เพราะลูกชายของหล่อนยังไม่ทันไปสืบก็อาจถูกจับเข้าคุกแล้ว
ในเมื่อยายแก่ฮั่วยืนกรานดังนั้น ฮั่วต้าซานจึงจำเป็ต้องยอมถอยให้ก่อน เขารีบเปลี่ยนเื่คุยถามถึงเื่จับตัวฮั่วเสี่ยวเหวินแทน
“แม่คุยกับพวกกรรมกรในหมู่บ้านไว้แล้ว พวกเราจะลงมือพรุ่งนี้ ไม่ว่าหล่อนจะเก่งกล้าเพียงใดก็หนีไปไม่รอดแน่” ยายแก่ฮั่วมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมต่อเื่นี้ คิดในใจว่าฮั่วเสี่ยวเหวินไม่มีวันหนีรอดจากเงื้อมมือของหล่อนไปได้
วันรุ่งขึ้นชายวัยฉกรรจ์จำนวนหนึ่งทยอยกันมาถึงบ้านฮั่วแต่เช้า ยายแก่ฮั่วมีน้ำใจเชือดไก่เลี้ยงต้อนรับพวกเขาหนึ่งตัว
หลังจากกินดื่มจนอิ่ม ชายร่างกำยำคนหนึ่งเช็ดคราบน้ำมันบนปาก แล้วพูดพร้อมกับยิ้มกว้างว่า “คุณป้าวางใจได้เลย พวกผมจะจับเธอกลับมาให้ได้”
ยายแก่ฮั่วขอบคุณชายคนนั้นสองสามประโยค พวกเขาพูดคุยสัพเพเหระกันต่ออีกเล็กน้อยก่อนจะแยกย้ายกันไปตามหา
“ต้าซาน แม่รู้สึกใจคอไม่ดีเอาเสียเลย เอาเช่นนี้ แกรอฟังข่าวอยู่ที่บ้าน ส่วนแม่จะออกไปตามหาด้วยอีกคน” ยายแก่ฮั่วพูดจบก็รีบออกจากบ้านไป
ฮั่วต้าซานดีใจที่ไม่ต้องทำงานและรู้สึกมีอิสระ คิดในใจว่าแม่นั้นกังวลไม่เข้าเื่ คนเยอะขนาดนี้จะหาเด็กคนหนึ่งไม่เจอได้อย่างไร
……
ทางด้านของฮั่วเสี่ยวเหวินหลังจากะโด่าฮั่วต้าซานเมื่อวาน เธอก็รีบวิ่งหนีไปยังหลังูเาด้วยความหวาดกลัว โดยไม่ได้กลับมาที่หมู่บ้านทั้งวัน
รอจนฟ้ามืดเธอถึงแอบกลับมาหาของกินที่บ้าน ในใจรู้สึกหวาดกลัวไม่น้อย แต่เธอตื่นแต่เช้า และออกจากบ้านก่อนรุ่งสางจึงไม่มีใครพบเห็นตัว
ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าบ้านฮั่วจะต้องส่งคนมาตามจับตัวเธออย่างแน่นอน ดังนั้นตอนนี้ฮั่วเสี่ยวเหวินจึงไปโทรศัพท์ที่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านไม่ได้
ต้นไม้บนูเาหนานซานชุกชุม จากในความทรงจำปกติแล้วฮั่วเสี่ยวเหวินไม่กล้าเหยียบย่างเข้ามา โดยเฉพาะสุสานของที่นี่เพราะมีคนในหมู่บ้านบอกว่าที่นั่นมีผี
เธอคาดการณ์ว่าที่นั่นไม่ค่อยมีคนเข้าไป และคนบ้านฮั่วคงไม่ไปตามหาที่นั่นเช่นกันจึงรวบรวมความกล้าของตัวเองเดินไปที่นั่น
เมื่อมาถึงูเาหนานซาน ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวดังเช่นที่คิดไว้ ต้นไม้ที่นี่หนาแน่น และมีแสงแดดลอดผ่านยอดไม้ลงมาเป็เงาลายจุด
เส้นทางบนูเามีกองหิมะเล็กๆ หลงเหลืออยู่ ในตอนที่หิมะเพิ่งตกจางเจียิพูดกับเธอว่าเข้าหน้าหนาวแล้ว จากนั้นก็ตบเงินในกระเป๋าเสื้ออย่างมีความสุข บอกว่าโชคดีที่ปีนี้มีเสบียง
ฮั่วเสี่ยวเหวินมีความสุขเช่นกัน เธอสวมกอดเขาพลางพูดว่า ‘รอพ้นฤดูหนาวแล้วพวกเราจะได้มีชีวิตที่ดี’
