โลกทั้งใบเหมือนหยุดนิ่งลงในเสี้ยววินาที
สายฝนยังคงตก แต่เสียงของมันกลับเหมือนห่างไกลออกไป ราวกับทุกสิ่งถูกแยกออกจากความเป็จริง
ัขาวกำลังเตรียมตัวที่จะพุ่งเข้าไปหาร่างจางเหวินที่จมอยู่ในคลื่นน้ำแข็งแทบจะในทันที
ร่างมหึมาของมันฉีกอากาศออกเป็ทางยาว เกล็ดสีขาวสะท้อนสายฝนแลบเป็ประกาย คมเล็บของมันยกขึ้นพร้อมจะฉีกทุกสิ่งที่ขวางหน้า
แรงกดดันของกึ่งจักรพรรดิขั้นสูงสุดะเิออกมาเต็มกำลัง ทำให้เมฆโดยรอบแตกกระจาย
ัแดงใทันที
“เ้าเป็อะไรของเ้ากัน หลงซูเหยา! ทำไมเ้าถึงได้โจมตีเขาแบบนั้นกัน!”
เสียงคำรามของัแดงดังก้องไปทั่วฟ้า หลงซูเหยาคำรามตอบ ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยโทสะ
“ข้ามั่นใจว่าไอ้เวรนี่คือคนที่เอาน้องชายเย่เฉินไปแน่นอน สัญชาตญาณมันบอกข้า!”
ัแดงพูดขึ้นด้วยความเยือกเย็น
“เ้าอยู่มานับหมื่นปีแล้วยังพึ่งพาสิ่งที่เรียกสัญชาตญาณอยู่งั้นเหรอ? เ้าบ้ารึเปล่า? เรายังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าชายคนนั้นเป็ใครมีภูมิหลังอะไรด้วยซ้ำ! ข้าไม่เข้าใจทำไมพอเป็เื่ของเย่เฉินเ้าดูเหมือนจะไม่ใช่สมองในการทำอะไรเลยละ หรือมันเอาอะไรให้เ้ากินกันถึงได้ลุ่มหลงมันขนาดนั้น…”
พลังลมปราณรอบกายัขาวเริ่มปั่นป่วนรุนแรงด้วยความโกรธที่เกินกว่าจะควบคุม
“ถ้าเ้าไม่รู้อะไรก็แค่เงียบไปซะ ถ้าไม่อยากช่วยก็กลับไปที่เผ่าซะข้าไม่ได้้าพึ่งพาเ้าเลยแม้แต่น้อย!”
คำพูดนั้นทำให้ัแดงเงียบลงทันที คลื่นพลังรอบตัวเขาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่หลงซูเหยาจะเหมือนรู้ตัวว่าตัวเองพูดในสิ่งที่ไม่ควร นางกัดฟันแน่น
“ข้าขอโทษ…หลงหยานเทียน… ข้า… ข้าขาดสติไปชั่วขณะ”
แต่ยังไม่ทันที่สถานการณ์จะคลี่คลาย บรรยากาศทั้งผืนฟ้าก็หนักอึ้งขึ้นอย่างน่าหวาดหวั่น
แรงกดดันบางอย่างกดทับทุกสิ่งจนแม้แต่อากาศยังหยุดเคลื่อน
อินทรีสีม่วงทองกระพือปีกบินสูงขึ้นโดยสัญชาตญาณที่รับรู้ถึงอันตราย
ชายชราทั้งสามขยับตัวถอยออกไปทันที เพราะพวกเขารับรู้ได้ชัดเจนว่าพลังนี้ไม่ได้มุ่งมาที่พวกเขา
ตูมมมมมมมมมมม!
