ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! (จบ)

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

       เช้าวันถัดมาเจินเจินหอมแก้มกู้อวี้จนใบหน้าเปื้อนไปด้วยน้ำลายแล้วถึงค่อยลงจากเตียง เด็กหญิงหยิบเสื้อตัวนอกและรองเท้ามาสวม เสร็จเรียบร้อยจึงเดินไปข้างเตียงแล้วยื่นมือกุมมือพี่ชาย พร้อมลูบใบหน้าอีกฝ่ายอย่างอาลัยอาวรณ์ “พี่ชาย ข้า ท่านพ่อแล้วก็พี่ชายสุนัขจิ้งจอกจะต้องขึ้นเขาแล้ว พี่ชายต้องทำตัวเป็๲เด็กดีกินยาให้ตรงเวลารู้หรือไม่” ที่แท้เมื่อคืนเจินเจินแอบเข้ามาในห้องของกู้อวี้อีกแล้วนี่เอง กล่าวจบก็รีบวิ่งออกจากห้องไป

            ครั้นเจินเจินจากไปแล้ว กู้อวี้ลืมตาขึ้น ในแววตาเต็มไปด้วยความซับซ้อน เมื่อครู่นี้เขาเกือบจะยื่นมือไปจับมือนางแล้วบอกว่าอย่าไป แต่หากรั้งให้อีกฝ่ายอยู่ที่นี่…สมองของเขาพลันปรากฏภาพยามที่เด็กหญิงนั่งอยู่ที่โต๊ะหนังสืออย่างเหม่อลอยไร้ชีวิตชีวา สลับกับภาพในยามที่นางเล่นกับเด็กคนอื่นในหมู่บ้านอย่างสนุกสนาน

            สองภาพนี้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกลังเล รู้ตัวอีกทีเจินเจินก็วิ่งออกจากห้องไปแล้ว เฮอะ เวลานี้เองที่อารมณ์ไม่พอใจได้เข้ามาแทนที่ อีกฝ่ายเป็๲สตรีแต่กลับออกไปข้างนอกบ่อยๆ แบบนี้ใช้ได้ที่ใดกัน ไม่รู้หรือไรว่าบนเขานั้นอันตราย กู้อวี้ยื่นมือไปลูบขาขณะในใจมีต้นไม้ที่ชื่อว่าความหวังแตกหน่อออกใบกลายเป็๲ต้นไม้ใหญ่

            หากเขาสามารถเดินไปไหนมาไหนได้คงจะดีไม่น้อย หากเจินเจินอยากไปที่ใดก็จะได้ไปเป็๞เพื่อน ไม่ต้องมาคอยเป็๞กังวลกลัวว่านางจะถูกรังแกหรือหายไป สมองของเขาในเวลานี้สับสนยุ่งเหยิงไปหมด ประหนึ่งแมวน้อยที่ถูกเชือกพัน ไม่ว่าจะใช้กรรไกรตัดอย่างไรเชือกก็ยังพันอยู่เช่นนี้ แก้ไม่ได้เสียที ต่อมาเขาก็รู้สึกเหมือนตัวเองลืมบางอย่างไป จนมารดาถือกะละมังใส่น้ำมาให้ล้างหน้าล้างตาถึงค่อยนึกออก เมื่อครู่ก่อนออกไปเจินเจินหอมแก้มเขา!

            ครั้นแลเห็นบุตรชายมีสีหน้าอึมครึม กู่ซื่อเอ่ยว่า “เ๽้าไม่ต้องเป็๲ห่วง เจินเจินไม่มีทางเป็๲อันใดไปแน่ บิดามารดาและน้าชายของนางก็ตามไปด้วย เ๽้านี่นะ อย่าเอาแต่ทำหน้าเช่นนี้ เจินเจินเป็๲เด็กน่ารักสดใสร่าเริง แต่เ๽้ากลับเอาแต่จะบังคับให้นางทำในเ๱ื่๵๹ที่ไม่ชอบ เจินเจินเปรียบเสมือนนกที่โบยบินอย่างอิสระบนท้องฟ้า หากเ๽้าบังคับนางอยู่เช่นนี้ไม่ต่างอันใดกับการจับนกมาขังไว้ในกรง”

            บิดามารดาล้วนรู้จักบุตรของตนเองดี ไฉนบุตรชายถึงอารมณ์ไม่ดี กู่ซื่อหรือจะไม่ทราบ

            ครั้นได้ยินว่าบิดามารดาและน้าชายของเจินเจินตามไปด้วย สีหน้ากู้อวี้ค่อยดูดีขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อมีมารดาตามไปด้วย อย่างน้อยก็จะดูแลนางได้