แต่หิมะกลับตกลงมาเพียงแค่สองวัน จากนั้นถูกแสงแดดส่องเพียงไม่กี่วันก็ละลายหายไป และจางเจียิก็ไม่อาจร่วมใช้ชีวิตกับเธอได้อีก
ฮั่วเสี่ยวเหวินเดินมาถึงคลองระบายน้ำ หรือก็คือสุสานที่คนในหมู่บ้านเรียกกัน ไม่รู้เหตุใดที่นี่จึงมีหลุมศพเยอะนัก ส่วนใหญ่เป็เนินหลุมศพเล็กๆ ไม่มีแม้แต่ป้ายชื่อหน้าหลุมศพ
เห็นเนินหลุมศพจำนวนมากขนาดนี้ ฮั่วเสี่ยวเหวินพลันขนลุกซู่ หากบอกว่าไม่กลัวเลยก็คงจะโกหก
“ฉันไม่กลัว โลกนี้ไม่มีผี ฉันไม่กลัว” เธอบอกกับตัวเองเช่นนี้ จากนั้นฮั่วเสี่ยวเหวินก็เดินหาสถานที่ใกล้ๆ เพื่อใช้พักพิงหนึ่งวัน
ฮั่วเสี่ยวเหวินเดินไปเจอหลุมศพแห่งหนึ่ง หลุมศพนั้นเป็เนินสูง ในใจนึกถึงเหตุการณ์ที่ฮั่วต้าซานนำเธอมาทิ้งไว้
นั่นเป็เหตุการณ์ที่ยากจะลืมเลือน ความเคียดแค้นภายในใจขณะที่เธอนอนอยู่บนพื้นหลุมศพในวันนั้นยังคงแจ่มชัด ยิ่งคิดว่าฮั่วต้าซานด่าทอทุบตีตัวเธออย่างไร ในใจก็ยิ่งรู้สึกเคียดแค้น
แต่เธอจะแก้แค้นอย่างไร? ฮั่วเสี่ยวเหวินหมดแรง เธอย่อตัวนั่งลงกับพื้น เกิดรู้สึกหน่วงที่จมูก จากนั้นน้ำตาหลายหยดพลันไหลร่วงลงมา
“พี่เจียิ ฉันควรทำอย่างไรดี?” ในใจถามคำถามเดิมซ้ำไปมา ฮั่วเสี่ยวเหวินยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกเสียใจ แต่จางเจียิไม่อาจกอดเธอได้อีกต่อไปแล้ว รอบตัวมีเพียงลมหนาวที่พัดผ่านมา
ผ่านไปนานเท่าไรไม่รู้ จู่ๆ ฮั่วเสี่ยวเหวินก็ลุกขึ้น “ไม่ได้ ฉันต้องไปหาพี่เจียิ ไม่รู้ว่าเขาจะถูกกลั่นแกล้งในคุกหรือเปล่า” คิดได้ดังนี้ ฮั่วเสี่ยวเหวินเหมือนจะไม่กลัวการถูกจับได้อีกต่อไป เธอตัดสินใจเดินทางกลับหมู่บ้านในทันที
ในขณะเดียวกันนี้เอง ณ บ้านฮั่ว
ฮั่วต้าซานกำลังนั่งอยู่บนเตียงอิฐ ในมือถือชาร้อนกรุ่น ภายในใจรู้สึกเป็กังวลมาก
‘หากไม่ได้จริงๆ คงต้องบังคับเอา เขาจะไม่ยอมให้แม่ทำเสียเื่อีกต่อไปแล้ว’ ฮั่วต้าซานครุ่นคิดกับตัวเอง คิดว่าหากยายแก่ฮั่วคัดค้านอีก เขาคงต้องใช้ไม้แข็งแล้ว
“ต้าซาน คุณอยู่หรือไม่?” จางหวาชะโงกหน้ามองเข้ามาในบ้านพร้อมกับร้องเรียกเสียงดังไปด้วย
เมื่อได้ยินเสียงอันคุ้นเคย ฮั่วต้าซานก็รีบะโลงจากเตียงอิฐ เขาลากเท้าเดินออกไปพร้อมกับขานรับว่า “อยู่…”
วันนี้จางหวาสวมเสื้อนวมสีแดงสด ผมยาวของเธอถูกหวีเป็มันวาว ริมฝีปากมีสีแดงสดใสกว่าเมื่อวาน การแต่งเนื้อแต่งตัวเช่นนี้ทำเอาฮั่วต้าซานตาค้าง
เขามองค้างอยู่นานก่อนจะพูดว่า “เธอเข้ามานั่งด้านในก่อนเถอะ”
จางหวาเห็นเขาแอบเหลือบมองตัวเองเป็ครั้งคราว เธอเลิกคิ้วขึ้นดูมีเสน่ห์ยิ่งกว่าเดิม “ฉันสวยหรือไม่?”
