ทะเลพิษ!
ูเาน้ำแข็งขนาดใหญ่ลอยมาอย่างช้าๆ ไม่รู้ว่าลอยมานานแค่ไหนแล้ว
ไฟรูปมนุษย์บนูเาน้ำแข็งยังคงติดไฟอยู่อย่างนั้น ส่วนหญิงสาวที่พิงพาดอยู่บนตัวก็มีน้ำแข็งปกคลุมตลอดทั้งร่าง บางทีอาจเป็เพราะพลังชีวิตของนางเข้มแข็งเกินไป นางถึงกับได้สติขึ้นมาก่อนหวังเค่อ
หญิงสาวดิ้นรนผลักตัวขึ้น แต่แล้วก็ต้องร่วงตกลงไปตามเดิมเพราะความอ่อนแอ
“ซี๊ด หนาว!” หญิงสาวห่อตัวงอเหมือนกุ้ง
จากนั้นก็เอาตัวเข้าไปอิงแอบกับเพลิงรูปมนุษย์อีกครั้งเพื่อหาความอบอุ่น ผ่านไปสักพักถึงค่อยตะเกียกตะกายขึ้นมาใหม่
เสื้อผ้าของนางขาดแหว่งไปไม่น้อย หญิงสาวพลิกฝ่ามือนำเสื้อสีขาวสะอาดตัวหนึ่งออกมาผลัดเปลี่ยนจากในกำไลมิติ
หลังจากสวมใส่อาภรณ์ตัวใหม่แล้วนางก็ทดลองลุกขึ้นยืน ร่างของนางเซไปมาจนเกือบจะล้มหน้าคะมำ
หญิงสาวนั่งพักอย่างไร้เรี่ยวแรง หลังปรับลมหายใจอยู่สักพักคิ้วของนางยิ่งมาก็ยิ่งขมวดแน่น
“พิษเซียนเหมันต์?” หญิงสาวสีหน้าไม่น่าดู
นางคลำเจอน้ำแข็งก้อนหนึ่งตกอยู่ข้างๆ จึงลองออกแรงบีบ แต่น่าเสียดายที่ตัวนางในขณะนั้นไม่มีแรงเหลืออยู่เลยสักกระผีกริ้น กับอีแค่น้ำแข็งก้อนเล็กๆ นางก็ยังบีบให้แตกไม่ได้?
“อ๊ะ ตอนะเิข้าใช้วิชาต้องห้ามพลังฝีมือของข้าก็เลยถูกใช้ไปจนหมด ชีพจรในร่างเองก็เสียหายนับไม่ถ้วน นี่ข้ากลายเป็คนพิการไปแล้วหรือนี่?” หญิงสาวเผยสีหน้าไม่น่าดู
ระหว่างที่พูดนางก็รู้สึกหนาวขึ้นมาอีกจึงได้แต่เดินกลับมาหาเพลิงรูปมนุษย์นั่น
หลังจากใช้เพลิงรูปมนุษย์ให้ความอบอุ่นอยู่สักพัก นางก็ต้องขมวดคิ้วพิจารณาคนตรงหน้า
“หวังเค่อ? ทำไมรูขุมขนของมันถึงได้ปล่อยเพลิงออกมาได้? ข้านึกออกแล้ว ตอนที่ข้าใช้วิชาต้องห้ามเพื่อหนีจากการะเิจู่ๆ หวังเค่อก็พุ่งเข้าใส่พายุของข้า? จากนั้น...!” หญิงสาวเผยสีหน้าซับซ้อน
นางหยิบแท่งน้ำแข็งแหลมขึ้นมาถือไว้ในมือ จากนั้นก็จ่อไปที่ลำคอของหวังเค่อราวกับว่ากำลังจะฆ่าอีกฝ่าย
“แต่ถึงยังไงเพลิงบนตัวมันก็เป็สิ่งที่ทำให้ข้าผ่าน่เวลาที่ยากที่สุดมาได้!” หญิงสาวถอนใจบาง
ขณะถอนใจนางก็ทิ้งแท่งน้ำแข็งในมือไป ขณะเดียวกับที่นิ้วมือของมนุษย์เพลิงกระดิกอย่างเฉียบพลัน
หญิงสาวหน้าเปลี่ยนสี เก็บแท่งน้ำแข็งกลับเข้ามืออีกครั้ง
อย่างไรซะนางในตอนนี้ไม่มีแรงแม้แต่จะเชือดไก่เลยด้วยซ้ำ เกิดถูกอีกฝ่ายทำร้ายขึ้นมาจะทำยังไง? หรือนางควรจะเป็คนชิงลงมือก่อนดี?
