แสงจันทร์สลัวส่องลอดรูรั่วของเล้าเป็ดลงมา กระทบกับซองฟอยล์สีเงินวาววับในมือฉัน [บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รสต้มยำกุ้ง]
ฉันมองมันด้วยสายตาเทิดทูนราวกับเป็วัตถุโบราณล้ำค่า ในยุคที่ผู้คนกินข้าวกับเกลือ หรือน้ำพริกถ้วยเก่าๆ... เ้าสิ่งนี้คือะเินิวเคลียร์ทางรสชาติชัดๆ!
[ชำระค่าสินค้า : -5 HP] [HP คงเหลือ : 71 / 100]
เืในกายวูบลงอีกครั้ง แต่คราวนี้ฉันเตรียมใจไว้แล้ว ฉันจัดการ "ทุบ" ห่อบะหมี่ด้วยสันมือเบาๆ เพื่อไม่ให้เสียงดังเกินไป กึก... กึก... เส้นหมี่กรอบๆ แตกออกเป็ชิ้นพอดีคำ เสียงกรุบกรับที่คุ้นเคยทำเอาน้ำลายสอ
ขั้นตอนต่อไป... พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ ฉีกซองเครื่องปรุง "พริกเผา" และ "ผงต้มยำ" เทลงไปในซอง แล้วก็... เชค! เชค! เชค!
ฉันจับปากถุงให้แน่นแล้วเขย่ารัวๆ ให้ผงนัวเคลือบเส้นทุกอณู กลิ่นมะนาวปลอมๆ ผสมกลิ่นพริกแห้งและผงชูรสเข้มข้น ลอยฟุ้งออกมาจากปากถุงทันทีที่เปิดออก กลิ่นนี้มัน... อโรมาเธอราพีแห่งความหิวโซชัดๆ!
ฉันหยิบเส้นหมี่ก้อนเล็กๆ ที่คลุกผงจนเป็สีส้มแดงเข้าปาก กรุบ!
"อื้มมมม!" ความกรอบร้าวรานใจ ตามมาด้วยรสเปรี้ยว เค็ม เผ็ด จี๊ดจ๊าดสะใจ! ต่อมรับรสที่แห้งเหี่ยวมาหลายวันเหมือนโดนปลุกด้วยไฟฟ้าแรงสูง นี่แหละรสชาติของโซเดียม! รสชาติของผงชูรสที่ร่างกายโหยหา!
[ได้รับสารอาหาร : ฟื้นฟู +20 HP] [ได้รับสถานะ 'ตื่นตัว' : แก้ง่วงทันทีด้วยรสเผ็ด]
ฉันเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างมีความสุข จนลืมไปเลยว่ามี "คนเจ็บ" นอนอยู่ข้างๆ
"แค่ก... แค่ก..."
เสียงไอแห้งๆ ดังขึ้น ร้อยโทกล้าหาญขยับตัวตื่นเพราะกลิ่นฉุนกึกที่ไปกระตุ้นจมูก (ที่เพิ่งหายคัดจมูก) ของเขา เขาปรือตามองฉัน... หรือพูดให้ถูกคือ มองถุงฟอยล์ในมือฉันด้วยความสงสัย
"กลิ่นอะไร..." เสียงเขาแหบพร่า "หอม... แต่ก็ฉุน... เหมือนพริกคั่ว?"
ฉันกลืนมาม่าลงคอ แล้วยื่นซองไปตรงหน้าเขา "ตื่นมาก็ดีแล้วลูกหนี้... เอ้านี่ 'หมี่กรอบทรงเครื่อง' สูตรชาววัง(วน)"
กล้าหาญขมวดคิ้ว มองดูเศษเส้นหมี่สีส้มๆ ในถุง "กิน... ดิบๆ แบบนี้เลยเหรอ?" "กินเข้าไปเถอะน่า ของดีเมืองสยาม(ในอนาคต) รับรองตาตื่น!"
ด้วยความหิวหรือความเชื่อใจก็ไม่ทราบ เขาใช้นิ้วคีบเส้นหมี่ชิ้นหนึ่งขึ้นมา แล้วส่งเข้าปาก กรุบ...
วินาทีแรก... ใบหน้าเขานิ่งเฉย วินาทีต่อมา... ดวงตาคมเบิกกว้าง คิ้วกระตุกยิกๆ และวินาทีสุดท้าย... หน้าเขาแดงเถือก ลามไปถึงหู!
"อุ่ก! แค่กๆๆ! น้ำ! ขอน้ำ!" เขาสำลักความเผ็ดร้อนของผงต้มยำที่ะเิในปาก คนยุคนี้กินเผ็ดก็จริง แต่ไม่ได้กิน "เผ็ดเค็มเปรี้ยว" แบบสารสังเคราะห์เข้มข้นขนาดนี้!
ฉันหัวเราะร่า รีบหยิบกระบอกน้ำไม้ไผ่ (ที่มีน้ำเหลือติดก้นนิดหน่อย) ส่งให้เขา "ฮ่าๆๆ! อ่อนหัดจริงๆ คุณร้อยโท นี่เขากินกันทั่วบ้านทั่วเมือง!"
กล้าหาญดื่มน้ำอึกๆ จนหมด ก่อนจะหอบหายใจแฮ่กๆ ลิ้นห้อย "รสชาติมัน... รุนแรงมาก..." เขาพึมพำ น้ำตาซึม "เหมือนมีคนจุดไฟในปาก... แต่มัน..." เขาเงียบไป แล้วค่อยๆ เอื้อมมือมาหยิบกินอีกชิ้น กรุบ...
"แต่มัน... หยุดไม่ได้" นั่นไง! โดนตกเข้าแล้ว! อานุภาพของผงชูรสไม่เคยปรานีใคร ไม่ว่าจะเป็แม่ทัพหรือนายกอง!
