ครั้นท่านป้าหวางฟังนางพูดจบ ท่านป้าหวางก็เดินมาจับมือนางด้วยความยินดีในทันที “เ้าหมายความว่า ตอนนี้ป้ายืมเงินของเ้าก่อน จากนั้นรอให้เขาเรียนจบกลับมาแล้วค่อยทำงานกับเ้าเพื่อคืนเงินที่ยืมไปใช่หรือไม่?”
หลี่อันหรานเผยยิ้ม ดูแล้วความสามารถในการทำความเข้าใจของท่านป้าหวางจะไม่ได้แย่อย่างที่นางคิด นางพยักหน้าตอบ “ถูกต้องเ้าค่ะ แต่ท่านต้องทำสัญญาเป็ลายลักษณ์อักษรกับข้า ระบุว่าวันหน้าเถี่ยตั้นเรียนจบแล้วกลับมาทำงานกับข้าสองปี หากครบสองปีแล้วเขายังคง้าทำงานกับข้าอยู่ก็อยู่ต่อได้เลย แต่หากไม่้าอยู่ต่อก็สามารถไปหางานที่อื่น ข้าจะไม่ก้าวก่ายงานของเขาอีก ส่วนเื่ค่าจ้างก็ค่อยมาคุยหลังจากที่เขาเรียนจบ แบบนี้ดีหรือไม่?”
ท่านป้าหวางเข้าใจความหมายของหลี่อันหรานโดยสมบูรณ์ น้ำตาเอ่อท่วมในดวงตา นางจับมือหลี่อันหรานแน่น พร่ำขอบคุณไม่หยุด “ป้าจะขอบคุณเ้าอย่างไรดี ป้าไม่เคยคิดเลยว่าจะมีเื่ดีงามขนาดนี้”
หลี่อันหรามยิ้มให้กับท่านป้าหวางที่เช็ดน้ำตาไปด้วย กล่าวขอบคุณไปด้วย “ถึงอย่างไรข้าก็เป็คนทำมาค้าขาย ดังนั้น ข้าจะไม่ให้ตัวเองขาดทุนเด็ดขาด ข้ามีเงื่อนไขหนึ่งข้อว่าเถี่ยตั้นไปเรียนที่สำนักศึกษาแล้วต้องตั้งใจศึกษาเล่าเรียน”
ท่านป้าหวางพยักหน้า “เถี่ยตั้นชอบเขียนและชอบอ่านหนังสือมาก ต่อไปเขาจะตั้งใจเรียนแน่นอน”
หลังจากที่หารือเื่นี้เป็ที่เรียบร้อย หลี่อันหรานก็กล่าวอย่างจริงจังว่า “ถ้าเช่นนั้นข้าจะกลับไปเขียนสัญญา ท่านป้าแค่ประทับลายมือก็เรียบร้อยแล้วเ้าค่ะ”
ขณะที่กำลังจะเตรียมตัวกลับ อยู่ๆ นางก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นได้และหันไปถามท่านป้าหวาง “เถี่ยตั้นมีชื่อจริงว่าอะไรหรือเ้าคะ? หากไปอยู่ในเมืองแล้วเอาแต่เรียกเขาว่าเถี่ยตั้นคงไม่เหมาะสม”
ท่านป้าหวางหลุดหัวเราะพรืด “เถี่ยตั้นเป็ชื่อเล่นที่คนในบ้านเรียกกัน แท้จริงแล้วเขาชื่อ ‘หลี่เจิ้งหาว’ น่ะ”
หลี่อันหรานฟังชื่อนี้แล้วพยักหน้า “ข้าทราบแล้วเ้าค่ะ ข้าจะไปเตรียมสัญญาเดี๋ยวนี้”
กล่าวจบแล้วนางก็ออกจากที่นี่ทันที
ท่านป้าหวางเดินไปส่งนางที่หน้าบ้านและแทบจะพาไปส่งถึงบ้านนางแล้ว หลี่อันหรานต้องไล่หลายครั้งจึงจะยอมกลับไป
หลังจากเหตุการณ์นี้ ท่านป้าหวางได้นำสิ่งที่หลี่อันหรานทำไปเล่าให้กับทุกคนที่พบเห็นฟัง เริ่มแรกยังมีคนพูดว่า “ผู้ใดจะโง่ไปทำเื่เช่นนั้นกัน”