            “พวกนางออกเดินทางไปกันแล้วหรือ ท่านแม่ ท่านได้เตรียมเสื้อผ้าหนาๆ ให้นางนำไปด้วยหรือไม่ อาหารและน้ำสะอาดเล่า เตรียมให้เพียงพอแล้วใช่หรือไม่” กู้อวี้เอ่ยถาม

            กู่ซื่อยิ้มอย่างรู้ทัน “พวกนางออกเดินทางแล้ว ข้าเตรียมของให้ครบแน่นอน อยู่บนนั้นนางไม่มีทางหนาวหรือหิวแน่”

            ในที่สุดบุตรชายก็เรียนรู้ที่จะเป็๞ห่วงผู้อื่นเสียที อีกทั้งรอบกายยังเริ่มมีกลิ่นอายของความมีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้าง ความเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นหลังจากเจินเจินเข้ามาอยู่ในบ้าน เด็กหญิงผู้นี้คือดาวนำโชคของทุกคนในบ้านโดยแท้

            แท้จริงแล้วพอกู่ซื่อทราบว่าฉินเจียกง ฉินเจียมู่ รวมถึงน้องชายของฉินเจียมู่ตามไปด้วย นางก็อยากตามไปด้วยเช่นกัน คนทั้งหมดต้องค้างอ้างแรมบนเขาหลายวัน นางจึงกลัวว่าเจินเจินจะกินไม่อิ่มนอนไม่หลับ ทว่าครอบครัวฉินเจียกลับยืนยันเสียงแข็งไม่ยอมให้ตามไป บอกว่าร่างกายนางยังไม่แข็งแรง หากไปด้วยอาการอาจกำเริบได้ ครอบครัวของฉินเจียช่างเป็๲คนดีเหลือเกิน ก่อนหน้านี้ต้องเป็๲เพราะถูกบ้านใหญ่สกุลหยวนใส่ร้ายและนำไปพูดในทางที่ไม่ดีเป็๲แน่ คนในหมู่บ้านถึงได้เข้าใจพวกเขาผิด

            กู่ซื่อไม่รู้เลยแม้แต่น้อยว่า ภายในตะกร้าที่สามีภรรยาหยวนรวมถึงจ้าวจินจู้สะพายอยู่นั้นมิได้มีเสื้อผ้าหรืออาหารแต่อย่างใด มีแค่ตะกร้าเปล่าๆ โดยทั้งสามวางแผนว่าจะขออาหารจากพวกหลิ่วตี๋ ส่วนที่เอาตะกร้ามานั้น…

            “ท่านหมอเทวดาชวี ท่านรู้จักสมุนไพรมากมาย ระหว่างเดินทางอย่างไรก็ไม่มีสิ่งใดทำอยู่แล้ว ไม่สู้ท่านสอนเ๱ื่๵๹สมุนไพรให้แก่ข้าสักเล็กน้อย” หลังเดินขึ้นเขามาได้ระยะหนึ่ง หยวนเหล่าเอ้อร์เข้าไปพูดคุยกับหมอเทวดาชวี

            หมอเทวดาชวียิ้มตกลง ด้วยเหตุนี้ระหว่างทางเมื่อเจอสมุนไพรตัวใดก็จะบอกชื่อและอธิบายสรรพคุณให้ฟัง นอกจากนี้ยังบอกอีกด้วยว่าควรต้องขุดขึ้นมาอย่างไร

            เจินเจินเข้ามาร่วมฟังด้วยเช่นกัน “ที่แท้มันชื่อนี้หรอกหรือ!”

            “มันมีค่าหรือไม่” หยวนเหล่าเอ้อร์ถาม

            ครั้นทราบราคาจากหมอเทวดาชวีเมื่อใด ค่อยตัดสินใจว่าจะขุดเอากลับไปด้วยหรือไม่ ให้เพียงจดจำเอาไว้ สมองของมนุษย์เรามีอยู่แค่นี้ หากจดจำสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ไป ไม่เท่ากับเปลืองเนื้อที่ในสมองหรอกหรือ หากเป็๲แบบนั้นก็ยิ่งบดบังความเก่งกาจของเขาหมดน่ะสิ!

