นักฆ่าหญิงกรีดร้องด้วยความใ นางกลิ้งไปบนพื้นเพื่อหลบการโจมตีของฮวาเหยียน ดวงตาของนางทั้งเ็าและเป็พิษ มีความไม่ยินยอมเป็อย่างยิ่ง
“เป็ผู้ใด? มิใช่คนของจวนไท่จื่อก็อย่ายุ่งเื่ของคนอื่น!”
นักฆ่าหญิงะเิโทสะ
เวลานี้ฮวาเหยียนจึงก้าวออกมาจากเงามืด...
เนื่องจากการลงมืออย่างกะทันหันของฮวาเหยียน ในใจของอั้นจิ่วและพรรคพวกพลันสาดแสงแห่งความยินดี คิดเพียงว่านางเป็คนของพวกเขา
ทว่าเมื่อเห็นผู้ที่ปรากฏตัวออกมาชัดเจน พวกเขาต่างก็หน้าซีดทันที เป็เพราะนางแต่งกายสีดำสนิทั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า แม้แต่ใบหน้าก็ถูกปกปิดไว้ด้วยผ้าคลุมหน้าสีดำ ดูแล้วเหมือนนักฆ่าเมื่อครู่ทุกกระเบียดนิ้ว ความยินดีที่เพิ่งถูกจุดขึ้นมาถูกตีจนกระจัดกระจาย รู้สึกเพียงความสิ้นหวังที่เพิ่มขึ้น
“เ้าเป็ใคร?”
นักฆ่าหญิงถามด้วยน้ำเสียงโเี้ พลางใช้สายตาจับจ้องไปที่ฮวาเหยียน
“มือสังหารพูดมากเช่นเ้าทุกคนหรือไม่?”
ฮวาเหยียนส่งเสียงเย้ยหยันและเหน็บแนม มิเปิดโอกาสให้สตรีผู้นั้นมีปฏิกิริยาใดตอบกลับ พลันพุ่งกายเข้าไปด้วยความรวดเร็ว เดิมทีนางรู้สึกว่าการที่ตนเองอยู่ในระดับปรมาจารย์ขั้นสองก็สุดยอดมากแล้ว ทว่าคืนนี้ที่นางมาเยือนถึงจวนไท่จื่อ กลับพบการต่อสู้ครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นักฆ่าหน้ากากผีหรือองครักษ์เงาของตี้หลิงหานล้วนมีพลังยุทธ์ไม่ต่ำต้อยเลยสักนิด โดยเฉพาะเ้าโรคจิตตี้หลิงหานผู้นั้น
ด้วยเหตุที่นางไม่รู้ว่าพลังยุทธ์ของนักฆ่าหญิงอยู่ในระดับใด จึงทำได้แค่ลงมือก่อนเพื่อทดสอบความแข็งแกร่งเท่านั้น
ทั้งสองลงมือต่อสู้ทันที สตรีผู้นั้นก็เป็ผู้ฝึกยุทธ์เช่นกัน พลังปราณของนางพลุ่งพล่าน เมื่อปะทะเข้ากับฮวาเหยียน พลังของทั้งสองคนก็มิสูงมิต่ำกว่ากันนัก
และเพราะการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของฮวาเหยียนทำให้แผนของนางหยุดชะงัก นางจึงโมโหเป็อย่างยิ่ง! ดังนั้นทุกท่วงท่าที่เคลื่อนไหวจึงล้วนเป็ท่าสังหารทั้งสิ้น นาง้าสังหารฮวาเหยียนให้ตาย
ดวงตาของฮวาเหยียนเ็า แฝงไว้ด้วยจิตสังหารที่พาให้คนอกสั่นขวัญแขวน นางพลิกกายหลบดาบในมือของสตรีผู้นั้น และฉวยโอกาสนี้ดึงกริชที่ขว้างออกไปกลับเข้ามือ นางพลิกตัวข้ามหัวของอีกฝ่าย ก่อนจะใช้กริชในมือผ่าหน้ากากของสตรีผู้นั้นออก
กริชเหล็กดำอายุกว่าพันปีคมอย่างหาใดเปรียบ
เสียงฉับดังขึ้น หน้ากากผีถูกผ่าเป็สองซีกก่อนตกลงบนพื้น ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องบาดแก้วหู “หน้าข้า...!”
