“อ๊าก...อ๊าก...”
“อย่าตีข้า...”
“อ๊าก ข้าทนต่อไปไม่ไหวแล้ว...หยุด! ข้าพูดแล้ว ข้าพูดแล้ว...”
เสียงร้องโหยหวนที่ดังระงมไปทั่วค่ายทหารเมืองแซมบอร์ด ทำให้ผู้คนที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ไกลๆ แทบไม่อยากเชื่อหูของตัวเอง หมาบ้าที่เป็เหมือนของตายอย่างาาแซมบอร์ดกำลังสั่งให้ทหารของตัวเองจับกุมเหล่าอัศวินและทรมานพวกเขาอย่างเหี้ยมโหด...นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น?
สิบนาทีก่อน
อัศวินของวิหารอัศวินได้ตรวจพบสมบัติของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตที่ถูกฆ่าล้างบางไปเมื่อคืนนี้ภายในค่ายทหารเมืองแซมบอร์ด ซึ่งสมบัติเ่าั้ควรจะอยู่ในมือของเหล่านักฆ่าแห่งราชอาณาจักรสปาร์ตากุส จากนั้นก็มีอัศวินมายมายโผล่ขึ้นมากะทันหันและทำท่าจะเข้าไปจับกุมาาแซมบอร์ดในข้อหา ‘ฏ’ และเข้าควบคุมพื้นที่ค่ายทหารเมืองแซมบอร์ด
ในขณะที่ชาวแซมบอร์ดกำลังจะถูกลงโทษ กลับมีเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดเกิดขึ้นเสียก่อน
าาแซมบอร์ดที่ไม่เห็นหัวหน้าอัศวินและคนจากวิหารอัศวินอยู่ในสายตามาโดยตลอดก็เริ่มลงมือจัดการพวกเขาอย่างไม่ลังเลใจ เพียงไม่กี่กระบวนท่า 'หมัดเดียวสังหารฟ้า' ก็ทำให้กองกำลังของวิหารอัศวินที่มีจำนวนมากกว่าสามสี่ร้อยนายหวาดกลัวจนไม่กล้าขยับตัวได้ หลังจากที่าาแซมบอร์ดขีดเส้นลงบนพื้นดินก็ไม่มีใครกล้าก้าวข้ามเส้นนี้มาเลยสักคนเดียว พวกเขาทำได้แค่มองทหารเมืองแซมบอร์ดจับกุมอัศวินที่อยู่ในค่ายตาปริบๆ
ในตอนแรกมีบางคนขัดขืนการจับกุมของเหล่าทหารเมืองแซมบอร์ด แต่หลังจากที่เห็นหัวหน้าอัศวินถูกบดขยี้แขนขาทั้งสี่โดยคนอ้วนหัวล้าน ก็ไม่มีใครกล้าทำเช่นนั้นอีก อัศวินบางคนกลัวว่าชาวแซมบอร์ดจะมองไม่ออกว่าพวกเขายอมจำนนจึงพากันโยนอาวุธของพวกเขาลงบนพื้นราวกับว่าพวกมันเป็เหล็กร้อน อัศวินส่วนใหญ่เอามือวางไว้บนหัวและไม่กล้าขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
เพราะใครๆ ต่างก็ดูออกว่า ชาวแซมบอร์ดเหล่านี้ไม่ได้คิดล้อเล่น แต่พวกเขากล้าฆ่าทิ้งจริงๆ
หลังจากทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุม าาแซมบอร์ดและพระคู่หมั้นแองเจล่าก็ได้นำหญิงสาวทั้งแปดนางที่กำลังตกอยู่ในสภาพหวาดกลัวเข้าไปในเต็นท์ที่อยู่ตรงกลางและไม่ปรากฏตัวออกมาอีกเลย ในเวลาเดียวกัน อุปกรณ์ทรมานทุกอย่างก็ถูกลำเลียงออกมา อัศวินที่ถูกมัดไว้ทั้งหมดหลังถูกทุบตีสั่งสอนไปคนละทีสองทีก็จะถูกลากไปเรียงกันเพื่อรอต่อคิวสอบสวน
คนที่ดูแลเื่นี้ก็คือคนอ้วนหัวล้านผู้ซึ่งเกือบสังหารหัวหน้าอัศวินไป
ฝูงชนที่เฝ้าสังเกตการณ์ค้นพบว่า เ้าอ้วนคนนี้กำลังแสยะยิ้มชั่วร้ายราวกับปีศาจที่ผุดขึ้นมาจากนรกอยู่ตลอดเวลา