แรงกดทับที่มองไม่เห็นร่วงลงจากฟ้าราวกับ์ทั้งชั้นพังทลาย ร่างของัขาวและัแดงถูกแรงมหาศาลกดทับจากฟ้าลงสู่พื้นดินในชั่วพริบตา
พื้นดินแตกร้าวเป็วงกว้าง เศษหินและดินกระเด็นขึ้นสูงเหมือนคลื่นะเิ ฝุ่นและเศษหินพุ่งกระจายเหมือนคลื่นั์ หลุมขนาดมหึมาก่อตัวขึ้นทันที
หนึ่งในชายชราจากสำนักภูผากระบี่จ้องมองไปยังต้นตอของพลังด้วยสายตาตกตะลึง
บนกองน้ำแข็งเมื่อครู่มีร่างกายของชายชุดขาวหน้ากากสีดำยืนอยู่โดยไม่ได้รับอาการาเ็ใดๆ แม้แต่รอยขีดข่วนก็ไม่มี
ในมือข้างขวาของเขา…กำลังถือร่มสีดำสนิทที่กางออกเต็มคัน
ผืนร่มลวดลายเป็เมฆสีทองคำสลักอย่างวิจิตรรอบล้อมทั้งผืนและมันกำลังแผ่กระจายพลังลึกลับออกมาอย่างเงียบงัน ด้ามจับดูเหมือนทำจากไม้โบราณบางชนิดที่แฝงกลิ่นอายแห่งกาลเวลา
ชายชราคนหนึ่งพูดเสียงแ่ด้วยความไม่อยากเชื่อ
“อาวุธจักรพรรดิงั้นเหรอ? …”
อีกคนพยักหน้าด้วยสีหน้าตึงเครียด
“น่าจะใช่แน่นอน”
ชายชราคนที่สามถอนหายใจยาว
“ถ้าอย่างนั้นผลแพ้ชนะคงถูกตัดสินแล้วสินะ ถ้าเกิดว่าพวกัเ่าั้ไม่มีอาวุธจักรพรรดิติดตัวมาชีวิตของพวกมันก็คงขึ้นอยู่กับชายชุดขาวนั่นแหละ”
อีกคนพูดเสริม
“พวกเขาเป็แค่ผู้าุโตระกูล คงไม่มีอาวุธระดับนั้นหรอก”
แต่ในวินาทีต่อมา
บางอย่างก็เปลี่ยนไป
ร่างของัแดงและัขาวเริ่มเปล่งแสงขึ้น พลังมหาศาลไหลเวียนทั่วร่างเหมือนบางสิ่งในสายเืถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา
กระดูกเริ่มขยับ รูปร่างหดเล็กลง เกล็ดบางส่วนเปลี่ยนเป็ิั
ในไม่กี่ลมหายใจ พวกมันกลายเป็ร่างกึ่งักึ่งมนุษย์
เขาแหลมที่หัว เกล็ดยาวตามแขน ดวงตาเรืองแสง พลังเริ่มทวีคูณ
“ย๊าาาาาาาา!”
พลังมหาศาลพุ่งออกจากร่างของทั้งสองจนฟ้าสั่นะเื
จางเหวินเพียงจ้องมองอย่างใจเย็น ก่อนที่เขาจะเร่งพลังขึ้นอีก
อึ๊ก!
ทันใดนั้น ทั้งสองกระอักเืออกมาพร้อมกัน
เสียงกระดูกัที่แข็งแกร่งกว่ามนุษย์หลายร้อยเท่าเริ่มแตกหักดังกรอบแกรบอย่างน่าสยดสยอง แรงกดดันมหาศาลกดทับลงบนร่างของพวกเขาอย่างไร้ความเมตตา
พลังส่วนหนึ่งของร่มแยก์กำลังถูกปลดปล่อยออกมา มันคืออาวุธจักรพรรดิของจางเหวินที่ได้มาจากระบบ
ร่างของทั้งสองเริ่มบิดงอผิดรูป กล้ามเนื้อฉีกขาด เืสีแดงสดพุ่งออกจากทุกส่วนของร่าง
กระดูกบางส่วนทะลุผ่านออกมาจากิั
“อ๊าาาาา!”
เสียงกรีดร้องดังสนั่นะเืทั้งฟ้า ความแตกต่างของพลังนั้นชัดเจนเกินไป
จนกระทั่ง เสียงของหญิงสาวที่สงบนิ่งแต่ทรงอำนาจดังขึ้น
“หนุ่มน้อย เ้าพึ่งจะมีอายุกระดูกและอายุิญญาแค่ 18 ปี ไม่จำเป็ต้องโหดร้ายขนาดนั้นก็ได้ใช่ไหมและทั้งสองตัวนั้นก็เป็ผู้าุโจากตระกูลัด้วย ข้าว่าพวกเราปล่อยผ่านเื่นี้แล้วแยกย้ายกันดีกว่าไหม?”
