ระดับความภักดี 73% ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว ห่างจากการเป็พวกเดียวกันอย่างแท้จริงเพียง 2% เท่านั้น
ทักษะของจางอวิ๋นจือทรงพลังมาก และมันก็คุ้มค่าแก่การฝึกฝนทีเดียว
เมื่อได้ยินคำพูดของจางอวิ๋นจือแล้ว พวกหลิวต้าลี่อีกห้าคนก็ตกตะลึง
คนกลุ่มนี้ชักจะน่ากลัวเกินไปแล้ว!
แม้ว่าจะมีสิบสองคนเท่ากัน แต่ความสามารถในการวิวัฒนาการของคนกลุ่มนี้แข็งแกร่งกว่าพวกเขามาก เพราะในบรรดาพวกเขาทั้งสิบสองคน ก็มีเจ็ดคนที่เป็ผู้วิวัฒนาการด้านพละกำลัง ส่วนอีกห้าคนที่เหลือก็เป็ผู้วิวัฒนาการด้านความเร็ว แถมยังมีผู้วิวัฒนาการธาตุด้วย ไม่เพียงเท่านี้ยังผู้วิวัฒนาการที่น่าสะพรึงกลัวที่อ่านใจพวกเขาได้อีก
ถังฮ่าวมองไปที่หลิวต้าลี่ก่อนจะถามด้วยเสียงเ็า
“สี่คนที่เฝ้าอยู่ที่นั่นเป็ผู้วิวัฒนาการทั้งหมดเลยหรือ?”
หลิวต้าลี่พยักหน้า “เป็ผู้วิวัฒนาการด้านพละกำลังและความเร็วอย่างละสองคน! พวกนั้นล้วนเป็ผู้วิวัฒนาการระดับ 1 ทั้งหมด”
ผู้วิวัฒนาการระดับ1 แม้ว่าจะเป็ผู้วิวัฒนาการระดับ 1 ที่เพิ่งเลื่อนขั้นก็ตาม แต่หากมีสี่คนแล้วละก็ อย่างน้อยก็น่าจะให้คะแนนวิวัฒนาการได้ 2 แต้ม เพียงแต่ผู้หญิงและเด็กเ่าั้คงจัดการยากหน่อย เพราะไม่อาจพาพวกเขาทั้งหมดไปได้ในตอนนี้
ถ้าไม่พาไป ก็ทำได้เพียงให้พวกหลิวต้าลี่ดูแลพวกเขาไปก่อน หากแก้ปัญหาเื่อาหารและน้ำดื่มได้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรอีก ตอนนี้มีเนื้อสุนัขกลายพันธุ์มากมายขนาดนี้ จึงไม่ต้องห่วงเื่อาหาร ส่วนน้ำดื่มก็คงต้องให้พวกเขาหาวิธีแก้ปัญหากันเองแล้ว!
ถังฮ่าวตัดสินใจอย่างรวดเร็ว!
เขาพาเชียนมู่เซวี่ย จางอวิ๋นจือ และจางเสี่ยวเหา ขับรถฮัมเมอร์หุ้มเหล็กออกไป โดยขนเอาซากสุนัขกลายพันธุ์หกถึงเจ็ดตัวมาด้วย ส่วนพวกหลิวต้าลี่อีกห้าคนก็นั่งรถออฟโรดอีกคันที่ถังฮ่าวไม่ได้ทำลาย โดยบรรทุกซากสุนัขกลายพันธุ์เต็มท้ายรถมาด้วยเช่นกัน และบัดนี้พวกเขาก็กำลังมุ่งหน้าไปที่บ้านหลังหนึ่งที่จ้าวเมิ่งและคนอื่นๆ เคยอยู่
จ้าวเมิ่งและคนอื่นๆ ฉลาดมาก พวกเขาเลือกบ้านพักตากอากาศหลังใหญ่ที่เศรษฐีคนหนึ่งสร้างไว้ในเขตชานเมือง
สิ่งที่ทำให้ถังฮ่าวตกตะลึงก็คือบ้านพักตากอากาศหลังนี้มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดเล็กด้วย!
แม้ว่าข้างนอกจะมีเพียงแสงสีแดงสลัวที่สาดส่องออกมาจากดวงจันทร์สีเืก็ตาม แต่หลังจากที่จางเสี่ยวเหาเตะประตูบ้านพักตากอากาศออก ก็พบว่าข้างในมีแสงไฟสว่างไสว!
สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือภาพที่น่าใตรงหน้า เพราะบัดนี้บนโซฟาหรูหราในห้องโถงที่กว้างขวางชั้นล่างได้มีชายร่างกำยำสี่คนกำลังระบายความใคร่กับหญิงสาวห้าคนที่เปลือยกายอยู่ และยังมีชายคนหนึ่งกำลังสนุกสนานกับหญิงสาวสองคนในคราวเดียว
ถังฮ่าวยื่นแขนออกไปขวางเชียนมู่เซวี่ยและจางอวิ๋นจือที่กำลังจะก้าวเข้าไปในประตู ก่อนจะให้ทั้งสองหันหลังกลับ!
ส่วนถังฮ่าวก็เคลื่อนไหวเร็วมาก!
ทว่าตอนที่ประตูเปิดออก ก็มีเสียงครางและกลิ่นฉุนลอยโชยออกมา แม้ทั้งสองจะเห็นเพียงแวบเดียว แต่ก็พอจะเห็นภาพเหตุการณ์ภายในได้ ต่อให้เชียนมู่เซวี่ยจะหันหลังกลับทันทีแล้วก็ตาม น้ำเสียงเย็นะเืที่เอ่ยก็แฝงไปด้วยความอาฆาต
“เสี่ยวฮ่าว ฆ่าพวกสัตว์เดรัจฉานนั่นให้หมด!”
“ไม่ต้องห่วง พวกมันหนีไม่พ้นหรอก!” ถังฮ่าวเอ่ยตอบเสียงเย็น!
ระหว่างที่ถังฮ่าวเอ่ย จางเสี่ยวเหาก็พุ่งตัวเข้าไปก่อนแล้ว
“พวกสัตว์เดรัจฉาน! จงตายเสียเถอะ!”
คนทั้งหมดที่อยู่ด้านในไม่เคยคิดเลยว่าจะมีคนบุกมาถึงรังพวกมัน พอได้ยินเสียงประตูถูกกระแทกจนเปิดออกแล้ว ชายร่างกำยำทั้งสี่ก็รีบลุกขึ้นยืน! ก่อนจะหันกลับมาด่าทอ ทว่ายังไม่ทันได้เอ่ยปาก ก็มีลูกไฟสองลูกอัดพุ่งเข้ามาที่หน้าของชายสองคน
ตู้ม! ตู้ม!
ใบหน้าของชายร่างกำยำทั้งสองถูกไฟคลอก ก่อนที่เปลวไฟจะลุกลามจนลุกท่วมไปทั้งตัว!
ถังฮ่าวพุ่งตัวเข้าไป!
ฉึก! ฉึก!
มีเสียงเบาๆ ดังขึ้นสองครั้ง
ลำคอของชายร่างกำยำอีกสองคนก็มีเืพุ่งกระฉูดออกมา เพราะบัดนี้ได้ถูกถังฮ่าวปาดคอไป!
ถังฮ่าวไม่ได้เลือกที่จะตัดหัวคนทั้งสองในครั้งเดียว เพราะแบบนั้นมันง่ายเกินไป สำหรับมนุษย์ประเภทนี้ สมควรปล่อยให้พวกมันตายช้าๆ อย่างทุกข์ทรมานและสิ้นหวังถึงจะสาสม และระงับความโกรธแค้นของถังฮ่าว เชียนมู่เซวี่ย และหญิงสาวที่ถูกข่มเหงในห้องนี้ได้
“อ๊าก! อ๊าก!” ชายร่างกำยำสองคนที่ถูกไฟคลอก เกลือกกลิ้งไปมาบนพื้น พร้อมกับร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนา!
ส่วนชายร่างกำยำอีกสองคนที่ถูกปาดคอก็คุกเข่าลงกับพื้น มือทั้งสองข้างก็กุมลำคอไว้แน่น แต่ไม่ว่าพวกมันจะพยายามปิดาแอย่างไร เืก็ยังคงไหลออกมาไม่หยุด ปากของชายร่างกำยำทั้งสองส่งเสียงครวญครางออกมา พร้อมกับดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวัง
“กรี๊ด!” เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ ทำให้หญิงสาวห้าคนที่เปลือยกายอยู่ส่งเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว พวกเธอลุกขึ้นจากโซฟาและวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว มือเล็กๆ ได้เลื่อนไปปิดส่วนล่างเอาไว้ จึงไม่สามารถปิดส่วนบนได้
มีหญิงสาวสองคนวิ่งไปหลบหลังโซฟา ใบหน้าของพวกเธอเต็มไปด้วยคราบน้ำตา ส่วนอีกสามคนได้นั่งลงบนพื้น โดยใช้มือทั้งสองข้างกอดเข่าเอาไว้ หญิงสาวทั้งห้าจ้องมองไปที่ถังฮ่าวและจางเสี่ยวเหาก่อน จากนั้นก็เบนสายตาไปที่ชายร่างกำยำสองคนที่กำลังร้องโหยหวนอยู่ในกองไฟกับชายร่างกำยำอีกสองคนที่กำลังจะตาย พอเห็นภาพที่เกิดขึ้นแล้ว แววตาของพวกเธอจากที่เคยหวาดกลัวก็แปรเปลี่ยนเป็เกลียดชังและสะใจ!
