เจียงเฉิงรู้สึกขึ้นมาอย่างฉับพลันว่าตัวเองอาจจะตัดสินใจผิด เขาเริ่มลังเลว่าควรไปหาหนิงเชินเพื่อขุดเื่นี้อีกหรือไม่
เขาคิดดังนี้แล้วเดินออกจากห้องของหลี่อันหรานไปมองเหล่าคนที่อยู่นอกบ้าน ภายในใจไม่มีความสุขแม้แต่น้อย เพราะนางดูจะไม่ยินดีรับสิ่งที่เขามอบให้ มิหนำซ้ำยังไม่พอใจมาก
เขาจะเดินไปทางหลังบ้านแต่กลับต้องหยุดมองหลี่อันหรานที่ทำงานอยู่ริมบ่อปลา บอกไม่ถูกว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรกับนาง
เขายืนมองอยู่อย่างนั้นสักพักก่อนจะถอนหายใจยาวๆ แล้วหันตัวจากไป กระทั่งตอนนี้เขาก็ยังไม่แน่ใจว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรกันแน่ แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่เขามั่นใจดี นั่นคือหากไม่มีเื่ของหนิงเชินให้จัดการอีก เช่นนั้นเขาก็ต้องไปจากที่นี่แล้ว
ในเมื่อเจี่ยรั่วเฉินกับเจียงเสี่ยวเตี๋ยมาตามหาจนถึงที่นี่ อีกไม่นานเขาคงต้องจากไป
หลี่อันหรานทำงานได้สักพัก นางเช็ดหยาดเหงื่อบนหน้าผาก เมื่อครู่อารมณ์ของนางค่อนข้างรุนแรงจนพลั้งปากพูดเช่นนั้นกับเจียงเฉิง แต่เมื่อตอนนี้ได้สงบสติอารมณ์ลง จู่ๆ ก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ควรพูดมากแบบนั้น
นางหันกลับไปมองไปในบ้านแต่กลับไม่พบผู้ใด เห็นแต่ชาวบ้านที่มายืนคุยกันข้างรถม้าอยู่ไม่ไกล
หลี่อ้นหรานขมวดคิ้วแล้วก้มหน้าทำงานต่อโดยไม่คิดอะไรมาก เสิ่นอิ๋นหวนต้องรับรถม้าคันนั้นไว้อยู่แล้ว ่แรกหลี่อันหรานยังไม่ค่อยยินยอมนัก แต่เสิ่นอิ๋นหวนกลับกล่าวว่า “ในเมื่อฉางควนหวังดี เหตุใดเ้าต้องปฏิเสธด้วย ความจริงแม่ก็ไม่ได้อยากจะรับไว้ แต่การมีรถม้าคันนี้จะทำให้แม่วางใจมากขึ้นเวลาเ้าเดินทางเข้าเมือง ตอนนี้งานเ้ามากขึ้นเรื่อยๆ ลำพังแค่ลูกจ้างอย่างเดียวก็มีตั้งหลายคนแล้ว หากจะมีรถม้าเพิ่มก็ไม่แปลก เ้ายอมรับไว้เถอะ”
หลี่อันหรานฟังแล้วไม่ได้โต้แย้งอะไร “แต่การเลี้ยงม้าก็ลำบากเช่นกัน บ้านเราไม่มีคอกม้า ทั้งยังต้องใช้เงินเยอะมาก”
“เ้าวางใจเถิด ไม่ต้องกังวลเื่การเลี้ยงม้า หมู่บ้านพวกเราเป็ูเา มีหญ้าเติบโตอยู่ทุกที่ อีกอย่าง นอกเหนือจากการซักผ้าทำอาหารแล้ว แม่ก็ไม่มีงานอะไรต้องทำ เ้าไปจดจ่อกับงานใหญ่ๆ เถอะ ปล่อยให้แม่ดูแลงานจิปาถะพวกนี้เอง”
