เมื่อเก็บเหยาเหยากลับไปแล้วเย่เทียนเซ่ยก็นำม้วนคัมภีร์กลับเมืองกู่ผิงออกมาแล้วทำลายมันทันที
เดิมทีแล้วมันเป็เพียงภารกิจลับที่ให้ไปฆ่าาาิญญาที่ยังไม่โตเต็มที่ตัวหนึ่งเท่านั้น แต่เขาไม่คิดเลยว่าระหว่างทำภารกิจเขาจะได้พบกับปาฏิหาริย์และความเปลี่ยนแปลงมากมายเช่นนี้ การฆ่าาาิญญาก็ง่ายกว่าที่เขาคาดคิดไว้ ตามมาด้วยการปรากฏตัวของฟีนิกซ์สีเื หมาป่าสีฟ้าและชายผมฟ้า หลังจากนั้นเขายังตกลงไปในเหวัซ่อนอย่างไม่ทันตั้งตัว ได้พบกับหลงโม่หยาแล้วยังได้เปลี่ยนอาชีพเป็ “ัปีศาจพิชิตฟ้า” อันเป็อาชีพที่แข็งแกร่งจนเขาต้องตกตะลึงนั่นอีก จากนั้นก็ได้รับเขี้ยวั์และเขี้ยวัปีศาจซึ่งเป็อาวุธ์ที่มีพลังอันแข็งแกร่งหลับใหลอยู่ ท้ายที่สุดเขายังได้เพื่อนร่วมทางผู้มีประวัติอันยาวนานอย่างเหยาเหยามาโดยไม่ตั้งใจอีกด้วย
การเปลี่ยนแปลงอันแปลกประหลาดเหล่านี้ล้วนทำให้ผู้คนแปลกใจได้ทั้งนั้น ใครก็ไม่อาจคาดเดาได้ว่าวินาทีต่อมาจะเกิดอะไรขึ้น และการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ก็กำลังสร้างระลอกคลื่นสาดซัดเข้าสู้โชคชะตาของผู้คน เมื่อตอนที่เย่เทียนเซี่ยไปรับภารกิจหนึ่งเดียวในการตามหาร่องรอยของทหารประจำเมืองที่หายไปที่จวนเ้าเมืองเทียนเฉินจุดเปลี่ยนอันยิ่งใหญ่ของเขาใน World of Fate ก็ได้เริ่มขึ้นแล้ว....... จนถึงตอนนี้ในที่สุดเขาก็ได้ก้าวล้ำหน้าคนอื่นๆภายใน World of Fate ไปก้าวใหญ่ และเกิดใหม่อย่างเต็มตัวเสียที
เมื่อกลับไปถึงเมืองกู่ผิงและไปถึงบ้านของเ้าเมืองกู่ผิง เย่เทียนเซี่ยยังไม่ทันจะได้อ้าปากพูดอะไรออกมาเ้าเมืองกู่ผิงก็รีบเดินตรงมาด้านหน้าของเขาพร้อมกับะโออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น “ท่านผู้กล้า ข้าเฝ้ารอท่านกลับมาโดยตลอด....... ท่านคือผู้กล้าที่แท้จริงที่สมควรจะได้รับเหรียญผู้กล้าเช่นเดียวกับกู่ผิง พวกเราทุกคนรู้หมดแล้วว่าไม่เพียงแค่าาิญญาที่สูญสลายไปเท่านั้น แม้แต่ถ้ำหัวกะโหลกก็ถล่มไปหมดแล้วเช่นเดียวกัน าาิญญาคงไม่สามารถปรากฏตัวได้อีกต่อไปแล้ว....... ท่านผู้กล้า ท่านไม่เพียงขจัดภัยพิบัติอันน่ากลัวของพวกเรา แต่ท่านยังกำจัดต้นเหตุแห่งภัยพิบัติเพื่อลูกหลานของพวกเราในวันข้างหน้าอีกด้วย .......พวกเราไม่รู้จะขอบคุณท่านอย่างไรจริงๆ”
เย่เทียนเซ่ยอ้าปากค้าง หลังจากนั้นก็รีบก้มหน้าอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวทันที “ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ นี่เป็สิ่งที่ผมต้องทำอยู่แล้ว”
