“ตึง!” เสียงดังกึกก้อง ชายร่างกำยำกระแทกลงบนดาดฟ้าอย่างแรง กล่องไม้ที่อยู่ข้างใต้แตกหักไม่เป็ชิ้นดี
“เรียบร้อย!” จูชิงตบมือสบายๆ ลุกขึ้นยืนอย่างผู้ชนะ
“แรงนี่มันอะไรกัน!” ชายร่างกำยำถูข้อมือที่บวมเป่ง ร้องอุทานด้วยความตกตะลึง
แม้ว่ารูปร่างของจูชิงจะดูผอมบาง ทว่ากลับแฝงพละกำลังน่าพรั่นพรึงเกินจินตนาการ
ชายผู้นั้นคิดว่าเป็เพราะเขาประเมินพลังของศัตรูต่ำเกินไป หากเตรียมพร้อมมากกว่านี้ ถึงจูชิงแข็งแกร่งกว่านี้เล็กน้อยก็ไม่มีทางเอาชนะเขาได้
“เ้าหนู เ้าคู่ควรกับเรือล่าสัตว์ลำนี้” ชายร่างกำยำหัวเราะฮ่าๆ พลางเดินมาตบไหล่ของจูชิง
ไม่รู้ว่าเขากำลังแก้แค้นทางอ้อมอยู่หรือเปล่า เขาใช้พละกำลังเจ็ดในสิบโดยที่น้ำหนักมือเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่ตบไหล่ จอมยุทธ์ขั้นหลอมกายาทั่วไปไม่มีทางรับแรงที่ทรงพลังเช่นนี้ได้อย่างแน่นอน
ทว่าสีหน้าจูชิงยังคงเดิม ทั้งตัวยังไม่สั่นแม้แต่น้อย
“เ้าเด็กนั่นไม่ธรรมดา!” จอมยุทธ์ที่อยู่บนเรือยิ้ม
ยิ่งจูชิงแข็งแกร่งเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งเป็ปีติเท่านั้น มีผู้แข็งแกร่งอีกคนเพิ่มขึ้นบนเรือล่าสัตว์ สำหรับพวกเขาแล้วมันเป็เื่ที่ดีไม่ใช่เื่เลวร้ายแต่อย่างใด
หลังจากเติมเสบียงเสร็จแล้ว ในที่สุดเรือล่าสัตว์ก็ออกเดินทาง!
พวกเขาเดินเรืออยู่ในมหาสมุทรมานานห้าเดือนแล้ว เหลืออีกครึ่งเดือนก็จะถึงเวลากลับบ้าน สิ้นสุดภารกิจล่าสัตว์ในครั้งนี้
เด็กสาวผิวคล้ำมีชื่อว่าซินิจู นางเป็บุตรสาวคนโตของสกุลซินและเป็ผู้สืบทอดตำแหน่งนายเรือคนต่อไป
“เฮ้ๆ เ้ายังมีขนมปังนั่นอยู่อีกมั้ย?” ซินิจูมาหาจูชิงที่กำลังจัดเรียงทรัพยากรอยู่ในคลังเก็บเสบียง
“ไม่มีแล้ว เ้ากินไปหมดแล้วไม่ใช่หรือ” จูชิงส่ายหัว
“น่าเสียดาย ของอร่อยๆ แบบนั้นทำไมถึงมีอยู่แค่นั้นนะ” ซินิจูเลียปาก ยังไม่หายอยากอยากกินขนมปังอีก
ซินิจูมิใช่แค่ผิวคล้ำแต่นางยังผอมแห้ง ถึงจะอายุแค่ 16 ปี แต่นางใช้ชีวิตอยู่ในทะเลมา 6 ปีแล้ว นางใช้ชีวิตร่อนเร่มานานหลายปีทำให้พัฒนาการทางร่างกายแย่กว่าผู้หญิงทั่วไปมาก
บนผนังของคลังเก็บเสบียงมีอักขระิญญาน้ำค้างแข็งสลักอยู่ สัตว์ที่ถูกจับเมื่อ 6 เดือนก่อนก็ถูกนำมาแช่แข็งที่นี่ และแม้ว่าจะถูกแช่งแข็งมานานกว่าครึ่งปีแล้ว แต่เมื่อใดก็ตามที่ทลายผนึกน้ำแข็ง เนื้อปลาก็ยังคงสดใหม่เหมือนกับเพิ่งจับมาได้ไม่นาน
เนื่องจากที่นี่ปกคลุมไปด้วยอักขระิญญาน้ำค้างแข็ง อุณหภูมิจึงต่ำกว่าโลกภายนอกมาก มีจอมยุทธ์เพียงไม่กี่คนที่เต็มใจจะลงมาจัดระเบียบคัดแยกทรัพยากร เพราะก่อนหน้านี้เคยมีเหตุการณ์ที่คนถูกแช่งแข็งตายในคลังเก็บเสบียงมาแล้ว