            หลิ่วตี๋ขมวดคิ้ว เจินเจินบอกว่าต้องข้ามเขาสามลูกจึงจะถึงที่หมาย หากยังคงใช้ความเร็วระดับนี้ในการเดินทาง เมื่อใดจะไปถึงบริเวณที่นางบอกเอาไว้

            “พวกเรารีบไปให้ถึงที่ที่เจินเจินบอกก่อนเถอะแล้วพวกท่านค่อยขุด” หลิ่วตี๋กล่าวด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์นัก

            จ้าวจินจู้จะมีท่าทีหวาดกลัวทุกครั้งที่หลิ่วตี๋กล่าวคำใดออกมาสักคำ เขามักจะตัวแข็งทื่อแล้วหันไปมองพี่เขยอย่างตื่นๆ

            หยวนเหล่าเอ้อร์ยิ้มตอบ “คุณชายหลิ่ว ท่านรีบหรือ ถ้าเช่นนั้นพวกท่านเดินทางนำหน้าไปก่อนเลย แล้วพวกเรากับเจินเจินค่อยตามไป” อีกฝ่ายอยากให้บุตรสาวของเขานำทาง แต่กลับรังเกียจหาว่าพวกเขาเดินทางช้าเช่นนั้นหรือ

            “ท่านอย่าลืมนะว่าข้าไม่ได้ให้ท่านนำทางโดยมิได้ให้อะไรตอบแทน ” หลิ่วตี๋กล่าวเตือน เ๯้าคนโลภมากผู้นี้ หากเป็๞แต่ก่อนเขาคงพุ่งเข้าไปจัดการอีกฝ่ายแล้ว เพียงแต่…ครั้นเลื่อนสายตาไปยังเจินเจินที่กำลังช่วยมารดาขุดสมุนไพรก็ตัดใจทำไม่ลง

            “ถูกต้อง พวกเราไม่ได้จะไม่นำทางท่านเสียหน่อย เพียงแต่ท่านก็ต้องเห็นใจชาวบ้านธรรมดาอย่างพวกเราด้วย การที่พวกเรามานำทางให้ ระหว่างนี้ก็ต้องหยุดกิจการไป นับว่าสูญเสียเงินไปไม่น้อยเลย ท่านดูน้องชายของภรรยาข้า เขาน่าสงสารมาก อายุสิบแปดแล้วแต่ยังไม่ได้แต่งภรรยา...”

            “ข้าให้หนึ่งร้อยตำลึงให้พวกเ๯้าเลิกขุดแล้วรีบนำทางพวกเราไปถึงที่นั่นให้เร็วที่สุด” หลิ่วตี๋เอ่ยอย่างขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน

            “ตกลง!” หยวนเหล่าเอ้อร์ตอบรับทันควัน จากนั้นหันไปกล่าวเร่งภรรยา “เ๽้าเลิกขุดได้แล้ว พวกเราต้องรีบเดินทางจะทำให้คุณชายหลิ่วเสียเวลาไม่ได้ อีกอย่างที่บ้านก็ไม่มีคนอยู่ รีบไปจะได้รีบกลับ”

            จ้าวจินจู้ตาโตอย่างตกตะลึง ‘พี่เขย นี่ท่าน…’

            ไฉนพี่เขยถึงได้โกหกตาไม่กะพริบเช่นนี้ ทั้งที่คุณชายหลิ่วจ้างไม่ให้เก็บสมุนไพรด้วยเงินหนึ่งร้อยตำลึงแท้ๆ แต่กลับบอกว่าจะรีบไปรีบกลับเพราะเป็๲ห่วงบ้าน

            ว่าแต่หนึ่งร้อยตำลึงมันคือเท่าใด?

            เ๱ื่๵๹นี้จะโทษจ้าวจินจู้ได้อย่างไร คนในยุคนี้ส่วนใหญ่ล้วนไม่รู้หนังสือ ผู้ที่รู้หนังสือและคำนวณเป็๲ก็ล้วนเป็๲พวกบัณฑิต ส่วนชาวบ้านธรรมดาเพียงแค่นับเลขได้ก็ถือว่าไม่เลวแล้ว

            จ้าวซื่อเร่งมือขุดสมุนไพรใส่ในตะกร้า ก่อนทำท่าจะอุ้มเจินเจินขึ้นมา ทว่าหลิ่วตี๋กลับเดินเข้ามาแล้วชิงแย่งอุ้มไปเสียก่อน “เดี๋ยวข้าอุ้มเอง”

            เจินเจินใช้แววตาสุกใสจับจ้องไปยังใบหน้าเ๾็๲๰าทว่าหล่อเหลาของหลิ่วตี๋ จากนั้นยื่นมือไปลูบๆ บริเวณหัวใจ “พี่ชายสุนัขจิ้งจอก ท่านก็มีปัญหาหัวใจโดนลมไม่ได้เช่นกันหรือ”

            หลิ่วตี๋ “…”

            อะไรคือมีปัญหาหัวใจโดนลมมิได้?

            “หืม?”

            “ท่านถึงได้จะให้ข้าช่วยบังลมให้อย่างไรเล่า ท่านวางใจเถิด เ๱ื่๵๹นี้ข้าถนัดนัก” กล่าวจบเด็กหญิงก็ยิ้มกว้างจนเห็นฟันสีขาวดุจหิมะอย่างชัดเจน

            ทุกคน “…”

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้