แน่นอนว่าเขาไม่โง่พอที่จะอธิบายว่าถ้ำหัวกะโหลกถูกพลังของฟีนิกซ์สีเืและหมาป่าสีฟ้าทำลายจนราบเป็หน้ากลอง เดิมทีแค่ตัวเขาเองคงไม่มีความสามารถมากพอที่จะทำลายถ้ำหัวกะโหลกทั้งถ้ำได้ แต่ภายใต้ภารกิจที่ยังไม่ทราบรางวัล ปกติแล้วรางวัลที่จะได้รับจะต้องดูจากความสำเร็จของภารกิจ ครั้งนี้เขาทำภารกิจสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่และเกินความคาดหมายไปมาก ดังนั้นรางวัลที่จะได้รับก็น่าจะเป็รางวัลที่สูงยิ่งขึ้น
“จะต้องเป็เพราะพวกเราบูชาและอ้อนวอนต่อผู้กล้าบนสรวง์แน่ๆ โชคชะตาจึงได้นำพาท่านมาถึงที่แห่งนี้และช่วยชีวิตเมืองเล็กๆที่ถูกลืมอย่างพวกเรา” เ้าเมืองพึมพำกับตัวเอง สิ่งที่พูดออกมาทำให้เย่เทียนเซี่ยถึงกับหมดคำพูดด้วยความกระดากอาย ร้อยปีก่อนมีผู้กล้านามว่ากู่ผิงผู้เหรียญผู้กล้าได้ต่อสู้กับาาิญญาจนตัวตาย เขาได้ช่วยเมืองกู่ผิงแห่งนี้เอาไว้ ตอนนี้เย่เทียนเซี่ยเองก็ได้กำจัดาาิญญาไปอีกครั้ง และยัง “ทำลายถ้ำหัวกะโหลกจนราบเป็หน้ากลอง” หาคิดดูแล้วต่อไปเมืองเล็กๆแห่งนี้จะต้องเคารพบูชาคนที่มีเหรียญแห่งผู้กล้าเทียบเท่ากับพระเ้าเป็แน่
เ้าเมืองกู่ผิงที่กลัดกลุ่มอยู่ที่นี่เป็เวลานานรู้สึกทั้งตื่นเต้นและขอบคุณ ในที่สุดเขาก็เปลี่ยนเื่ไปที่หัวข้อที่เย่เทียนเซี่ยกังวลที่สุด “ท่านผู้กล้าผู้ยิ่งใหญ่ เชิญตามข้ามา พวกเาาวเมืองกู่ผิงมีบางสิ่งจะมอบให้ท่าน ถือเป็การแสดงความขอบคุณขอบพวกเราที่มีต่อท่าน”
ใจกลางเมืองกู่ผิงมีก้อนหินสูงเด่นก้อนหนึ่งตั้งอยู่ บนก้อนหินก้อนนั้นมีชื่อและรูปของคนๆหนึ่งสลักเอาไว้.......... นั่นคือกู่ผิงผู้ช่วยเมืองกู่ผิงเอาไว้เมื่อร้อยปีก่อน ไม่ว่าด้านในหรือด้านนอกที่แห่งนี้ก็ล้วนสะอาดสะอ้านไร้ที่ติ
เ้าเมืองกู่ผิงเดินนำเย่เทียนเซี่ยมาถึงที่แห่งนี้ เขาโค้งลงทำความเคารพต่อก้อนหินก้อนมหึมานั้นด้วยใบหน้าแห่งความศรัทธา เย่เทียนเซี่ยไม่ได้เข้าไป เขาเพียงยืนรออยู่ด้านนอกอย่างเงียบๆ ขณะเดียวกันเขาก็มองสำรวจรอบๆพื้นที่นี้อย่างสนอกสนใจ ก่อนที่จะมายังที่แห่งนี้เย่เทียนเซี่ยไม่ใช่ว่าไม่เคยได้ยินชื่อของกู่ผิงมาก่อน ในตอนที่เขาไปเปลี่ยนอาชีพที่เมืองเทียนเฉินเขาก็ได้ยินชื่อนี้มาจากปากของปรมาจารย์เปลี่ยนอาชีพแล้ว...... เพราะเมื่อร้อยปีก่อนเขาก็คือผู้มีพร์ที่ได้รับเหรียญแห่งผู้กล้าและเหรียญวีรบุรุษ ต่อจากเขาถึงจะเป็อู๋ิคนนั้น ถ้าเขาไม่เสียชีวิตั้แ่อายุยังน้อยตอนนี้ก็น่าจะกลายเป็บุคคลสำคัญที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วแผ่นดินแล้ว