ระหว่างที่นางกำลังตบตีกับตัวเองจู่ๆ เพลิงที่กำลังลุกไหม้อยู่บนตัวของหวังเค่อก็หยุดลงดื้อๆ ก่อนจะหายไป เปลือกตาที่เมื่อกี้ยังมีเพลิงลุกของหวังเค่อขยับไปมาก่อนจะลืมขึ้นมาอย่างแช่มช้า
หวังเค่อได้สติและเด้งตัวขึ้นนั่งในบัดดล
สตรีนางนั้นหน้าเปลี่ยนสีคิดว่าหวังเค่อกำลังจะลงมือ
“โอ้ก!” หวังเค่อโก่งคออาเจียนออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
หญิงสาว “…!”
“อ้วก อ้วกกก~~~~!”
หวังเค่ออ้วกแตกอ้วกแตนอยู่นาน หัวของมันยังคงหมุนคว้างอยู่อย่างนั้น หลังจากหูอื้อตาลายอยู่นานสองนานก็ค่อยๆ สงบลง
มือหนึ่งยันพื้นน้ำแข็ง หวังเค่อใช้เวลาสักพักจึงจะรับรู้ได้ว่าร่างกายยังเหลือเรี่ยวแรงอยู่เล็กน้อย
หลังกวาดตามองสำรวจไปรอบๆ ก็พบว่าที่นี่คือทะเลที่มีหมอกปกคลุมราวกับว่าตนเองกำลังนั่งอยู่บนูเาน้ำแข็ง?
“นี่มันที่ไหนกันวะเนี่ย!?” หวังเค่อมองไปรอบๆ ด้วยสีหน้าว่างเปล่า
แต่แล้วมันก็เห็นหญิงสาวงามหยาดย้อยคนหนึ่งนั่งอยู่ด้านข้าง นางมีเรือนผมยาว สวมชุดสีขาวสะอาดสะอ้าน มีคิ้วสวยดั่งกระบี่ ให้ความรู้สึกองอาจสวยสง่า ใบหน้าเป็รูปไข่ องคาพยพทั้งห้าเหมาะเจาะพอดิบพอดี แม้จะดูอ่อนระโหยไปบ้างแต่ก็ให้ความรู้สึกสะอาดไร้มลทิน ในชั่วพริบตานั้นหัวใจของหวังเค่อเป็ต้องเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง
“แม่นาง ท่านช่างสวยเหลือเกิน!” หวังเค่ออุทาน
ระหว่างที่กำลังใมันก็ก้มมองตัวเอง จากนั้นสีหน้าของมันก็เปลี่ยนไปอย่างเฉียบพลัน เสื้อผ้าข้าหายไปไหนหมด?
“นี่มันสถานการณ์แบบไหนกัน? อย่ามองนะ เ้าห้ามมองข้า เสื้อผ้าข้าเล่า? เสื้อผ้าหายไปไหนหมดเนี่ย?” หวังเค่อร่ำร้องครวญคราง
ระหว่างที่กำลังตกอกใหวังเค่อก็เร่งใช้มือปกปิดร่างกายไว้ มันพบว่าตัวเองไม่ได้สวมเสื้อผ้าเลยสักชิ้น มันไม่รู้ว่าระหว่างที่ไฟผุดออกมาจากภายในร่าง เสื้อผ้าของมันก็ถูกเผาจนไม่เหลือซากไปนานแล้ว
ระหว่างที่หวังเค่อกำลังประหม่ากังวลมันก็พบว่ากำไลมิติยังคงอยู่จึงลอบถอนใจออกมา
“หันหน้าไปทางอื่น แม่นาง ท่านไม่ละอายบ้างเลยรึ! ข้ากำลังจะสวมเสื้อ ท่านก็จะดู?” หวังเค่อร่ำร้อง
แววตาของหญิงสาวสงบนิ่งเป็อย่างมาก คล้ายว่าไม่ได้รู้สึกขวยเขินอะไรเลย
นี่ทำให้หวังเค่อรู้สึกขมขื่นสุดบรรยาย
หวังเค่อทางหนึ่งหลบๆ ซ่อนๆ ทางหนึ่งสวมเสื้อผ้าอาภรณ์ กว่าจะสวมเสร็จไม่ใช่ง่ายๆ เลย
หวังเค่อมองหญิงสาวด้วยความแปลกใจ “แม่นาง ทำไมข้าถึงไม่ได้สวมอะไรอยู่เลย?”
