หลินหว่านเดินนำหน้าทุกคนตรงไปยังศาลาว่าการเมืองหยางหลิว ที่ยามนี้ใกล้จะได้เวลาเปิดทำการตามปกติกลับมีเสียงตีกลองด้านหน้าดังขึ้น เ้าหน้าที่สองสามคนถึงกับรีบวิ่งออกมาดูว่า ใครกันที่มาร้องทุกข์แต่เช้าเช่นนี้ เมื่อพบว่ามีกลุ่มชาวบ้านยืนรอพร้อมกันมากกว่าสี่สิบคน จึงสอบถามเื่ราวเบื้องต้นเสียก่อนเพื่อนำกลับไปรายงานต่อท่าน
เ้าเมือง และให้ผู้ที่มาร้องทุกข์เข้าไปรอด้านในห้องไต่สวน แต่เ้าหน้าที่หนึ่งในนั้นจำหน้าหลินหว่านได้จึงเป็คนเอ่ยถามออกมาแทน
“อ้าว คุณหนูท่านนี้ข้าจำท่านได้ท่านเคยมาติดต่อซื้อที่ดินนับร้อยหมู่ ไม่ทราบว่าวันนี้มีเื่อะไรกันหรือขอรับ ถึงได้มากันเสียเยอะแยะ แล้วใครที่เป็คนตีกลองร้องทุกข์เมื่อกี้หรือขอรับ”
“สวัสดีตอนเช้าเ้าค่ะพี่ชายเป็ข้าเองที่ตีกลองร้องทุกข์ไป เนื่องจากมีคนไปอาละวาดที่ตลาดกล่าวหาว่า ขนมที่ข้าทำขายอยู่เกือบหนึ่งเดือนมานี้ไปขโมยสูตรผู้อื่นมา ดังนั้นจึงต้องมาร้องขอความเป็ธรรมกับท่านเ้าเมือง เพื่อพิสูจน์ว่าใครกันแน่ที่เป็เ้าของสูตรขนมตัวจริงเ้าค่ะ”
“เมืองหยางหลิวไม่เคยมีเื่เช่นนี้เกิดขึ้นมาก่อน ช่างใจกล้ายิ่งนักที่คิดทำเื่ผิดศีลธรรมทำลายภาพลักษณ์ของเมืองหยางหลิวได้ เชิญคุณหนูและคนที่เป็พยานเข้าไปด้านในห้องไต่สวนเถิด อีกประเดี๋ยวข้าจะกลับไปรายงานเื่นี้กับท่านเ้าเมืองก่อนขอรับ ส่วนคนอื่น ๆ ที่ติดตามมาสามารถยืนอยู่ด้านนอกนี้ได้แต่อย่าคิดสร้างปัญหาขึ้นที่นี่เด็ดขาด มิเช่นนั้นจะมีโทษโบยตามกฎหมายของแคว้นหยาง”
“ขอบคุณท่านเ้าหน้าที่มากเ้าค่ะที่ออกมารับเื่ร้องเรียนได้รวดเร็ว ส่วนคนที่กล่าวหาข้าคือสตรีวัยกลางคนผู้นี้และคนของนางทั้งหมดเ้าค่ะ”
“ดูท่าคงจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงมากกว่าการกล่าวหาธรรมดาสินะ รอช้าไม่ได้แล้วพวกเ้าสองคนช่วยจัดการทางนี้ไปก่อน ข้าจะรีบเข้าไปรายงานต่อท่านเ้าเมืองเดี๋ยวนี้”
“อืม เ้าไปเถิดทางนี้ปล่อยให้เป็หน้าที่ของพวกข้าสองคนเอง”
เมื่อจัดการเื่ด้านหน้าศาลาว่าการและฝากไว้กับสหาย ส่วนตัวเขารีบกลับเข้าไปด้านในที่ว่าการรายงานเื่ดังกล่าว ต่อท่านเ้าเมืองเกาเจิงอู่ ซึ่งกำลังจะออกไปยังห้องทำงานของตนอยู่พอดี
“เกิงหลินเกิดอะไรขึ้นที่ด้านหน้าศาลาว่าการเช่นนั้นหรือ นี่เป็ครั้งแรกที่มีชาวบ้านมาตีกลองร้องทุกข์ั้แ่ประตูยังไม่เปิดด้วยซ้ำ”