ไม่ปล่อยให้เย่เทียนเซี่ยต้องรอนานเ้าเมืองกู่ผิงก็เดินออกมาจากด้านในอย่างรวดเร็ว ในมือของเขาถือวัตถุที่มีรูปร่างแปลกๆที่เป็เหล็กกล้ามาด้วย เย่เทียนเซี่ยมองมันสักพักแต่ก็ยังดูไม่ออกว่ามันคืออะไร
“ผู้กล้าจากเมืองเทียนเฉิน นี่คือสิ่งที่เมืองกู่ผิงของเราเตรียมจะมอบให้ท่าน...... นี่คือสิ่งที่มีเพียงเ้าเท่านั้นที่มีคุณสมบัติจะมันได้” เต้าเมืองกู่ผิงยื่นมืออกมา แล้วนำของที่มีรูปร่างแปลกๆนั่นวางไว้ในมือของเย่เทียนเซี่ย ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโศกเศร้า “ตอนนั้นวีรบุรุษกู่ผิงผู้ช่วยเมืองของพวกเราไว้ได้ใช้ชีวิตของตนเองต่อสู้กับาาิญญาอันน่ากลัวจนตัวตาย ก่อนที่เขาจะตายเขาหวังว่าพวกเราจะฝังดาบ โล่และธนูของเขาไปกับร่างของเขาด้วย แต่เขากลับทิ้งสิ่งนี้ไว้ เพราะผู้กล้า้ามัน และมีเพียงผู้กล้าเท่านั้นถึงจะมีคุณสมบัติมันได้
เย่เทียนเซี่ยรับมาก่อนจะตรวจสอบดูคุณสมบัติของมันทันที
หน้ากากผู้กล้า : ไอเทมพิเศษประเภทหน้ากาก กู่ผิงได้รับมาในตอนที่เขาได้รับเหรียญวีรบุรุษ ไม่ทราบว่าทำมาจากวัสดุอะไร เมื่อสวมใส่ไอเทมนี้ไว้บนหน้าผากจะสามารถปิดบังใบหน้าั้แ่จมูกขึ้นไปได้
ข้อจำกัดในการใช้ : มีเหรียญผู้กล้า, เหรียญวีรบุรุษหรือเหรียญเทพาอย่างใดอย่างหนึ่ง
คุณสมบัติ : พละกำลัง +10, ความแข็งแกร่ง +10, อัตราคริติคอลในการโจมตี +3%
ทักษะเพิ่มเติม :
หัวใจผู้กล้า : พละกำลังอันแข็งแกร่งและความเชื่อมั่นทำให้การโจมตีครั้งต่อไปของตัวเองกลายเป็การโจมตีถึงตาย, ผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจง : หลังจากปลดปล่อยทักษะออกไปแล้ว การโจมตีครั้งต่อไปจะแสดงผล 100% ใช้พลังเวทย์ 20 หน่วย ทักษะนี้ใช้เวลาคูลดาวน์ 1 นาที
นี่.............
นี่คือหน้ากากอันหนึ่ง..........เป็หน้ากากชนิดพิเศษอันหนึ่ง นอกจากคุณสมบัติที่ติดมาแล้ว มันยังเป็ไอเทมหน้ากากที่มีทักษะอันแข็งแกร่งอีกหนึ่งอย่างด้วย!
เมื่อถือไอเทมประเภทหน้ากากอันแปลกประหลาดที่มีชื่อว่าหน้ากากผู้กล้าชิ้นนี้เอาไว้ในมือเย่เทียนเซี่ยก็คิดไปถึงคำพูดที่เ้าของร้านขายไอเทมในเมืองเทียนเฉินเคยพูดเอาไว้ “อย่างที่บอกว่าหน้ากากไม่ใช่ไอเทมชนิดหนึ่ง แต่มันคือเครื่องมือที่เอาไว้ปิดบังใบหน้าเท่านั้น อย่างน้อยหน้ากากทั้งหมดในร้านของข้าก็มีแต่แบบนี้..... แต่ว่า เ้าหนุ่ม เท่าที่ข้ารู้มายังมีหน้ากากบางอย่างที่มีมูลค่ามหาศาลและมีคุณสมบัติติดมาด้วย บางอันอาจจะมีคุณสมบัติที่แข็งแกร่งแฝงอยู่ด้วย เฮ้อ....ข้าหวังว่าซักวันจะได้เห็นหน้ากากมหัศจรรย์ชิ้นนั้นด้วยตาของตัวเองจริงๆ..........”
