ลูกแก้วดูดพลังิญญาของพวกเขาไปอย่างต่อเนื่อง ในเวลานี้ ดวงิญญาภายในไหสุราต่างก็แสดงสีหน้าเ็ปออกมา ทั้งยังส่งเสียงโหยหวนที่น่าเวทนาดังก้อง
สุดท้ายร่างของพวกเขาก็ถูกดูดกลับเข้าไปในไหสุราอีกครั้ง เหลือเพียงส่วนศีรษะเท่านั้นที่ยังโยกไปมาด้วยความเ็ป ดูแล้วน่าสงสารจับใจ
ร่างกายของหลงเหยียนสั่นเทาไม่หยุด ราชันทั้งสี่ยืนเฝ้าอยู่รอบกายผู้นำสำนักชรา กำลังคุ้มกันให้เขานั่นเอง นอกจากนี้ ที่ข้างๆ กันยังมีไหสุราที่มีขนาดใหญ่ั์อีกใบวางอยู่
หลงเหยียนรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายแห่งความเืเย็นและอำมหิตจากไหสุราใบนั้น อีกทั้งยังมีเสียงคำรามต่ำดังขึ้นไม่หยุด ฟังดูน่าสยดสยองเหลือทน
เกรงว่าสิ่งที่ถูกขังอยู่ในไหใบนั้นต้องเป็สัตว์ร้ายหรือปีศาจที่ทั้งดุดันและอำมหิตแน่นอน บางทีสิ่งที่อยู่ในไหใบนั้นอาจมีหน้าที่ควบคุมดวงิญญาจากไหใบอื่นๆ ก็เป็ได้
“สมควรตายจริงๆ เ้าพวกสารเลว พวกนั้นมันปีศาจชัดๆ! หากตัวข้าแข็งแกร่งกว่านี้ละก็ ตัวข้าจะสังหารพวกเ้าให้หมดเลยคอยดู ข้าจะทำให้สำนักมารม้วยมอด ไม่เหลือแม้แต่หญ้าสักต้นด้วยซ้ำ แก้แค้นที่พวกเ้าฆ่าคนมากมายเช่นนี้”
หากไม่ใช่เพราะได้เห็นด้วยตาของตัวเอง หลงเหยียนคงไม่มีทางเชื่ออย่างแน่นอนว่าพวกเขาทำเื่ที่เืเย็นและอำมหิตเช่นนี้ได้ลงคอ
ภาพตรงหน้าทำให้หลงเหยียนรู้สึกเืร้อนขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ ไม่นานเ้าสิงโตน้อยก็ร้องเตือนขึ้น “แย่แล้วพี่เหยียน ดูเหมือนจะมีคนมาทางนี้ พวกเรารีบไปจากที่นี่กันเถิด ไม่เช่นนั้น หากพวกมันมาเห็นเข้าต้องแย่แน่”
หลงเหยียนหัวใจตกไปอยู่ตาตุ่ม หากถูกจับได้ในเวลาเช่นนี้ เขาต้องแย่แน่ๆ
ไม่นานหลงเหยียนก็ซ่อนตัวอีกครั้ง เขาพบว่ามีเงาดำสองร่างปรากฏตัวขึ้นที่ปากอุโมงค์เหมือนกับตนเมื่อครู่ไม่มีผิด เงาทั้งสองเป็ชายหนึ่งคนและหญิงอีกหนึ่งคน ภายใต้สายตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกของคนทั้งสอง หลงเหยียนกลับััได้ถึงความโกรธเกรี้ยวอันมหาศาลที่ซ่อนอยู่ในนั้น
หลงเหยียนคิดในใจ... ไม่แน่สองคนนี้ก็อาจจะเป็คนนอกสำนักที่แฝงตัวเข้ามาเหมือนกับตนก็ได้ ทว่าหลงเหยียนกลับรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าสองคนนี้มีพลังมารแฝงอยู่ในร่างกาย หรือว่าทั้งสองคนจะแฝงตัวอยู่ในสำนักมารตั้งนานแล้ว?