“เรียนใต้เท้าเป็คุณหนูที่เพิ่งย้ายมาอยู่ยังเมืองหยางหลิว และยังเป็คนซื้อที่ดินผืนนั้นที่ขายไม่ได้มาเป็เวลานานขอรับ เนื่องจากมีคนไปอาละวาดกล่าวหาว่านางขโมยสูตรขนมมาทำขาย อีกทั้งยังมีคนาเ็น่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงบางอย่างด้วย ข้าจึงรีบมารายงานใต้เท้าก็บังเอิญท่านเดินออกมาพอดี” เกิงหลินที่พบท่านเ้าเมืองเการะหว่างทางถือโอกาสรายงานเื่ร้องทุกข์ของหลินหว่านเสียเลย
“เป็ไปได้อย่างไรเมืองหยางหลิวไม่เคยมีเหตุการณ์ใส่ร้ายเช่นนี้มาก่อน ช่างทำลายชื่อเสียงที่ข้าอุตส่าห์ปกครองดูแลเมืองแห่งนี้มาหลายปีนัก รีบนำทางไปเื่นี้ต้องมีคนรับผิดชอบ ฮึ่ย!” ท่านเ้าเมืองเกาดูแลปกครองเมืองหยางหลิวมาหลายปี เคร่งครัดการใช้กฎหมายจนชาวบ้านไม่กล้าทำความผิด แต่ครั้งนี้กลับเกิดเหตุการณ์ใส่ร้ายขึ้นเป็ครั้งแรก
ในรอบหลายปี
“ขอรับ”
เกิงหลินเดินนำทางพาท่านเ้าเมืองมายังห้องไต่สวนด้านหน้า ซึ่งในตอนนี้ทั้งโจทย์และจำเลยรออยู่ครบทุกคน รวมถึงชาวบ้านบางส่วนที่ตามมาเพราะอยากรู้บทลงโทษ อีกส่วน้าเป็พยานช่วยยืนยันเื่นี้ให้กับหลินหว่าน หลังจากท่านเ้าเมืองมาถึงจึงเริ่มทำการเปิดศาลไต่สวนคดีนี้ทันที
“ปัง!! ผู้ใดมาตีกลองร้องทุกข์จงบอกเหตุผลของเื่ราวทั้งหมด และ้าฟ้องร้องใคร”
“คารวะใต้เท้าข้าน้อยโจวหลินหว่าน้าฟ้องร้องสตรีผู้นี้เ้าค่ะ เมื่อต้นยามเฉินนางได้พาคนงานเหล่านี้ไปอาละวาดยังหน้าแผงขายของในตลาด ซึ่งข้าน้อยกำลังทำการค้าขายขนมครกกับชาวบ้านที่ต่อแถวรอซื้ออย่างเป็ระเบียบ แต่จู่ ๆ นางก็เข้ามาชี้หน้าต่อว่ากล่าวหาเื่ของสูตรขนมที่กำลังขายอยู่ ว่าเป็สูตรขนมที่ข้าเป็คนขโมยไปจากร้านของนางเ้าค่ะ ใต้เท้าน่าจะทราบดีว่าข้าน้อยกับผู้ติดตามเพิ่งย้ายมาอยู่ยังเมืองหยางหลิว ที่สำคัญในเมืองนี้มีร้านค้าหรือกิจการอะไรบ้างข้าน้อยยังไม่ได้สำรวจให้ทั่ว นอกจากไปยังพื้นที่ตลาดยามเช้าเพื่อเช่าแผงสำหรับขายขนมเท่านั้น ร้านค้าของนางข้าน้อยก็มิเคยไปเหยียบเลยสักครั้งนะเ้าคะ แต่กลับถูกนางตราหน้าว่าข้าเป็หัวขโมยสูตรขนม
เสียอย่างนั้น ทั้งที่สูตรขนมนี้ทดลองอยู่หลายวันกว่าจะได้ส่วนผสมที่ลงตัว และนำมาทำขายที่ตลาดได้ไม่ถึงหนึ่งเดือนด้วยซ้ำ หากสูตรขนมนี้เป็ของนางจริงแล้วมันหายไปควรสงสัยคนในร้านก่อนใช่หรือไม่ วันแรกที่เกิดเื่เหตุใดนางถึงไม่มาแจ้งทางการเล่าเ้าคะ” หลินหว่านเล่าออกมาด้วยท่าทางนิ่ง ๆ ไม่มีหลบสายตาท่านเ้าเมืองแต่อย่างใด
