การกลับมาของม่อหรานในครั้งนี้ หาได้สร้างความตื่นเต้นยินดีให้แก่ผู้คนภายในตระกูลของเขาไม่
ในยามนี้ จวนตระกูลม่อ สถานที่ที่ควรถูกเรียกว่า บ้านเดิมของเขากลับเต็มไปด้วยบรรยากาศอันหนักอึ้ง ผู้คนที่อาศัยอยู่ภายใน ต่างมีความรู้สึกหลากหลายปะปนกัน ทั้งระแวง หวาดหวั่น อึดอัด และไม่ยินดีอย่างเปิดเผย
ชื่อของม่อหราน เปรียบเสมือนเงาที่ทอดทับอยู่เหนือจวนแห่งนี้ แม้เ้าตัวจะยังมิได้ย่างกรายกลับมาเหยียบ แต่การที่เขาได้รับพระราชทานจวนใหม่ ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากองค์ฮ่องเต้ ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ผู้คนในตระกูลม่อไม่อาจอยู่นิ่งได้อีกต่อไปโดยเฉพาะอย่างยิ่ง แม่ทัพม่อคังเซิ่ง บิดาแท้ ๆ ของม่อหราน
ชายผู้นี้มีอายุได้ห้าสิบเก้าปี เส้นผมเริ่มแซมด้วยสีขาว ใบหน้าเคร่งขรึมแข็งกร้าวผ่านสนามรบมานับไม่ถ้วน และที่สำคัญเขาคือผู้ที่เคยขับไล่บุตรชายแท้ ๆ ของตนเองออกจากตระกูลอย่างไม่ไยดี
บัดนี้ ม่อคังเซิ่งนั่งอยู่ภายในห้องโถงหลักของตระกูล รายล้อมไปด้วยเหล่าผู้าุโ สีหน้าเคร่งเครียด ดวงตาฉายแววขุ่นมัวด้วยความไม่พอใจ
“ข้าไม่คิดเลยว่าองค์ฮ่องเต้จะมีพระเมตตากับมันถึงเพียงนี้”
คำพูดนั้นหลุดออกมาจากปากของเขาอย่างเ็า ราวกับผู้ที่ถูกเอ่ยถึง มิใช่เืเนื้อเชื้อไขของตนเองทั้งที่ในความเป็จริง ม่อหรานคือบุตรชายแท้ ๆ ของเขาทว่าเป็บุตรชายที่ถือกำเนิดจากสาวใช้
ความจริงข้อนี้ คือรอยแผลที่ไม่เคยถูกยอมรับอย่างแท้จริงในใจของแม่ทัพม่อคังเซิ่งคนที่รักลูกไม่เท่ากันนั้นมีอยู่จริง และตัวเขาเอง ก็คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดม่อคังเซิ่งโปรดปรานบุตรชายที่ถือกำเนิดจากฮูหยินใหญ่มาโดยตลอด ส่วนม่อหราน…เป็เพียงผลลัพธ์ของความพลั้งเผลอ เป็เงาที่เขาไม่้าเผชิญหน้า และสุดท้ายก็ถูกผลักไสออกจากตระกูลโดยไม่ลังเล
หนึ่งในผู้าุโชรา ซึ่งนั่งอยู่ด้านข้าง ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุขุม
“ท่านแม่ทัพ…ข้าคิดว่า บางทีพวกเราสมควรเชิญคุณชายกลับมายังตระกูล”
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศในห้องโถงเงียบงันลงทันทีผู้าุโผู้นั้นกล่าวต่ออย่างระมัดระวัง
“หากเขากลับมา ย่อมสร้างชื่อเสียงที่ดีงามให้แก่ตระกูลม่อไม่น้อย บัดนี้เขาเป็ถึงแม่ทัพที่ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากองค์ฮ่องเต้ การมีสายสัมพันธ์อันดีต่อเขา ย่อมเป็ผลประโยชน์ต่อพวกเรามากกว่าการผลักไส”
ดวงตาของม่อคังเซิ่งหรี่แคบลงเล็กน้อย สีหน้ากระด้างแข็งยิ่งกว่าเดิมในใจของเขา คลื่นอารมณ์ปั่นป่วนอย่างรุนแรงระหว่างศักดิ์ศรีของผู้เป็บิดากับผลประโยชน์ของตระกูล
แท้ที่จริงแล้ว ความสัมพันธ์ของสองพ่อลูกคู่นี้ มิได้เรียบง่ายอย่างที่ผู้ใดจะมองเห็นจากภายนอกระหว่างม่อหรานกับม่อคังเซิ่ง มีเงื่อนปมที่ซ้อนทับกันอย่างซับซ้อน ลึกซึ้ง และเน่าเฟะยิ่งกว่าคำว่า บาดหมาง ในอดีต ม่อหรานเป็เพียงบุตรชายที่ควรถูกลืม
เขาเกิดจากสาวใช้ ไม่มีชาติกำเนิดสูงส่ง ไม่มีใครคาดหวัง ไม่มีใครเหลียวแล เด็กเช่นนี้ ภายในตระกูลขุนนางใหญ่ มิได้ต่างอะไรจากเงาที่ไร้ตัวตนหากแต่ม่อหรานกลับฝืนชะตานั้นขึ้นมาด้วยมือของตนเอง