สำนักมารทำเื่ชั่วช้าสารเลวมามาก หลายปีมานี้ พวกเขาสร้างศัตรูขึ้นจนเกินคณานับ และชายหญิงคู่นี้ก็ล้วนมีพลังอยู่ในระดับชีพมนุษย์ขั้นสูงด้วยกันทั้งคู่
ทั้งสองมองไปยังไหสุราที่เรียงรายอยู่ด้านล่าง และมองเห็นลูกของตนได้อย่างรวดเร็ว
ผู้ที่เป็ฝ่ายหญิงหลั่งน้ำตาออกมาทันที ทว่าฝ่ายชายกลับดึงรั้งนางเอาไว้อย่างสุดความสามารถ
“เสี่ยวอวี้... เสี่ยวอวี้... ลูกสาวเราตายไปแล้ว นางถูกเ้าชั่วนั่นฆ่าตายไปแล้ว อย่าเพิ่งวู่วามไปเลย อย่าออกไปตอนนี้เด็ดขาด”
“พี่เทียน ถึงอย่างไรก็เป็ลูกเพียงคนเดียวของเราเชียวนะ ลูกเพียงคนเดียวเชียวนะ นางเพิ่งอายุสิบสี่เท่านั้น ยังไม่บรรลุนิติภาวะเลยด้วยซ้ำ ทำไมกัน ทำไม์ถึงลำเอียงถึงเพียงนี้ ทำไมถึงปล่อยให้พรรคมารพวกนี้อยู่ต่อไปได้”
“พี่เทียน ปล่อยข้า ไม่ว่าอย่างไรวันนี้ข้าก็จะไม่ทิ้งลูกสาวของเราเอาไว้เด็ดขาด ต่อให้นางจะตายไปแล้ว ต่อให้จะไร้ร่างกาย ข้าก็จะไม่ยอมให้ดวงิญญาของนางต้องทนทรมานอยู่ที่นี่อีกเป็อันขาด”
ชายคนนั้นกัดฟันแน่น คล้ายกำลังตัดสินใจบางสิ่งอยู่ หลงเหยียนรู้ดีว่าในเมื่อเขากล้ามาถึงที่นี่ ย่อมเตรียมพร้อมที่จะตายมาั้แ่แรกแล้ว
ใครจะรักลูกมากไปกว่าคนเป็พ่อเป็แม่ ช่างน่าเห็นใจเหลือเกิน คำพูดของสองสามีภรรยาทำให้หลงเหยียนรู้สึกซาบซึ้งใจเหลือเกิน มันทำให้เขานึกย้อนไปถึงบิดาและมารดาของตนเอง
พ่อแม่ที่ไหนจะไม่รักลูกของตัวเอง
“เสี่ยวอวี้ เ้ารออยู่ตรงนี้ก่อน ข้าจะไปล่อราชันทั้งสี่ออกไป เ้าฉวยโอกาสที่จอมมารชั่วนั่นกำลังฝึกวิชาอยู่ พุ่งเข้าไปชิงดวงิญญาของลูกสาวเรากลับมาเร็วเข้า”
ทันทีที่พูดจบ ชายผู้นั้นก็มอบยากระตุ้นพลังแก่ภรรยาของตน สายตาที่ทั้งสองมองไปยังกันและกันเต็มไปด้วยความรักใคร่และผูกพัน
หากชายผู้นี้ออกไปจริงๆ เขาต้องมีอันตรายแน่ เขาจะเป็คู่ต่อสู้ของราชันทั้งสี่ได้อย่างไร พวกเขาคงคิดแค่จะช่วยลูกสาวของตัวเองเท่านั้น แม้ต้องแลกด้วยชีวิตของตนก็ตาม
เ้าสำนักเฒ่าเข้าสู่ห้วงแห่งสมาธิอย่างสิ้นเชิง ประสาทััทั้งหกของเขาถูกปิดกั้นลงเป็การชั่วคราว มีเพียงลูกแก้วที่ฉายแสงอยู่เบื้องหน้าเท่านั้นที่ยังคงดูดกลืนพลังของดวงิญญาเ่าั้ออกมา แล้วส่งเข้าไปในปากของเขาไม่หยุด