เขาไม่สนใจว่าสถานะของอัศวินเหล่านี้สูงศักดิ์แค่ไหน รู้เพียงว่าต้องเค้นหาคำตอบจากปากพวกมัน เขาใช้วิธีการทรมานที่แปลกและโหดร้ายในรูปแบบเขากับเหล่าอัศวินผู้โชคร้ายพวกนี้ แม้แต่ผู้ที่เฝ้าดูก็ยังมีเหงื่อเย็นๆ ไหลออกมาด้วยความหวาดกลัว แล้วนับประสาอะไรกับเหล่าอัศวินที่กำลังจะประสบพบเจอทัณฑ์ทรมานพวกนี้ด้วยตัวเอง คนที่คิดว่าตัวเองแข็งแกร่งและไม่หวั่นต่อความโหดร้ายก็ยังอยากเบือนหน้าหนี เพราะทนมองความโหดร้ายของการทรมานเ่าั้ไม่ไหว
อัศวินของวิหารอัศวินต่างทนทายาด พวกเขาเคยเห็นฉากทรมานพวกนี้ในเรือนจำอัศวินมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง บางคนคิดว่าตัวเองสามารถทนการทรมานพวกนี้ได้ก็ปิดปากไม่พูดไม่จา แต่หลังจากถูกทรมานไปแบบชุดใหญ่ สุดท้ายพวกเขาก็พากันแหกปากอ้อนวอนขอความเมตตาทั้งน้ำหูน้ำตา แม้แต่หัวหน้าอัศวินก็ทนได้ไม่ถึงห้านาที เขาก็ยอมคายความจริงทุกอย่างออกมา
กระบวนการไม่ได้ถูกซ่อนเร้น ทุกอย่างถูกปฏิบัติกลางแจ้ง มันเหมือนกับการตบหน้าวิหารอัศวินไปในตัว
ถึงจะเห็นฉากหยามเกียรติกันขนาดนี้ แต่เหล่าอัศวินที่ปักหลักอยู่นอกค่ายทหารเมืองแซมบอร์ดก็ไม่กล้าขยับตัวเลยแม้แต่น้อย ในบรรดาพวกเขาก็มียอดฝีมือติดตามมาด้วย แต่ยอดฝีมือเ่าั้ก็กลัวหัวหดไม่ต่างกับพวกเขาเลย
พลังของาาแซมบอร์ดได้สร้าง ‘เทพา’ ที่สูงกว่าร้อยเมตรขึ้นมาและเงาเลือนรางของบุรุษร่างั์นั่นก็ยังไม่ได้หายไปไหน แม้ว่าซุนเฟยจะเดินเข้าไปในเต็นท์แล้วก็ตาม ยกเว้นเ้าอ้วนที่มีหน้าที่ในการสอบสวนแล้ว ในบรรดาชาวแซมบอร์ดยังมียอดฝีมืออีกสองสามคนที่ปลดปล่อยพลังของพวกเขาออกมาเช่นกัน เปลวไฟคลื่นพลังเข้าปกคลุมทั่วร่างของพวกเขาจนคล้ายกับมีเปลวไฟหลายๆ ลูกกำลังลุกไหม้อยู่ในค่ายทหารเมืองแซมบอร์ด
หลังจากรู้สึกได้ถึงคลื่นพลังที่หลั่งไหลออกมาจากร่างคนเหล่านี้ ฝูงชนที่คอยสังเกตการณ์อยู่ตลอดก็พลันสูดลมหายใจอย่างตื่นตระหนก ถึงแม้ว่าาาแซมบอร์ดจะไม่ได้เป็คนลงมือ แต่ยอดฝีมือแห่งเมืองแซมบอร์ดเหล่านี้ก็สามารถทำลายกองกำลังอัศวินสามสี่ร้อยคนพวกนี้ได้ในเวลาไม่ถึงสิบนาที
ที่แท้ ความแข็งแกร่งของชาวแซมบอร์ดก็มาถึงระดับนี้แล้ว!
คนที่เข้าใจสถานการณ์ก็เริ่มวางแผนการบางอย่างในใจ
แต่มีหลายคนที่แอบกังวลต่อการกระทำของาาแซมบอร์ดเนื่องจากพวกเขาเป็พันธมิตรกัน แน่นอนว่าจากก้นบึ้งของหัวใจ พวกเขาอยู่ฝ่ายาาแซมบอร์ด แต่การที่าาแซมบอร์ดท้าทายอำนาจของวิหารอัศวินแบบขาดสติเช่นนี้ ต่อให้ชาวแซมบอร์ดจะแข็งแกร่ง แต่ถ้าต้องเผชิญหน้ากับกองกำลังของราชอาณาจักรเซนิททั้งหมด คาดว่าตอนจบคงไม่สวยเท่าไร
หลายๆ คนสังเกตเห็นว่า เมื่อสิบนาทีก่อนมีอัศวินสองสามนายที่อยู่ด้านนอกค่ายทหารเมืองแซมบอร์ดได้ควบม้าย้อนกลับไปที่เมืองหลวงเพื่อขอความช่วยเหลือ ทุกคนกำลังรอดูว่าเื่ราวนี้จะพัฒนาไปยังทิศทางใด แต่อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ได้เริ่มน่าสนใจมากขึ้นทุกที
ยี่สิบนาทีต่อมา ในที่สุดกำลังเสริมก็มาถึง!