หญิงสาวส่ายหน้าตอบ
“ข้าเนื้อตัวล่อนจ้อน ทะ ท่านคงจะไม่ได้เอาเปรียบข้าหรอกใช่ไหม?” หวังเค่อมองหญิงสาวด้วยความประหม่ากังวล
หญิงสาวนิ่งมองหวังเค่อโดยไม่ได้พูดอะไร
หวังเค่อเปลี่ยนสีหน้า “หมดกัน ข้าอุตส่าห์ถนอมตัวเองดั่งหยกไว้รอโยวเยว่ ระ ร่างกายอันบริสุทธิ์ผุดผ่องของข้าถูกท่านแทะโลมด้วยสายตาจนหมดสิ้น นี่จะทำยังไงดี!”
ระหว่างที่หวังเค่อกำลังกลัดกลุ้ม จู่ๆ สตรีนางนั้นก็เปลี่ยนสีหน้า เนื้อตัวนางบังเกิดไอเย็นแผ่ซ่านออกมาอีก
“กรี๊ด!” หญิงสาวขดตัวงอพร้อมกรีดร้องอย่างเ็ป
“แม่นาง นี่ท่านทำอะไร? ข้ายังไม่ทันจะให้ท่านรับผิดชอบท่านก็เริ่มชนเครื่องลายครามเสียแล้ว?” หวังเค่อเปลี่ยนสีหน้า
ระหว่างที่พูดหวังเค่อเองก็ล้มลงกับพื้นก่อนจะเริ่มชักกระตุกขึ้นมาบ้าง
คนสองคน คนหนึ่งขดตัวงอเนื้อตัวสั่นเทิ้ม อีกคนชักดิ้นชักงอไม่หยุด ราวกับว่าทั้งสองก็คือยอดฝีมือด้านการชนเครื่องลายครามที่กำลังอวดลวดลายประชันขันแข่งกัน
หวังเค่อชักดิ้นชักงอไปได้สักพักก็พบว่าหญิงสาวผู้นั้นไม่ปริปากเอ่ยคำมาเลย ดังนั้นจึงลืมตาขึ้นดู พบว่าร่างของนางมีไอเย็นแผ่อยู่รอบๆ ราวกับว่าตัวนางกำลังจะกลายเป็ก้อนน้ำแข็ง
“ทำข้าตกอกใหมด นี่ท่านไม่สบายจริงๆ งั้นหรือ?” หวังเค่อรีบเข้าไปดูอาการ
“อูย เย็น!” หวังเค่ออุทาน
ระหว่างที่ใหวังเค่อก็นำไม้ขีดออกมาจุด จากนั้นก็ขับเคลื่อนสัจปราณขุ่นจุดเพลิงมอบความอบอุ่นแก่หญิงสาว ผ่านไปสักพักน้ำแข็งบนตัวนางก็ละลายไป
หญิงสาวหยุดเนื้อตัวสั่นเทาในที่สุด นางเงยหน้ามองหวังเค่อแวบหนึ่งก่อนพูดออกมาว่า “ขอบคุณ!”
“ไม่ต้องเกรงใจ เมื่อกี้ข้าหลงนึกว่าท่านตั้งใจจะชนเครื่องลายครามเสียอีก! ท่านมีชื่อว่ากระไร? แล้วทำไมข้าถึงมาอยู่ที่นี่? แล้วเกิดอะไรขึ้นกับท่าน?” หวังเค่อยิงคำถามเป็ชุดๆ ด้วยความใคร่รู้
“ข้าคือมารอริยะ!” หญิงสาวตอบเสียงเคร่ง
“หา?” หวังเค่อผงะไป นี่หมายความว่าอะไร?
“คือบ่าวหญิงของมารอริยะ!” หญิงสาวเอ่ยต่อ
“หือ?” หวังเค่อฉงนฉงาย
หญิงสาวเหลือบมองหวังเค่อแต่ท้ายที่สุดก็ไม่กล้าบอกกล่าวฐานะของตัวเองออกมา
“ข้าคือบ่าวหญิงของมารอริยะเรียกว่าหลงอวี้! ก่อนหน้านี้ข้าเห็นเ้าตกลงมาจากฟ้า ข้าก็เลยลงไปงมเ้าขึ้นมาจากในทะเล!” หญิงสาวบอกกล่าว
“เอ๊ะ? นี่ท่านเป็คนช่วยข้าไว้?” หวังเค่อชะงักไป
เป็แบบนั้นหรือ?