แต่เมื่อท่านป้าหวางจ่ายเงินส่งหลี่เจิ้งหาวไปเรียนที่สำนักศึกษาในเมืองร่วมกับหลี่อันหลิน ทุกคนก็เริ่มเชื่อเื่นี้ขึ้นมาและรู้สึกนับถือในการกระทำของหลี่อันหราน
ความจริงหลี่อันหรานอายุมากกว่าพวกเถี่ยตั้นเพียงไม่กี่ปี อีกทั้งตัวนางก็สูงกว่าพวกเขาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
แต่นางกลับสามารถแบกรับภาระทั้งหมดในครอบครัว นี่ทำให้บรรดาเพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียงอดรู้สึกนับถือนางมากขึ้นกว่าเดิมไม่ได้ ส่วนพวกคนที่ทำงานรับเงินจากนางอยู่แล้วก็ยิ่งไม่กล้าพูดถึงในทางไม่ดีอีก
นอกจากนี้คือ ตลอดหนึ่งปีมานี้ ไม่ว่าเพื่อนบ้านหรือคนในหมู่บ้าน้าความช่วยเหลืออะไร หลี่อันหรานก็ยินดีช่วยเสมอ นี่ทำให้กลุ่มคนที่เคยนินทานางลับหลังไม่ทำแบบนั้นอีกต่อไป
ถึงแม้ว่าเื่ที่นางสูญเสียความบริสุทธิ์ไปแล้วจะไม่อาจลบเลือนไปจากความคิดของทุกคน แต่อย่างน้อยก็ไม่มีผู้ใดพูดถึงเื่นี้อีก ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะความพยายามของนางทั้งสิ้น
……
เมื่อเหอชุนฮวาได้ยินเื่ที่หลี่อันหรานช่วยเหลือให้เถี่ยตั้นได้ไปเรียนที่สำนักศึกษาในเมืองก็เริ่มนั่งไม่ติด วันนี้นางนั่งครุ่นคิดถึงเื่นี้อยู่ในห้องโถงที่บ้านตัวเองอย่างหงุดหงิด
หลี่เยวี่ยซือเพิ่งกลับจากไปข้างนอกกับเจียงเฉิง ทั้งสองคนเข้ากันได้ไม่เลว นางเดินเข้ามายังห้องโถงอย่างอารมณ์ดี เมื่อเห็นเหอชุนฮวานั่งอยู่จึงเดินเข้าไปคุยด้วย “ท่านแม่ เื่ที่ข้าเคยบอกท่านว่า ท่านพี่ฉางจัดการธุระเสร็จแล้วจะมาอยู่บ้านพวกเรายังคงนับอยู่”
เหอชุนฮวาเห็นหลี่เยวี่ยซือมีรอยยิ้มก็ยิ่งไม่สบอารมณ์กว่าเดิม นางขมวดคิ้วกล่าวว่า “เ้าอย่าเพิ่งพูดเื่นี้ คิดเื่ที่น้องชายเ้าจะไปเรียนที่สำนักศึกษาก่อนเถอะ”
หลี่เยวี่ยซือฟังแล้วงุนงง “เื่ที่จิ่งเทียนจะไปเรียนที่สำนักศึกษาถูกกำหนดมาตั้งนานแล้วมิใช่หรือเ้าคะ? เมื่อวานก็มีคนพาเขาไปสมัครในเมืองเรียบร้อยแล้ว อีกไม่กี่วันก็ไปเริ่มเรียนได้ เงินก็จ่ายไปแล้ว มีอันใดให้ท่านร้อนใจกัน”
เหอชุนฮวาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยความโมโห “เ้ารู้หรือไม่ว่าบ้านสามไม่เพียงแต่ส่งหลี่อันหลินไปเรียนเท่านั้น แต่ยังส่งเถี่ยตั้นที่อยู่ข้างบ้านไปเรียนด้วย พวกเขาออกเงินให้ทั้งหมด”
หลี่เยวี่ยซือได้ยินเื่นี้มาก่อนแล้ว แต่นางยังคงไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเหตุใดท่านแม่ต้องไม่พอใจ “ข้าทราบ แต่มันมีปัญหาอะไรหรือ?”