ภายใต้แสงของจันทรา แก้มข้างขวาของหญิงสาวถูกกริชเฉือนลงมาเป็แนวยาว หยาดโลหิตไหลอาบย้อม พาให้คนมองตื่นตระหนก
แม้ภายใต้หน้ากากจะเป็สตรีผู้มีใบหน้างดงามยิ่ง แต่เวลานี้ดวงตาของนางแดงก่ำด้วยโทสะ นางใช้ดาบพุ่งเข้าแทงฮวาเหยียนด้วยความโกรธอย่างบ้าคลั่ง และฮวาเหยียนก็รับมันได้ทันท่วงที
“เ้า้าชีวิตของข้า ข้าทำลายใบหน้าของเ้า คนได้กำไรย่อมเป็เ้า!”
ฮวาเหยียนส่งเสียงที่ทั้งเ็าและเย้ยหยัน
สตรีผู้นั้นโมโหยิ่งเพราะคำพูดนี้ของฮวาเหยียน ทว่านางเองก็ทราบดีว่าอีกฝ่ายยากจะรับมือ พวกนางมีพละกำลังเท่าเทียมกัน หากฝืนสู้ต่อไปย่อมเสียเวลาเปล่า วันนี้มิอาจฆ่าตี้หลิงหานได้แล้ว ย่อมต้องโทษหญิงชุดดำตรงหน้าที่จู่ๆ ก็โผล่มา
“หากเก่งจริงก็เอ่ยนามของเ้าออกมา ข้าผู้นี้ย่อมไม่มีวันปล่อยเ้าไปเป็แน่!”
ดวงตาของนางเปี่ยมด้วยความเกลียดชัง ทั้งยังะโถามเสียงเหี้ยม! เืบนใบหน้าไหลอาบลงมาถึงคอ เหนียวเหนอะเป็อย่างยิ่ง นางจำต้องเช็ดออก ใบหน้าของนางย่อมมิอาจมีจุดผิดพลาดได้
“ยามนั่งไม่เปลี่ยนนาม ยามยืนไม่เปลี่ยนนิสัย ข้าผู้นี้คือสตรีสูงศักดิ์อันดับหนึ่งแห่งต้าโจว ฉู่หลิวซวง หากเ้าเก่งจริงก็เข้ามา!”
ฮวาเหยียนเงยหน้าขึ้นด้วยใบหน้าจองหอง พลางมองนักฆ่าหญิงผู้นั้นอย่างเ็า
โกหกหน้าไม่เปลี่ยนสี!
นางมองออกว่าฐานะของนักฆ่าหญิงผู้นี้คงไม่ต่ำต้อย วันนี้ในเมื่อไม่สามารถฆ่านางได้ วันหน้าอีกฝ่ายต้องกลับมาแก้แค้นอย่างแน่นอน!
เฮอะ! เช่นนั้นนางจะเผยนามจริงของตนได้อย่างไร? นางมิได้โง่!
“ฉู่ หลิว ซวง ฝากไว้ก่อนเถอะ!”
