ห้องถ่ายภาพเป็สตูดิโอเล็ก ๆ อย่างนั้นเหรอ...สุนิชานิ่งนึกก่อนที่หล่อนจะเดินออกไปจากห้องครัวและมองหาว่าห้องนั้นอยู่ที่ไหน หญิงสาวเดาว่ามันอาจจะอยู่ส่วนในสุดของบ้าน แต่บ้านหลังนี้สร้างแบบเปิดโล่งทำให้เห็นธรรมชาติภายนอก สตูดิโอของอัศวินน่าจะเป็ห้องทึบ ๆ มากกว่า แล้วสุนิชาก็มองเห็นห้องนั้น
มันอยู่ชั้นล่างของตัวบ้านที่จริง ๆ แล้วมีความสลับซับซ้อน แม้เป็บ้านหลังไม่ใหญ่มากแต่ก็มีพื้นที่ใช้สอยอย่างคุ้มค่า สุนิชาเดินไปหยุดที่หน้าห้องนั้น บนบานประตูมีรูปสลักดอกไม้แบบนูนต่ำสวยงาม หญิงสาวลองผลักประตูเข้าไปก็พบว่าภายในนั้นเป็ห้องสีทึม ๆ ไม่ได้เปิดโล่งเหมือนอย่างห้องอื่น ๆ
สุนิชายิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าภายในห้องนั้นมีอุปกรณ์ของช่างภาพ มันเป็สตูดิโอถ่ายภาพอย่างที่หล่อนคิดไว้จริง ๆ นั่นล่ะ หญิงสาวเดินดูรอบ ๆ ห้องที่มีขนาดใหญ่ มีแสงไฟสลัวเหมือนแสงสปอร์ตไลต์จากผนัง ดูแล้วให้อารมณ์แบบห้องของช่างถ่ายภาพเสียจริง
แต่แล้วหญิงสาวก็ต้องหยุดชะงักเมื่อหล่อนได้ยินเสียงกุกกักจากด้านนอก สุนิชารีบเดินหลบเข้าไปหลังม่านขนาดใหญ่เพราะหล่อนเกรงว่าถ้าเป็อัศวินเข้ามาตอนนี้เขาอาจไม่พอใจก็ได้ที่หล่อนเข้ามาในสตูดิโอของเขาโดยไม่ได้รับอนุญาต
และเมื่อประตูห้องเปิดออกสุนิชาซึ่งแอบอยู่หลังม่านหนาทึบก็เห็นร่างสูงใหญ่กำยำของอัศวินก้าวเข้ามาในห้อง แต่...เขาไม่ได้เข้ามาเพียงคนเดียว มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินตามเขาเข้ามาด้วย และเมื่อไฟภายในห้องนั้นถูกเปิดให้สว่างอีกดวงหล่อนก็เห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นชัด ๆ
เ้าหล่อนคนนั้นรูปร่างหน้าตาเหมือนผู้หญิงไทยแต่หล่อนพูดไทยไม่ชัด สุนิชาแทบไม่จำเป็ต้องเงี่ยหูฟังเพราะภายในห้องนั้นเป็ห้องทึบจึงได้ยินเสียงสะท้อนก้องเวลาที่คนสองคนพูดกัน
“เป็ไงเยจี...นี่ล่ะสตูดิโอถ่ายภาพของผม”
เยจี ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็ชื่อเกาหลี หญิงสาวในชุดกระโปรงสั้นเหนือเข่าและดูจากหน้าตาอายุอานามน่าจะไม่เกินยี่สิบ เ้าหล่อนยิ้มกับอัศวิน
“ว้าว...ที่นี่เหมาะกับการถ่ายภาพสวย ๆ มากเลยนะคะ”