“เ้ายังมีหน้ามาถามอีกว่ามีปัญหาอะไร? ตอนนี้ความคิดเ้าจดจ่ออยู่แต่กับฉางควนผู้นั้นจนลืมครอบครัวตัวเองไปแล้วใช่หรือไม่ ในอดีตบ้านสามไม่มีแม้แต่ข้าวให้กินด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้พวกนางไม่เพียงแต่ส่งลูกชายตัวเองไปเล่าเรียนได้ แต่ยังมีเงินส่งลูกชายคนข้างบ้านให้ไปเรียนด้วย”
“เ้าลองคิดให้ดี ตอนนี้พวกนางร่ำรวยเหมือนหมูที่อ้วนท้วนจนมันเยิ้ม แต่ดูครอบครัวเราสิ มีแต่รายจ่ายไม่มีรายรับ สักวันคงไม่มีแม้แต่อาหารให้กิน”
เหอชุนฮวานั่งพูดอย่างเดือดดาล ความอิจฉาเอ่อล้นอยู่ในใจ
หลี่เยวี่ยซือพลันขมวดคิ้ว นางไม่เคยคิดถึงเื่นี้มาก่อน ่นี้มัวแต่จดจ่อกับเจียงเฉิงจนไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านี้
“หลี่อันหรานทำเต้าเจี้ยวเผ็ดกับน้ำพริกขาย ดูเหมือนว่าจะขายได้ไม่เลวเลย แต่นั่นเป็กิจการของพวกนาง พวกเราจะทำอันใดได้กันเ้าคะ? นางไม่มีทางนำเงินที่หามาได้มามอบให้พวกเราอยู่แล้ว”
แม้จะรู้ว่านี่เป็ความจริง แต่เหอชุนฮวาก็ยังยอมรับไม่ได้อยู่ดี “ไม่ได้ แม่จะเอาเื่นี้ไปคุยกับท่านย่าของเ้า ครอบครัวเราลำบากถึงเพียงนี้ แม่ต้องไปขอยืมเงินจากป้าใหญ่ของเ้าเพื่อส่งจิ่งเทียนไปเล่าเรียนด้วยซ้ำ ตอนนี้ป้าสามของเ้ามีเงินแล้ว ทว่าพวกนางกลับไปเลือกช่วยคนนอกแทนที่จะช่วยคนในครอบครัวเดียวกัน”
เหอชุนฮวากล่าวจบแล้วลุกขึ้นยืนพรวด นางรู้สึกว่าตัวเองมีเหตุผลเต็มเปี่ยม จากนั้นก็รีบเร่งออกไป ส่วนหลี่เยวี่ยซือเองก็หน้าบึ้งตึง เดิมทีนางก็ไม่ชอบหลี่อันหรานอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาไม่ได้เห็นอีกฝ่ายอยู่ในสายตาเพราะเห็นว่าชื่อเสียงของหลี่อันหรานย่อยยับไปแล้ว อีกทั้งใบหน้าก็มีแผลเป็น่าเกลียด ไม่ว่าผู้ใดพบเห็นก็ล้วนหัวเราะเยาะทั้งสิ้น
ทว่าตอนนี้หลี่อันหรานกลับมีเงินขึ้นมาอย่างฉับพลัน มันทำให้หลี่เยวี่ยซือไม่พอใจ นางตัดสินใจตามแม่ไปหาท่านย่าด้วยเช่นกัน
ยามที่เหอชุนฮวากับหลี่เยวี่ยซือเดินทางมาถึงบ้านของนางฉาง หวางเถาฮวาผู้เป็สะใภ้ใหญ่ของสกุลหลี่ก็กำลังนั่งคุยกับนางฉางที่ห้องโถงอยู่ก่อนแล้ว
หวางเถาฮวาเห็นเหอชุนฮวาเข้ามาก็ลุกขึ้น “น้องสะใภ้รองก็มาด้วยหรือ วันนี้มีเวลาว่างได้อย่างไร?”
นางฉางที่กำลังดื่มน้ำชา พอเห็นเหอชุนฮวาพาหลี่เยวี่ยซือเดินเข้ามาก็วางถ้วยน้ำชาลงแล้วมองนาง
จากนั้นรอให้ทั้งสองคนทำความเคารพเรียบร้อยแล้วค่อยกล่าวว่า “วันนี้มันวันอะไรกัน วันนี้ก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษสักหน่อย เหตุใดพวกเ้าจึงได้พร้อมใจกันมาที่นี่ เป็เพราะนัดหมายกันมาก่อนหรือว่าเพราะมีเื่จะคุยกับข้า?”
