“ในที่สุดก็บรรลุเขตแดนปรมาจารย์อสูรมายาระดับหนึ่งได้สักที”
เยี่ยเฉินเฟิงฉีกยิ้มกว้างเมื่อััได้ว่าพลังิญญาทั่วร่างแปรเปลี่ยนเป็พลังิญญาสีฟ้าซึ่งมีความแข็งแกร่งมากกว่าเดิมสามเท่า พลังกายเองก็เพิ่มสูงขึ้นอีกเกือบห้าร้อยจิน
กล่าวได้ว่าต้องทะลวงผ่านสู่เขตแดนปรมาจารย์อสูรมายาเยี่ยเฉินเฟิงจึงจะก้าวสู่วิถีแห่งการบำเพ็ญตนที่พลิกฟ้าพลิก์ได้อย่างแท้จริง และสามารถฝึกฝนเคล็ดิญญาที่แตกแขนงแยกย่อยและมีอานุภาพสั่นะเืทั้งแปดทิศได้อีกด้วย
และการทะลวงผ่านเขตแดนในครั้งนี้เกิดขึ้นได้เพราะพลังิญญาถูกเติมจนล้นเปี่ยม ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องปรับเขตแดนของตนเองให้เสถียร พลังิญญาในร่างกายก็แทบจะมั่นคงดีแล้ว
หลังจากเข้าสู่เขตแดนใหม่ เยี่ยเฉินเฟิงก็กลับมาอยู่ข้างกายของจีชิงเสวี่ยที่เผลอสูดดมควันเข้าไปจนตอนนี้ก็ยังสลบไสลไม่ได้สติ
แม้เยี่ยเฉินเฟิงจะไม่ได้มีความรู้สึกชอบพออะไรกับจีชิงเสวี่ยแล้ว แต่เขาต้องยอมรับเลยว่าจีชิงเสวี่ยนางงดงามเป็อย่างมาก โดยเฉพาะองคาพยพทั้งห้าบนใบหน้าอันแสนไร้ที่ติ
แต่ในห้วงสมองของเขาก็ไม่มีความคิดนอกลู่นอกทางแม้แต่น้อย หลังจากหายาแก้จากร่างของชายตัวใหญ่เจอแล้ว เขาก็ค่อยๆ เปิดริมฝีปากเล็กนุ่มของจีชิงเสวี่ยออกแล้วป้อนยาลงไปในปากของนาง
ประมาณห้านาทีผ่านไป จีชิงเสวี่ยก็ค่อยๆ ได้สติกลับคืนมา ในขณะที่ยังสะลึมสะลืออยู่นั้น นางก็นึกถึงภาพเหตุการณ์สุดท้ายก่อนจะหมดสติไป สีหน้าจึงฉายแววหวาดกลัวออกมา
แต่พอนางเหลือบไปเห็นเยี่ยเฉินเฟิงที่นั่งหลับตาปรับลมหายใจเข้าออกเฝ้าคุ้มครองนางอย่างเงียบๆ อยู่ไม่ไกล ความวิตกกังวลบนใบหน้าก็สลายหายไปโดยพลัน ความซาบซึ้งก่อเกิดขึ้นในใจ
นางรู้ดีว่าเยี่ยเฉินเฟิงได้ช่วยนางเอาไว้อีกครั้งแล้ว ตอนนี้ตนเองติดหนี้น้ำใจเขาถึงสองครั้ง
ในตอนที่นางกำลังจะเอ่ยขอบคุณอีกฝ่ายสายตาก็พลันเหลือบไปเห็นร่างของชายตัวใหญ่นอนคว่ำหน้าจมกองเือยู่ สีหน้าของนางจึงแข็งค้างทันที
“เ้าฟื้นแล้วสินะ”
เยี่ยเฉินเฟิงที่เปิดเปลือกตาขึ้นมาเหลือบมองใบหน้าแข็งค้างของจีชิงเสวี่ยแวบหนึ่งพลางเอ่ยทักอย่างเฉยเมย
“เ้า...เ้าฆ่าเขาไปแล้ว”
จีชิงเสวี่ยไม่เคยคิดเลยว่าเยี่ยเฉินเฟิงจะใจกล้าบ้าบิ่นถึงเพียงนี้ แม้แต่ศิษย์ของสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์ยังกล้าสังหารทิ้งได้