ทว่าจูชิงเพียงวาดอักขระิญญากำเนิดไฟรอบๆ ก็สามารถแก้ปัญหานี้ได้แล้ว เขาจึงไม่รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด
เรือล่าสัตว์มีอักขระิญญาสลักอยู่ทั่วทุกหนแห่ง แม้ว่าจะเป็อักขระิญญาทั่วไป ทว่าจำนวนนั้นมากเกินพรรณนา เดาว่าทั้งเรือน่าจะมีอักขระิญญาอยู่หลายแสนอักขระ การหลอมสร้างเรือล่าสัตว์หนึ่งลำนั้นต้องใช้เงินจำนวนมาก ทั้งยังไม่สามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียว อีกทั้งยังต้องใช้เวลานานมากอีกด้วย
ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่สกุลซินจักมีทรัพย์สินเป็เรือล่าสัตว์เพียงแค่ลำเดียว
“ครืนนน!” ทันใดนั้นเรือล่าสัตว์สั่นะเื เสียงเตือนภัยดังเอ็ดอึง คนในเรือแห่กันขึ้นไปบนดาดฟ้า จอมยุทธ์มากประสบการณ์สองคนยืนคุ้มกันหน้าคันศรั์ จับจ้องมองเงาดำขนาดใหญ่ที่อยู่ใต้ท้องทะเลอย่างระแวดระวัง
เงาดำนั้นใหญ่เกือบจะไล่เลี่ยกับเรือล่าสัตว์ เมื่อครู่ที่เรือสั่นะเืก็เพราะไปชนกับสัตว์อสูรทะเลตัวนี้เข้า
เรือล่าสัตว์สร้างขึ้นจากเหล็กทั้งลำ ทั้งยังเสริมแกร่งด้วยอักขระิญญานับหมื่นอักขระ ถึงเป็จอมยุทธ์ขั้นสร้างลมปราณก็ยังทิ้งร่องรอยไว้บนตัวเรือมิได้
“เตรียมคันศรั์!” ซินต้าลี่ะโด้วยใบหน้าเคร่งขรึม
จอมยุทธ์ทั้งสองผสานลมปราณลงไปในคันศรั์ ทันใดนั้นคันศรั์หนักอึ้งส่งเสียงอึกทึก ลูกศรพุ่งลงไปในท้องทะเลพร้อมกับโซ่เหล็ก สะเก็ดไฟสาดกระเซ็นราวกับดอกไม้ไฟ
“อักขระิญญาเพิ่มความเร็ว อักขระิญญาเสริมพลัง มีอักขระิญญา 368 แบบ ผสานรวมกันบนคันศรั์!” ระหว่างที่คันศรั์ยิงออกไป จูชิงเห็นอักขระิญญาก็ร้องอุทานอย่างอดไม่ได้
“พึมพำอะไรของเ้าน่ะ?” ซินิจูถลึงตามองจูชิง
“ไม่มีอะไร ข้าแค่พูดกับตัวเอง” จูชิงยิ้มเล็กน้อย
แม้ว่ามันจะเป็อักขระิญญาที่ง่ายที่สุดในรูปแบบอักขระิญญาทั้งหมด ทว่าสำหรับจอมยุทธ์ที่ไม่เคยััอักขระิญญานั้น มันเป็สิ่งที่ซับซ้อนและเข้าใจยากยิ่งกว่ากระไรดี แม้ว่าพวกเขาจะจัดการกับรูปแบบอักขระิญญาทั้งชีวิตก็ใช่ว่าจักเข้าใจว่าแต่ละรูปแบบของอักขระิญญาเหล่านี้หมายถึงอะไร
จูชิงเคยเห็นอักขระิญญาแบบง่ายๆ ไม่กี่รูปแบบ อักขระิญญาปราณกระบี่เองก็เป็เพียงอักขระิญญามนุษย์ระดับต่ำเท่านั้น
ขุนเขากระบี่เทียนหยวนเป็หนึ่งในขุมพลังอำนาจที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปเฉียนหยวน แม้แต่หอคัมภีร์นอกยังมีบันทึกเกี่ยวกับอักขระิญญาไว้จำนวนมาก ซึ่งอักขระิญญาเ่าั้ล้วนแล้วเป็อักขระิญญาที่สลักอยู่บนเรือล่าสัตว์ทั้งสิ้น
“ฟิ้ว!” เสียงคมชัดดังจากใต้ทะเล ทันใดนั้นลูกศรดีดกลับมา มีรอยร้าวประจักษ์บนตัวลูกศร!