สตรีผู้นั้นกัดฟันและทิ้งท้ายคำพูดเหล่านี้ไว้ ก่อนใช้ฝ่ามือหนึ่งซัดพลังให้ฮวาเหยียนหลบฉากออกไป ฮวาเหยียนถอยเท้าเพื่อหลบการโจมตี สตรีผู้นั้นจึงฉวยโอกาสนี้พลิกร่างซ่อนตัวเข้าไปในความว่างเปล่าอันมืดมิดยามราตรีกาล หนีออกไปอย่างรวดเร็ว
ฮวาเหยียนมิได้ไล่ตามไป
เพราะนางรู้ดีถึงหลักเหตุผลที่ว่า อย่าไล่ตามคนจน [1] และหากนางตามทัน ก็ไม่แน่ว่าจะสามารถจัดการนักฆ่าผู้นั้นได้
องครักษ์เงาทั้งหลายที่นอนอยู่บนพื้นล้วนจดจ้องไปที่ฮวาเหยียนด้วยดวงตาเบิกกว้าง
เมื่อครู่แม่นางเพิ่งเอ่ยอันใด? บอกว่านางคือฉู่หลิวซวง? จวิ้นจู่ฉู่หรือ?
เหตุใดจึงดูมิคล้ายเลยสักนิด? เดิมทีจวิ้นจู่ฉู่ทะลวงถึงระดับปรมาจารย์แล้วหรือ?
ทว่าดูจากการลงมือของแม่นางเมื่อครู่ ชัดเจนว่าวรยุทธ์ของนางอยู่ในระดับปรมาจารย์
ทันใดนั้นฮวาเหยียนก็พุ่งตรงไปหยุดอยู่เบื้องหน้าตี้หลิงหานอย่างรวดเร็ว นางมองเหยียดเขาจากที่สูง ตี้หลิงหานในยามนี้ แม้ดวงตาจะยังคงเป็สีแดงเื ทว่าในตอนที่ฮวาเหยียนมาหยุดอยู่ตรงหน้า ดวงตาของเขากลับกลอกกลิ้ง เฮอะ ที่แท้แล้วตี้หลิงหานยังมีสติอยู่นี่เอง
“อยากฆ่าเ้าให้ตายเสียจริง!”
ฮวาเหยียนกัดฟันกรอด
นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในตอนที่นักฆ่าหญิงผู้นั้นกำลังจะฆ่าเขา มือของนางขยับไปเองได้อย่างไร บางคราอาจเพราะดวงตาใสราวกับแก้วสีแดงเืนี้สะดุดใจนาง หรืออาจเพราะเขาเป็โอรสของฮ่องเต้ที่ตระกูลมู่ภักดี เป็ท้องนภาอันยิ่งใหญ่ของต้าโจวในภายหน้า ดังนั้นเมื่อรวมทุกเหตุผลเข้าด้วยกันแล้ว นางจึงลงมือ!
ทันทีที่สิ้นเสียง ฮวาเหยียนก็วิ่งไปยังจุดที่มีเสื้อผ้าสำหรับผลัดเปลี่ยนของตี้หลิงหานและค้นหาอยู่ครู่หนึ่ง นอกจากจี้หยกที่ดูคล้ายมิอาจประเมินค่าได้แล้ว ก็หาได้มีสัญญาอันใด
นั่นย่อมทำให้ฮวาเหยียนบังเกิดโทสะ...
เช่นนั้นควรทำเยี่ยงไรต่อเล่า? แหวกทางกลับจวนหรือ?
ฮวาเหยียนเดินวนอยู่สองรอบ ก่อนไปหยุดอยู่เบื้องหน้าตี้หลิงหานอีกครั้ง
องครักษ์ทุกนายไม่รู้ว่านาง้าทำอันใด พวกเขารู้เพียงว่าสตรีที่ปกปิดใบหน้าผู้นี้ช่วยชีวิตเ้านายของตนไว้ เดิมทีนึกว่านางก็เป็นักฆ่าเช่นเดียวกัน แต่คาดไม่ถึงว่าจะมิใช่ ทั้งแม่นางผู้นี้ยังรีบวิ่งไปคุ้ยกองเสื้อผ้าของเ้านายข้างบ่อน้ำพุร้อนก่อนสิ่งอื่นใด ราวกับกำลังมองหาบางสิ่งอยู่?
นาง้าทำอันใดกันแน่?