“สวย” ฮั่วต้าซานตอบแบบไม่ต้องคิด
ครั้งนี้เขาไม่ได้เอาของกินอะไรออกมา เพียงชงชาให้เธอหนึ่งถ้วย “บ้านผมไม่มีของดีอะไร ไว้แต่งงานกันแล้วผมจะให้คุณได้กินดีอยู่ดีทุกวันแน่นอน”
จางหวารับถ้วยชามา แสร้งทำเป็โมโห “คุณก็ดีแต่หลอกฉัน”
ฮั่วต้าซานเดินมากอดเธอจนจางหวาเกือบทำชาหก เธอรีบวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ
จางหวาหันกลับมามองฮั่วต้าซานอย่างอ่อนโยน พลางเอ่ยถามว่า “เช่นนั้นทำไมยังไม่ให้คนมาสู่ขออีก?”
สีหน้าของฮั่วต้าซานกระอักกระอ่วนเล็กน้อย เขายิ้มพร้อมตอบว่า “ก็เพราะมัวแต่เป็กังวลเื่ฮั่วเสี่ยวเหวินน่ะสิ สามวันนะ ผมสัญญาว่าอีกสามวันจะไปสู่ขอ”
ฮั่วต้าซานไม่มีทางตอบว่าเพราะแม่ของตัวเองไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว เขากำหนดเวลาแน่ชัดเพื่อให้เธอสบายใจ คิดในใจว่าต่อให้แม่ไม่เห็นด้วยก็จะแต่งกับเธอให้ได้
“สามวัน? เมื่อวานคุณบอกว่าจะมาสู่ขอฉันวันนี้ คิดว่าฉันหลอกง่ายเหมือนตอนนั้นหรือ?” ได้ยินดังนั้น จางหวาก็ทิ้งตัวลง
เธอโมโหแล้วจริงๆ ตอนนั้นที่สองครอบครัวทะเลาะกัน เธอเคยมาหาเขาที่บ้าน ตลอดทางที่เดินไปเธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมา เพราะกลัวถูกนินทา
หลังจากมาถึงที่บ้านเขา เขากลับรีบดึงเธอเข้าไปในห้องแล้วพูดว่า ‘เสี่ยวหวา คุณช่วยเกลี้ยกล่อมพ่อแม่ของคุณให้หน่อย ไม่อย่างนั้นผมคงแต่งงานกับคุณไม่ได้’
เธอตบหน้าเขา ‘ฉันเพิ่งรู้ว่าคุณเป็คนแบบนี้’
‘ผมเป็คนแบบไหน?’ ฮั่วต้าซานโมโหเพราะความอับอาย ใบหน้าแดงก่ำ
‘คนหลอกลวง ตอนนั้นคุณพูดเสียดิบดีว่าจะแต่งงานกับฉัน แต่ตอนนี้เล่า? ดูสิว่าเป็อย่างไร’ จากนั้นเธอจึงรีบเดินกลับบ้านของตัวเองด้วยน้ำตาที่นองหน้า เธอได้ยินเสียงเลือนรางของเขาที่ตามมาด้านหลังว่า ‘แม่ของผมไม่เห็นด้วย ผมเองก็จนปัญญา’
“พรุ่งนี้ ผมจะแต่งงานกับคุณพรุ่งนี้ หากครั้งนี้ผิดคำพูดอีก ขอให้ผมไม่ได้ตายดี” เห็นชัดว่าฮั่วต้าซานนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตเช่นกัน เขาเห็นว่าเธอทำท่าจะลุกจากไปก็รีบเอ่ยคำสาบาน
“ต้าซาน ฉันไม่ได้อยากบังคับคุณ แต่คุณก็รู้ว่าการที่ผู้หญิงแบบฉันต้องกลับมาอยู่บ้านแม่นั้นไม่ง่ายเลย จะมามัวรอช้าไม่ได้” จางหวาพูดกับฮั่วต้าซานด้วยเสียงอ่อนโยน ขณะเดียวกันก็อิงซบไหล่เขาไปด้วย
ลมหายใจของฮั่วต้าซานพลันถี่รัว ร่างกายของเธอส่งกลิ่นหอมหวานเย้ายวนออกมา มือของเขาเผลอยกขึ้นโอบตัวเธออย่างไม่รู้ตัว