“แล้วเกิดอะไรขึ้นกับคนเหล่านี้ที่ได้รับาเ็ หรือมีใครลงมือทำร้ายคนหรือทำลายข้าวของงั้นรึ”
“เรียนใต้เท้าบุรุษสามสี่คนที่นั่งคุกเข่าอยู่เป็คนของสตรีผู้นี้ เนื่องจากนางสั่งให้ทำลายข้าวของอุปกรณ์ต่าง ๆ ของคุณหนู เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับเครื่องมือทำมาหากิน คุณหนูจึงได้ป้องกันด้วยตนเอง เพราะคนทั้งสี่สู้คุณหนูไม่ได้จึงมีสภาพตามที่ใต้เท้าเห็นขอรับ” หยุนเหลียงก้าวออกมาตอบกลับเ้าเมืองเกาแทนหลินหว่าน
“หึ เ้าคือคนที่ถูกคุณหนูผู้นี้ฟ้องร้องใช่หรือไม่ จงบอกชื่อแซ่ของเ้าพร้อมกับเหตุผลที่กล่าวหาคุณหนูท่านนี้ ว่านางเป็คนขโมยสูตรขนมของเ้าไปถ้ามีหลักฐานข้าย่อมตัดสินอย่างยุติธรรม แต่หากเ้าสร้างเื่ใส่ร้ายผู้อื่นเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง เ้าคงรู้ดีว่ากฎหมายของแคว้นหยางนั้นรุนแรงเพียงใด”
“เอ่อ ตะ ตะ ใต้เท้าข้าน้อยจิ่วเม่ยเป็เ้าของร้านขนมประจำเมืองหยางหลิวเ้าค่ะ เื่ที่เกิดขึ้นทั้งหมดล้วนเป็การเข้าใจผิดทั้งสิ้น เพราะข้าน้อยเชื่อคำพูดยุยงของสาวใช้จึงได้ทำเื่ที่น่าละอายลงไป ขอใต้เท้าโปรดละเว้นสักครั้งเถิดนี่เป็ครั้งแรกที่ข้าน้อยทำผิด หากใต้เท้า้าลงโทษแล้วละก็ควรเป็สาวใช้ของข้าน้อยเ้าค่ะ หากไม่ใช่นางที่คอยเป่าหูอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันข้าน้อยคงไม่ทำเช่นนี้ ใต้เท้าโปรดพิจารณาด้วยเ้าค่ะ” จิ่วเม่ยคิดหาทางเอาตัวรอดด้วยการโยนความผิดไปให้กับสาวใช้ของตน
“เถ้าแก่เนี้ย!! เหตุใดท่านถึงได้โยนความผิดทั้งหมดมาที่บ่าวล่ะเ้าคะ เรียนใต้เท้าเื่ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเถ้าแก่เนี้ยล้วนเป็คนคิด ข้าน้อยเพียงทำตามคำสั่งออกไปสังเกตที่ร้านของคุณหนูท่านนี้ และกลับมารายงานว่าการค้าขายเป็อย่างไรบ้างในแต่ละวันเท่านั้นเ้าค่ะ ข้าน้อยกล้าสาบานว่าไม่เคยพูดจายุยงให้เถ้าแก่เนี้ยกระทำการเช่นนี้จริง ๆ ใต้เท้าลองถามคนงานพวกนั้นได้ว่าเื่ทั้งหมดล้วนเป็เถ้าแก่เนี้ยที่คิดขึ้นเองทั้งสิ้นเ้าค่ะ” เป้ยอิ๋งไม่มีทางยอมรับโทษแทน
จิ่วเม่ยเพราะนางไม่ได้เป็คนต้นคิด
