เฉินเฟิงพยักหน้าเบาๆ เพื่อตอบรับคำถามของหลินว่านชิง
ในขณะเดียวกัน เฉินเจียเหยา หัวหน้าแอร์โฮสเตสที่ประจำการอยู่ในห้องโดยสารก็เป็คนแรกที่เดินเข้ามาทักทายเขา
"หัวหน้าหลิน ครั้งนี้ที่คุณรีบบินไปโม๋ตูก็เพื่อพาคุณผู้ชายท่านนี้ไปพร้อมกันหรือคะ?
แต่ว่ากลิ่นตัวของคุณผู้ชายท่านนี้ช่างแรงเหลือเกิน อีกทั้งยังสวมเสื้อคลุมเต่าอีกด้วย ดูไม่ค่อยเหมาะสมกับฐานะของหัวหน้าเท่าไหร่เลยนะคะ"
ขณะนี้เป็เวลาเช้ามืด ยังไม่ทันย่างเข้าหกโมงเช้าดี แต่เธอกลับต้องถูกเรียกตัวมาทำงานโดยไม่มีการนัดหมายล่วงหน้า ซ้ำร้ายยังต้องมาถึงที่ทำงานภายในเวลาเพียงสิบนาที ด้วยเหตุนี้ ในใจของเฉินเจียเหยาจึงเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเธอได้รับเงินเดือนเป็จำนวนมาก เธอจึงไม่กล้าแสดงความไม่พอใจต่อหน้าหลินว่านชิง
ด้วยเหตุนี้ เมื่อเฉินเจียเหยาเห็นเฉินเฟิงมีสภาพสกปรกมอมแมม เนื้อตัวเต็มไปด้วยคราบดินราวกับเพิ่งเดินทางไกลมาหมาดๆ เธอจึงอดไม่ได้ที่จะแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา เพื่อเป็การระบายความอัดอั้นตันใจของเธอออกมา
ครั้นได้ยินเช่นนั้น เฉินเฟิงก็เงยหน้าขึ้นชำเลืองมองเฉินเจียเหยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธเคืองอย่างช้าๆ ก่อนจะตอบกลับเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"ผมไม่ได้อาบน้ำมาหกสิบห้าปีแล้ว เครื่องบินลำนี้คงมีห้องอาบน้ำอยู่ใช่ไหม งั้นเธอมาคอยปรนนิบัติผมระหว่างที่ผมอาบน้ำกับเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยสิ"
แม้คำพูดของเฉินเฟิงจะฟังดูราวกับไม่ใส่ใจนัก ทว่าแท้จริงแล้วกลับแฝงไว้ด้วยท่าทีที่ไม่อาจโต้แย้งหรือปฏิเสธได้
ใบหน้างดงามดุจเทพธิดาของเฉินเจียเหยาพลันถูกปกคลุมด้วยความเ็าในทันใด กระนั้นเธอก็ยังคงตอบกลับด้วยรอยยิ้มอันสมกับเป็มืออาชีพ
"ขออภัยนะคะคุณผู้ชาย ไม่ว่าท่านจะเป็แขกผู้ทรงเกียรติหรือคนรักของหัวหน้าหลินก็ตาม แต่การช่วยท่านอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้านั้นไม่ได้อยู่ในขอบเขตหน้าที่ของดิฉันค่ะ"
เมื่อเห็นเช่นนั้น หลินว่านชิงจึงรีบหัวเราะกลบเกลื่อนความเก้อเขิน