“เฮือก!” ซินต้าลี่กับลูกเรือหลายคนถึงกับอ้าปากค้าง หัวใจของพวกเขาเต้นเร็วจนแทบกระเด็นหลุดออกมาจากอก
ลูกศรแต่ละลูกนั้นมูลค่าสูงลิบเกือบทัดเทียมเท่ากับคันศรั์ ทว่าเพลานี้มันกลับมีรอยร้าว นั่นหมายความว่ามันใช้การไม่ได้อีกต่อไป ถ้าให้นักหลอมอักขระิญญามาซ่อมต้องว่าจ้างในราคาแพง
“นั่นมันตัวอะไร ทำไมหนังของมันถึงแข็งเฉกเช่นนั้น?” ซินต้าลี่ขมวดคิ้ว ใบหน้าขาวซีดเล็กน้อย
คันศรั์เป็อาวุธที่ทรงพลังที่สุดของเรือล่าสัตว์ หากคันศรั์ยังยิ่งไม่เข้า พวกเขาก็ทำได้แค่หนีแล้ว!
แต่สัตว์อสูรที่อยู่ใต้ทะเลนั้นเห็นได้ชัดว่ามันไม่ได้คิดจะปล่อยให้พวกเขาหนี มันว่ายวนเข้ามาชนเรืออย่างรวดเร็ว!
“ระวัง!” ซินต้าลี่คำราม คนที่อยู่บนดาดฟ้าก็คว้าจับสิ่งของที่อยู่ข้างๆ
“ครืนนน!” เรือล่าสัตว์สั่นะเืจากนั้นก็เริ่มเอียง ดาดฟ้าครึ่งหนึ่งจมอยู่ในน้ำทะเล เรือมีโอกาสล่มได้ทุกเมื่อ
“หัวใหญ่มาก!” จูชิงมองหัวที่โผล่ออกมาจากผืนน้ำ ม่านตาหดเล็กเหลือเท่ารูเข็ม!
มันคือเต่าั์ขนาดตัวเกือบเท่าเรือล่าสัตว์!
ครั้นเต่าั์โผล่ขึ้นมา จูชิงก็เห็นแผลบนกระดองของมัน เดาว่าน่าจะเพราะลูกศรที่ยิงออกไปก่อนหน้านี้
“แย่ล่ะสิ นั่นมันเต่าฉก!” ซินต้าลี่ใจหายวาบแล้วหลับตาลง!
เต่าฉกขั้นสร้างลมปราณสูงสุดอาจมิใช่สัตว์อสูรที่ทรงพลังที่สุดในมหาสมุทรแห่งนี้ ทว่าก็เป็สัตว์อสูรที่เรือล่าสัตว์ไม่อยากเจอมากที่สุด คันศรั์ที่เป็ไพ่ตายของพวกเขา แทบเป็ไปไม่ได้เลยที่จะเจาะกระดองของมัน
“จบแล้ว หมดสิ้นแล้ว!” คนบนเรือคร่ำครวญหมดอาลัยตายอยาก
เต่าฉกมีพลังมหาศาล มันกินได้ทุกอย่างเพราะฟันแหลมคมของมันสามารถบดขยี้ได้ทุกสรรพสิ่ง ถึงเป็เหล็กที่เสริมแกร่งด้วยอักขระิญญามันก็สามารถกินเข้าไปได้ ไม่เว้นกระทั่งเรือล่าสัตว์!