“พวกเ้าว่าอย่างไรที่สาวใช้นางนี้พูดมาเป็ความจริงหรือไม่ คิดทบทวนให้ดี ๆ ก่อนจะตอบมันออกมาเล่า”
“อูย เจ็บ เรียนใต้เท้าพวกข้าทั้งสี่คนล้วนทำตามคำสั่งของเถ้าแก่เนี้ยขอรับ เนื่องจากเถ้าแก่เนี้ยเห็นว่ามีชาวบ้านในเมืองหยางหลิวหันไปซื้อขนมของคุณหนูท่านนี้มากกว่า จึงเกิดอิจฉาริษยาเพราะขนมในร้านขายได้น้อยลงกว่าเดิม จากนั้นเถ้าแก่เนี้ยก็เริ่มคิดวางแผนว่าจะเอาสูตรขนมมาได้อย่างไรขอรับ ใต้เท้าพวกข้าเป็แค่คนงานไม่สามารถปฏิเสธคำสั่งของเ้านายได้ขอรับ ขอท่านได้โปรดพิจารณาให้ความเป็ธรรมแก่พวกข้าน้อยด้วยเถิดขอรับ” เซียวย่วนที่เห็นว่าจิ่วเม่ย
โยนความผิดให้เป้ยอิ๋งเขาก็ต้องเอาตัวรอดบ้างเช่นกัน
“ไม่จริงเ้าค่ะใต้เท้า!! บ่าวพวกนี้ต่างมีส่วนรู้เห็นเื่นี้ทุกคน ถึงอย่างไรก็มีความผิดเพราะรับเงินค่าจ้างจากข้าน้อยไปแล้ว จะบอกว่าเป็ความผิดของข้าน้อยเพียงคนเดียวได้อย่างไรเ้าคะ” จิ่วเม่ยไม่มีทางรับผิดเพียงคนเดียวแน่
“ช่างเป็เื่น่าขันนะเ้าคะใต้เท้าคิดเช่นข้าน้อยหรือไม่ ยามที่นางอยู่ในตลาดยังกล้าชี้หน้ากล่าวหากันต่อหน้าชาวบ้านมากมาย โดยไม่คิดเกรงกลัวกฎหมายของแคว้นหยางสักนิด แต่เหตุใดพอมาอยู่ต่อหน้าใต้เท้ากลับพูดว่าเป็เื่เข้าใจผิด เพราะฟังคำยุยงจากบ่าวไพร่ในเรือนของตนไปได้เล่า ตอนอยากได้สูตรขนมของข้าน้อยนางไม่ได้มีทีท่าจะยอมรับความจริงเสียด้วยซ้ำ ใต้เท้าสามารถสอบถามชาวบ้านที่ตามมาเป็พยานให้ข้าน้อยได้เ้าค่ะ ท่าทางที่คิดว่าตนเองจะเป็ผู้ชนะได้สูตรขนมนั่น คนที่อยู่ในเหตุการณ์ล้วนเห็นเต็มสองตาไม่มีใครกล้าใส่ความนางอย่างแน่นอนเ้าค่ะ” หลินหว่านมีหรือจะปล่อยให้จิ่วเม่ยได้รับโทษสถานเบา
“เรียนใต้เท้าข้าน้อยเป็ลูกค้าที่ยืนต่อแถวอยู่หน้าร้านขนมของคุณหนู ขอยืนยันว่าทุกคำที่คุณหนูกล่าวออกมานั้นเป็ความจริงทุกประการขอรับ สตรีผู้นี้เมื่อเห็นว่าคุณหนูไม่หยุดขายขนมตามที่นางสั่งห้าม ก็ออกคำสั่งให้คนของตนเข้าไปหวังทำลายอุปกรณ์ทั้งหมดนั่นเสีย จึงเกิดเหตุการณ์ที่คุณหนูต้องปกป้องร้านของตนขึ้นขอรับ” ลูกค้าของหลินหว่านที่อดทานขนมครกในวันนี้ออกมาเป็พยานปากเอกคนแรก