อั้นจิ่วและอั้นปาสบตากัน ในสายตาของพวกเขามีทั้งความหวาดกลัวและประหลาดใจ เวลานี้ไม่ว่านาง้าลงมือทำอันใด พวกเขาทั้งหมดรวมถึงเ้านายย่อมหนีไม่พ้น
เดิมทีคิดว่าวรยุทธ์ของพวกเขามิได้ต่ำต้อย โดยเฉพาะองค์รัชทายาทยิ่งระดับเหนือกว่าผู้ใด แต่ใครจะคาดคิดว่ามีบางสิ่งผิดปกติกับพระองค์ องค์รัชทายาททรงะเิพลังระดับาาผู้บำเพ็ญ ทำให้ทุกคนได้รับาเ็สาหัส...
...
ฮวาเหยียนพลิกเสื้อผ้าของตี้หลิงหานกลับหัวก็ยังไม่พบสัญญา นางทั้งร้อนใจและโมโห พลันหมุนกายเดินมาตรงหน้าตี้หลิงหาน เหยียดเท้าออกแล้วเตะเขา “ตี้หลิงหาน ข้าเกลียดจนอยากจะฆ่าเ้าให้ตายจริงๆ”
ทว่าตี้หลิงหานหาได้มีปฏิกิริยาตอบรับ
เขายังคงลืมตา ดวงตาเป็สีแดงเื มุมปากเลอะโลหิต งดงามราวปีศาจ ทว่ากลับไม่ขยับเลยสักนิด
หัวใจของฮวาเหยียนเต้นแรง มิใช่ว่าตายแล้วหรือ?
“เฮ้ เฮ้ ตี้หลิงหาน?”
นางเตะขาของตี้หลิงหานอีกครั้ง แต่เขาก็ยังมิตอบสนองเช่นเดิม ชายผู้สูงศักดิ์หยิ่งผยองดั่งเทพเซียนไม่กะพริบตาแม้สักน้อย
บ้าเอ๊ย!
ตายแล้วจริงหรือ? นะ นี่...ตี้หลิงหานผู้นี้ทะลวงขั้นาาผู้บำเพ็ญแล้วธาตุไฟเข้าแทรกจนตายหรือ? ทั้งยังเบิกตาจ้องเขม็งราวกับตายตาไม่หลับเสียด้วย?
ฮวาเหยียนย่อตัวลง ค่อยๆ วางนิ้วชี้ของตนไว้ใต้จมูกของตี้หลิงหาน ชายผู้นี้มิใช่ว่าโมโหจนตายไปแล้วจริงๆ กระมัง?
ทว่าทันใดนั้นคนที่เดิมทีไม่ขยับเลยสักนิด พลันมีแสงสีแดงวาบผ่านดวงตาเขา มือแกร่งคว้าจับแขนของฮวาเหยียนโดยตรงทันที ก่อนจะใช้แรงดึงนางลงมา ท้องฟ้าและพื้นดินพลันหมุนกลับหัว ฮวาเหยียนถูกกดไว้ใต้ร่างของตี้หลิงหาน อีกทั้งลำคอนางยังถูกบีบอยู่ในมือของเขา
“เ้า...”
ฮวาเหยียนเพิ่งจะเปิดปาก ตี้หลิงหานก็พลันกระชากผ้าคลุมหน้าสีดำออกจากใบหน้าของฮวาเหยียนด้วยมืออีกข้างหนึ่ง...
ดวงตาของทั้งสองสบประสานกันทันที!
ฮวาเหยียนพลันเบิกตากว้าง จบเห่แล้ว นางถูกเปิดโปง!
เชิงอรรถ
[1] อย่าไล่ตามคนจน 穷寇莫追 (qióng kòu mò zhuī) หมายถึง ไม่ไล่ตามศัตรูจนตรอก เพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายหันมาสู้แบบเอาชีวิตเข้าแลกจนทำให้ตนเป็ฝ่ายสูญเสียแทน