"ที่รัก ถ้าอยากได้คนช่วยระหว่างอาบน้ำหรือเปลี่ยนเสื้อผ้าละก็ มีแค่ฉันคนเดียวก็พอแล้วละ ไม่ต้องถึงขั้นรบกวนให้หัวหน้าแอร์โฮสเตสมาช่วยทำหรอก ถึงแม้เธอจะมีหน้าคล้ายกับฉัน แต่เธอก็ไม่ใช่ฝาแฝดของฉันซะหน่อย"
ขณะที่ยังคงหัวเราะกลบเกลื่อนอยู่นั้น ใบหน้างดงามของหลินว่านชิงก็เผยแววหึงหวงออกมาให้เห็นอยู่บ้าง
แม้เธอจะได้รับรู้จากปากของเฉินเฟิงเองว่าเฉินเจียเหยาผู้มีใบหน้าคล้ายคลึงกับเธอถึงเก้าส่วนนั้น อาจเป็ดวงิญญาของสนมจิ๋นซีฮ่องเต้ที่กลับชาติมาเกิดก็ตาม
หรือแม้กระทั่งอาจมีความเป็ไปได้ที่พวกเธอจะเป็ดวงิญญาดวงเดียวกันในชาติภพก่อน หรือก็คือเป็อีกหนึ่งิญญาสองขวัญ
แต่หลินว่านชิง ณ เวลานี้ ยังมิได้รับการปลุกให้ตื่นรู้ถึงความทรงจำในอดีตชาติ ดังนั้นในห้วงลึกแห่งจิตใจของเธอจึงยังคงมีความรู้สึกหึงหวงแอบแฝงอยู่
"ดูท่าว่าเมิ่งตงเสวียคงได้กลับชาติมาเกิดเป็คนสามคน ในเมื่อเป็เช่นนี้ พวกเธอทั้งสามก็จำต้องแบ่งบทบาทหน้าที่กันให้ชัดเจนเสียก่อน
เธอ หลินว่านชิง จะได้แบกรับเอาความรู้สึกผิดและความเสียใจของผมไว้ ส่วนแอร์โฮสเตสเมื่อครู่ที่กล้าบ่นกล้าว่ากลิ่นตัวผม งั้นก็จงแบกรับความเกลียดชังอันยาวนานนับพันปีไป
ส่วนคนสุดท้ายที่ยังไม่พบเจอนั้น ผู้หญิงคนนั้นจะได้รับความรักจากผม ผมค่อนข้างสงสัยเหมือนกันว่าจะมีตัวตนและความสัมพันธ์กับเธอคนนั้นแบบไหน"
เฉินเฟิงเอ่ยตอบอย่างเนิบนาบ วาจาของเขาแฝงไว้ด้วยพลังอำนาจอันไม่อาจโต้แย้งของจักรพรรดิ
ณ ขณะนั้นเอง หลินว่านชิงจึงนึกขึ้นได้ว่า ตัวตนที่แท้จริงของเฉินเฟิงผู้ทรงอำนาจผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่น หากแต่เป็จิ๋นซีฮ่องเต้ผู้มีความเด็ดขาด โเี้ และเืเย็น
ก่อนหน้านี้ที่ปากทางเข้าอุโมงค์สุสาน ท่าทีที่เฉินเฟิงมีต่อหลินว่านชิงนั้นเปี่ยมล้นไปด้วยความรักอันลึกซึ้งและคำขอโทษขอโพยตลอดเวลา กระทั่งเมื่อเขาต้องเผชิญหน้ากับเ้าหน้าที่ตำรวจชายอีกสามนาย พลังอำนาจอันโดดเด่นถึงแม้จะไม่แสดงอารมณ์ แต่ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกน่าเกรงขามที่แผ่ซ่านออกมา
"อะไรกันนักหนา โธ่เอ๊ย! บ้าบอสิ้นดี!" เฉินเจียเหยาโมโหสุดขีดกับท่าทีและน้ำเสียงของเฉินเฟิงเ้าคนสกปรกราวกับขอทานข้างถนน
"อย่างมากก็ลาออก ไม่ทงไม่ทำมันแล้ว พวกเราแอร์โฮสเตสทำงานสุจริต ไม่ใช่ให้ใครมารังแกหรือบังคับเอาเปรียบ!"
