จีอู๋ซวงเปิดปากหยั่งเชิง
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา ฮวาเหยียนก็โน้มตัวลงเพื่อลูบศีรษะหยวนเป่า ก่อนพูดว่า “ลูกรัก เ้าไปดูคนสารเลว...ไปดูองค์รัชทายาทสักหน่อยเถิด?”
ฮวาเหยียนเอ่ยปรึกษา
นี่เป็วิธีที่นางใช้ร่วมกับหยวนเป่าเสมอ ไม่ว่าทำอันใดนางล้วนใช้น้ำเสียงปรึกษาคุยกับเขา และต้องได้รับความยินยอมจากหยวนเป่าก่อนจึงจะลงมือ หากหยวนเป่าปฏิเสธ นางก็จะไม่บังคับให้เขาทำ
ทว่าผู้ใดจะทราบ หลังจากคำพูดของฮวาเหยียนสิ้นสุดลง กลับเห็นหยวนเป่าส่ายหัว “ท่านแม่ ข้าไม่อยากทำ”
เมื่อคำพูดเหล่านี้ถูกปล่อยออกมา หัวใจของอั้นจิ่วก็ถูกความเย็นห่อหุ้มไปครึ่งดวง เพราะถึงแม้คุณชายอู๋ซวงจะยังไม่เชื่อทั้งหมด ทว่าเขากลับเชื่อไปเต็มร้อยแล้ว!
ความหวังอยู่ที่คุณชายน้อยตระกูลมู่ แต่คาดไม่ถึงว่าคุณชายน้อยจะปฏิเสธ!
“ท่านแม่ เขารังแกท่าน ดังนั้นหยวนเป่าไม่้าช่วยเขาขอรับ”
หยวนเป่าพูดขึ้นอีกครั้งอย่างตรงไปตรงมา
“เอ๋?”
จีอู๋ซวงตกตะลึง หูของเขากางออก เด็กน้อยผู้นี้ไม่เต็มใจจะรักษาให้อาหานหรือ? เกรงว่านี่อาจเป็กลอุบาย แท้จริงแล้วนักปรุงยาอัจฉริยะอาจมิใช่เด็กน้อยผู้นี้ เขาส่ายหัว พูดก็พูดเถิด จะมีเด็กน้อยที่เก่งกาจถึงเพียงนั้นได้อย่างไร? ย่อมเป็ไปมิได้อย่างแน่นอน
อัจฉริยะเพียงคนเดียวย่อมคือตี้หลิงหาน แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว ย่อมมิใช่หัวกะหล่ำปลีที่จะสามารถพบเจอได้โดยง่าย
ด้านหนึ่งจีอู๋ซวงได้ยืนยันการคาดเดาของตนเองแล้ว อีกด้านหนึ่งฮวาเหยียนก็ยังคงคุยกับหยวนเป่า “ลูกรัก แม้ว่าองค์รัชทายาทจะเคยกลั่นแกล้งแม่ แต่นั่นก็เป็เื่ในอดีต แม่เองก็มิใช่คนคิดเล็กคิดน้อย เช่นนั้นแล้ว พวกเรามายกโทษให้องค์รัชทายาทกันดีหรือไม่?
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง องค์รัชทายาทยังเป็ผู้ที่รู้จักทดแทนบุญคุณ ราตรีนี้แม่ช่วยชีวิตพระองค์ไว้ ทั้งยังมอบโอสถต่อชีวิตให้ถึงสามเม็ด องค์รัชทายาทก็มิได้รับไปโดยเปล่า พระองค์ทรงสัญญากับแม่ว่าจะให้พรถึงสามประการ”
คำพูดของฮวาเหยียนไม่เพียงร่วงหล่นลงไปในหูของหยวนเป่าเท่านั้น แต่ยังลอยเข้าหูของทุกคนที่อยู่ตรงนั้นอีกด้วย
แม่นางมู่อันเหยียนผู้นี้ กำลังแย่งเอาความดีความชอบของผู้อื่นมาเป็ของตนชัดๆ!!!
เื่ที่นางกระทำความผิดร้ายแรง ข้อหาปรักปรำและทำร้ายองค์รัชทายาทนั้นถือเป็โมฆะ ทว่าเื่ที่นางช่วยชีวิตองค์รัชทายาทในคืนนี้กลับจำได้อย่างชัดเจน ทั้งยังใช้โอกาสนี้กล่าวขึ้นมาให้ทุกคนได้ยิน ถือเป็การเตือนทุกคนนั่นเอง
เหล่าผู้ชมได้แต่ถอนหายใจ คุณหนูใหญ่ตระกูลมู่ช่างไร้ยางอายยิ่งนัก!
“เป็เช่นนั้นหรือขอรับ?”
หยวนเป่าเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาของเขาใสซื่อบริสุทธิ์
“องค์รัชทายาท เป็เช่นที่หม่อมฉันกล่าวเมื่อครู่ใช่หรือไม่เพคะ?”
