“ท่านผู้าุโ สาหร่ายนี้พวกเราพรรคซี่ผิงได้มาจากก้นทะเล เมื่อนำมาชงร่วมกับชาจะให้รสชาติแปลกใหม่!” ชายวัยกลางคนขั้นหลอมกายาสี่ชั้นฟ้ากล่าว
จูชิงจิบชา รสชาติออกเปรี้ยวนิดๆ เค็มหน่อยๆ ทว่าหลังจากนั้นไม่นานความเปรี้ยวก็เปลี่ยนเป็หวาน หัวคิ้วที่ขมวดเป็ปมก่อนหน้านี้ก็คลายลงเช่นกัน
แม้ว่าชาสาหร่ายทะเลจะไม่ดีเท่าชาิญญาของขุนเขากระบี่เทียนหยวน แต่ก็มีรสชาติที่เป็เอกลักษณ์ ดื่มบ้างเป็ครั้งคราวก็รู้สึกไม่เลว
จอมยุทธ์ขั้นหลอมกายาสี่ชั้นฟ้ามีชื่อว่าซุนต้าไห่เป็ลูกชายของซุนซี่ผิง อายุสี่สิบกว่าแล้ว ทว่ากลับเป็ได้แค่ขั้นหลอมกายาสี่ชั้นฟ้า ช่างน่าเศร้ายิ่งนัก
ครั้นซุนซี่ผิงนำโสมน้อยออกมา ปราณิญญาจำนวนมหาศาลทะลักทลาย ซุนต้าไห่อดใจไม่ไหวกลืนปราณิญญาเข้าไปสองอึก ใบหน้าเต็มไปด้วยความมึนเมา
จูชิงมิได้มีปฏิกิริยาเฉกเช่นซุนต้าไห่แต่ก็ตกตะลึงไม่น้อย โสมน้อยมิได้มีแค่แขนขากับศีรษะ ทว่าเริ่มมีหูตาจมูกปากแล้ว คาดว่าน่าจะมีอายุนานเป็หมื่นปี
หากเป็สมุนไพริญญาอายุหมื่นปีก็ควรมีจิติญญาแล้ว น่าจะมีสัญชาตญาณในการเอาตัวรอด จอมยุทธ์ทั่วไปไม่มีทางทำอะไรมันได้ แล้วจะถูกอวนจับปลาจับได้อย่างไร?
แม้มีความสงสัยอยู่ในใจแต่จูชิงก็ไม่รอช้า นำโสมน้อยใส่ลงไปในถุงเอกภพ!
“ถุงเอกภพ!” เมื่อเห็นโสมน้อยหายวับไป ซุนซี่ผิงก็ตาเป็ประกาย เขาเคยอยู่ที่สำนักหมอกวัสสานมาก่อนย่อมรู้จักถุงเอกภพ
ทว่ารู้จักก็ส่วนรู้จัก ศิษย์สามัญทั่วไปไม่มีคุณสมบัติพอที่จะถุงเอกภพ ด้วยเหตุนั้นเขาจึงปรารถนาอยากถุงเอกภพ ทว่าั้แ่วันที่เข้าสำนักจนถึงวันที่ถูกขับไล่จากสำนักหมอกวัสสาน เขาก็ยังไม่เคยมีถุงเอกภพเป็ของตัวเอง
“ข้าจะไม่เอาสมุนไพริญญาไปจากเ้าโดยเปล่า เ้าอยากได้อะไรเป็ของแลกเปลี่ยน” จูชิงเอ่ยถาม
อย่างไรเสียโสมน้อยก็เป็ของล้ำค่าฟ้าดิน จูชิงได้ผลประโยชน์มากอยู่แล้ว เขาจึงอยากให้อะไรดีๆ กับพรรคซี่ผิงบ้างเสียหน่อย
ซุนซี่ผิงอายุมากแล้ว ทั้งอีกฝ่ายยังมีขั้นพลังสูงกว่าจึงไม่กล้าเรียกร้องมากเกินไปนัก ไม่เช่นนั้นเขาอาจต้องดับสิ้นวายชีวา
“เอ่อ...” ซุนซี่ผิงอึกอัก จูชิงได้ยินไม่ชัดว่าเขาพูดอะไร
เขากลอกตาแล้วปลดถุงเอกภพที่เอวใบหนึ่งโยนลงกับพื้น “เอานี่ไปก็แล้วกัน!”