“ปัง!! ช่างพูดมาได้ว่าเป็เื่เข้าใจผิดเพราะเชื่อคำยุยงของบ่าวไพร่ เ้าเป็ถึงเถ้าแก่เนี้ยร้านขายขนมที่เมืองหยางหลิวมาตั้งหลายปี ทำไมต้องอิจฉาริษยาผู้อื่นที่ทำการค้าอย่างสุจริตเช่นนี้ เมื่อเห็นว่าการค้าของคู่แข่งไปได้ดีกว่าควรคิดหาวิธีแก้ไข มิใช่คิดเอาสูตรขนมมาเป็ของตนเ้าน่าจะเข้าใจเกี่ยวกับการคิดค้นสูตรขนม กว่าเ้าจะคิดขึ้นมาได้แต่ละอย่างมันยากเย็นมากเพียงใด ถึงแม้ว่าคุณหนูท่านนี้เพิ่งจะย้ายมาอยู่แคว้นหยางได้ไม่นาน แต่นางไม่คิดงอมืองอเท้านั่งนอนใช้เงินไปวัน ๆ แต่กลับคิดหาหนทางทำการค้า เพื่อหาเงินให้งอกเงยสำหรับดูแลตนเองและคนติดตามของนาง เ้ากล้าท้าทายกฎหมายของแคว้นหยางยิ่งนักในเมื่อมีพยานยืนยัน และบ่าวไพร่ของเ้าเองก็รับสารภาพว่าทำตามคำสั่งของเ้า
ฉะนั้นด้วยบทลงโทษตามกฎหมายของแคว้นหยางอันศักดิ์สิทธิ์ ข้าขอตัดสินลงโทษปิดร้านขนมของเ้าอย่างถาวรห้ามเปิดกิจการในเมืองหยางหลิวอีก รับโทษโบยยี่สิบไม้พร้อมทั้งจ่ายเงินชดเชยค่าเสียหายให้กับคุณหนูผู้นี้หนึ่งร้อยตำลึงทองถูกจำคุกอีกหนึ่งปี ในส่วนบ่าวไพร่ของเ้ารับโทษโบยคนละสิบห้าไม้เนรเทศออกจากเมืองหยางหลิว ปัง!! เ้าหน้าที่นำตัวคนพวกนี้ไปลงโทษจากนั้นพานักโทษจิ่วเม่ยไปนำเงินค่าเสียหายมามอบให้คุณหนูผู้นี้ก่อนจะนำตัวไปขังคุก”
“ไม่นะเ้าคะ!! ใต้เท้าท่านจะปิดร้านขนมของข้าไม่ได้เด็ดขาด แล้วต่อไปข้าจะทำมาหากินได้อย่างไรกันเ้าคะ ใต้เท้าได้โปรดเมตตาข้าสักครั้งเถิดอย่าสั่งปิดร้านขนมเลยเ้าค่ะข้าขอร้องใต้เท้า ฮือ ๆ ๆ ข้าน้อยผิดไปแล้วต่อไปไม่กล้าทำเื่เช่นนี้อีกใต้เท้าเห็นใจข้าด้วยเถิดเ้าค่ะ”
“นำตัวนางออกไปก่อนทำไม่คิดมาสำนึกผิดเอายามนี้ มันสายเกินไปแล้วนักโทษจิ่วเม่ยกฎย่อมเป็กฎ พาตัวนางออกไปรับโทษได้แล้วเกิงหลิน”
“ขอรับใต้เท้า”
เมื่อเห็นว่าเ้าหน้าที่นำตัวคนผิดออกไปรับโทษแล้ว หลินหว่านจึงได้กล่าวขอบคุณกับการตัดสินของท่านเ้าเมืองหยางหลิว
“ขอบคุณใต้เท้ามากเ้าค่ะที่ให้ความเป็ธรรมแก่พวกเาาวเมืองหยางหลิว เพราะมีใต้เท้าที่รักษากฎหมายอย่างเคร่งครัดเช่นนี้ พวกเราย่อมวางใจว่าจะไม่มีใครกล้าทำเื่ผิดกฎหมายอีกต่อไปเ้าค่ะ” หลินหว่านเมื่อได้ฟังคำตัดสินของเ้าเมืองเกาแล้ว จึงกล่าวขอบคุณและชื่นชมไปพร้อมกัน
“อย่าได้กล่าวขอบคุณเลยนั่นเป็หน้าที่ของข้าอยู่แล้วล่ะ หากปล่อยให้มีคนทำเื่พวกนี้บ่อย ๆ คงไม่มีผู้ใดเกรงกลัวกฎหมาย ทำความผิดซ้ำจนเกินให้อภัยชาวบ้านก็จะมีชีวิตที่ยากลำบากไปด้วย ซึ่งข้าผู้เป็เ้าเมืองไม่ยอมให้เกิดเื่เช่นนั้นเป็แน่”