มหาสมุทรนี้มีเรือล่าสัตว์อยู่หลายลำบังเอิญพบเต่าฉก ทว่าสุดท้ายก็ถูกทำลายล้างจนสิ้นซาก ในปีที่ผ่านมามีเพียงเรือล่าสัตว์ระดับบุษราเท่านั้นที่รอดพ้นจากเต่าฉกได้ ไม่ว่าเป็ในแง่ของความเร็วหรือพลังโจมตีนั้นเหนือชั้นยิ่งกว่าเรือล่าสัตว์ระดับมนุษย์ของพวกเขาหลายเท่า
ทว่าเรือล่าสัตว์ที่ทรงพลังที่สุดในเพลานี้ก็คือระดับลึกลับ ส่วนเรือล่าสัตว์ระดับ์กับระดับปฐีนั้นไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน ไม่มีแม้แต่ในตำนาน
เรือล่าสัตว์ระดับบุษรานับว่าแข็งแก่งที่สุดในมหาสมุทรบริเวณนี้แล้ว ว่ากันว่าเรือล่าสัตว์ระดับบุษรานั้นมีคันศรั์เป็สิบคัน แม้เผชิญกับสัตว์อสูรทะเลขั้นสร้างลมปราณหรือขั้นสั่งสมก็สามารถล่าสังหารได้ หากทว่าพอเจอกับเต่าฉกสองตัวก็เกือบต้านทานไม่ไหว
“จบแล้ว!” กระทั่งจอมยุทธ์ที่กล้าหาญที่สุดก็ยังไม่คิดว่าจักหนีจากเต่าฉกพ้น
ความเศร้าหมองปกคลุมทั้งเรือล่าสัตว์ กระทั่งซินิจูยังหวาดกลัว น้ำตาคลอเบ้าท่วมดวงตาทั้งสอง
บนเรือล่าสัตว์นี้คนที่ดูไม่มีทีท่าหวาดกลัวคงจะมีแค่จูชิงแล้วก็สุนัขโลกันตร์สามหัวที่กวาดสายตามองรอบๆ กับัคะนองน้ำที่นอนหลับอยู่บนแขนขวาของจูชิง
“กระดองแข็งมาก ถึงเป็ขั้นสร้างลมปราณก็ยังสร้างความเสียหายให้กับเต่าฉกไม่ได้” จูชิงคิดครวญในใจ
เมื่อเทียบกับมนุษย์ สัตว์อสูริญญาแข็งแกร่งเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์อสูรที่เกิดความพร้อมกับความพิเศษ พลังที่พวกมันน่าพรั่นพรึงแสนหยั่งถึง
มหาสมุทรกว้างกว่าปฐีไม่รู้เท่าไหร่ ไม่มีใครรู้ว่ามีสัตว์กี่ชนิดอาศัยอยู่ในมหาสมุทรไร้สิ้นสุด เห็นได้ชัดว่าเต่าฉกเป็นฤบาลของท้องทะเล เพราะกระดองที่แกร่งกล้ายิ่งกว่าเหล็ก กระทั่งสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งกว่ายังมิกล้าล่วงเกินมัน
“หากใช้อักขระิญญาปราณกระบี่ะเิลูกศรน่าจะโจมตีเต่าฉกได้บ้าง แต่ยากมากที่จะทำให้มันาเ็” จูชิงมองลูกศรที่ตกลงมาบนดาดฟ้าพลางครุ่นคิด
อย่างไรก็ตามลูกศรนั้นเปรียบเสมือนชีวิตของสกุลซิน บรรพบุรุษของพวกเขาใช้คันศรั์ทั้งสองล่าสัตว์อสูริญญามานานนับร้อยปี ซ่อมไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว ถ้าต้องทำลายมันซินต้าลี่คนหนึ่งล่ะที่ไม่มีทางยอม
แต่จูชิงก็ไม่ได้คิดว่าพวกซินต้าลี่จะเห็นด้วยอยู่แล้ว เขาไม่ได้คิดที่จะอธิบายแผนหวังให้พวกเขาเข้าใจ ก็แค่ลูกศรหนึ่งลูก ถ้ามีเวลามากเพียงพอจะต้องสร้างขึ้นใหม่ได้สักวันหนึ่งแน่ แต่ตอนนี้ถ้ายังมัวชักช้า ชีวิตดับสิ้นแน่!
เขาจรดพู่กันเขาแรดลงบนลูกศร อักขระิญญาปราณกระบี่ก่อตัวในคราวเดียว จากนั้นจูชิงก็ยัดลูกศรที่หนักเกือบพันจั้งเข้าไปในคันศรั์!
ลูกศรเพียงลูกเดียวแต่กลับหนักยิ่งสุดแสน อย่างน้อยๆ ต้องใช้คนไม่ต่ำกว่าสามคนบรรจุลูกศรลงไปในคันศรั์ ตอนนั้นพวกเขาไม่ได้สังเกตเลยว่าจูชิงกำลังบรรจุลูกศรด้วยตัวคนเดียว