เราสองคนนั่งพิงไหล่กันในเล้าเป็ด ผลัดกันล้วงมาม่าดิบกินคนละคำสองคำ ความเงียบในยามค่ำคืนถูกทำลายด้วยเสียงเคี้ยว กรุบกรับ และเสียงสูดปาก ซี๊ดซ๊าด จากบรรยากาศตึงเครียดหนีตาย กลายเป็บรรยากาศปาร์ตี้ขนมขบเคี้ยวของเด็กหอพักไปซะงั้น
"คุณแดง..." กล้าหาญพูดขึ้นหลังจากกินไปได้ครึ่งซอง แผ่นเจลลดไข้ลายหมีน้อยบนหน้าผากเริ่มเผยอ "หือ?" "ขอบคุณนะ..." เขาหันมาสบตาฉัน แววตาที่เคยแข็งกร้าวดูอ่อนโยนลงมากท่ามกลางแสงจันทร์ "ทั้งยา ทั้งข้าว ทั้ง... หมี่กรอบนี่" "ผมรู้ว่าของพวกนี้มันหายาก และคุณคงต้องแลกมาด้วยอะไรบางอย่างที่ลำบาก"
ฉันชะงักมือที่กำลังจะหยิบเส้น ก็แลกด้วยเืน่ะสิยะ... แต่พอเห็นสายตาซื่อๆ จริงใจของเขาแล้ว คำพูดกวนประสาทที่เตรียมไว้ก็จุกอยู่ที่คอ
"ก็... ก็แค่การลงทุน!" ฉันแก้เก้อ หันหน้าหนี "ถ้านายตาย ฉันก็ขาดทุนย่อยยับสิ" "ครับ..."เขายิ้มบางๆ ที่มุมปาก "ผมจะไม่ตาย... และจะใช้หนี้ให้ครบทุกบาททุกสตางค์"
"ดี! จำคำพูดไว้ให้ดี!" ฉันแย่งถุงมาม่าคืนมา "อันสุดท้ายฉันจอง!" แล้วเทเศษผงก้นถุงกรอกใส่ปากรวดเดียวจบ แซ่บเวอร์!
...
รุ่งเช้า
แสงแดดอ่อนๆ ปลุกฉันให้ตื่นขึ้น ฉันบิดี้เีจนกระดูกลั่น กร็อบแกร็บ หันไปมองคนข้างๆ... ว่างเปล่า?
ร้อยโทกล้าหาญหายตัวไปแล้ว! ทิ้งไว้เพียงรอยยุบของฟาง และ... กระดาษแผ่นเล็กๆ ที่ฉีกจากสมุดบัญชีของฉัน วางทับด้วยก้อนหิน
ฉันรีบหยิบขึ้นมาอ่าน ใจหายวาบ หนีหนี้เรอะ!?
ข้อความในกระดาษเขียนด้วยลายมือหวัดๆ แต่หนักแน่น
"ผมต้องไปทำภารกิจต่อ ขอบคุณสำหรับชีวิตใหม่ หนี้สินทั้งหมด ผมจดจำไว้ในเกียรติของชายชาติทหาร และ... แหวนวงนี้ มัดจำไว้ก่อน"
ฉันมองไปที่พื้น ข้างๆ ก้อนหินมี "แหวนทองเกลี้ยง" วงเล็กๆ วางอยู่ มันดูเก่าและบุบเบี้ยวเล็กน้อย เหมือนผ่านการใช้งานมานาน แต่เนื้อทองสุกปลั่ง
ฉันหยิบแหวนขึ้นมา หน้าต่างระบบเด้งขึ้นมาวิเคราะห์ทันที
[ได้รับไอเทม : แหวนทองคำแท้ (น้ำหนัก 1 สลึง)] [มูลค่าประเมิน : 4,000 บาท (ในยุคปัจจุบัน)] [มูลค่าทางจิตใจ : ประเมินค่าไม่ได้ (ของดูต่างหน้าแม่)]
"เฮ้ย..." ฉันตาโต หนี้ 1,200 กว่าบาท... จ่ายมัดจำด้วยแหวนทอง 4,000 บาท!? แถมยังเป็ของดูต่างหน้าแม่?
"ไอ้บ้าเอ๊ย..." ฉันกำแหวนแน่น รู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตา "จ่ายเกินราคาแบบนี้... กะจะให้ฉันจำนายไปจนวันตายเลยหรือไง?"
ฉันสวมแหวนวงนั้นที่นิ้วก้อย (เพราะนิ้วนางใส่ไม่ได้ มันหลวม) "ก็ได้... ร้อยโทกล้าหาญ ฉันจะเก็บรักษาไว้อย่างดี" "แต่ถ้านายไม่กลับมาไถ่คืน... ฉันจะยึดเป็ดอกเบี้ยจริงๆ ด้วย!"
ฉันลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นออกจากผ้าถุง แววตาเปลี่ยนจากสาวน้อยวัยใส กลับมาเป็ "แม่ค้าหน้าเื" ผู้มุ่งมั่นอีกครั้ง Phase 1 : การเอาตัวรอด... จบลงแล้ว วันนี้... คือวันเริ่มต้นของ Phase 2 : ปฏิบัติการตั้งตัว!
"ยางวงขายดีแน่... แต่วันนี้ต้องมีสินค้าใหม่!" ฉันมองไปที่หน้าต่างระบบ ร้านค้าเลเวล 1 ที่เพิ่งปลดล็อก เป้าหมายต่อไป... สบู่!
คนในค่ายทหารและชาวบ้านที่ไม่ได้อาบน้ำมาเป็อาทิตย์... เงินในกระเป๋าพวกเขากำลังสั่นระริกโดยไม่รู้ตัว!