ในที่สุดปีศาจร้ายทั้งสี่ก็ได้รับผลกรรมที่ก่อเอาไว้แล้ว
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา พวกเธอได้แต่ภาวนาในใจ ขอให้์ส่งคนมากำจัดปีศาจร้ายทั้งสี่ตนนี้ ไม่สิ! ต้องกำจัดจ้าวเมิ่งและพวกทั้งหมดให้ตกนรกหมกไหม้ ในที่สุด์ก็มีตาและส่งคนมาจัดการกับพวกมัน
ครู่ต่อมาถังฮ่าวและคนอื่นๆ ก็จากไป!
หลังจากที่จางอวิ๋นจือตรวจสอบความทรงจำของผู้รอดชีวิตแล้ว ก็พบว่าสิ่งที่หลิวต้าลี่และคนอื่นๆ พูดนั้นเป็ความจริง
ถังฮ่าวไม่ได้พาผู้รอดชีวิตสักคนไปจากที่นี่! ทว่าเขาก็ได้มอบความหวังให้กับหลิวต้าลี่และคนอื่นๆ!
อีกครึ่งเดือนถังฮ่าวจะกลับมา หากพวกเขายังมีชีวิตถึงตอนนั้นละก็ ถังฮ่าวก็จะพาพวกเขาจากไป
หลังจากที่โยนซากศพสุนัขกลายพันธุ์ทั้งหกตัวลงจากรถแล้ว ถังฮ่าวและคนอื่นๆ ก็ขับรถออกไป
“ตื๊ด! ตื๊ด!” ขณะที่รถฮัมเมอร์เสริมเหล็กแล่นไปบนถนนชิงหลัวอีกครั้ง เครื่องมือสื่อสารรุ่นใหม่ที่ถังฮ่าวสวมอยู่ก็สั่นไหว และเวลานี้ก็มีข้อความจากหวังเส้าผิงส่งมาถึง!
ข้อความแรกเป็เื่ราวบางอย่างที่เกิดขึ้นในฐานที่มั่น ส่วนข้อความหลังเป็การถามตำแหน่งของถังฮ่าวและคนอื่นๆ ว่าได้เดินทางผ่านเมืองหลัวแล้วหรือยัง
“กำลังอยู่ที่เมืองหลัว!” ถังฮ่าวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพิมพ์ข้อความตอบกลับ!
ไม่นานหวังเส้าผิงก็ส่งข้อความมาใหม่!
เมื่อเห็นข้อความนั้น ดวงตาของถังฮ่าวก็เ็าลง
“หัวหน้า เกิดอะไรขึ้น?” จางเสี่ยวเหาเริ่มเรียกถังฮ่าวว่าหัวหน้าแล้ว
“หลัวจื้อจวินกับพวกมันอยู่ที่เมืองหลัว!” ถังฮ่าวกล่าวอย่างเนิบช้า
“อะไรนะ! ไอ้สารเลวนั่นอยู่ที่เมืองหลัวเหรอ!” จางเสี่ยวเหาใจนเผลอเหยียบเบรกจนทำเอารถหยุดกะทันหัน
สามนาทีต่อมาถังฮ่าว เชียนมู่เซวี่ย จางเสี่ยวเหา และจางอวิ๋นจือต่างก็อ่านข้อความที่ส่งมาจบ
ฐานที่มั่นสกุลหลัว!
นับั้แ่เมื่อวานตอนบ่ายที่ได้เปิดให้ลงทะเบียนบัญชี จนถึงตอนนี้ก็มีข้อความถูกเผยแพร่ออกมาแล้ว 25 ข้อความ!
จากข้อความทั้ง 25 ข้อความนี้ ทำให้ถังฮ่าวและคนอื่นๆ มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับฐานที่มั่นสกุลหลัวที่หลัวจื้อจวินเป็ผู้ก่อตั้ง!
ฐานที่มั่นสกุลหลัวตั้งอยู่ในโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ขนาดใหญ่ที่อยู่ห่างจากทางตะวันตกของเมืองหลัวไปแปดกิโลเมตร ปัจจุบันมีผู้รอดชีวิตมารวมตัวกันเกือบ 1,200 คน โดยมีผู้วิวัฒนาการ 16 คน ในจำนวนนี้ก็มีผู้วิวัฒนาการระดับ 3 มากถึงเจ็ดคน โดยมีหลัวจื้อจวิน ไช่จิ้ง ชวีเจียง และจูเฉินเป็ผู้วิวัฒนาการระดับ 3 และเป็สี่ในเจ็ดผู้นำของที่นั่น