หวังเค่อจำไม่ได้ มันจำได้แค่ว่าตัวเองถูกพายุหมุนเฮงซวยนั่นหมุนติ้วๆ จนสลบเหมือดไป กลายเป็ว่าข้าถูกหญิงสาวผู้นี้ช่วยเอาไว้?
พอเห็นว่าหวังเค่อไม่ได้เคลือบแคลงหญิงสาวก็พยักหน้า
“หลงอวี้ เ้าช่วยข้าไว้นี่เอง ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ที่เมื่อกี้ข้าเข้าใจเ้าผิดไป!” หวังเค่อฉีกยิ้มกว้าง
เมื่อกี้หลงนึกว่าหลงอวี้ตั้งใจจะใช้กลยุทธ์ชนเครื่องลายครามกับตนเสียอีก! อย่างไรซะในความทรงจำของหวังเค่อ สตรียิ่งงามเท่าใดก็ยิ่งขุดหลุมดักคนได้เลวร้ายขึ้นเท่านั้น! แต่สตรีที่ช่วยชีวิตตนไว้เป็อีกเื่หนึ่ง
ตนถูกพายุหมุนพัดลอยขึ้นฟ้าแต่กลับมาร่วงตกอยู่บนเขาน้ำแข็งอย่างไม่อาจหาคำมาอธิบายได้ ระหว่างที่ตนสลบไปจะต้องเกิดอะไรขึ้นแน่ๆ ไม่งั้นแล้วอยู่ดีๆ เสื้อผ้าของตนจะหายไปไหนได้? อีกอย่างทั้งที่ตกกระแทกบนเขาน้ำแข็งแต่ทำไมถึงไม่หัวร้างข้างแตกเลยล่ะ? น่ากลัวว่าคงจะไปตกลงในน้ำและก็ถูกหลงอวี้ผู้นี้ช่วยขึ้นมาจริงๆ
“จริงสิ ข้าชื่อหวังเค่อ! ทำไมเ้าถึงมาอยู่ที่นี่? แล้วก็ร่างกายเ้าเป็อะไร? ทำไมถึงปล่อยไอเย็นออกมา? แถมหน้าเ้ายังขาวซีดอีก!” หวังเค่อถามอย่างกังวล
หญิงสาวมองหวังเค่อด้วยสายตาประหลาด สิ่งที่ข้าพูดเ้าก็เชื่อเนี่ยนะ?
“ข้าคือหญิงรับใช้ของมารอริยะที่หนีมาจากเกาะที่พำนักของมารอริยะ ข้าทำพลาดครั้งใหญ่ถูกลงโทษด้วยพิษเซียนเหมันต์! บทลงโทษคือการแช่แข็งข้าให้ตาย!” หลงอวี้อธิบาย
“พิษเซียนเหมันต์? ถูกแช่แข็งให้ตาย? มารอริยะเป็คนลงมือ?” หวังเค่ออุทาน
หลงอวี้พยักหน้า
“มารอริยะนี่ไม่ใช่ผีไม่ใช่คนโดยแท้ ตัวเองหน้าตาอัปลักษณ์ก็เลยต้องหาหน้ากากอสุรกายมาสวมใส่ แต่กลับใจดำอำมหิตลงมือต่อเด็กสาวที่หน้าตาสะสวยขนาดนี้ได้ลงคอ! ทำเกินไปแล้ว!” อยู่ๆ หวังเค่อก็เอ่ยคำผรุสวาทออกมาฉุนเฉียว
ตอนแรกหญิงสาวเป็ต้องถลึงตาใส่หวังเค่อ แต่สุดท้ายก็ต้องสะกดเพลิงโทสะลงไปค่อยๆ สงบจิตสงบใจไว้
“อย่ากลัวไปเลย ข้าจะคิดหาวิธีช่วยเ้าจัดการพิษเซียนเหมันต์เอง! มา ส่งมือมา ข้าจะตรวจชีพจรให้!” หวังเค่อโพล่งขึ้น
หลงอวี้ก็ไม่ได้ขัดขืน ยื่นเหยียดข้อมือขวาอันขาวผ่องออกไป
หวังเค่อเพิ่งจะทาบนิ้วลงบนจุดชีพจรหากไอเย็นขุมหนึ่งก็ชำแรกเข้าสู่นิ้วมืออย่างเฉียบพลัน
“ซี๊ดด!”
