนักโลหิต การเผาผลาญเืสัตว์วิเศษอย่างมหาศาล และการดำรงอยู่ของภูตผีปีศาจระดับสูงอีกหลายตนออกมาอย่างไม่มีปิดบัง
ความคาดหวังที่หลีจิ้งมีต่อพวกเขา อวี๋ถงเองก็บอกกล่าวออกมาอย่างชัดเจน บอกกับพวกเขาว่าทางฝ่ายของสำนักโลหิตคาดหวังให้เนี่ยเทียนนำโครงกระดูกปีศาจเืไปช่วยสู้รบให้เร็วที่สุด
ทุกคนฟังคำอธิบายของอวี๋ถงก็แอบผ่อนลมหายใจกันหนึ่งครั้ง
สถานการณ์ของสำนักโลหิตดีกว่าที่พวกเขาคิดไว้เล็กน้อย ตอนนี้ผู้แข็งแกร่งส่วนใหญ่ของสำนักโลหิตล้วนยังมีชีวิตอยู่ แต่เป็เพราะค่ายกลใหญ่โลหิตหลอมถูกตีแตกจึงได้แต่ติดแหง็กอยู่ที่เดิม
“ขอแค่เนี่ยเทียนพาโครงกระดูกปีศาจเืไปถึงได้ทันก็สามารถแก้ไขสถานการณ์ที่ชะงักงันได้แล้ว?” หงช่านกล่าวเบาๆ
อวี๋ถงพยักหน้า “เ้าสำนักกล่าวเช่นนี้”
“ดี!” หงช่านสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง มองมายังเนี่ยเทียนใหม่อีกครั้งแล้วจึงกล่าวว่า “รอให้เนี่ยเทียนฟื้นขึ้นมา พวกเราก็จะพิทักษ์เขาไปส่งที่สำนักโลหิตทันที!”
“เวลากระชั้นชิด พวกเราต้องเดินทางให้เร็วที่สุด” อวี๋ถงเห็นว่านานแล้วเนี่ยเทียนยังไม่ฟื้นเสียทีจึงร้อนรนเล็กน้อย “ตามคำบอกของอาจารย์ข้า เืของสัตว์วิเศษในสำนักเหลืออีกไม่มาก รอจนเืของสัตว์วิเศษถูกใช้จนหมด เงาโลหิตนั่นก็ไม่สามารถปกป้องพวกเขาได้อีก ถึงเวลานั้นภูตผีปีศาจระดับต่ำก็จะกระโจนเข้าใส่ ทำให้พวกเขาาเ็และล้มตายกันไปมาก”
เฟิงหลัวได้ยินนางพูดเช่นนี้ก็คิดจะปลุกให้เนี่ยเทียนตื่น
เวลานี้ลี่ฝานแห่งสำนักหลิงอวิ๋นจึงขมวดคิ้วมุ่น กล่าวว่า “เขากินยาคืนพลังจิตมากเกินไป ทางที่ดีที่สุดคือควรให้เขาตื่นขึ้นมาเองโดยธรรมชาติ เวลานี้เขากำลังหลอมละลายฤทธิ์ยาอย่างยากลำบาก หากต้องตื่นขึ้นมาเพราะความวู่วามของเ้าจะทำให้พลังจิตของเขายุ่งเหยิง เ้ารับผิดชอบไหวหรือ? ไม่คิดเพื่อเนี่ยเทียนก็ควรคิดเพื่อสำนักโลหิตของพวกเ้าบ้าง!”
คำพูดเช่นนี้ดังออกมา เสียงที่เฟิงหลัวกำลังจะะโออกมาจึงหยุดชะงักอยู่แค่ในลำคอ
เขาเองก็รู้ว่าคำพูดของลี่ฝานมีเหตุผล เนี่ยเทียนขอบเขตต่ำต้อย ทั้งยังฝืนหลอมยาคืนพลังจิตมากเกินไป เขาเองก็กังวลว่าความบุ่มบ่ามของเขาจะนำมาสู่ผลลัพธ์ในทางกลับกัน
ลังเลอยู่เล็กน้อยเฟิงหลัวก็นั่งลงไปอย่างห่อเหี่ยว กล่าวด้วยความจนใจว่า “ถ้าอย่างนั้นก็รอเถอะ หวังว่าเขาจะฟื้นตื่นโดยเร็วที่สุด ตอนนี้สำนักโลหิตของข้า้าเขายิ่งนัก ทุกคนในสำนักโลหิตล้วนฝากความหวังไว้ที่เขา”
เนี่ยเทียนที่นั่งนิ่งอยู่นานจมจ่อมอยู่ในมหาสมุทรจิติญญาของตัวเอง เขามองสะเก็ดดาวเจ็ดดวงที่ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นทีละนิดเพราะสรรพคุณของยาคืนพลังจิต ปลดปล่อยแสงดาวที่เจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม จิตใจของเขาจึงเบิกบานอย่างมาก
แสงดาวที่มาจากสะเก็ดดาวปะปนอยู่ในกระแสจิต ทำให้กระแสจิตของเขาเกิดการแปรสภาพกลายมาเป็แสงระยิบระยับที่มหัศจรรย์ดุจดั่ง “ทิพย์จักษุ”
แสงสว่างนั้นทำให้เขาสามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวของเืเนื้อสิ่งมีชีวิตที่อยู่รอบด้าน ทำให้เขาพอจะวิเคราะห์ได้ถึงตบะและขอบเขตที่แท้จริงของอีกฝ่าย
ก่อนหน้านี้พลังจิตของเขาได้เพียงรับััเท่านั้น แต่กลับมองไม่เห็นความเป็จริง
ทว่าหลังจากที่มีแสงสะเก็ดดาวปะปนมา พลังในการรับัั พลังการสังเกตของกระแสจิตเขาต่างก็เกิดการแปรสภาพที่น่าตะลึง
นี่ทำให้เขาตระหนักได้ว่าสะเก็ดดาวเจ็ดดวงกับพลังจิตในมหาสมุทรจิติญญาของเขาคือพลังสองประเภทที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เขายังถึงขั้นรู้สึกด้วยว่าพลังที่ดำรงอยู่ในสะเก็ดดาวเจ็ดดวงเดิมทีก็คือพลังจิติญญา ไม่ใช่พลังจิต!