“จบเื่แล้วเช่นนั้นพวกข้าขอตัวก่อนนะเ้าคะ ยังต้องกลับไปทำความสะอาดอุปกรณ์ทำขนมพวกนั้นอีกที่สำคัญที่บ้านยังมีคนป่วยต้องกลับไปดูแลด้วยเ้าค่ะ”
“เชิญตามสบายไว้ข้าจะไปอุดหนุนขนมที่ร้านก็แล้วกัน”
“ยินดีเ้าค่ะ”
หลังจากกล่าวลาและขอบคุณท่านเ้าเมืองหลินหว่านจึงหันมาหาลูกค้า ที่มาช่วยเป็พยานยืนยันความบริสุทธิ์ให้กับตน เมื่อได้รับเงินชดเชยค่าเสียหายมาถึงหนึ่งร้อยตำลึงทองจะขี้เหนียวได้อย่างไร ดังนั้นหลินหว่านตั้งใจว่าพรุ่งนี้นางจะทำขนมครกแจกจ่ายโดยไม่คิดเงินหนึ่งวัน เพื่อเป็การขอบคุณลูกค้าและชาวบ้านคนอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน
“เอ่อ ท่านน้าเ้าคะต้องขอบคุณพวกท่านมากจริง ๆ ที่ยอมเสียเวลามาช่วยเป็พยานให้ข้า เอาเช่นนี้ดีหรือไม่วันนี้พวกท่านน้าตั้งหลายคนอดทานขนมทั้งที่จ่ายเงินมาแล้ว ข้าจะคืนเงินให้พวกท่านไปก่อนและวันพรุ่งนี้พวกท่านมาเร็วสักนิด เพื่อรับขนมจากร้านโดยไม่ต้องจ่ายเงินถือว่าเป็การตอบแทนน้ำใจ สำหรับความช่วยเหลือที่พวกท่านมีให้ในวันนี้และมิใช่แค่พวกท่านน้าเท่านั้น แต่ขนมของข้าจะทำแจกชาวบ้านจนกว่าแป้งที่ทำมาจะหมดเ้าค่ะ” หลินหว่านคิดว่าฉวยโอกาสสร้างภาพลักษณ์ที่ดีเสียหน่อยก็ไม่เลว
“คุณหนูอย่าได้ถือเป็บุญคุณอันใดเลยขอรับพวกเราต่างรับไม่ได้ ที่ท่านต้องถูกกล่าวหาอย่างร้ายแรงจากคนในแคว้นหยาง แต่หากสิ่งที่คุณหนูคิดจะทำแล้วช่วยให้ท่านสบายใจละก็ พวกข้าเองก็ยินดีรับน้ำใจของท่านไว้ด้วยความยินดีขอรับ”
“คุณหนูเองก็กลายเป็คนแคว้นหยางแล้วและยังอาศัยอยู่ที่นี่อีก อย่างไรก็ต้องได้พึ่งพาอาศัยกันไปอีกนานมิใช่หรือ ถือว่าสิ่งที่พวกข้าทำไปนั้นก็เพื่อช่วยปกป้องชาวเพื่อนบ้านในเมืองหยางหลิวมิให้ถูกกล่าวหาในทางที่ผิดเถิดขอรับ”
“เ้าค่ะหากวันหน้ามีเื่ที่ข้าโจวหลินหว่านสามารถช่วยพวกท่านได้ ขอให้บอกพวกเรายินดีช่วยเหลือจนสุดความสามารถเ้าค่ะ พรุ่งนี้อย่าลืมมารับขนมที่ร้านด้วยนะเ้าคะฝากบอกคนอื่น ๆ ให้มารับได้ไม่เสียเงินเ้าค่ะ” หลินหว่านไม่ลืมกำชับกับคนที่ช่วยเหลือตนอีกครั้ง
“ขอบคุณคุณหนูล่วงหน้าด้วยขอรับ”
หลังจากบอกเื่การแจกขนมครกหลินหว่านจึงได้พาทุกคนกลับบ้านเช่าเพื่อพักผ่อน และตื่นมาเตรียมวัตถุดิบสำหรับวันพรุ่งนี้ซึ่งตนเองจะได้มีภาพลักษณ์ที่ดี แต่สำหรับคนที่รออย่างหวังซินหยางที่ได้รับฟังเื่ราวในตลาด จากเสียงเล่าลือของชาวบ้านโดยซั่วเหยียนเป็คนนำมาเล่าให้ฟัง ก็นั่งไม่ติดเกิดอาการกระวนกระวายเป็ห่วงหลินหว่านสารพัด เกรงว่านางจะได้รับาเ็จากคนชั่วพวกนั้น จึงให้ซั่วเหยียนพามายืนรออยู่หน้าบ้านเช่าชะเง้อมองบนถนน เผื่อจะเห็นรถม้าของหลินหว่านกลับมาจากตลาดเสียที
