ตอนที่ 2
เพราะเซโล่ไม่เคยพูดคุยกับเขานอกเหนือจากเื่งาน ทั้งยังพยายามเว้นระยะห่างจนเขารู้สึกได้ เรียกได้ว่าไม่เปิดโอกาสให้ได้สานสัมพันธ์สักนิด นั่นทำให้โซเอลต้องติดต่อไปหาพ่อของอีกฝ่ายเพื่อยื่นข้อเสนอบางอย่างซึ่งมีมูลค่าไม่น้อยแลกกับมื้อเย็นของเซโล่ แม้ว่าวิธีนี้อาจจะดูเหมือนบีบบังคับร่างบางแต่เขาก็ยังเลือกที่จะทำ มุมปากหนายกยิ้มร้ายเมื่อทุกอย่างกำลังเป็ไปตามที่เขา้า
โซเอลสั่งให้เจโน่ไปส่งของให้กับเซโล่ จากนั้นร่างสูงจึงนั่งทำงานอย่างอารมณ์ดี ก่อนหน้านี้เขาได้พูดคุยกับพี่ชายร่วมสายเืแต่ทว่าอีกฝ่ายกลับตอบอย่างไม่ใส่ใจแม้เขาจะบอกว่าชอบเซโล่
“ที่ยอมหมั้นก็เพราะคำสั่งของคุณปู่ ถ้ามึงชอบก็เอาไปสิ กูไม่ได้คิดอะไรกับเซโล่”
นั่นคือคำพูดไร้อารมณ์ที่ปลายสายเอ่ยออกมา เพียงแค่นั้นก็ชัดเจนแล้วว่าพี่ชายของเขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับคู่หมั้นของตัวเอง
ถึงแม้โซเอลกับดาเนียลเลจะเป็พี่น้องร่วมสายเื แต่เราก็ไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกันมากนัก ไม่เคยคิดแย่งชิงอำนาจ ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง มีช่วยเหลือกันบ้างเป็บางครั้ง เพราะในวงการมาเฟียไม่สามารถไว้ใจใครได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แม้แต่คนในครอบครัวของตัวเอง
“ผมส่งของถึงมือคุณเซโล่เรียบร้อยแล้วครับบอส”
หลังจากที่หายไปเกือบสองชั่วโมง เจโน่ก็เดินเข้ามาในห้องทำงานของโซเอลเพื่อรายงานผล
“อืม”
มุมปากหนาเหยียดยิ้มอย่างพอใจ โซเอลได้แต่หวังว่าอีกฝ่ายจะชอบสิ่งที่ตนนั้นมอบให้ เขาทิ้งงานทั้งหมดกองไว้บนโต๊ะก่อนจะเดินเข้าไปในห้องส่วนตัวซึ่งอยู่ในห้องทำงานเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ารอไปทานมื้อเย็นกับคนที่ตัวเองนั้นหลงรัก
การกระทำของเ้านายทำให้ลูกน้องคนสนิททั้งสองมองหน้ากันด้วยความเป็กังวล
เมื่อดวงอาทิตย์คล้อยต่ำท้องฟ้าสีครามเริ่มเปลี่ยนเป็ส้มแดงสาดแสงสีทองส่องประกาย โซเอลนั่งทำงานรออีกฝ่ายอย่างใจเย็น วินาทีแรกที่ร่างบางเดินเข้ามาที่โต๊ะทำให้เขาตกอยู่ในภวังค์จนแทบหยุดหายใจ ใบหน้าสวยของเซโล่ดูมีเสน่ห์ชวนหลงใหลมากกว่าครั้งแรกที่เราพบกัน นั่นทำให้เขาตกหลุมรักอีกฝ่ายซ้ำๆ
“เซโล่ คุณสวยมากเลยครับ”
หัวใจของเซโล่สั่นระรัวไม่เป็จังหวะเมื่อเจอคำทักทายแรกจากร่างสูง สายตาคมกริบจับจ้องมาอย่างไม่วางตานั้นทำให้เขารู้สึกขัดเขิน ใบหน้าสวยปรากฏริ้วแดงจางๆ แต่เซโล่ยังคงเก็บอาการเ่าั้ไว้ภายใต้สีหน้าอันเรียบเฉย
“ขอโทษที่เสียมารยาทครับ เชิญนั่ง”
โซเอลเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มมีเสน่ห์ก่อนจะเลื่อนเก้าอี้ให้ร่างบางนั่งด้วยตัวเอง แผ่นหลังขาวนวลที่อวดสายตาทำให้เขาต้องหักห้ามใจไม่ให้ััมัน
“ขอบคุณครับ”
เสียงหวานเอ่ยขอบคุณด้วยความสุภาพพร้อมรอยยิ้มบางๆ เป็รอยยิ้มที่ดูจริงใจแตกต่างจากทุกครั้งที่โซเอลเคยได้รับ นั่นทำให้หัวใจของเขาพองโตจนคับอกด้วยความรู้สึกดี
“เราทานอาหารกันก่อนดีกว่า ส่วนเื่อื่นไว้ค่อยคุยกันนะครับ”
โซเอลเอ่ยจบพนักงานก็เริ่มทยอยเสิร์ฟทันทีโดยไม่ปล่อยให้ร่างบางได้ปฏิเสธ
เซโล่พยักหน้ารับเบาๆ จากนั้นจึงเริ่มลงมือทานอาหารตรงหน้า เสียงเพลงที่ดังคลอเบาๆ ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นใจหวานละมุน
“วันนี้คุณสวยมากครับ”
เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นหลังจากที่ทั้งคู่ทานมื้อเย็นกันเสร็จเรียบร้อย สายตาคมกำลังมองร่างบางด้วยความรักที่หวานซึ้งอย่างเปิดเผย
“ขอบคุณครับ คงเป็เพราะชุดที่คุณเลือก”
เสียงหวานตอบกลับพร้อมรอยยิ้มเพียงเล็กน้อย ยอมรับว่าโซเอลเลือกชุดได้เข้ากับเขามากๆ เซโล่พยายามไม่สบสายตาคมของร่างสูงเพราะเขาไม่สามารถต้านทานความรู้สึกที่อีกฝ่ายส่งมาได้เลย
“เซโล่จะรังเกียจไหม ถ้าผมจะขอคุณเต้นรำสักเพลง”
โซเอลไม่ยอมปล่อยให้โอกาสดีๆ ตรงหน้าหลุดลอยไปแม้เพียงเสี้ยววินาทีเพราะเขาอยากใช้ทุกเวลา่เวลาร่วมกับคนตรงหน้า
“ครับ”
เซโล่ตอบรับคำขอนั้นก่อนลุกขึ้นยืน คนอย่างเขามีสิทธิ์ปฏิเสธด้วยอย่างนั้นเหรอเพราะหากแด๊ดรู้เข้าคงเป็เื่ใหญ่
“ขออนุญาตนะครับ”
เสียงนุ่มทุ้มของโซเอลเอ่ยขอก่อนจะโน้มกายลงเล็กน้อยเพื่อให้เกียรติร่างบางตรงหน้า จากนั้นจึงจับมือเรียวให้เดินไปยังฟอร์เต้นรำด้วยกัน
ทุกจังหวะที่ได้แนบชิดมันทำให้หัวใจของเซโล่เต้นโครมคราม กลิ่นหอมเย็นๆที่ลอยออกมาจากร่างสูงทำให้เขารู้สึกดีและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน
“เอ่อ…”
แต่ดูเหมือนว่าเซโล่จะตื่นเต้นมากไปนิด ร่างบางชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเผลอเหยียบเท้าของอีกฝ่ายโดยไม่ตั้งใจ ใบหน้าสวยแดงระเรื่อด้วยความเขิน
“ไม่ต้องเกร็งครับ ทำตัวสบายๆ ถ้าจะเหยียบก็เหยียบลงมาได้เลยนะ ตัวคุณเบามากผมไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด”
โซเอลเอ่ยเสียงนุ่มก่อนยกยิ้มให้เพื่อปลอบใจในขณะที่มือหนาลูบไล้เอวคอดเบาๆ
“ขอโทษครับ พอดีผมเต้นรำไม่เก่ง”
เสียงหวานตอบกลับอย่างแ่เบาก่อนจะพยายามโฟกัสที่การเต้นรำให้ได้มากที่สุด
“ไม่เป็ไรเลยครับ”
“อ๊ะ !!!”