ที่เย่เทียนเซี่ยถืออยู่ในมือในเวลานี้ก็คือไอเทมประเภทหน้ากากอันน่าประหลาดใจที่แฝงไว้ด้วยคุณสมบัติตามที่เ้าของร้านขายไอเทมเคยพูดเอาไว้ มันมีคุณสมบัติเพิ่มพละกำลัง 10 หน่วยและเพิ่มความแข็งแกร่งอีก 10 หน่วย แต่ด้วยความพิเศษของไอเทมแบบนี้ทำให้มันมีมูลค่าสูงยิ่งกว่าไอเทมธรรมดาที่เสริมค่าคุณสมบัติกว่า 10 หน่วยเสียอีก มูลค่าของมันยังมากกว่าไอเทมประเภทเครื่องประดับจำพวกต่างหู แหวนและสร้อยคอที่ปรากฏออกมาได้ยากยิ่งอีกด้วย
และทักษะ “หัวใจผู้กล้า” นั้นก็เป็ทักษะที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง สามารถจินตนาการได้เลยว่าถ้าเย่เทียนเซี่ยเรียกใช้ทักษะ “หัวใจผู้กล้า” นี้ทุกครั้งก่อนที่จะเรียกใช้ทักษะ “พายุหมุนัเจ็ดชั้นฟ้า” คงจะสามารถสร้างความเสียหายได้ถึง 14 เท่าภายใต้ผลลัพธ์ของการโจมตีครั้งนั้น....... นี่มันเป็ตัวเลขที่น่าใและน่ากลัวอย่างยิ่ง
“ติ๊ง! ท่านได้ทำภารกิจลับเพียงหนึ่งเดียว ‘ช่วยเ้าเมืองกู่ผิงสังหาราาิญญาวัยเด็ก’ สำเร็จแล้ว, ได้รับค่าประสบการณ์ +32,000, ค่าชื่อเสียง +50, เหรียญทอง +100 เหรียญ, ความประทับใจจากชาวเมื่อกู่ผิงเพิ่มขึ้น +20, และได้รับรางวัลเป็ไอเทมพิเศษ ‘หน้ากากผู้กล้า’ เนื่องจากภารกิจของท่านประสบความสำเร็จเกิดคาดจึงได้รับรางวัลพิเศษ ความประทับใจของชาวเมืองกู่ผิงที่มีต่อท่านจะเพิ่มขึ้น +50”
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นข้างหูของเย่เทียนเซี่ยและจบลง มันกำลังแจ้งเตือนว่าภารกิจลับเพียงหนึ่งเดียวที่เขารับมาจากเมืองกู่ผิงโดยไม่ได้ตั้งใจประสบความสำเร็จอย่างงดงามและจบลงแล้ว การทำลายถ้ำหัวกะโหลกนำมาซึ่งรางวัลพิเศษที่ทำให้เย่เทียนเซี่ยแทบอยากจะหัวเราะให้ปากฉีกอย่างตื่นเต้น....... ระดับความประทับใจของชาวเมืองกู่ผิงทั้งเมืองเพิ่มขึ้นเต็มๆ 50 หน่วย แล้วเมื่อรวมเข้ากับ 20 หน่วยที่เพิ่มขึ้นมาก่อนหน้านี้อีก ทำให้ตอนนี้ชาวเมืองกู่ผิงทั้งหมดมีความประทับใจต่อเขามากถึง 70 หน่วยเลยทีเดียว......... ชาวเมืองทั้งหมดมีความประทับใจต่อเขาอยู่ในระดับน้ำใสใจจริงซึ่งห่างจากระดับซาบซึ้นบุณคุณไปไม่เท่าไรเท่านั้นเอง
สิ่งนี้มีค่ายิ่งกว่าทรัพย์สินที่จับต้องได้เสียอีก เมื่อคนทุกคนเป็มิตรและเคารพคุณ เมืองเล็กแห่งนี้ก็จะไม่มีใครเป็ศัตรูกับคุณหรือหลอกลวงคุณอีกต่อไป มันช่างเป็ระดับที่งดงามอะไรอย่างนี้