หลี่อันหรานฟังดังนี้แล้วไม่รู้ควรพูดอย่างไร ครั้นเมื่อนางจะเดินกลับห้องตัวเองแต่ก็ถูกเสิ่นอิ๋นหวนร้องเรียกไว้ “เ้าฟังแม่นะ อย่าใส่อารมณ์กับฉางควนอีก คนเขาอุตส่าห์หวังดี เ้าจะปฏิเสธไม่รับน้ำใจแบบนี้ไม่ได้”
“ส่วนเื่คอกม้า เอาไว้แม่จะขึ้นเขาไปตัดไม้กลับมาสร้างแบบง่ายๆ” กล่าวจบแล้วหันตัวจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก
สองสามวันนี้ เจียงเฉิงดูจะเจตนาไม่พอใจในตัวนาง เขาไม่คุยกับนางเมื่อเจอกัน ทั้งยังทำตัวรีบเร่ง ย่อมไม่สนใจงานในบ้านอีก
หลี่อันหรานทำงานของตัวเองต่อไป ไม่ได้สนใจเขา นางรู้ว่าอีกไม่นานเขาก็จะไปจากที่นี่ ต่อแต่นั้นจะกลายเป็คนแปลกหน้าต่อกัน
ระหว่างนี้ หลี่เยวี่ยซือมีการแวะมาที่บ้านหลายครั้งเพื่อมาหาเจียงเฉิงโดยเฉพาะ บางครั้งพวกเขาสองคนจะออกไปด้วยกัน แม้หลี่อันหรานจะเห็น แต่นางคร้านจะสนใจ ทำเพียงจดจ่อกับงานของตัวเอง
กิจการของนางดีขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกันนั้นยังมีคนต่างถิ่นมาเยือนในเมืองเยอะขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน
คนใหญ่คนโตซึ่งเป็ที่พูดถึงจะมาถึงที่นี่ในอีกสามวันและไปไหว้พระที่วัดเทียนหยวน
ในวันนี้ ท่านป้าหวางมาคุยกับหลี่อันหรานว่า “วันนี้ป้าเก็บพริกมาให้เยอะกว่าปกติเล็กน้อย”
หลี่อันหรานมองตะกร้าสานสองใบเบื้องหน้าแล้วแปลกใจ นางเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม “เกิดอะไรขึ้นเ้าคะท่านป้า? เหตุใดจู่ๆ จึงเก็บพริกมาเยอะขนาดนี้”
ท่านป้าหวางตอบ “พริกที่อยู่บนูเาแถบโน้นถูกป้าเก็บเกือบหมดแล้ว ป้าต้องเปลี่ยนไปดูที่อื่น”
หลี่อันหรานพยักหน้า นี่สมควรแก่เวลาที่นางต้องใคร่ครวญถึงปัญหานี้อย่างจริงจังแล้วเช่นกัน ถึงอย่างไรพริกบนูเาก็มีจำนวนจำกัด อีกทั้งสภาพการเติบโตตามป่าก็ไม่ค่อยดีนัก
เมื่อปีหน้ากิจการของนางดีขึ้นกว่านี้ เกรงว่าพริกเหล่านี้จะไม่เพียงพอต่อความ้า “ลำบากท่านป้าแล้วเ้าค่ะ”
ท่านป้าหวางยิ้ม “ลำบากอันใดกัน ฝ่ายที่ลำบากคือเ้าต่างหาก ซ้ำยังช่วยให้พวกข้ามีรายได้ ป้ามีแต่จะรู้ซาบซึ้งต่อเ้า วันนี้ป้าเก็บมาเยอะกว่าปกติเพราะอีกสองสามวันอยากไปขึ้นเขาไปวัดในวันที่มีคนมาไหว้พระ”
หลี่อันหรานแปลกใจเล็กน้อย “ท่านเองก็จะไปไหว้พระหรือเ้าคะ?”