“ให้ข้ารึ!” ซุนซี่ผิงมองถุงเอกภพ มูลค่าของถุงเอกภพเหลือล้ำสุดแสน นอกจากศิษย์สำนักแล้ว จอมยุทธ์ทั่วไปยากยิ่งที่จักได้
ครั้นซุนซี่ผิงเปิดถุงเอกภพออก เขาก็เกือบตาบอดเพราะแสงที่ส่องประกายของหินปราณ ข้างในนั้นมีหินปราณอยู่อย่างน้อยๆ น่าจะหนึ่งพันก้อน!
หินปราณหนึ่งพันก้อน ถึงเป็ศิษย์สำนักก็ถือว่าเป็เงินจำนวนมหาศาล นับประสาอะไรกับซุนซี่ผิงที่ถูกขับไล่จากสำนัก!
นอกจากหินปราณแล้วก็ยังมียาโอสถอีกหลายขวด!
“ยาโอสถ!” ซุนซี่ผิงโอบกอดลูบไล้ถุงเอกภพอย่างแ่เบาเหมือนกับเด็กน้อย จูชิงเห็นดังนั้นถึงกับขนลุก
คนอย่างจูชิงย่อมรู้ถึงความล้ำค่าของยาโอสถ ไม่ว่าเป็จะเป็ในเกาะหลัวโหวหรือว่าในขุนเขากระบี่เทียนหยวน เขาก็ไม่เคยใช้ยาโอสถในการบำเพ็ญเพียร ยาโอสถทั่วไปสำหรับเขานั้นยังมีข้อจำกัด
แต่จอมยุทธ์คนอื่นๆ นั้นไม่เหมือนกัน พวกเขามีพร์ธรรมดา ลำพังแค่บำเพ็ญเพียรยังยากยิ่งที่จักทำสำเร็จ สิ่งเดียวที่พวกเขาพึ่งพาได้ก็คือยาโอสถ
ถ้าซุนซี่ผิงมียาโอสถช่วยั้แ่อายุยังน้อย บางทีเขาอาจจะสามารถทะลวงขั้นพลังเป็ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณสำเร็จก็เป็ได้!
หินปราณกับยาโอสถพวกนี้สามารถเปลี่ยนตระกูลซุนให้กลายเป็ตระกูลจอมยุทธ์ที่แท้จริงได้!
แน่นอนว่าถึงเป็จะตระกูลจอมยุทธ์แท้จริง หากแต่ก็ยังอยู่ระดับล่างสุด ทว่ามันเป็ก้าวที่สำคัญยวดยิ่งสำหรับตระกูลซุน
“ความเมตตาอันยิ่งใหญ่นี้ของท่าน ข้าจักไม่มีวันลืม!” ซุนซี่ผิงคุกเข่าร้องไห้ทั้งน้ำตา
จูชิงรีบเขยิบตัวไปอีกทาง กลัวว่าน้ำตากับน้ำมูกของซุนซี่ผิงจะมาโดนตัวเขา
ชายชราอายุเจ็ดสิบแปดสิบร้องไห้เหมือนกับเด็ก ทำเอาจูชิงขนลุกซู่ยิ่งกว่าเดิม
“ที่นี่ที่ไหน ห่างจากขุนเขากระบี่เทียนหยวนมากหรือไม่?” พอเห็นว่าซุนซี่ผิงร้องไห้จนพอแล้วจูชิงจึงเอ่ยถาม
“ขุนเขากระบี่เทียนหยวน? ขุนเขากระบี่เทียนหยวนคืออะไรงั้นรึ?” ซุนซี่ผิงตะลึงงัน
จูชิงรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี ขุนเขากระบี่เทียนหยวนเป็สำนักที่มีชื่อเสียงยิ่งยวดในทวีปเฉียนหยวน แต่ซุนซี่ผิงกลับไม่เคยได้ยินมาก่อน เดาว่าที่นี่คงจะอยู่ห่างจากขุนเขากระบี่เทียนหยวนมากโข
“แถวนี้มีสำนักอะไรบ้าง?” จูชิงเปลี่ยนคำถาม
“ห่างจากที่นี่ห้าร้อยลี้มีสำนักหมอกวัสสานตั้งอยู่บนเขาหมอกวัสสาน” ซุนซี่ผิงพูดทุกอย่างที่รู้
“สำนักหมอกวัสสาน ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน พวกเขาแข็งแกร่งหรือไม่?” จูชิงถามต่อ
อย่างไรเสียซุนซี่ผิงก็เคยอยู่สำนักหมอกวัสสานมาก่อน แม้ว่าจะเป็เพียงศิษย์สามัญ แต่ก็พอรู้เื่ภายในของสำนักหมอกวัสสานอยู่บ้าง ว่ากันว่าเ้าสำนักหมอกวัสสานเป็ขั้นสร้างลมปราณสี่ชั้นฟ้า!