เมื่อเย่เทียนเซี่ยถอดหน้ากากหัวเสือออกแล้วสวมใส่หน้ากากผู้กล้าลงไปแทน ทันใดนั้นวงแหวนของหน้ากากที่มีรูปดาบสั้นสลักไว้ตรงกลางก็ติดอยู่บนหน้าผากของเย่เทียนเซี่ย วัสดุของมันดูเหมือนจะทำมาจากเหล็กกล้า แต่เมื่อมองดีๆจะพบว่า้ามีเงาของโลหะชนิดพิเศษชนิดหนึ่งที่ไม่ใช่เหล็กอยู่ด้วย เย่เทียนเซี่ยเอื้อมมือออกไปดึงหน้ากากผู้กล้าลงมา ทันใดนั้นใบหน้า้าของเขาก็ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากผู้กล้าเหลือไว้เพียงจมูกและปากของเขาเท้านั้นที่เผยออกมา แต่ที่แปลกก็คือแม้ว่าดวงตาของเขาจะถูกปิดบังเอาไว้ทำให้คนอื่นๆมองไม่เห็นดวงตาของเขา แต่สายตาของเขาที่เหมือนกำลังสวมใส่โลหะแปลกๆนั่นอีกชั้นกลับมองเห็นทุกอย่างโดยรอบผ่านเข้ามาในสายตาได้อย่างชัดเจน มันไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการมองเห็นพื้นที่โดยรอบของเขาแม้แต่น้อย ช่างเป็เื่ที่แปลกประหลาดจริงๆ
เมื่อบอกลาเ้าเมืองกู่ผิงเรียบร้อยแล้ว เย่เทียนเซี่ยที่กอบโกยมาอย่างเต็มที่ก็กลับไปยังเมืองเทียนเฉินทันที ภารกิจหนึ่งเดียว “สำรวจร่องรอยทหารประจำเมืองที่หายไป” ที่เขารับมาจากจวนเ้าเมืองก็ประสบความสำเร็จแล้ว...... และยังเป็ความสำเร็จที่เกินคาดอีกด้วย ตอนนี้เย่เทียนเซี่ยอยากจะเห็นว่าเ้าเมือเทียนเฉินจะมีปฏิกิริยาอย่างไรเมื่อรู้ว่าเ้าฟีนิกซ์สีเืตายไปแล้ว แล้วจะให้รางวัลอะไรแก่เขา..........เพราะเขาสามารถนำขนนกสีเืออกมาอ้างได้ว่าฟีนิกซ์สีเืถูกเขาฆ่าตายไปแล้ว
จะว่าไปแล้วั้แ่เย่เทียนเซี่ยจากเมืองเทียนเฉินมาเมื่อวานจนถึงวันนี้ที่เขาจะกลับไปเมืองเทียนเฉิน ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ะเืฟ้าดินที่ทำให้เขาเปลี่ยนไปเป็คนละคน ทั้งมีอาชีพพิเศษที่อาจหาญ ทั้งมีไอเทมอันแข็งแกร่งที่ผู้เล่นทั่วไปไม่กล้านึกถึง และยังมีเหยาเหยาซึ่งเป็สัตว์เลี้ยงสายสนับสนุนอย่างดีที่สามารถทำให้คนอื่นๆใได้อย่างแน่นอน และจุดเริ่มต้นทั้งหมดนี้ก็มาจากภารกิจสำรวจร่องรอยทหารประจำเมืองที่หายไปที่เขาได้รับมา
ตอนนี้เย่เทียนเซี่ยเปิดตัวอยู่ที่ใจกลางลานกว้างของเมืองเทียนเฉิน แล้วลานกว้างที่เคยวุ่นวายก็เกิดความโกลาหลขึ้นทันที เสียงผู้คนถกเถียงกันดังขึ้นมาอย่างชัดเจน แม้แต่เสียงถ่ายรูป “แชะแชะ” ก็ดังตามมาด้วย เส้นทางในเมืองล้วนเต็มไปด้วยสายตาแห่งความประหลาดใจ ใหรืออิจฉาพุ่งตรงมาที่เย่เทียนเซี่ย
เสื้อผ้าชิ้นบน ชิ้นล่าง หรือรองเท้าของเขาล้วนเป็ชุดมือใหม่ที่น่าสงสาร แต่เพราะเขี้ยวัอันโดดเด่นบนมือขวาและมือซ้ายของเย่เทียนเซี่ยที่เป็ไอเทมคู่สีขาวอันหนึ่งและสีดำอันหนึ่งจึงทำให้สายตาของผู้เล่นเบิกตาโตด้วยความใและตกตะลึงเมื่อมองมาที่พวกมันจนไม่อาจละสายตาไปไหนได้ และบนใบหน้าของเขายังมีบางอย่างที่แกะสลักเป็รูปมีดสั้นที่ดูเหมือนหน้ากากประหลาดๆอันหนึ่งซึ่งเป็สิ่งที่ผู้คนไม่เคยได้เห็นหรือได้ยินมาก่อน......... ไม่ว่าจะเป็เกราะมือหรือหน้ากาก เพียงแค่ลักษณะภายนอกแม้แต่คนโง่ก็ยังรู้ว่าพวกมันไม่ใช่ของธรรมดา