จู่ๆ ในเมืองหลวงก็มีแสงสีแดงพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าก่อนจะทะยานฝ่าอากาศมายังค่ายแซมบอร์ด เสียงเสียดอากาศดังสะท้อนไปในอากาศ พริบตาเดียว แสงสีแดงก็มาตกอยู่ตรงหน้าค่ายทหารเมืองแซมบอร์ด
หลังจากที่แสงสีแดงหายไป ทุกคนได้เห็นอย่างชัดเจนว่า ท่ามกลางแสงสีแดงมีเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งยืนอยู่ เกราะที่เขาสวมใส่คือชุดเกราะอัศวินสีแดงธรรมดา แต่เป็สีแดงราวกับเืที่ไหลชโลมทั่วชุดเกราะ บวกกับด้านหลังของเขามีผ้าคลุมสีแดงปลิวไสวไปกับสายลม ทำให้ทุกคนรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้เพิ่งเดินออกมาจากสนามรบ ชายคนนี้ไม่สูงไม่เตี้ย ไม่อ้วนไม่ผอม ดูรวมๆ แล้วไม่มีจุดไหนในร่างกายที่ดูพิเศษเลยสักนิด แต่แรงกดดันที่กระจายออกมาจากร่างของเขากลับน่าสะพรึงกลัว จนทำให้ฝูงชนรู้สึกหวาดกลัว
“พระเ้า นั่นมัน อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่หนึ่ง 'อัศวินแห่งทวยเทพ'”
เมื่อเห็นว่าผู้นำของตนมาถึงแล้ว อัศวินสามร้อยกว่าคนต่างพากันคุกเข่าลงข้างหนึ่งเพื่อแสดงความเคารพต่อผู้นำ
ฝูงชนที่เฝ้าสังเกตการณ์รอบๆ ค่ายพากันมองไปที่ร่างของชายคนนี้และตระหนักได้ว่าอัศวินตรงหน้าพวกเขาก็คืออัศวินผู้ตัดสินลำดับที่หนึ่ง 'อัศวินแห่งทวยเทพ' เขาเป็อัศวินผู้ตัดสินที่แข็งแกร่งและมีชื่อเสียงที่สุด เป็ผู้นำของเหล่าอัศวินผู้ตัดสินทั้งสิบและเป็ผู้นำของวิหารอัศวิน
มันเป็เื่ที่น่าสนใจ
หากผู้นำของเหล่าอัศวินผู้ตัดสินทั้งสิบ 'อัศวินแห่งทวยเทพ' ได้ปะทะกับ 'หมัดเดียวสังหารฟ้า' อย่างาาแซมบอร์ด ใครจะเป็ฝ่ายชนะ?
แต่อย่างไรก็ตาม 'อัศวินแห่งทวยเทพ' คนนี้ทรงพลังมาก การที่เขาสามารถยืนอยู่เหนือกว่าอัศวินผู้ตัดสินคนอื่นๆ ได้และมีคำว่า 'ทวยเทพ' อยู่ในฉายาของเขานั้น แสดงว่าความแข็งแกร่งของเขานั้นไม่ธรรมดาเลย
สายตาทั้งหมดต่างจับจ้องไปที่ร่างของ 'อัศวินแห่งทวยเทพ'
ตอนนี้ การลงโทษและการทรมานภายในค่ายทหารเมืองแซมบอร์ดเพิ่งจะจบลง อัศวินสี่สิบถึงห้าสิบคนทั้งหมดต่างเหนื่อยล้า ร่างของพวกเขาถูกมัดไว้บนเสาไม้และใบหน้าของพวกเขาทุกคนต่างบวมเป่ง เืไหลอาบทั่วร่างของพวกเขา สภาพตอนนี้ดูไม่ต่างอะไรกับงูที่ไร้เขี้ยวหรือเสือที่ไร้เล็บ พวกเขาไม่ได้ดูเป็ภัยคุกคามอีกต่อไป
'อัศวินแห่งทวยเทพ' มองไปที่เหล่าอัศวินในค่ายทหารเมืองแซมบอร์ดแล้วขมวดคิ้ว เขาไม่ได้มีท่าทางโกรธเคืองอย่างที่ทุกคนคาดคิด ไม่นานเขาก็ก้มลงมามองรอยเส้นที่ซุนเฟยสร้างไว้แล้วนิ่งไปชั่วครู่
เขาไม่ได้เคลื่อนไหว ดวงตาของเขาจ้องเขม็งไปยังรอยดาบนั้นอยู่หลายสิบนาทีเหมือนกับกำลังครุ่นคิดบางอย่าง
ฝูงชนที่อยู่โดยรอบทั้งหมดต่างสับสน พวกเขาไม่รู้ว่าทำไม 'อัศวินแห่งทวยเทพ' ถึงเอาแต่จ้องไปที่รอยดาบและไม่ช่วยเหลือเหล่าอัศวินที่ถูกชาวแซมบอร์ดควบคุมตัวไว้ เป็ไปได้หรือไม่ว่า 'อัศวินแห่งทวยเทพ' ก็หวาดกลัวต่อรอยดาบเช่นกัน?