ในตอนที่ชายผู้นั้นกำลังจะพุ่งออกไป อยู่ๆ หลงเหยียนก็พุ่งไปหยุดอยู่เบื้องหน้าของพวกเขาอย่างรวดเร็ว เพราะเกรงว่าคนทั้งสองจะเข้าใจผิด หลงเหยียนจึงนำป้ายสัญลักษณ์ของตระกูลอู่ตี้ขึ้นมาแสดงให้ดูก่อนที่หญิงคนนั้นจะส่งเสียงกรีดร้องออกมา
“ห้ามออกไปเด็ดขาด พวกท่านจะวู่วามแบบนี้ไม่ได้ ข้าเป็คนของตระกูลอู่ตี้”
หลงเหยียนพูดเน้นคำว่าตระกูลอู่ตี้ให้ชัดและหนักขึ้น ้าให้ทั้งสองรู้สึกสบายใจและสงบใจลงนั่นเอง
ในตอนแรก ทั้งสองใไม่น้อยที่เห็นหลงเหยียนพุ่งออกมาเช่นนั้น ทว่าไม่นานพวกเขาก็สงบสติอารมณ์ลงอีกครั้ง
ที่นี่มีคนของตระกูลอู่ตี้อยู่ แสดงว่าพวกเขายังมีความหวังอยู่บ้าง คิดไม่ถึงเลยว่าคนของตระกูลอู่ตี้จะยื่นมือเข้ามาแทรกในเื่นี้ด้วย
“น้องชาย คนของตระกูลเ้ามากันกี่คนหรือ?”
หลงเหยียนสงบสติอารมณ์ลง “ตอนนี้มีแค่ข้าคนเดียวเท่านั้น”
“ว่าอย่างไรนะ? มีเ้าแค่คนเดียว?” ชายผู้นั้นแทบจะร้องอุทานออกมา
หลงเหยียนสนทนากับคนทั้งสองอยู่ครู่หนึ่ง เขาเล่าเื่ความแค้นระหว่างตนกับสำนักมารให้ทั้งสองฟัง ทั้งยังยืนยันว่าตนมาที่นี่เพื่อช่วยผู้บริสุทธิ์ออกไปจากที่นี่ แม้จะพูดเช่นนั้น ทว่าชายที่เป็สามีกลับรับรู้ได้ว่าหลงเหยียนมีพลังแค่ระดับชีพมนุษย์ขั้นต่ำเท่านั้น
สิ่งที่รับรู้ทำให้เขารู้สึกสิ้นหวังขึ้นมาอีกครั้ง
“น้องชาย แม้เ้าจะเป็คนของตระกูลอู่ตี้ ถึงอย่างไรเ้าก็ยังอายุน้อยเกินไป ข้าขอเตือนให้เ้ารีบออกไปจากที่นี่จะดีกว่า ที่ข้าเตือนไปก็เพราะหวังดีกับเ้า เ้ากล้าหาญมาก ถึงกล้าเข้ามาในสำนักมารเพียงลำพังเช่นนี้ ทว่าที่นี่อันตรายเกินไป เ้าเองก็เพิ่งมีพลังแค่ระดับชีพมนุษย์ขั้นต่ำเท่านั้น”
หลงเหยียนดูออกว่าทั้งสองกำลังดูิ่เื่พลังของตน อย่างไรก็ตาม เขาไม่โกรธทั้งสองเพราะคำพูดนี้หรอก สามีภรรยาคู่นี้ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร พวกเขาพูดไปเพราะหวังดีทั้งนั้น
หลังจากพูดคุยกันต่อสักพัก หลงเหยียนจึงรู้มาว่าทั้งสองแฝงตัวอยู่ในนี้นานถึงสองปีแล้ว จึงรู้เื่เส้นทางและรายละเอียดต่างๆ ของที่นี่เป็อย่างดี
ลูกสาวของพวกเขาถูกจับตัวไปในตอนที่นางเพิ่งมีอายุแค่สิบสี่ปีเท่านั้น หากนางยังมีชีวิตอยู่ ป่านนี้ก็คงจะอยู่ในรุ่นราวคราวเดียวกับหลงเหยียนแล้ว เหตุนี้ หลงเหยียนจึงทำให้ทั้งสองคิดถึงลูกสาว และรู้สึกเสียใจขึ้นมาอีกครั้ง