พลังจิติญญามีเพียงผู้ฝึกลมปราณที่เหยียบย่างเข้าสู่ขอบเขตสามัญเท่านั้น มหาสมุทรจิติญญาถึงจะแปรสภาพ ซึ่งพลังจิตจะรวมตัวกันขึ้นมาเป็พลังงานระดับสูงยิ่งกว่าเดิม
ทว่าเขามีขอบเขตแค่ท้าย์ หากพลังที่แฝงเร้นอยู่ในสะเก็ดดาวทั้งเจ็ดดวงนั้นคือพลังจิติญญาจริงๆ เขาก็จะพลิกล้มการรับรู้ของผู้ฝึกลมปราณอาณาจักรหลีเทียนทั้งหมดโดยสิ้นเชิง!
คาถาสะเก็ดดาวมาจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวที่ลึกลับ นั่นคืออาวุธล้ำค่าสูงสุดของในประตู์!
เขาเชื่อว่าคาถาสะเก็ดดาวที่มหัศจรรย์มากเช่นนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงตัวเขาได้จริงๆ ทำให้เขาที่อยู่เพียงขอบเขตท้าย์สามารถมีพลังจิติญญาส่วนหนึ่งล่วงหน้าได้
เขามองเส้นใยที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากในยาคืนพลังจิตซึ่งไหลเข้าสู่สะเก็ดดาวทีละเส้นด้วยความตื่นเต้นและฮึกเหิม
เนิ่นนานหลังจากนั้น เมื่อเขาััไม่ได้ว่ามีเส้นใยพลังจิตก่อเกิดขึ้นมาในร่างอีกแล้ว เขาถึงได้ค่อยๆ ลืมตาขึ้น
พอลืมตาเขาก็พบว่าทุกคนล้วนจ้องมองมาที่เขาด้วยสีหน้าร้อนใจ
“มีอะไรหรือ?” เขาเอ่ยถามด้วยความใ
“พลังจิตของเ้าฟื้นตัวหรือยัง?” เฟิงหลัวเอ่ยถามด้วยความร้อนรน
เขาพยักหน้าเบาๆ
“ถ้าอย่างนั้นก็ดี!” เฟิงหลัวไม่คิดจะล่าช้าแม้แต่นาทีเดียว “ตอนนี้พวกเราควรมุ่งหน้าไปที่สำนักโลหิตทันที สำนักโลหิตของข้า้าเ้า ้าให้เ้าควบคุมโครงกระดูกปีศาจเื!”