“ขั้นสร้างลมปราณสี่ชั้นฟ้า สำนักระดับต่ำงั้นรึ!” จูชิงครุ่นคิดพักหนึ่ง ด้วยขั้นพลังยุทธ์ในปัจจุบันของเขา เขามิได้เห็นสำนักหมอกวัสสานอยู่ในสายตา
จูชิงมิได้อยู่ที่พรรคซี่ผิงนาน หลังจากที่ได้โสมน้อยมา เขาก็เตรียมตัวหล่อหลอมเตาหลอมโลหิต
ในการหลอมเตาหลอมโลหิตนั้นห้ามถูกรบกวนโดยเด็ดขาด ปกติแล้วเมื่อศิษย์ในสำนัก้าหลอมเตาหลอมโลหิต พวกเขาจะขอให้ผู้าุโช่วยปกปักษ์รักษา ถ้าตกอยู่ในอันตราย ผู้าุโจะได้สามารถช่วยเหลือพวกเขาได้ทันท่วงที แต่จูชิงทำเช่นนั้นไม่ได้
สิ่งที่จูชิงทำได้ก็คือหาที่เงียบสงบแล้วหล่อหลอมเตาหลอมโลหิต
สถานที่ที่เหมาะสมที่สุดก็คือก้นมหาสมุทร เขามีลูกแก้วกันวารี การดำน้ำลึกลงไปในก้นทะเลหลายพันเมตร สำหรับจูชิงนั้นง่ายพอๆ กับดื่มน้ำ
เขาเปิดถ้ำแห่งหนึ่งใต้ก้นทะเลแล้วปิดทางเข้าด้วยก้อนหิน มีัคะนองน้ำน้อยกับสุนัขโลกันตร์สามหัวคุ้มกันอยู่ด้านนอก!
เตาหลอมโลหิตกล่าวได้ว่าเป็แหล่งกำเนิดลมปราณแหล่งที่สองของจอมยุทธ์ เมื่อใดที่สร้างเตาหลอมโลหิตสำเร็จ โดยปกติแล้วลมปราณจะไม่มีทางแห้งเหือด เว้นเสียแต่เป็สถานการณ์พิเศษ
เกิดการเปลี่ยนแปลงแปลกประหลาดกับตันเถียนของจูชิงมากมายแล้ว มีมหาสมุทรโลหิตกับัประจักษ์ในร่าง มิรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างกับการหล่อหลอมเตาหลอมโลหิต
โสมน้อยเป็วัตถุดิบชั้นยอดในการหล่อหลอมเตาหลอมโลหิต ภายใต้คำชี้แนะของเฒ่าปีศาจ จูชิงไม่ต้องกังวลว่าจะใช้ของล้ำค่าฟ้าดินอย่างเสียเปล่า
เขาหยดเืหยดหนึ่งลงบนโสมน้อย ทันทีที่เืััโสม โสมน้อยก็แปรเปลี่ยนเป็สีแดงฉาน เืที่ซึมเข้าไปนั้นเปรียบเสมือนกับเส้นเืที่เชื่อมต่อร่างกายของโสมน้อยเข้าด้วยกัน
“สำเร็จ!” จูชิงคำราม ลมปราณมหาศาลหลั่งไหลเข้าไปในโสมน้อย!