ฮวาเหยียนหันศีรษะไปมองตี้หลิงหาน ก่อนจะถามเขาด้วยรอยยิ้ม
ตี้หลิงหานก้มหน้า มุมปากของเขาหยักโค้งจาง แม่นางมู่อันเหยียนผู้นี้รวมถึงบุตรชายของนางล้วนฉลาดหลักแหลม ในตอนนี้เขาสามารถกล่าวคำว่า ‘ไม่’ ออกมาได้หรือ? นางจัดฉากวางแผนเื่ราวต่อกันอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย เหตุการณ์พวกนี้นางล้วนคิดคำนวณมาอย่างดีแล้ว บุตรชายของมู่อันเหยียนเองก็เป็คนเฉลียวฉลาด แม้ปากของเด็กน้อยจะบอกว่าไม่้า แต่แท้จริงกลับเห็นได้ชัดว่าเด็กน้อยร่วมมือกับมารดาในการเล่นละครฉากนี้
“อืม”
ชายหนุ่มพยักหน้าเบาๆ ในใจของเขาพลันบังเกิดความรู้สึกตามใจโดยไม่รู้ตัว เขาเองก็รู้สึกยากจะอธิบายเช่นกัน
“เ้าดู องค์รัชทายาททรงยืนยันแล้ว แม่มิได้โกหกเ้าสักหน่อย”
“อืม หยวนเป่าเชื่อฟังท่านแม่ หยวนเป่าจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อรักษาองค์รัชทายาทขอรับ”
ทุกคน “...!”
รู้สึกเพียงว่ามีบางสิ่งผิดปกติ!
ดังนั้นหยวนเป่าจึงเดินไปหาตี้หลิงหาน ดวงหน้าเล็กของเขาไร้อารมณ์ แม้จะเป็การร่วมมือกับท่านแม่ แต่ในใจเขาก็ยังไม่ชอบบุรุษตรงหน้าอยู่ดี เื่ราวก่อนหน้าที่อีกฝ่ายรังแกท่านแม่ เด็กน้อยล้วนเก็บทุกสิ่งเอาไว้ในใจ ถึงท่านแม่จะบอกให้ถือเป็โมฆะ และเขาสามารถไม่แก้แค้นได้ ทว่าจิตใจที่ไม่ชอบนั้นมิอาจสลายไปโดยง่าย
แสงจันทร์กระจ่าง หมู่ดาวส่องแสงระยิบระยับอยู่หลังูเา
หยวนเป่าหยิบล่วมยาจากมือของมู่เอ้าเทียน ก่อนมานั่งยองๆ ข้างตี้หลิงหาน
เด็กน้อยยกมือขึ้นลูบหน้าผากของตี้หลิงหานก่อน มันร้อนลวกเป็อย่างยิ่ง นี่คืออาการไข้ขึ้นสูง ทว่าภายใต้อุณหภูมิที่พุ่งสูงเช่นนี้ การรับรู้ของคนไข้ควรจะพร่าเบลอ แต่ตี้หลิงหานที่อยู่ตรงหน้ากลับไม่เป็เช่นนั้น
ตี้หลิงหานตกตะลึงครู่หนึ่ง ขณะที่เด็กน้อยวางมือเล็กๆ ไว้บนหน้าผาก ความรู้สึกแปลกประหลาดพลันวาบผ่านเข้ามาในหัวใจเขา คล้ายจะอบอุ่น แต่ก็มิใช่...
ทว่าเด็กน้อยกลับดึงมือออกอย่างรวดเร็ว ทำเขารู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย เสียงเล็กข้างหูพลันดังขึ้น “องค์รัชทายาท พระวรกายของพระองค์ร้อนจนยากจะทานทน และเ็ปตลอดเวลาใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
เมื่อได้ยินคำพูดของหยวนเป่า ตี้หลิงหานก็ตกอยู่ในภวังค์
ทุกคราที่พิษออกฤทธิ์ ร่างกายของเขาจะร้อนรุ่มและปวดร้าวราวกับกำลังฉีกขาด เ็ปยิ่งนัก เ็ปเหลือเกิน เจ็บจนเข้ากระดูก เขาเจ็บจนชา ตัวเขาทำได้เพียงอดทน อดทนซ้ำๆ จนเคยชิน ไม่มีคนถามเขาว่าเจ็บหรือไม่มานานปีแล้ว
อันที่จริง เขารู้ว่าเด็กผู้นี้เพียงสอบถามอาการตามปกติ ทว่าคำถามนี้ราวกับฉีกเปิดส่วนที่อ่อนแอที่สุดในหัวใจเขา ร่างของเขาพลันสั่นไหวเล็กน้อย
“พอได้”
เขากล่าวเสียงเบา
หยวนเป่าเหลือบมองตี้หลิงหาน เด็กน้อยขมวดคิ้วมุ่น จากนั้นวางนิ้วลงบนข้อมือของตี้หลิงหานอีกครั้งเพื่อจับชีพจร
“เป็อย่างไรบ้าง?”