ทางด้านแอร์โฮสเตสอีกสามคนที่กำลังเตรียมงานอยู่นั้น เมื่อได้ยินคำพูดอันแสนเดือดดาลของเฉินเจียเหยา ทุกคนต่างก็รีบเดินเข้ามาถามไถ่และช่วยกันปลอบประโลมเธออย่างเร่งรีบ
"หัวหน้าเฉิน เกิดอะไรขึ้น? ดูไม่สมกับนิสัยคนใจเย็นอย่างคุณเลยนะคะ"
"ใช่ค่ะ พวกเราทุกคนล้วนเป็แอร์โฮสเตสชั้นแนวหน้าจากสายการบินใหญ่ๆ ที่ถูกหัวหน้าหลินดึงตัวมาทำงานบนเครื่องบินส่วนตัวด้วยเงินเดือนอันสูงลิ่วนะคะ"
"ทำงานที่นี่เพียงไม่กี่เที่ยวบินต่อเดือน แต่กลับได้รับเงินเดือนดีถึงขนาดนี้เลยนะคะ ฉันว่าหัวหน้าอย่าพูดถึงเื่ลาออกเลยนะคะ"
เมื่อได้ยินคำปลอบประโลมจากเพื่อนร่วมงานแต่ละคน เฉินเจียเหยาก็เอามือปิดหน้าวิ่งเข้าห้องน้ำไป ทิ้งคำพูดอันเต็มเปี่ยมด้วยความอับอายและโกรธเคืองไว้เพียงประโยคเดียว
"พวกเธอไปถามไอ้ผู้ชายขี้หลีตัวเหม็นหึ่งคนนั้นเอาเองเถอะ!"
เมื่อเห็นเช่นนั้น เฉินเฟิงก็ชำเลืองมองแอร์โฮสเตสอีกสามคนที่เหลือ แม้ว่าทุกคนหน้าตาสวยสดงดงามอยู่ระดับหนึ่ง แต่เขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจพวกเธอแม้แต่น้อย
"ว่านชิงเอ๋ย แม้พวกเราจะมีเงินมากมายก็จริง แต่ก็ไม่ควรฟุ่มเฟือยเกินเหตุหรอกนะ
แอร์โฮสเตสบนเครื่องส่วนตัวเหลือไว้แค่หัวหน้าเฉินที่เพิ่งวิ่งออกไปเมื่อครู่ก็เพียงพอแล้ว ส่วนอีกสามคนที่เหลือก็ไล่ออกให้หมด
ถึงอย่างไรพวกเธอก็ไม่ใช่ร่างเกิดใหม่ของหยุนอิง อยู่ใกล้ก็มีแต่จะรกตา
ผมจะไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำ ส่วนเธอก็พักสักหน่อยนะ มีหัวหน้าเฉินคอยปรนนิบัติเพียงคนเดียวก็เพียงพอแล้ว"
"งั้นหลังจากวันนี้เป็ต้นไป พวกเธอทั้งสามคนก็ไม่ต้องมาปฏิบัติหน้าที่ต้อนรับบนเครื่องแล้วนะ" หลินว่านชิงกล่าวกับแอร์โฮสเตสทั้งสามที่กำลังยืนงงเป็ไก่ตาแตก ไม่เข้าใจสถานการณ์ด้วยซ้ำ
"ในเมื่อเครื่องยังไม่ขึ้น งั้นพวกเธอก็ไปเคลียร์เงินเดือนเดือนนี้ที่บริษัทตระกูลหลินได้เลย ไม่ต้องห่วง พวกเราจะจ่ายเงินเดือนสองเท่าเป็ค่าชดเชยการเลิกจ้าง"
ในบรรดาคนสามคนนั้น มีหญิงสาวคนหนึ่งที่มีใบหน้าเ้าเล่ห์ดูยั่วยวนดุจนางจิ้งจอก เธอเข้าใจสถานการณ์ได้ในทันที
ด้วยเหตุนี้ เธอจึงรีบคว้าแขนเสื้อของเฉินเฟิงและเอ่ยด้วยน้ำเสียงยั่วยวน
"ฉันเชี่ยวชาญวิธีการนวดหลากหลายรูปแบบ รับรองว่าจะทำให้คุณสุขสมจนแทบขาดใจเลยทีเดียว"
เมื่อเห็นเช่นนั้น เฉินเฟิงเพียงแค่สะบัดแขนเสื้อคลุมหลวมๆ ของเขา ทันใดนั้นก็เกิดลมแรงปรากฏขึ้นจากที่ใดไม่ทราบ พัดพาแอร์โฮสเตสทั้งสามออกไปนอกประตูเครื่องบินที่ยังไม่ทันปิดสนิทดี
"ชิ้ว! สกปรก! น่าขยะแขยงชะมัด!"
เฉินเฟิงะโไล่หลังด้วยความโกรธเคืองอย่างอดไม่อยู่
เกิดมาหลายภพหลายชาติ แม้แต่ฮ่องเต้ก็เคยเป็มาแล้ว มีสาวงามแบบไหนบ้างที่เขาไม่เคยประสบพบเจอ?