“เหตุใดอยู่ๆ ถึงได้ร้อนใจเช่นนี้?” เนี่ยเทียนไม่เข้าใจ
“เดินไปพูดไป!” เฟิงหลัวเอ่ยเสียงดัง
“ตกลง” เนี่ยเทียนลุกขึ้นยืน เดินตามทุกคนมุ่งหน้าเข้าไปในจุดที่มีปราณปีศาจไหลกรากอย่างรวดเร็ว
ก่อนหน้าที่จะเข้าไปในปราณปีศาจ พวกเขายังร่ายม่านแสงพลังิญญาหลากสีออกมาเพื่อป้องกันตลอดทั้งร่างเอาไว้อย่างแ่า หลีกเลี่ยงไม่ให้ปราณปีศาจแทรกซึมเข้ามาและกลายมาเป็ทาสของภูตผีปีศาจ
เนี่ยเทียนใจกระตุกน้อยๆ ดึงเอาพลังิญญาออกมาจากในมหาสมุทริญญาจุดตันเถียนให้กลายร่างมาเป็ม่านแสงเบาบางสีขาวสะอาดหนึ่งชั้นห่อหุ้มไว้รอบกาย
ทุกคนอยู่ในปราณปีศาจค่อยๆ เคลื่อนไปข้างหน้าทีละน้อยภายใต้การนำทางของเฟิงหลัว
ระหว่างทางพวกเขาต่างก็เผาผลาญพลังิญญาไปอย่างต่อเนื่อง และยิ่งเข้าไปลึกด้านในก็ยิ่งพบว่าปราณปีศาจเริ่มเข้มข้นขึ้น นี่ทำให้ความเร็วในการเผาผลาญพลังิญญาของพวกเขาค่อยๆ รุนแรงมากขึ้นด้วย
หนึ่งเค่อหลังจากนั้น
เจิ้งปินแห่งอารามเสวียนอู้ เจียงหลิงจูจากสำนักหลิงอวิ๋นรู้สึกไม่สบายตัวก่อนใคร จำต้องหยุดลงด้วยสีหน้าไม่น่ามอง
พลังิญญาในร่างของพวกเขาไหลหายไปเกินครึ่ง จำเป็ต้องใช้หินวิเศษมาชดเชยถึงจะเขยิบเข้าไปลึกต่อได้
บนใบหน้าของอวี๋ถงเองก็มีสีแดงที่เกิดจากอาการไม่สบายตัวปรากฏขึ้นเช่นกัน ม่านแสงสีเืที่ปกคลุมไปรอบด้านก็เริ่มส่ายไหวไม่มั่นคง
“ลืมไปว่าพวกเขาขอบเขตต่ำเกินไป” เฟิงหลัวขมวดคิ้วมุ่นแล้วกล่าวว่า “เสี่ยวถง เ้าเอาไข่มุกเืวิเศษมาให้ข้า หยุดอยู่ตรงนี้ชั่วคราวก่อน หากรู้สึกว่าอยู่ที่นี่แล้วยังคงเผาผลาญพลังมากเช่นเดิมก็จงเดินทางกลับไปยังทางเดิม แล้วไปรออยู่ตรงขอบเขตที่ไม่มีปราณปีศาจปกคลุม”
หงช่านลูบคลำปลายคาง ยื่นมือมาชี้อันซืออี๋และขอบเขตกลาง์อีกหลายคน พลางเอ่ยสั่งความ “ขอบเขตของพวกเ้าก็ไม่มากพอเหมือนกัน เกรงว่าคงไม่สามารถประคองตัวไปได้ถึงประตูสำนักโลหิต พวกเ้าเองก็จงทำเช่นอวี๋ถง หากไม่รออยู่ตรงนี้ก็กลับไปที่เดิม”
เขาเองก็คิดไม่ถึงว่ายิ่งเข้ามาลึกเรื่อยๆ ปราณปีศาจก็ยิ่งเข้มข้น เป็เหตุให้พลังของหลายคนถูกเผาผลาญอย่างรวดเร็ว
“ตกลง” อวี๋ถงส่งไข่มุกเืวิเศษให้กับเฟิงหลัวอย่างว่าง่าย แล้วจึงกล่าวว่า “ท่านลุงเฟิง เ้าเนี่ยเทียนผู้นั้นก็ขอบเขตไม่พอเหมือนกัน ข้ากังวลว่าเขา...”
“พวกเราจะปกป้องเขาโดยการแบ่งพลังของตัวเองออกมา ไม่ให้เขาถูกปราณปีศาจรุกรานทำร้าย” เฟิงหลัวรับไข่มุกเืวิเศษมาแล้วเอ่ยตอบรับ
“เ้าต้องยืนหยัดให้ถึงสำนักโลหิตของข้าด้วย!” อวี๋ถงถลึงตาพูดกับเนี่ยเทียน
“แน่นอน” เนี่ยเทียนตอบรับยืนยัน
คนอื่นๆ ต่างก็ไม่มีความเห็นต่าง รวมถึงอันซืออี๋ที่กังวลเื่ความปลอดภัยของเนี่ยเทียนก็รู้ว่านางที่ยังไม่เหยียบย่างเข้าสู่ต้น์อาจจะไม่สามารถประคองตัวไปได้ถึงท้ายที่สุด
นางเองรออยู่ที่เดิมก็พอแล้ว
หลังจากนั้น ภายใต้การปกป้องของผู้แข็งแกร่งขอบเขตต้น์หลายคน เนี่ยเทียนก็มุ่งหน้าไปยังสำนักโลหิตอย่างต่อเนื่อง
“เนี่ยเทียน เ้าเป็อย่างไรบ้าง? ้าให้พวกเราช่วยหรือไม่?”
“ตอนนี้ยังไม่ต้อง”
ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง
“เนี่ยเทียน ไม่ต้องฝืนนะ หากไม่ไหวก็บอกมา”
“ไม่ต้องจริงๆ”
และผ่านไปอีกครู่ใหญ่
“เนี่ยเทียน เ้าไหวหรือไม่เนี่ย? เ้าอย่ากัดฟันฝืนตัวเอง พอไปถึงตรงนั้นก็ล้มตึงลงไปเล่า!”
“ข้ายังยืนหยัดได้อีกพักหนึ่ง”
-----