“อืม ถ้าข้าไม่ฆ่าเขาทิ้ง คนที่จะถูกฆ่าก็คือพวกเราสองคน” เยี่ยเฉินเฟิงพยักหน้ายอมรับ เอ่ยตอบอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร
“เยี่ยเฉินเฟิง พวกเราสามารถนำเื่ที่เกิดขึ้นทั้งหมดไปแจ้งสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์ได้ มีศิลาบันทึกความจำก้อนนี้อยู่ในมือสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์จะต้องให้ความเป็ธรรมกับพวกเราแน่” จีชิงเสวี่ยััได้เลยว่าเื่มันร้ายแรงขนาดไหน จึงกล่าวขึ้นอย่างตื่นกลัว “แต่ตอนนี้เขาตายไปแล้ว พวกเราจบสิ้นกันแล้ว สำนักฝึกยุทธ์อัคคี์จะไม่ปล่อยพวกเราไปแน่”
“ข้าเกลียดเื่ยุ่งยาก”
“อีกอย่างถ้าข้าไม่พูด เ้าไม่พูด ก็ไม่มีใครรู้หรอกว่าเขาตายด้วยฝีมือข้า ถึงตอนนั้นข้าก็แค่เอาศพเขาไปโยนใส่ฝูงสัตว์อสูรสักแห่ง สร้างเื่ปลอมๆ ขึ้นมาปกปิด ต่อให้สำนักฝึกยุทธ์อัคคี์จะตามสืบสาวราวเื่ขึ้นมาจริงๆ ก็ไม่มีทางมาสงสัยพวกเราสองคนได้หรอก”
เยี่ยเฉินเฟิงพูดขึ้นอย่างสุขุมนุ่มลึก สายตาวาววับจ้องมองไปทางจีชิงเสวี่ย
“แต่ว่า...”
“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น” เยี่ยเฉินเฟิงพูดตัดบทนาง กล่าวว่า “จีชิงเสวี่ย ผลลัพธ์ของเื่นี้ข้ากับเ้ารู้ดียิ่งกว่าใคร ดังนั้นตอนนี้เ้ามีอยู่เพียงสองตัวเลือกเท่านั้น ถ้าไม่ถอนตัวออกจากการทดสอบของสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์เพื่อรักษาตัวรอด ก็จงนำศิลาบันทึกความจำในมือเ้ามาให้ข้า แล้วเราจะปิดเื่นี้เป็ความลับไปด้วยกัน”
“แต่ว่า มันจะปิดบังได้จริงๆ หรือ?” จีชิงเสวี่ยพูดขึ้นอย่างอับจนหนทาง “อีกอย่าง เหวินเฟยหงก็รู้เื่ที่เกิดขึ้นที่นี่ด้วย ข้ากลัวว่าเขาจะแฉพวกเราน่ะสิ”
“เหวินเฟยหง เมื่อครู่เขาอยู่ที่นี่ด้วยรึ!” เยี่ยเฉินเฟิงขมวดคิ้วเบาๆ สีหน้าปรากฏแววเคร่งเครียดเล็กน้อย
“อื้อ เมื่อครู่เขากับข้าอยู่ด้วยกัน แต่เพราะความหวาดกลัวเขาจึงทิ้งข้าไว้และหนีเอาตัวรอดไปเพียงคนเดียว” จีชิงเสวี่ยเอ่ยตอบพลางพยักหน้า
แม้ว่าจีชิงเสวี่ยจะไม่ชอบขี้หน้าเยี่ยเฉินเฟิงสักเท่าไหร่ แต่นางต้องยอมรับเลยว่าเขาพึ่งพาได้มากกว่าเหวินเฟยหงเยอะเลย อย่างน้อยเขาก็ไม่ทอดทิ้งนางและหนีเอาตัวรอดเพียงลำพัง