จนกระทั่งเห็นเหวินเสียนบังคับรถม้ามาถึง พอร่างบอบบางของหลินหว่านก้าวเท้าลงจากรถม้าได้ หวังซินหยางก็โผเข้าไปจับแขนของนางเอาไว้พร้อมคำถามที่ฟังดูก็รู้ว่า คนที่กำลังถามอยู่นั้นเป็ห่วงและกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของนางมากเพียงใด และเขายังลืมตัวเอ่ยเรียกชื่อของหลินหว่านอย่างสนิทสนมอีกด้วย
“หมับ!! หว่านเออร์เกิดอะไรขึ้นกับเ้าเช่นนั้นรึ แล้วนี่ได้รับาเ็ตรงที่ใดบ้างหรือไม่รีบบอกพี่มาเร็วเข้า จะได้ให้ซั่วเหยียนไปตามท่านหมอมาช่วยตรวจดูอาการ”
“ห๊ะ!! ใครได้รับาเ็ที่ไหนเมื่อไหร่ไม่มีนะเ้าคะคุณชายหวัง ท่านหยุดหมุนข้าไปมาก่อนจะได้ไหมเ้าคะ ขืนท่านยังหมุนอยู่เช่นนี้คงต้องาเ็จริง ๆ เข้าแล้วล่ะเ้าค่ะ” หลินหว่านรีบบอกหวังซินหยางหยุดหมุนตัวนางที่เริ่มจะเวียนหัวแล้ว
“เอ่อ ขอโทษที่ทำให้เ้ารู้สึกไม่ดีข้าแค่เป็ห่วงมากไปหน่อย แต่ว่าแน่ใจใช่ไหมเื่อาการาเ็ของเ้าน่ะ เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นทำไมไม่ปล่อยให้เหวินเสียนจัดการเล่า เ้าไม่เห็นต้องให้มือตนเองสกปรกเพราะพวกความคิดต่ำช้าเลยสักนิด” ถึงจะหยุดหมุนตัวของหลินหว่านแล้วแต่เขายังไม่ยอมปล่อยมือจากแขนของนาง
“ไม่เป็ไรหรอกเ้าคะเื่เล็กน้อยแค่นี้เองไม่ต้องถึงมือพี่ชายเหวินเสียน ข้าสามารถจัดการพวกมันได้อยู่หมัดไม่ต้องห่วงเ้าค่ะ เอาไว้ถ้าเจอคู่ต่อสู้ที่เก่งกาจมากกว่าค่อยยกให้เป็หน้าที่ของพี่ชายเหวินเสียนก็ได้นี่เ้าคะ ส่วนพวกอันธพาลทั่วไปแค่ต่อยไม่กี่ครั้งพวกมันก็ไม่กล้าหือแล้วล่ะเ้าค่ะ แต่ตอนนี้ท่านน่าจะปล่อยมือจากแขนของข้าก่อนไหม
คนมองมาทางนี้กันเยอะไม่น่าจะเป็ผลดีต่อสตรีนะเ้าคะ” หากเป็โลกก่อนท่าทางเพียงแค่นี้คือเื่ปกติมากแต่ไม่ใช่กับยุคหัวโบราณอย่างที่เห็นอยู่ในตอนนี้
