ภายในตำหนักฉางชุนเงียบสนิทไร้วี่แววขององค์ชายรองและหนิงเอ๋อ เมื่อเหล่าเซียนน้อยเห็นองค์หญิงฟางเหนียง ก็รีบย่อตัวเคารพในทันทีด้วยกิริยาอ่อนน้อม
“องค์ชายรองกับหนิงเอ๋อล่ะ อยู่ที่ใด”
“อยู่ที่โรงครัวเพคะ” เซียนรับใช้ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พร้อมสองเท้าของอิงอิง และฟางเหนียงละจากโถงใหญ่ แล้วเร่งตรงไปยังโรงครัวด้วยความรีบร้อน
เสียงหัวเราะของใครบางคนดังลอดออกมาจากโรงครัว ทำให้ฟางเหนียงและอิงอิงชะงักนิ่ง พลันมองหน้ากันด้วยความแปลกใจ
“นั่นเสียงหัวเราะของหนิงเอ๋อเพคะ เหตุใดเวลาคับขันเช่นนี้นางจึงมีอารมณ์หัวเราะออกมาได้” ฟางเหนียงกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เพราะนางเองจำเสียงหัวเราะขององค์ชายรองได้อย่างแม่นยำ
“เข้าไปข้างในกันเถอะ” ฟางเหนียงปรับสีหน้า แล้วตัดสินใจย่างเท้าเข้าไปยังโรงครัว ก่อนจะพบกับองค์ชายรองและหนิงเอ๋อกำลังหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข ข้าง ๆ มีดอกบัวสีรุ้งวางอยู่มากมาย ทำให้หญิงสาวเกิดความสับสนขึ้นในใจ
“องค์หญิงฟางเหนียง” เมื่อหนิงเอ๋อเห็นวรกายของฟางเหนียง นางรีบวางถ้วยขนมในมือลง แล้วย่อตัวลงเคารพด้วยกิริยาอ่อนน้อมเช่นเดิม
“ทำไมบัวสีรุ้ง จึงมากองอยู่ตรงนี้เพคะ” ฟางเหนียงเลื่อนสายตามองตรงมายังองค์ชายรองด้วยความแปลกใจ ก่อนชายหนุ่มจะวางถ้วยขนมลงแล้วเปลี่ยนสีหน้าเคร่งขรึมในทันที
“บัวสีรุ้งพวกนี้ หนิงเอ๋อเป็ผู้เก็บมา”
“บัวสีรุ้งเป็ของรักของพระองค์ แต่เหตุใดพระองค์จึงทำเหมือนไม่รู้สึกอะไรเพคะ” ลู่ฟางชะงักนิ่ง พลันเลื่อนสายตามองหนิงเอ๋อครู่หนึ่ง แล้วปั้นหน้ากลับมายังฟางเหนียง
“ข้ามีเหตุผลของข้า”
“เหตุผลอันใดเพคะ ที่ทำให้พระองค์ดูมีความสุขเพียงนี้” น้ำเสียงผิดหวังของฟางเหนียงแสดงเด่นชัดออกมา ก่อนชายหนุ่มจะขมวดคิ้ว
“เ้ามาถึงตำหนักของข้า เ้ามาด้วยเื่อันใด”
“ข้ามาเพราะคิดว่าหนิงเอ๋อก่อเื่ใหญ่ กลัวว่าท่านจะทำโทษนางขั้นรุนแรง แต่เท่าที่เห็น ท่านไม่ได้โกรธหรือคิดจะลงโทษนางเลย ขณะที่ดอกบัวสีรุ้งถูกนางเด็ดมารวมไว้มากมายเช่นนี้ ท่านก็ยังยิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น” หนิงเอ๋อก้มหน้าลงพลางเม้มปากแน่น ก่อนชายหนุ่มจะดึงร่างเล็กเข้ามาโอบไว้
“เหตุใดข้าต้องโกรธนางด้วย ในเมื่ออีกไม่นานนางก็จะขึ้นเป็ชายาของข้าแล้ว”
“รู้ฤาไม่เพคะ ว่าครั้งนี้พระองค์เปลี่ยนไปมากจริง ๆ ท่านลืมสิ้นแล้วฤา ว่าดอกบัวสีรุ้งเปรียบเสมือนตัวแทนขององค์หญิงใหญ่ แค่ผีเสื้อ์บินมาตอม ท่านยังใช้พลังเวทขัดขวาง แต่หนิงเอ๋อเก็บบัวสีรุ้งมาจนเกือบหมดสระ ท่านยังยิ้มได้โดยไม่สะท้านต่อสิ่งที่นางทำ”