“เื่เหวินเฟยหงเดี๋ยวข้าค่อยหาทางจัดการ เ้าแค่ต้องจดจำไว้ว่า หากเื่นี้ถูกเปิดเผยออกไปแล้วพวกผู้าุโหลิวเรียกสอบสวนเ้าขึ้นมา ให้เ้าแสร้งทำเป็ไม่รู้อะไรทั้งนั้นก็พอแล้ว” เยี่ยเฉินเฟิงกำชับอย่างหนักแน่น
“เอา...เอาอย่างนั้นก็ได้”
จีชิงเสวี่ยไม่อยากทิ้งโอกาสเข้าร่วมเป็ศิษย์ของสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์ นางขบเม้มริมฝีปากอวบอิ่มแน่น ก่อนจะติดสินใจลองเสี่ยงทายกันดูสักครั้ง นางยื่นศิลาบันทึกความจำในมือให้เยี่ยเฉินเฟิง
“เอาล่ะ ข้าไปก่อนนะ เ้าก็ระวังตัวให้มากหน่อยล่ะ”
สิ้นเสียง เยี่ยเฉินเฟิงก็ไม่รอช้า หิ้วร่างไร้ิญญาของชายร่างใหญ่ทะยานตัวจากไปอย่างรวดเร็ว
เยี่ยเฉินเฟิงใช้เวลาไปชั่วโมงกว่าๆ ก็โชคดีพบเข้ากับรังหมาจิ้งจอกแห่งหนึ่งในเทือกเขาจื่ออวิ๋น จึงจัดการโยนศพของชายร่างใหญ่เข้าไปด้านในแล้วหลบหนีออกไปด้วยความเร็วสูง
“เหวินเฟยหง คนนี้แหละที่เป็ตัวปัญหาใหญ่เลย”
หลังจากจัดการศพของชายร่างใหญ่แล้ว สีหน้าของเยี่ยเฉินเฟิงก็ไม่ได้ผ่อนคลายลงเลย เพราะเหวินเฟยหงเป็เหมือนเสี้ยนหนามตำใจที่เขายังแอบกังวลอยู่
“หือ มีคนอยู่!”
ในขณะที่เยี่ยเฉินเฟิงกำลังครุ่นคิดว่าจะจัดการกับตัวปัญหาอย่างเหวินเฟยหงอย่างไรดี เสียงใบไม้เสียดสีกันกรอบแกรบก็ดังขึ้นกระทบโสตประสาทของเขา
เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย จึงพบกับชายหนุ่มในชุดคลุมยาวสีดำร่างกายยืดตรงผ่าเผย ในมือข้างหนึ่งถือหอกยาวกำลังยืนอยู่บนกิ่งไม้อันเปราะบางและมองมาที่ตนเองด้วยสายตายิ้มเยาะ
“ศิษย์สำนักฝึกยุทธ์อัคคี์ที่ไม่ธรรมดาจริงๆ ด้วย”
แม้ว่าพลังที่แท้จริงของเขตแดนปรมาจารย์อสูริญญาขั้นสองจากชายหนุ่มชุดดำจะไม่สามารถสร้างแรงกัดดันให้เยี่ยเฉินเฟิงได้ แต่วิชาตัวเบาที่พลิ้วไหวแ่เบาราวขนนกของเขากลับทำให้เยี่ยเฉินเฟิงรู้สึกสนใจอยู่ไม่น้อย
“ไอ้หนู เ้าโชคไม่ดีเอาเสียเลยที่ต้องมาพบกับข้า” ชายชุดดำเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเย็นะเื “แต่ถ้าหากเ้ามีทรัพย์สินที่พอจะล่อตาล่อใจข้าได้บ้าง ข้าก็อาจจะยอมลองปล่อยเ้าไป”
“หากข้าไม่มีทรัพย์สินอะไร แต่อยากจะผ่านไปล่ะ?” เยี่ยเฉินเฟิงกล่าวขึ้นพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็น
“ก็ต้องดูว่าเ้าจะมีปัญญามากพอหรือเปล่า”