ในขณะที่ทุกคนกำลังสับสน ในที่สุด 'อัศวินแห่งทวยเทพ' ก็เริ่มเคลื่อนไหวตรงไปยังเส้นนั้น
หนึ่งก้าว...สองก้าว...สามก้าว...
สี่เมตร...สามเมตร...สองเมตร...
เมื่อ 'อัศวินแห่งทวยเทพ' เดินมาถึงรอยเส้นนั้น เขาก็ไม่ได้ก้าวข้ามเส้นนั้นในทันที แต่กลับมองลงไปยังรอยดาบนั้นอีกสองสามนาที ถ้าใครเห็นการแสดงออกบนใบหน้าของเขาได้ พวกเขาจะต้องตกตะลึงและเต็มไปด้วยความสงสัยว่า อะไรที่ทำให้ 'อัศวินแห่งทวยเทพ' คนนี้มีสีหน้าเหมือนกำลังมองเห็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่ออยู่
ในที่สุดเขาก็เอื้อมมือออกไป นิ้วของเขาค่อยๆ เคลื่อนเข้าหาบริเวณของรอยดาบ
ตอนนั้นเองก็มีการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันเกิดขึ้น
ตูม!
คลื่นดาบโปร่งแสงถูกยิงออกมาจากรอยดาบบนพื้นและพุ่งทะยานขึ้นไปในท้องฟ้า ก่อนจะผ่าเมฆที่ลอยเอื่อยๆ อยู่บนฟ้าขาดสะบั้นทันที
ราวกับว่า 'อัศวินแห่งทวยเทพ' รู้อยู่แล้วว่าสิ่งนี้จะต้องเกิดขึ้น คลื่นพลังสีแดงของเขาปรากฏขึ้นมาปกป้องแขนของเขาทันที คลื่นดาบโปร่งแสงปะทะเข้ากับโล่สีแดงเืที่ห่อหุ้มแขนของเขาจนส่งเสียงดังแกร๊ง จากนั้น 'อัศวินแห่งทวยเทพ' ก็รีบดึงมือของเขากลับมา
ตุบ
เกราะแขนสีแดงของเขาเริ่มมีรอยปริแตกขึ้นมา ก่อนที่จะแตกและตกลงบนพื้น
การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันนี้ทำให้ทุกคนต่างตกตะลึง คลื่นดาบโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นมาอย่างกระทันหันนี้คล้ายกับว่าาาแห่งแซมบอร์ดกำลังยืนอยู่ข้างๆ รอยดาบและโจมตีออกมาอย่างฉับพลัน! คลื่นดาบนี้ทั้งรวดเร็ว ทั้งแหลมคม ทั้งน่ากลัวและยากที่จะคาดเดาได้!
“นี่...คลื่นดาบนี้มัน...พระเ้า! รอยประทับจิติญญา! วิชานั้นมีแต่นักรบระดับจันทราเท่านั้นที่สามารถทำได้!” บางคนพึมพำออกมาด้วยท่าทางเหม่อลอย
เสียงพึมพำเบาๆ นี้ราวกับเสียงฟ้าผ่าเข้าไปในหูของคนอื่น มันทำให้พวกเขาใมากเสียจนรู้สึกเวียนหัว ประหนึ่งมีคนเอาค้อนมาทุบที่หัวของพวกเขา
ไม่ผิดแน่ นี่เป็รอยประทับจิติญญา!
ซุนเฟยใช้นิ้วที่แหลมคมประดุจดาบของเขาสร้างรอยดาบยาวและลึกลงบนพื้นหน้าประตูค่ายทหารเมืองแซมบอร์ด ที่น่าใไปกว่านั้นก็คือ เขาประทับคลื่นดาบที่น่ากลัวไว้ในรอยดาบนี้อย่างเงียบๆ ใครก็ตามที่ก้าวข้ามเส้นนี้ไป มันจะกระตุ้นพลังของคลื่นดาบโปร่งแสงเข้าและจะถูกสับเป็ชิ้นๆ ทันที
ช่างเป็ทักษะที่น่ากลัวอะไรเช่นนี้!
-----------------------