จางเหวินค่อย ๆ หมุนตัวกลับไปอย่างช้า ๆ ร่มสีดำยังคงกางอยู่เหนือศีรษะ ลวดลายเมฆทองคำไหลเวียนเหมือนจักรวาลขนาดย่อม
สายตาใต้หน้ากากมองตรงไปยังที่มาของเสียงอย่างนิ่งสงบ ก่อนที่เขาจะรู้ว่าเสียงนั้นเป็ของหลินไท่จี๋ ผู้าุโจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์สระหยก
ชายชราทั้งสามเมื่อได้ยินนางกล่าวว่าชายชุดขาวเบื้องหน้ามีอายุเพียงสิบแปดปี สีหน้าพวกเขาเปลี่ยนไปทันที สายตาคมกริบกวาดมองไปยังจางเหวินพร้อมปลดปล่อยจิตััเพื่อตรวจสอบอายุกระดูก
แต่ผลลัพธ์กลับว่างเปล่า
ไม่ว่าจะตรวจสอบอย่างไร ก็เหมือนมีม่านบางอย่างปกคลุมเอาไว้จนไม่สามารถหยั่งถึงได้เลยแม้แต่น้อย
ชายชราคนหนึ่งขมวดคิ้วลึก ความสงสัยปรากฏชัดในแววตา
จางเหวินมองทุกอย่างอย่างสงบ ก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ
“ถ้าเมื่อครู่ข้าไม่สามารถรอดจากการโจมตีของมันได้ เ้าคงไม่ได้มายืนถามข้าแบบนี้หรอกจริงไหม ข้าคงตายไปแล้ว ดังนั้นสิ่งที่ข้าทำก็แค่เพื่อป้องกันชีวิตตัวเองเท่านั้น”
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศเงียบลงชั่วครู่
ชายชราจากสำนักภูผากระบี่ก้าวออกมาหนึ่งก้าว
“แต่การกระทำของเ้าดูจะรุนแรงเกินไป การโจมตีเมื่อครู่ของนางอาจไม่ได้เป็อันตรายถึงชีวิตของเ้าด้วยซ้ำ หรือบางทีอาจทำอะไรเ้าไม่ได้เลยก็ได้”
จางเหวินเงียบไปชั่วลมหายใจ ก่อนเสียงของเขาจะดังขึ้น
“ท่านเอาอะไรมามั่นใจว่าข้าจะปลอดภัย ประสบการณ์ของท่านงั้นเหรอ หรือว่าสายตาของท่าน หรือจะเป็เพียงแค่ลมปากของเ้าที่พูดออกมาลอยๆ หรือเพราะแค่ว่าผลลัพธ์มันออกมาแล้วเ้าจะพูดหรือหาเหตุผลอะไรมาอ้างก็ได้แบบนี้เหรอ”
ดวงตาของชายชราคนหนึ่งหรี่ลง
“หึ ช่างเป็คำพูดที่หยิ่งยโสโอหังยิ่งนัก”
จางเหวินไม่ได้โต้เถียงในทันที เขาเพียงยืนอยู่ใต้ร่มสีดำ ลวดลายเมฆทองยังคงไหลเวียนช้า ๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง
“ข้าก็แค่อยู่สงบ ๆ ของข้า ไม่ได้อยากมีปัญหากับใคร ข้าสร้างม่านพลังป้องกันไม่ให้คนภายนอกเข้ามาใกล้ด้วยซ้ำ แล้วพวกเ้าล่ะ พังเข้ามาในม่านพลังของข้าเพื่อตามหาใครก็ไม่รู้ ห๊ะ เ้าคิดว่าข้าเป็พ่อพวกมันหรือไง ถึงคิดว่าข้าจะรู้ว่ามันอยู่ไหนกัน”
คำพูดนั้นทำให้สีหน้าหลายคนแข็งค้าง ทำอะไรไม่ถูก
ชายชราคนหนึ่งสะบัดแขนเสื้อ
“ช่างเป็การพูดคุยที่เสียเวลายิ่งนัก”
จางเหวินถอนหายใจเบา ๆ ก่อนที่ออร่ารอบตัวจะเริ่มหนักขึ้นอย่างช้า ๆ
“ข้าไม่ได้อยากมีปัญหากับใคร….”