ด้วยพร์และความสามารถ เขาก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งแม่ทัพั้แ่อายุยังน้อย ได้รับพระเมตตาจากองค์ฮ่องเต้ ได้รับเกียรติยศที่แม้แต่บุตรชายสายตรงของฮูหยินใหญ่ก็ยังมิอาจเทียบนับแต่นั้นเอง ม่อคังเซิ่งบิดาผู้เ็าจึงเริ่ม มองเห็น บุตรชายคนนี้
แต่สิ่งที่เขามอบให้ มิใช่ความรักของผู้เป็พ่อหากเป็เพียงความเอ็นดูจอมปลอมความภาคภูมิใจที่ปะปนไปด้วยผลประโยชน์
และการยอมรับที่มีเงื่อนไขรอยร้าวระหว่างสองพ่อลูกเริ่มปรากฏชัดขึ้น เมื่อโชคชะตาเล่นตลกอย่างโหดร้าย
พวกเขา…หลงรักสตรีนางเดียวกันเสวียนหนิง เป็เพียงสาวใช้ในเรือนฐานะต่ำต้อย ไร้ศักดิ์ศรีแต่ความงามของนาง มิได้ฉาบฉวยม่อคังเซิ่งมองเห็นการเติบโตของนางมาั้แ่วัยเยาว์จากเด็กหญิงผอมบางสู่หญิงสาวที่ความงดงามค่อย ๆ เบ่งบานอย่างเงียบงัน
สายตาของเขาที่เฝ้ามองนาง ไม่ใช่สายตาของผู้ใหญ่ที่เอ็นดูเด็กหากเป็สายตาของผู้ล่าเต็มไปด้วยความอยาก
เมื่อความสาวของนางผลิบานอย่างเต็มที่ ความปรารถนาในใจของแม่ทัพชราก็ยิ่งทวีความรุนแรง
เขา้านางไม่ใช่เพราะรักแต่เพราะอยากได้และเขาเพิ่งจะมารู้ในภายหลังว่าหัวใจของเสวียนหนิง มิได้อยู่ที่เขา
มันอยู่ที่ม่อหรานเขาพยายามขัดขวางใช้สถานะผู้เป็บิดา ใช้อำนาจผู้นำตระกูลกล่าวหาว่าเสวียนหนิงไม่คู่ควร
เป็เพียงสาวใช้ต่ำศักดิ์มิอาจยืนเคียงข้างแม่ทัพได้เขาพยายามสรรหาสตรีสูงศักดิ์บุตรีขุนนางสตรีผู้เหมาะสมในสายตาของเขา
มายัดเยียดให้บุตรชายแทน
แต่ม่อหราน…เป็ชายที่มั่นคงในรัก เขายืนกรานเพียงหนึ่งเดียวเขาจะแต่งงานกับเสวียนหนิงให้ได้ั้แ่วินาทีนั้น
หัวใจของผู้เป็พ่อ ก็ถูกความอาฆาตกัดกินอย่างช้า ๆทั้งที่เขามีสตรีอยู่รอบกายมากมายทั้งที่ไม่เคยขาดผู้ปรนเปรอ
แต่ความปรารถนาของเขา…ไม่เคยพอ
และแล้ว โอกาสก็มาถึงม่อหรานเกิดอาการอ่อนแรงอย่างประหลาดแขนขาไร้เรี่ยวแรงพลังลมปราณหายไปไร้สาเหตุไร้คำอธิบายสำหรับม่อคังเซิ่ง นี่ไม่ใช่โศกนาฏกรรมหากเป็ของขวัญจาก์
เขาฉวยโอกาสนั้นขับไล่บุตรชายออกจากตระกูลตัดขาดอย่างไร้เยื่อใยภายใต้ข้ออ้างแห่งศักดิ์ศรีและความอับอายแต่แท้จริงแล้ว…มันคือการล้างแค้น
“ข้าจะไปพูดคุยกับมัน…สักครั้ง”
เสียงของแม่ทัพม่อคังเซิ่งเย็นเฉียบ ราบเรียบไร้อารมณ์ ราวกับกำลังกล่าวถึงเื่เล็กน้อยที่ไม่จำเป็ต้องใส่ใจแต่แท้ที่จริงแล้ว ในใจของม่อคังเซิ่ง มิได้มีความคิดอยากรู้ความเป็อยู่ของบุตรชายเลยแม้แต่น้อยม่อหราน
จะเป็หรือตายจะรุ่งเรืองหรืออับจนผู้ที่เขาสนใจจริง ๆมีเพียงคนเดียวเสวียนหนิงหญิงสาวที่หายไปจากสายตาของเขามานานปีหญิงสาวที่ครั้งหนึ่ง เคยอยู่ภายใต้หลังคาเรือนเดียวกันอยู่ในอาณัติม่อคังเซิ่งเอนกายพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย
หลายปีผ่านไป…เขาไม่ได้พบหน้านางอีกเลยบัดนี้ นางจะเป็เช่นไรแล้วผิวพรรณจะยังขาวเนียนดังเดิมหรือไม่แววตาจะยังใสบริสุทธิ์ หรือแปรเปลี่ยนไปตามโลกเรือนกายที่เคยบอบบาง…จะงดงามเพียงใดเมื่อเติบโตเต็มที่ความคิดเ่าั้ ทำให้มุมปากของแม่ทัพชรากระตุกยิ้มบาง ๆ อย่างที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ตัว