เยจีเอ่ยชมและทำให้อัศวินยิ้มแก้มปริ แหม...สาวเกาหลีคนนี้ท่าทางใช้ได้เพราะหล่อนพูดไทยได้อย่างชัดถ้อยชัดคำ แต่สุนิชาก็อดที่จะมองพี่ชายของอัคนีไม่ได้ เขาหล่อมากและรูปร่างกำยำนั่นก็เป็สิ่งที่หญิงสาวชอบมอง
“เราจะเริ่มถ่ายภาพสวย ๆ กันรึยังล่ะ ตากล้องพร้อมแล้วนะ”
“ได้ซีคะ เยจีพร้อมอยู่แล้วค่ะ คุณอาวิน”
หล่อนเรียกอัศวินว่าคุณอา แสดงว่าที่สุนิชาคาดเดาอายุของเด็กสาวเกาหลีก็ไม่น่าจะผิดแต่อย่างใด แต่ถึงยังไงสุนิชาก็ยังไม่กล้าออกไปจากหลังม่านอยู่ดี กลัวว่าคนทั้งสองจะแปลกใจและคิดว่าหล่อนเสียมารยาทที่มาแอบดูอย่างนี้
“คุณอาวินจะให้เยจีทำท่ายังไงคะ ถึงจะถ่ายแล้วออกมาดูสวย”
สาวเกาหลีผิวขาวเหมือนหยวกและรูปร่างของหล่อนก็อวบอิ่มในชุดกระโปรงสั้นถามขึ้น อัศวินเดินไปดึงผ้าที่คลุมกล้องบนขาตั้งออก เขาทำท่าครุ่นคิดสักพักก็หันไปทางเยจีและพูดออกมา
“เดี๋ยวอาใช้กล้องอีกตัวดีกว่า เยจีไปนั่งบนโซฟาตรงนั้นแล้วกันนะ”
เขาสั่งด้วยเสียงนุ่ม ๆ สมกับที่เป็ตากล้องมืออาชีพ สุนิชายืนนิ่งอยู่หลังม่านและแอบมองดูคนทั้งสองอย่างสงบไม่ยอมไหวติง หล่อนเห็นสาวเกาหลีหย่อนตัวลงนั่งบนโซฟาตัวยาวภายในห้องที่แอร์คอนดิชั่นเย็นฉ่ำ เยจีนั่งบนโซฟาส่วนอัศวินก็หันไปหยิบกล้องของเขาขึ้นมาแล้วตรวจสอบดูการทำงานและความพร้อมของกล้องก่อนจะเดินกลับไปที่เยจีอีกครั้ง
“เยจี...หนูเอนหลังลงนิดหนึ่งนะ”
“เยจีต้องเปลี่ยนชุดไหมคะ อาวิน”
“ตอนนี้ยัง...เอนหลังลงหน่อย”
เยจีทำตามที่อัศวินบอก หล่อนเอนแผ่นหลังลงกับพนักพิงของโซฟาตัวยาวอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน อัศวินเริ่มกดชัตเตอร์ของกล้อง แสงสว่างจากชัตเตอร์วูบวาบภายในห้องที่มีแสงพอดี ทุกอย่างดูลงตัวและสุนิชาก็มองการทำงานของอัศวินอย่างเพลิดเพลิน เขาให้สาวเกาหลีนั่งในท่านั้นท่านี้และกดชัตเตอร์อย่างชำนาญ กระทั่งภาพสุดท้ายเขาจึงพูดกับเยจีอีกครั้ง
“เอาล่ะ...คราวนี้หนูต้องเปลี่ยนชุดล่ะนะ”
“เปลี่ยนเป็ชุดอะไรล่ะคะอาวิน”
“อาเตรียมไว้ในห้องแต่งตัวแล้ว หนูเข้าไปในนั้นนะ เปลี่ยนชุดแล้วค่อยออกมาถ่ายภาพต่อ”
“ค่ะ”
เยจีรับคำอย่างว่าง่าย นอกจากหล่อนจะพูดภาษาไทยชัดแล้วยังใช้ง่ายเหมือนลูกแมวน้อยไม่มีผิด เยจีเดินตรงมาและผ่านม่านที่สุนิชาแอบอยู่ด้านหลัง สุนิชาต้องรีบหลบเข้าไปกลัวว่าเด็กสาวเกาหลีจะมองเห็นหล่อน เยจีหายข้าไปในห้องแต่งตัวและกลับออกมาในชุดที่สุนิชาถึงกับเบิกตาค้าง