ท่านป้าหวางพยักหน้า “ต้องไปอยู่แล้ว หลายคนในหมู่บ้านบอกว่าจะไปด้วยกัน แม่เ้าเองก็บอกว่าจะไปด้วย จะได้จุดธูปขอพรให้ดลบรรดาลโชคดีแก่พวกเรา ป้ายังได้ยินอีกด้วยว่าคนใหญ่คนโตที่มาจากเมืองหลวงอาจเป็พระสนมจากในวัง แต่ก็เป็แค่ข่าวลือที่ฟังมานะ”
“ไม่รู้ว่าจริงหรือหลอก พวกข้าเองก็แค่ไปมีส่วนร่วมด้วย ปกติแล้วไม่ค่อยมีคนไปไหว้พระที่วัดเทียนหยวน ครั้งนี้ผู้คนจากเมืองและหมู่บ้านแถบนี้แห่มากันหมด เ้าเองก็ไปร่วมด้วยสิ โอกาสเช่นนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ”
หลี่อันหรานแน่นิ่งไป นางขมวดคิ้วกล่าว “เกรงว่าวันนั้นข้าจะงานยุ่ง คงจะไปไม่ได้เ้าค่ะ”
“เลื่อนงานไปก่อนหนึ่งวันจะเป็อันใดไป สำหรับหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ ตลอดชั่วชีวิตอาจเจอเหตุการณ์เช่นนี้เพียงครั้งเดียว ห้ามพลาดเด็ดขาด”
ขณะที่กำลังคุยกันนี้เอง ‘เถี่ยตั้น’ ผู้เป็ลูกชายของท่านป้าหวางก็ได้วิ่งเข้ามาจากด้านนอก เขาสวมชุดผ้าฝ้ายหยาบและเปื้อนดินโคลนทั้งตัว นอกจากนี้ยังมีน้ำมูกไหล เขาวิ่งไปด้วย ร้องไปด้วย “ท่านแม่ มีท่านลุงผู้หนึ่งมาหาท่านที่บ้าน บอกว่ามีธุระจะคุยกับท่าน ให้ข้ามาตามท่านกลับไป”
ท่านป้าหวางกล่าวกับหลี่อันหรานอย่างเร่งร้อน “เช่นนั้นป้ากลับก่อนนะ วันที่ไปไหว้พระจะหยุดเก็บพริกหนึ่งวัน”
หลี่อันหรานตอบอย่างเร่งร้อนเช่นกัน “ไม่ต้องห่วงเ้าค่ะ พวกท่านไปไหว้พระให้สบายใจเถิด ่นี้ท่านเก็บมาให้ข้ามากพอแล้ว เพียงพอให้ใช้ได้อีกนาน”
ท่านป้าหวางหันตัวเดินจากไป หลี่อันหรานยืนมองเงาหลังของอีกฝ่ายอยู่ที่เดิม ภายในใจครุ่นคิดว่าคนใหญ่คนโตที่จะมาไหว้พระที่วันเทียนหยวนคือผู้ใดกันแน่? แต่ครั้นเมื่อนึกถึงคำพูดเมื่อครู่ของท่านป้าหวางก็รู้สึกว่าวันนั้นขึ้นเขาไปดูก็ดีเหมือนกัน นางงานยุ่งติดต่อกันมานานมาก กิจการก็ดีขึ้นมาก ให้ตัวเองได้หยุดพักสักวันก็คงไม่เลว
หลังจากที่ตัดสินใจได้ดังนี้ นางก็หันกลับไปทำงานของตัวเองโดยไม่คิดเื่นี้อีก
ทว่านางเพิ่งจะทำงานได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงท่านป้าหวางะโเรียกอย่างฉับพลันจึงเดินออกไปดู“มีอันใดหรือเ้าคะ?”
“แม่เ้าอยู่หรือไม่? ป้ามีเื่จะหารือด้วย เื่ที่เถี่ยตั้นกับน้องชายของเ้าจะไปเรียนที่สำนักศึกษาในเมือง”
หลี่อันหรานนิ่งงันไปครู่หนึ่ง “วันนี้วันอะไรเ้าคะ?”
ท่านป้าหวางให้คำตอบ นางนับดูแล้วพบว่าใกล้ถึงวันที่หลี่อันหลินต้องไปเรียนที่สำนักศึกษา นี่ถือเป็เื่ใหญ่ นางไม่อยากให้น้องชายน้องสาวของตัวเองรู้หนังสือเพียงไม่กี่คำเพราะอยู่ในที่แบบนี้
หลี่อันหรานตอบกลับ “ท่านแม่พาม้าออกไปกินหญ้า ต้องรอถึงตอนเย็นจึงจะกลับมา ไว้ข้าจะบอกให้ไปคุยกับท่านนะเ้าคะ”
ท่านป้าหวางพยักหน้า “ได้ ข้าจะรอนางอยู่ที่บ้าน”
กล่าวจบแล้วเดินจากไป ส่วนหลี่อันหรานก็เดินกลับเข้าบ้านไปทำงานต่อ