“อ่อ นั่นสินะเ้าอย่าถือสาจะได้ไหมเพราะเป็ห่วงเกินไปจึงลืมตัว เช่นนั้นรีบเข้าไปด้านในก่อนเถิดพวกเ้าคงต้องรีบพักผ่อน นี่ก็เลยเวลาอาหารเช้ามาสักพักใหญ่แล้วรู้สึกหิวบ้างหรือไม่ ท่านน้าน่าซือไม่ต้องเข้าครัวทำอาหารหรอกขอรับ ประเดี๋ยวให้ซั่วเหยียนไปซื้อที่ตลาด หาอะไรง่าย ๆ ที่ทานให้อิ่มไปก่อนก็พอ ไว้พวกท่านตื่นนอนค่อยคิดเื่ทำอาหารนะขอรับ” หวังซินหยางไม่อยากให้หลินหว่านกับน่าซือต้องเหนื่อยทำอาหารทานเอง เพราะเจอเื่วุ่นวายั้แ่เช้าจึงอยากให้รีบพักผ่อนมากกว่า
“เช่นนั้นพวกเราสี่คนขอรับความหวังดีนี้ของคุณชายไว้เ้าค่ะ รบกวนพี่ชายซั่วเหยียนเื่อาหารเช้าด้วยนะเ้าคะ ตอนนี้คุณชายเองก็ควรกลับไปพักผ่อนได้แล้วกระมัง ออกมายืนรอโดนลมเย็นอยู่ตรงนี้ตั้งนานเดี๋ยวจะไม่สบายเอาได้นะเ้าคะ ส่วนรายละเอียดเื่ที่เกิดขึ้นท่านค่อยฟังจากพี่ชายเหวินเสียนก็แล้วกัน ขอตัวก่อนนะเ้าคะเจอกันตอนทานอาหารมื้อกลางวัน อิ อิ” หลินหว่านส่งยิ้มหลังจากพูดจบไปหนึ่งทีแต่จะรู้ไหมว่าที่นางทำนั้น อีกฝั่งที่ได้รับต้องพยายามอดทนอดกลั้นมากเพียงใด
‘ซุกซนใช่ย่อยเลยนะหว่านเออร์’
หวังซินหยางได้แต่มองตามหลังหญิงสาวที่ตนพึงใจ ความกังวลที่มีก่อนหน้าล้วนมลายหายไปแล้ว เมื่อได้เห็นว่าหลินหว่านปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนบนร่างกาย ยิ่งได้ฟังเหวินเสียนเล่าถึงวีรกรรมที่นางทำในตลาด ก็ยิ่งเชื่อในความคิดของตนว่านางเป็หญิงสาวที่ซุกซน แต่ก็กล้าหาญที่จะปกป้องตนเองด้วยกำลังที่มีเสียก่อน ไม่คิดพึ่งพากำลังของผู้อื่นที่สามารถจัดการให้นางได้ภายในพริบตา
หลังจากฟังจนจบหวังซินหยางยิ่งตกหลุมรักหลินหว่านซ้ำ ๆ เพียงแต่รอยยิ้มที่ดูมีความสุขใจของเขาจะอยู่บนใบหน้าได้ไม่นาน เมื่อคนของบิดาที่เดินทางไปยังแคว้นเว่ยเพื่อสืบประวัติของหลินหว่าน ได้บอกเล่าเื่ราวเกี่ยวกับนางยามที่อยู่ในจวนตระมู่ให้ได้รู้ ดวงตาระยิบระยับกลับกลายเป็ดำมืดด้วยความโกรธ สิ่งที่หญิงสาวต้องพบเจอั้แ่เด็กกว่าจะหลุดพ้นออกมาได้ ช่างหนักหนากับร่างบางนี้ยิ่งนักเขาไม่แปลกใจเลยสักนิด ที่เห็นน่าซือพยายามทำอาหารเพื่อบำรุงร่างกายของนางอยู่ทุกวัน ในเมื่อเขาได้รับรู้สิ่งที่นางต้องเผชิญมาเพียงลำพังทั้งหมดแล้ว ไม่ว่านาง้าแก้แค้นตระกูลมู่นี้หรือไม่นั่นเป็สิทธิ์ของนาง แต่สำหรับหวังซินหยางแล้วไม่มีทางที่จะปล่อยให้คนเ่าั้ ได้เสวยสุขอยู่บนความทุกข์ของหญิงสาวในดวงใจของตนอย่างแน่นอน
‘เสนาบดีมู่อวี่เฉินงั้นหรือเ้ารอข้าก่อนเถิดสิ่งที่หว่านเออร์ได้รับ ข้าจะเป็คนสนองคืนให้พวกเ้าทุกคนอย่างสาสมเอง’