ผู้นำแห่งสำนักมารมักจะมาดูดพลังิญญาที่นี่ทุกๆ ครึ่งเดือนเลยก็ว่าได้
หลงเหยียนพูดปลอบทั้งสอง พลางกล่าวแนะนำตัวออกไป
เขารู้มาว่าฝ่ายชายมีนามว่าสือพั่วเทียน ส่วนฝ่ายหญิงก็มีนามว่าเสี่ยวอวี้ ตามอายุแล้ว หลงเหยียนสามารถเรียกทั้งสองว่าลุงเทียนกับน้าอวี้ได้โดยไม่เสียมารยาทแต่อย่างใด คาดว่าคนทั้งสองต้องรู้จักสำนักมารเป็อย่างดี
สือพั่วเทียนมองหลงเหยียนกับภรรยาที่หมอบหลบอยู่ที่พื้น ทั้งสามมองเข้าไปในลานที่อยู่ห่างออกไปเพียงห้าสิบเมตรอย่างระมัดระวัง
เขาพูดขึ้น “น้องชาย เ้ากล้าเข้ามาในนี้ แสดงว่าเ้าเองก็เป็คนที่มีฝีมือและมีความกล้าหาญมากคนหนึ่ง เ้ามีพลังอยู่ในระดับชีพมนุษย์ ซึ่งถือว่าแข็งแกร่งไม่น้อย ทว่าเ้าคงยังไม่รู้ว่าผู้นำแห่งสำนักมารคนนี้ทรงพลังแค่ไหน นอกจากจะมีราชันทั้งสี่ที่มีพลังระดับชีพธรณีคอยคุ้มกันแล้ว ลำพังแค่ผู้นำเฒ่าเองก็มีพลังที่แข็งแกร่งจนยากจะคาดเดาเช่นกัน จนถึงตอนนี้ พวกข้สองคนก็ยังดูไม่ออกเลยว่าเขามีพลังอยู่ในระดับใดกันแน่”
“เห็นพื้นที่ตรงจุดนั้นหรือไม่ ูเามิวายชนม์แห่งนี้สลับซับซ้อนนัก ทั้งยังมีกลหลอกและกับดักแฝงอยู่มากมาย ไม่แน่ หากเดินเข้าไปใกล้มากกว่านี้ เราอาจเจอกับดักหรือห้องลับก็เป็ได้ อีกอย่าง หากมีศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าตนบุกเข้ามาโจมตี ผู้นำเฒ่าอาจหลบหนีไปด้วยเส้นทางลับทันทีเลยก็ได้”
หลงเหยียนพยักหน้า ดูเหมือนสือพั่วเทียนจะรู้จักสำนักมารเป็อย่างดีเหมือนที่เขาคิดเอาไว้ไม่มีผิด
“เ้าหนุ่ม หากที่นี่มีเ้าเพียงคนเดียวจริงๆ ข้าขอเตือนให้เ้ารีบกลับไปจะดีกว่า เ้าไม่มีทางเข้าใกล้คนพวกนั้นได้แน่ เื่การเอาชนะพวกเขาแล้วช่วยเพื่อนของเ้าออกมาก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย หากยังดันทุรังอีก ก็มีแต่จะเอาชีวิตไปทิ้งเปล่าๆ”
พูดจบสือพั่วเทียนก็มองลงไปด้านล่าง วินาทีนี้ ขอบตาของชายผู้ที่มีจิตใจเข้มแข็งกลับมีน้ำตาคลออย่างห้ามไม่ได้
“ทว่าพวกข้าไม่เหมือนกับเ้า พวกมันฆ่าลูกสาวของพวกข้า ดังนั้นต่อให้ต้องตาย พวกข้าก็ไม่มีทางล้มเลิกแผนการเด็ดขาด พวกข้าสองคนเตรียมพร้อมที่จะสู้ตายกับพวกมันมาั้แ่แรกแล้ว ั้แ่วันที่ข้าเข้ามาในนี้ ข้าก็ไม่เคยคิดว่าจะรอดชีวิตกลับไปอีก”
--------------------