“ฟางเหนียง..เ้าควรดีใจ ที่เห็นว่าข้าไม่คิดเอาโทษหนิงเอ๋อ ในเมื่อเ้ามาเพื่อช่วยนางมิใช่ฤา” ฟางเหนียงชะงักนิ่ง พลันมององค์ชายรองด้วยสายตาผิดหวัง นางสะบัดตัวแล้วเดินกลับออกมาทันทีด้วยความโกรธ
“องค์หญิงเพคะ” อิงอิง รีบวิ่งตามออกไปในทันที ปล่อยให้ทั้งสองหันมองหน้ากันอย่างมีความหมาย องค์ชายรองยื่นมาหยิบขนมที่ทำจากบัวสีรุ้ง แล้วตักกินอย่างมีความสุข
เพียงแค่ได้ทอดเนตรเห็นหน้าตาของขนมที่หนิงเอ๋อทำ เขาก็จำได้ทันที ว่าเป็ขนมที่พี่สาวของเขาคิดค้นขึ้นมา เพราะได้กินอยู่บ่อยครั้งในยามเป็เด็ก ยิ่งได้ชิมรสชาติยิ่งมั่นใจ ว่าอาจารย์หญิงที่หนิงเอ๋อกล่าวถึงอยู่บ่อยครั้ง คงเป็ เจี้ยนเฉิงหนิง พี่สาวคนโต ที่ตัดสินใจออกไปบำเพ็ญเพียร ไม่กลับสู่แดน์อีก
“ข้าบอกท่านแล้ว ว่าที่สำนักฝึกเซียนของข้า มีบัวสีรุ้งมากมายกว่าตำหนักฉางชุน แต่ท่านก็ไม่เชื่อ ซ้ำหาว่าข้าโกหก เมื่อท่านคิดเช่นนั้น ข้าไม่อาจทำให้อาจารย์เสื่อมเสียได้ ที่อบรมสั่งสอนให้ข้าเป็คนพูดปลด” หนิงเอ๋อตักขนมแล้วกล่าวกับองค์ชายรอง
“เ้าก็เลยพิสูจน์ด้วยการทำขนมชนิดนี้ขึ้นมางั้นฤา”
“ท่านจะได้เชื่อว่าข้าพูดจริง เพราะหากข้าทำขนมพวกนี้ขึ้นมาได้ในเวลารวดเร็ว นั่นแปลว่าข้าต้องเคยทำขนมพวกนี้อย่างชำนาญมาก่อน ทุกอย่างที่ข้าพูดหาใช่เื่โกหก” องค์ชายรองได้ยินดังนั้นจึงปล่อยยิ้มอบอุ่นออกมา
“ข้าเชื่อเ้าแล้ว ว่าเ้ารักอาจารย์หญิงของเ้ามากเพียงใด เอาล่ะ ไหนเ้าลองทำให้บัวสีรุ้งกลับมามีชีวิตอีกครั้งสิ” องค์ชายรองไม่เคยรู้วิธีนี้มาก่อน อาจเพราะเจี้ยนเฉิงหนิงรู้วิธีนี้ในตอนออกจากแดน์ไปแล้ว
“ไม่เกินวันแต่งตั้งชายา ข้ารับรองว่าข้าจะทำให้บัวสีรุ้งกลับมามีชีวิตอีกครั้งเพคะ” องค์ชายรองพยักหน้าขึ้นลง พร้อมสายตาเลื่อนมองขนมสีรุ้งในมือ เจี้ยนลู่ฟางแสดงสีหน้ามีความสุข เมื่อรู้ว่าขนมบัวสีรุ้งได้ถูกสืบทอด จนทำให้เขามีโอกาสได้ลิ้มรสอีกครั้ง ก่อนจะนึกบางอย่างได้แล้วเอ่ยถามหญิงสาวออกมา
“อาจารย์หญิงของเ้ายังกลัวแมงมุมอยู่ฤาไม่” คำถามของชายหนุ่มสูงศักดิ์ในอาภรณ์สีขาวสะอาด ทำให้หนิงเอ๋อแย้มยิ้มแล้วย่อตัวลงนั่ง
“อาจารย์หญิงของข้ากลัวแมงมุมมากที่สุด นางกลัวแมงมุมยิ่งกว่าสิ่งใดในใต้หล้า ระหว่างแมงมุมกับหมู่มาร อาจารย์ข้าขอเลือกเผชิญกับหมู่มารจะดีกว่า” ใบหน้าของหนิงเอ๋อเป็ประกายเหมือนพูดถึงอาจารย์หญิงของนาง ท่ามกลางสายตาคมขององค์ชายรองจับจ้องไม่วางตา หนิงเอ๋อตักขนมบัวสีรุ้งกินอยู่เรื่อย ๆ พร้อมเล่าเื่ราวต่าง ๆ อย่างมีความสุข จนลืมไปว่ามีใครบางคนจับจ้องอยู่