เฉินเฟิงพบว่าสตรีที่เทียบเคียงหยุนอิงได้ในยุค 2021 นี้มีน้อยเหลือเกิน แอร์โฮสเตสสามคนเมื่อครู่ ใครเลยจะรู้ว่าพวกเธอทำงานพิเศษอะไรบ้างระหว่างที่ไม่ได้อยู่บนเครื่อง!
ฉากที่เฉินเฟิงสะบัดแขนเสื้อพัดพาแอร์โฮสเตสทั้งสามปลิวออกไปนั้น บังเอิญโดนเฉินเจียเหยาที่เพิ่งล้างหน้าล้างตาเสร็จเดินออกมาพบเข้าพอดี
เธอตกตะลึงจนยืนนิ่งค้างอยู่ที่ประตูห้องน้ำ ไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเท้าออกมาด้วยซ้ำ
เฉินเฟิงเองก็รู้ดีว่าเฉินเจียเหยาได้เห็นการกระทำของเขา จึงก้าวเท้าอย่างหนักแน่นเดินตรงไปหาเธอด้วยตนเอง
เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเฉินเจียเหยา มุมปากของเฉินเฟิงเผยรอยยิ้มเ็า
"จริงๆ แล้ว ถ้าเ้าว่านอนสอนง่ายทำดีกับข้าสักหน่อยก็สามารถรับความรักไร้สิ้นสุดจากข้าได้เต็มที่แล้วแท้ๆ
แต่เ้ากลับเลือกแบกรับความเกลียดชังไร้สิ้นสุดแทน เช่นนั้นก็อย่าโทษข้าแล้วกัน!
ตอนนี้ข้าจะปลุกความทรงจำกว่ายี่สิบชาติที่ผ่านมา ชาติภพที่เรารักกัน เกลียดกัน เข่นฆ่ากัน เราจะได้เข้าใจกันได้ดีขึ้นไงล่ะ"
สิ้นเสียง เฉินเฟิงวางฝ่ามือลงบนหน้าผากเกลี้ยงเกลาของเฉินเจียเหยาแล้วปลดปล่อยวิชาลึกลับของผู้กลั่นลมปราณขั้นสิบ ปลุกความทรงจำในชาติก่อนๆ ของเฉินเจียเหยาให้ตื่นขึ้นมา
ไม่นานนัก เฉินเจียเหยาก็พูดพึมพำกับตนเอง
"ที่แท้ฉันคือซูต๋าจีผู้นำความพินาศสู่บ้านเมือง เป็เมิ่งเจียงนวี่ผู้ร่ำไห้จนกำแพงเมืองพังทลาย... เป็เมิ่งตงเสวียที่แต่งงานกับเหมยฟางหลานและเป็เมียน้อยคนที่ห้าของตู้เยว่ยงอีก"
เห็นดังนั้น เฉินเฟิงจึงบอกเธอเรียบๆ
"จำความหลังได้ก็ดีแล้ว แบบนี้ค่อยว่านอนสอนง่ายขึ้นหน่อย คราวนี้ก็มารับใช้ปรนนิบัติช่วยข้าอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อได้แล้ว"
พูดยังไม่ทันจบดี เฉินเฟิงผลักเฉินเจียเหยาเข้าไปในห้องน้ำแล้วล็อกประตูอย่างรวดเร็ว
ห้องน้ำบนเครื่องบินส่วนตัวลำนี้ได้รับการปรับปรุงไว้ก่อนแล้ว ข้างในมีแม้กระทั่งอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่
หลังจากนั้น เฉินเฟิงก็นั่งลงเงียบๆ เพลิดเพลินไปกับการปล่อยให้เฉินเจียเหยาที่กำลังเก็บกดอารมณ์เคืองโกรธไว้คอยรับใช้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขา
เพราะหลังจากเฉินเจียเหยาได้รับความทรงจำทั้งหมดในชาติปางก่อนกลับมา เธอยังนึกย้อนไปถึงคำพูดของเฉินเฟิงเมื่อครู่ที่บอกจะให้เธอแบกรับความเกลียดชังจากการเข่นฆ่ากันอย่างต่อเนื่องหลายชาติภพ