หวังเค่อชักมือกลับตามสัญชาตญาณ นิ่งมองนิ้วที่มีเกร็ดน้ำแข็งเกาะด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด!
“หนาววๆๆ นิ้วข้าเกือบจะถูกแช่เย็นแล้วไหมล่ะ หลงอวี้ เ้าถึงกับทนมาได้?” หวังเค่อครางอย่างตกตะลึง
“เทียบกับใจคนที่แสนเยียบเย็นแล้ว นี่จะนับเป็อย่างไรได้?” หลงอวี้ยิ้มขื่น
“เอ่อ นี่เ้ารู้หลักปรัชญาด้วยรึ? ที่จริงข้าเองก็เคยศึกษามาเหมือนกัน!” หวังเค่อพยักหน้า
ความรู้สึกเศร้าหมองของหลงอวี้กำลังก่อตัว ผ่านไปครึ่งค่อนวันก็ยังไม่รู้ว่าจะเอายังไงต่อ
“หวังเค่อ ไอเย็นในตัวข้าประดังมาเป็ระลอกๆ ตอนนี้อีกระลอกหนึ่งกำลังจะมา เ้าจะช่วยให้ความอบอุ่นแก่ข้าอีกสักครั้งได้ไหม?” หลงอวี้เปิดปากถาม
“เ้าช่วยงมข้าขึ้นมาจากทะเลพิษเลยนะ เื่แค่นี้จะนับเป็อะไรได้?” หวังเค่อรับปากโดยไม่ลังเล
ทันใดนั้นสัจปราณขุ่นจำนวนมากก็พวยพุ่งออกมา หวังเค่อใช้ไม้ขีดจุดไฟมอบความอบอุ่นให้กับหลงอวี้
หลงอวี้มองดูหวังเค่อใช้ไม้ขีดจุดสัจปราณด้วยสีหน้าสุดพิลึกพิลั่น!
“ดีขึ้นบ้างไหม?” หวังเค่อถาม
“ดีขึ้นมาหน่อยแล้ว เพียงแต่ว่าสัจปราณของเ้าต้องใช้ไม้ขีดจุดด้วย?” หลงอวี้ถามอย่างฉงนสนเท่ห์
“ช่วยไม่ได้ ข้าถูกบรรพบุรุษขุดหลุมดัก แค่สามารถใช้ไม้ขีดจุดได้ก็บุญแล้ว ที่น่ากลัวที่สุดคือต่อให้ไม่ใช้ไม้ขีดตัวข้าก็ลุกติดไฟขึ้นมาได้เองต่างหาก เช่นนั้นข้าคงจบเห่แน่ๆ!” หวังเค่อเอ่ยอย่างชอกช้ำอาดูร
หลงอวี้ “…!”
“เลิกพูดถึงเื่นี้กันดีกว่า ไอเย็นของเ้าไหลมาเป็ระลอกๆ แบบนี้แล้วเมื่อไหร่จึงจะหมดเล่า?” หวังเค่อถาม
“ไม่มี จนกว่าพลังของข้าจะถูกใช้ไปจนหมดนั่นแหละ เว้นแต่ข้าตาย!” หลงอวี้ถอนใจ
นี่คือลักษณะของพิษเซียนเหมันต์ หากไม่มีอานุภาพทำลายล้างรุนแรงแล้วจะเรียกว่าพิษเซียนเหมันต์ได้อย่างไร?
“เว้นแต่เ้าตาย? นี่ นี่จะอำมหิตเกินไปแล้ว! ก่อนหน้านี้ข้าอุตส่าห์มองว่ามารอริยะเป็คนที่ไม่เลวคนหนึ่ง แต่มาตอนนี้มันกลับเป็คนใจอสรพิษนี่เอง!” หวังเค่อสาปส่ง
“หืม?” หลงอวี้ไม่ค่อยจะพอใจนัก
“เ้าลองคิดดูนะ โฉมสะคราญหยาดเยิ้มปานนี้มันก็ยังใช้พิษเซียนเหมันต์ได้ลง? มันทำได้ยังไง! หลงอวี้ ใช่เป็เพราะว่ามารอริยะหมายตาความงามของเ้า พอเ้าไม่ยอมคล้อยตามมันก็เลยทำโทษเ้าหรือเปล่า?” หวังเค่อถามอย่างสงสัยใคร่รู้
หลงอวี้ “…!”