เสียงหวานร้องออกมาด้วยความใก่อนยิ้มเจื่อนเมื่อตัวเองเผลอเหยียบเท้าของร่างสูงอีกครั้ง
เซโล่ไม่รู้ว่าตัวเองเผลอเหยียบเท้าร่างสูงไปกี่ครั้ง ไม่ใช่เขาเต้นรำไม่เก่งแต่ความใกล้ชิดทำให้เขาประหม่าจนก้าวเท้าผิดจังหวะ เมื่อผิดหนึ่งครั้งเขาก็ผิดซ้ำเรื่อยๆ จนกระทั่งจบเพลง และที่น่าอายไปกว่านั้นคือเขาก้าวพลาดสะดุดเท้าตัวเองทำให้ตกอยู่ในอ้อมกอดของโซเอลไปโดยปริยาย
สายตาของเราสบกันเนิ่นนาน เซโล่ได้ยินเสียงจังหวะหัวใจตัวเองชัดมากเมื่อโซเอลโน้มใบหน้าหล่อลงมาใกล้จนแทบแนบชิด ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัดเพราะไม่รู้จะจัดการกับสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไรดี
“หึหึ คุณเต้นรำไม่เก่งจริงๆ ด้วย”
โซเอลขำเสียงต่ำในลำคอในขณะที่สายตาจับจ้องไปยังกลีบปากแดงระเรื่อน่าจูบ
“…”
ั์ตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อโดยอีกฝ่ายหยอกล้อ ใบหน้าสวยแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย แต่ทว่ารอยยิ้มกริ่มที่ปรากฏบนใบหน้าหล่อชั่งมีเสน่ห์ชวนมองเหลือเกิน
“ผมแค่แกล้งเล่นครับ” มือหนาลูบแก้มใสอย่างแ่เบาพร้อมน้ำเสียงนุ่ม ก่อนจะยอมปล่อยให้อีกฝ่ายยืนดีๆแม้จะรู้สึกเสียดาย
“ผม…เต้นไม่เก่งจริงๆ”
เซโล่บอกเสียงอ่อย คนที่ถูกฝึกเื่การเข้างานสังคมั้แ่อายุสี่ขวบกลับพลาดในเื่นี้ชั่งน่าอับอายเสียจริง
“ไม่ต้องคิดมากครับ ผมเต็มใจ”
โซเอลบอกพร้อมมองร่างบางตรงหน้าด้วยความเอ็นดู เขายื่นมือไปจับมือเรียวอีกครั้งแต่ทว่าเซโล่กลับชะงักแล้วขยับหนี
“ผมขอโทษครับ”
เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างนุ่มนวล โซเอลไม่อยากให้ร่างบางรู้สึกไม่ดี
“ไม่เป็ไรครับผมแค่ใ คุณโซเอลจะว่าอะไรไหมถ้าผมอยากรู้ว่าทำไมคุณถึงนัดผมออกมาทานข้าวละครับ เพราะอีก 3 วันก็เจอกันแล้ว”
คิ้วเรียวเลิกขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามในสิ่งที่สงสัยเพราะนี่ไม่ต่างจากดินเนอร์ไพรเวท ชั้นดาดฟ้าของโรงแรมมีแค่เราและลูกน้องทั้งสองตระกูลที่ยืนประจำจุดต่าง ๆ เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับบอสของตัวเอง
“เพราะผมอยากเจอคุณ โดยที่เราไม่ต้องพูดถึงเื่งาน”
“ครับ ?”
เซโล่เอียงใบหน้าเล็กน้อยราวกับว่าไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่าย้าบอก
“เซโล่ คุณก็รู้ว่าผมรู้สึกยังไงกับคุณ”
………………………………………………….