ทันใดนั้น
ตูมมมม!!!
หมัดขวาตรงพุ่งเข้ามาจากด้านหลังด้วยความเร็วเหนือเสียง
อากาศะเิออกเป็วงคลื่น แต่ก่อนที่หมัดนั้นจะััร่างของจางเหวิน
ม่านพลังสีดำจาง ๆ ก็ปรากฏขึ้น แรงหมัดทั้งหมดสะท้อนย้อนกลับในเสี้ยววินาที
“อ๊าาาาา”
เสียงกรีดร้องของหลงหยานเทียนดังสนั่น แขนของเขาบิดผิดรูปทันที กระดูกแตกละเอียดจนแทบแหลกสลาย พลังสะท้อนทำให้ร่างของเขาถอยหลังไปหลายสิบเมตร
แต่ยังไม่ทันหยุด
หลงซูเหยาในร่างกึ่งัวาร์ปมาปรากฏด้านหลังทันที กรงเล็บน้ำแข็งเย็นจัดเปล่งประกาย เจตนาสังหารพุ่งทะลุอากาศ
นางแทงกรงเล็บเข้าใส่กลางหลังของจางเหวิน
แต่ในวินาทีเดียวกัน ร่มแยก์ถูกหุบโดยจางเหวินแล้วฟาดออกไป
ปึงงง!!!
ตัวร่มกระแทกเข้าที่หัวของหลงซูเหยาเต็มแรง ซึ่งเป็การโจมตีมันรุนแรงยิ่งกว่าหมัดของหลงหยานเทียนหลายเท่า
เสียงกระดูกดังกร๊อบ
ศีรษะของหลงซูเหยาหมุนกลับด้านไปอีกฝั่ง ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะกระเด็นไปกระทบพื้นเหมือนอุกกาบาต
พื้นดินแตกกระจายเป็หลุมขนาดใหญ่ฝุ่นควันกระจายไปทั่วพื้นที่
จางเหวินค่อยๆ ลอยขึ้นไปอยู่กลางอากาศอย่างสงบ สายตาใต้หน้ากากมองลงไปยังร่างของหลงซูเหยาโดยไม่มีอารมณ์ใด ๆ
ตัวเขาเองก็ไม่ได้มีเจตนาจะสร้างศัตรูเพิ่ม
ดังนั้นเขาจึงยังไม่ลงมือสังหารทั้ง 2 คนทันที เพราะพวกตระกูลัตามความรู้ของเขามันค่อนข้างแข็งแกร่งในระดับหนึ่งและน่าจะมีจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่มากมายภายในตระกูล
ชายชราทั้งสามคนจ้องมองการต่อสู้เมื่อครู่นี้ด้วยความรู้สึกหวั่นไหวในใจ หากว่าการโจมตีเมื่อครู่เปลี่ยนจากหัวของหลงซูเหยาเป็หัวของพวกเขาเอง มันคงจะไม่จบเพียงแค่หัวหมุนกลับด้านแน่นอน พวกเขาคงจะตายในทันที แต่โชคดีที่หลงซูเหยาเป็เผ่าัโดยกำเนิดร่างกายของนางแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ทั่วไปหลายร้อยเท่า
หลินไท่จี๋จ้องมองไปที่จางเหวินโดยไม่กะพริบตา ด้วยประสบการณ์ของนางที่ผ่านการต่อสู้มามากมาย ดูเหมือนว่าชายชุดขาวจะไม่ได้มีเจตนาสังหารคนจากเผ่าั การโจมตีเมื่อครู่นี้นางรู้สึกได้ว่าหากชายคนนั้น้าด้วยพลังของอาวุธระดับจักรพรรดิทั้ง 2 คนคงไม่มีลมหายใจอยู่แล้ว