โสมน้อยค่อยๆ หลอมละลายกลายเป็ของเหลวสีแดง เกิดแรงดึงดูดขึ้นในตันเถียนของจูชิง กลืนกินของเหลวสีแดงฉานเข้าไปช้าๆ
ของเหลวสีแดงเปลี่ยนรูปร่างไปมาอยู่ในตันเถียนของจูชิง ัคะนองน้ำผงาดมหาสมุทรโลหิตแล่นทะยานล้อมรอบแอ่งของเหลวสีแดง กลืนกินลมปราณอย่างต่อเนื่อง
“วิ้ง!” ตันเถียนของจูชิงสั่นะเื เตาหลอมโลหิตก่อตัวเป็รูปเป็ร่าง ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ัคะนองน้ำหลายสิบตัวพลันแทรกเข้าไปในเตาหลอมโลหิต
เตาหลอมโลหิตประจักษ์ในตันเถียนของจูชิง ัคะนองน้ำนับสิบแปรเปลี่ยนเป็อักขระสลักลงบนผนัง มันให้ความรู้สึกหนักหน่วงราวกับสามารถถล่มห้าแม่น้ำสิบปฐี!
ปกติแล้วจอมยุทธ์จะต้องใช้ลมปราณของตัวเองสร้างเตาหลอมโลหิต ซึ่งเป็เตาหลอมโลหิตที่ง่ายที่สุด ทว่าเปลี่ยนแปลงลมปราณได้น้อยยิ่งยวด
ทว่าถ้าใช้ของล้ำค่าฟ้าดินผสมผสานกับเืของตัวเองในการสร้างเตาหลอมโลหิต ความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นนั้นเหลือล้ำเกินพรรณนา!
นับว่าเป็โชคดีของจูชิง ถ้าเขาไม่ได้เจอโสมน้อย เกรงว่าคงต้องใช้สมุนไพรพิเศษเพื่อกลั่นลมปราณหล่อหลอมเตาหลอมโลหิต แม้ว่าจะแข็งแกร่งกว่าเตาหลอมโลหิตปกติ แต่ก็เทียบมิได้กับเตาหลอมโลหิตที่สร้างขึ้นจากโสมน้อย ซึ่งโชคก็เป็ส่วนหนึ่งของเส้นทางบำเพ็ญเพียร!
“ครืนน!” หินที่อยู่นอกถ้ำถูกจูชิงทุบจนสลาย จากนั้นจูชิงก็เดินออกมา
ัคะนองน้ำน้อยกับสุนัขโลกันตร์สามหัวมองจูชิงด้วยความตกตะลึง ขั้นพลังยุทธ์เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ทว่าพวกมันกลับรู้สึกว่าจูชิงแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมมาก ทั้งหมดทั้งมวลนั่นคือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากเตาหลอมโลหิต
เพื่อเอาอกเอาใจจูชิง ซุนซี่ผิงจึงบอกให้ลูกชายพาจูชิงไปที่เขาหมอกวัสสาน ทั้งยังเตรียมรถม้าที่สะดวกสบายที่สุดให้กับเขา
ได้ฝึกฝนพร้อมกับเดินทางในเวลาเดียวกัน ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว เหตุใดซุนต้าไห่ถึงต้องปฏิเสธ
ซุนต้าไห่เป็ขั้นหลอมกายาสี่ชั้นฟ้า ในพรรคซี่ผิงมีเพียงซุนซี่ผิงคนเดียวที่เป็ผู้ยิ่งใหญ่ ทว่ากระนั้นเขาก็ยินดีปรนนิบัติรับใช้จูชิง
“ต้าไห่ นี่เป็โอกาสของเ้า ชายหนุ่มผู้นั้นคือผู้พลิกฟ้าทลายปฐี ถ้าเขาถูกใจเ้า เ้าจะได้รับผลประโยชน์มากมายนับไม่ถ้วน” หนึ่งคืนก่อนออกเดินทาง พ่อของซุนต้าไห่เรียกเขาให้ไปหา กำชับพูดกับเขาอย่างจริงจัง
พรรคซี่ผิงเป็เพียงขุมพลังอำนาจเล็กๆ ที่ติดขอบมหาสมุทร เกือบตัดขาดจากทวีปเฉียนหยวนอย่างสิ้นเชิง
ซุนซี่ผิงก่อตั้งพรรคซี่ผิงขึ้นที่นี่ด้วยความสิ้นหวัง แต่การปรากฏตัวของจูชิงทำให้ซุนซี่ผิงมีความหวังอีกครั้ง ถึงเขาจะแก่มากแล้ว ทว่าลูกชายยังเด็ก ยังก้าวต่อไปได้อีกไกล อยู่ข้างกายติดตามจูชิงย่อมดีกว่าอยู่กับเขามากโขนัก