“หลงอวี้ เ้าวางใจได้เลย ข้ารู้จักั์ใหญ่ทารกแกนิญญาอยู่บ้าง ท่านอาจารย์ข้าเองก็เป็ทารกแกนิญญา ข้าจะพาเ้าไปหาพวกเขา ให้พวกเขาช่วยถอนพิษให้!” หวังเค่อว่า
หลงอวี้ส่ายหน้าขณะเดียวกันก็เผยรอยยิ้มเย้ยหยันตัวเองออกมา “ขอบเขตทารกแกนิญญา? ช่วยข้าถอนพิษ? ฮ่าฮ่า!”
ตอนนี้ใครจะกล้าช่วยตนถอนพิษกัน? ใครจะมีปัญญา? พิษเซียนเหมันต์ใช่เป็สิ่งที่ทารกแกนิญญาคลี่คลายได้หรือ? หากว่าได้ ตนก็คงจะถอนพิษไปั้แ่แรกเริ่มแล้ว!
“ไม่มีประโยชน์ พิษเซียนเหมันต์เข้าสู่ร่าง นอกจากว่าตอนนี้ข้ามีมุกั ไม่อย่างนั้นข้าไม่มีทางขจัดความเย็นเหล่านี้ไปได้เลย!” หลงอวี้ถอนใจ
“มุกั?” หวังเค่อผงะไป
“มิผิด มุกั! มีแต่ชีพจรัที่พิเศษจำเพาะบางจำพวกเท่านั้นที่จะผนึกมุกัออกมา แต่น่าเสียดายเป็ไปไม่ได้เลยที่สิบหมื่นมหาบรรพตแห่งนี้จะมี!” หลงอวี้ส่ายหน้าพลางถอนใจ
“เอ่อ เ้านี่ใช้การได้หรือไม่?” หวังเค่อล้วงเอามุกสีแดงออกมาเม็ดหนึ่ง
หลงอวี้ปรายตามอง “…!”
มุกั? เป็มุกัไปได้ยังไง? หลงอวี้ขยี้ตาอย่างไม่อยากเชื่อ อาถรรพ์ชัดๆ เ้าเป็แค่เซียนเทียนกระจ้อยร่อย แต่ทำไมพอล้วงของออกมากลับสามารถนำมุกัออกมาได้? คงจะไม่ใช่ของปลอมหรอกใช่ไหม?
“เ้า นี่เ้าไปได้ของสิ่งนี้มาจากไหนกัน?” หลงอวี้จับจ้องหวังเค่อไม่วางตา
“มุกันี้ข้าได้มาสักพักแล้ว หลังจากศึกษาอยู่นานทำยังไงข้าก็ไม่อาจดูดซับพลังที่อยู่ข้างในได้ มีอยู่ครั้งที่ข้าลองชักนำพลังข้างในออกมาเสี้ยวหนึ่งแต่ก็เกือบะเิบ้านตัวเองไปด้วย เดิมทีข้าตั้งใจว่าจะรอให้อาคารเสินหวังสร้างเสร็จสมบูรณ์ก่อนถึงค่อยออกประมูลขาย หาพวกมือเติบไร้สมองสักคนทำกำไรจากมัน! ตอนนี้มาคิดดูใหม่ข้ายอมตัดใจดีกว่า! ในเมื่อเ้าช่วยชีวิตข้าไว้ หากเ้าสิ่งนี้สามารถช่วยเ้าขับพิษได้งั้นข้าก็ขอยกให้เ้าแล้วกัน!” หวังเค่อยัดมุกัใส่มือของหลงอวี้
หลงอวี้นิ่งมองมุกัในมือของตัวเองด้วยความอึ้งอยู่นานสองนาน ตลอดหลายปีมานี้นางเอาแต่ครุ่นคิดถวิลหาถึงมุกัมาโดยตลอด! ต้องสิ้นเปลืองเรี่ยวแรงความพยายามไปตั้งเท่าไหร่แต่สุดท้ายก็ยังไม่อาจหามาได้! แต่หวังเค่อกลับยัดมันใส่มือข้า? ยัดเยียดมาให้ทั้งอย่างนี้?