จีอู๋ซวงโน้มตัวไปข้างหน้าพลางถามอย่างกระตือรือร้น
หยวนเป่ามิเอ่ยคำใด เด็กน้อยเปิดล่วมยาใบเล็กแล้วบิดเพื่อเปิดกลไกอย่างแ่เบา เผยให้เห็นชั้นเล็กๆ ซ้อนกันภายใน ซึ่งวางทั้งเข็มทอง เข็มเงิน มีดผ่าตัด มีดยาว มีดสั้น และเข็มทุกชนิด เครื่องมือทุกอย่างล้วนมีอยู่ในนั้น
พวกเขาเห็นหยวนเป่าหยิบเข็มเงินหนึ่งเข็มแทงไปที่นิ้วของตี้หลิงหาน โลหิตสีแดงสดไหลออกมาโดยพลัน
ทุกคนล้วนไม่เข้าใจว่าหยวนเป่ากำลังทำอันใด เห็นเพียงคิ้วของเด็กน้อยขมวดแน่นขึ้นเรื่อยๆ
“เมื่อค่ำองค์รัชทายาทคงจะเสวยผลไม้จิติญญาหรือหญ้าจิติญญาที่สามารถส่งเสริมการเติบโตของพลังปราณเข้าไป จากนั้นก็ทะลวงเข้าสู่ขั้นาาผู้บำเพ็ญ”
“ใช่ ข้ากินผลิญญาโลหิตหยกเข้าไป”
ตี้หลิงหานพยักหน้า
“ทว่าในตอนที่กำลังทะลวงเข้าสู่ขั้นาาผู้บำเพ็ญกลับเกิดสถานการณ์ไม่คาดคิดขึ้น ทำให้พระองค์ต้องทรงพยายามบีบคั้นเพื่อให้ทะลวงขั้นจนสำเร็จ ทว่ากลับเป็การปลุกพิษเพลิงเย็นในพระวรกาย เป็เช่นนั้นใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
ดวงตาของตี้หลิงหานมิได้แสดงความตื่นใ ทว่ากลับเปี่ยมด้วยความชื่นชม การวิเคราะห์ของบุตรชายมู่อันเหยียนไม่เลวเลยทีเดียว
“ที่แท้เป็เื่จริง เช่นนั้นโอสถเซวียนลี่และโอสถต่อชีวิตล้วนเป็เ้าที่ปรุงขึ้นมา เหลือเชื่อ เหลือเชื่อเกินไปแล้ว เ้าทำได้อย่างไร ์ทรงโปรด อัจฉริยะ เ้าคืออัจฉริยะอย่างแท้จริง!”
ขณะเดียวกันเมื่อคำพูดของหยวนเป่าสิ้นสุดลง จีอู๋ซวงก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ตอนเห็นเด็กน้อยเปิดล่วมยาใบเล็กซึ่งพกเอาไว้ข้างกาย รวมกับท่าทางยามตรวจชีพจร เขาก็ได้ข้อสรุปอยู่ในใจแล้ว จนกระทั่งเด็กน้อยกล่าวผลวินิจฉัยออกมา ทั้งร่างของเขาพลันตกตะลึง!
เขาไม่กล้าเชื่อ ทว่าไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ!
มู่เอ้าเทียนเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ เขาสงสัยว่าตนเองกำลังฝันอยู่ ที่แท้แล้วหลานชายของเขาเก่งกาจถึงเพียงนี้ ทั้งใและตื่นเต้น ก่อนจะตามมาด้วยความภูมิใจ
เมื่อเทียบกับเสียงเอะอะของจีอู๋ซวง ฮวาเหยียนกลับสงบนิ่งเป็พิเศษ
บุตรชายของนางได้รับการยกย่องความเป็อัจฉริยะจากผู้เฒ่าติงที่ไม่มองผู้อื่นอยู่ในสายตา
“เช่นนั้น ท่านลุงจีคิดว่าพิษที่อยู่ในร่างขององค์รัชทายาทเป็พิษเพลิงเย็นใช่หรือไม่ขอรับ?”
จู่ๆ หยวนเป่าก็เงยหน้าถามจีอู๋ซวง
เมื่อถูกเอ่ยนาม จีอู๋ซวงที่เกิดความรู้สึกนับถือพลันกลายเป็คนจริงจัง ตอนนี้คนที่เขาเผชิญหน้ามิใช่เด็กอายุห้าขวบ แต่เป็นักปรุงยาอัจฉริยะ ดังนั้นเขาจึงพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม “องค์รัชทายาทถูกพิษมานานปี ผลการวินิจฉัยของข้าคือพิษเพลิงเย็นเช่นกัน หลายปีมานี้ข้าได้จ่ายยาเพื่อระงับอาการเอาไว้ ทว่าพิษเพลิงเย็นนี้รุนแรงเป็อย่างยิ่ง อีกทั้งส่วนผสมของยาแก้พิษยังหายาก รวมถึง...”