กล่าวจบ ชายชุดดำก็สะกิดปลายเท้าเบาๆ ทั้งร่างพลันทะยานขึ้นกลางเวหายกหอกยาวเก้าฉื่อ[1]เก้าชุ่น[2]ในมือพุ่งแทงมาทางเยี่ยเฉินเฟิง
หอกของชายชุดดำพุ่งแทงมาอย่างไวปานสายฟ้าแลบ แต่นอกจากเยี่ยเฉินเฟิงจะไม่เบี่ยงตัวหลบแล้วเขายังพุ่งเข้าปะทะอีกฝ่ายโดยตรงอีกด้วย
ในยามที่ปลายหอกแหลมใกล้จะแทงโดนหน้าอกของเยี่ยเฉินเฟิง มือข้างขวาของเขาก็พุ่งมาอย่างฉับพลัน ฝ่ามือสาดซัดไปทางหัวหอกอันแหลมคม
“รนหาที่ตาย”
ชายชุดดำคิดไม่ถึงเลยว่าเยี่ยเฉินเฟิงจะใช้ฝ่ามือมาหยุดยั้งหอกยาวของตนเอง ใบหน้าของเขาพลันเผยรอยยิ้มชั่วร้าย
ทว่าเสี้ยวนาทีต่อมา ใบหน้าของเขากลับต้องแข็งค้าง
เพราะเขาพบว่าพลังที่แผ่กระจายออกมาจากฝ่ามือของเยี่ยเฉินเฟิง ไม่เพียงแต่หักล้างอานุภาพจากหอกของตนแต่ยังซัดพลังที่เหนือกว่าการควบคุมของเขาทะลุเข้ามาทางปลายหอก แทรกลึกเข้าไปในแขนของตน สั่นะเืรุนแรงจนเขาแทบจะทำหอกยาวหลุดมือ
ในตอนที่เขากำลังหวาดกลัวพละกำลังชวนสยดสยองของเยี่ยเฉินเฟิงอยู่นั้น หมัดของเยี่ยเฉินเฟิงก็พุ่งเข้าโจมตีด้วยความเร็วสูงจนเขาถูกบีบให้รวมพลังกับจิตอสูรทำการป้องกันอย่างสุดกำลัง
“แพ้ไปซะ!”
เยี่ยเฉินเฟิงะเิเสียงออกมา พละกำลังเกินหนึ่งหมื่นจินะเิออกจากกำปั้นของเขา พลังมหาศาลทุบทำลายเกราะป้องกันของชายชุดดำและโจมตีลงกลางอกของเขาได้โดยตรง ต่อยอีกฝ่ายกระเด็นออกไป
“พรวด!”
ชายชุดดำหน้าหงายพ่นเืออกจากปาก ร่างกระแทกกับต้นไม้เก่าแก่สูงราวสิบเมตรจนหักโค่นลงมาร่วงหล่นลงพื้นอย่างหนักหน่วง นอนแน่นิ่งไม่อาจลุกขึ้นมาได้อยู่เนิ่นนาน
“ถ้าไม่อยากโดนต่อยอีกก็ส่งทรัพย์สินมีค่ามาให้ข้าซะโดยดี มิเช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ” เยี่ยเฉินเฟิงก้มลงมองเขาที่อยู่บนพื้น เอ่ยข่มขู่ด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
“เ้า...”
เมื่อได้ยินคำพูดของคนที่ตนตั้งใจจะปล้นชิงทรัพย์ กลับเป็ฝ่ายมาขูดรีดทรัพย์ของตนเองเสียแทน ชายชุดดำที่อับอายขายหน้าจนไม่อาจทนไหวจึงกระอักเืออกมาอีกกองใหญ่และเป็ลมล้มพับไปทันที
---------------------------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] หน่วยวัดความยาวของจีน เทียบเท่ากับ 33.3 เิเ
[2] หน่วยวัดความยาวของจีน เทียบเท่ากับ 3.33 เิเ
