“ฮ่าฮ่า คราวนี้เ้ารีบแล้ว” หลิวซื่อหัวเราะจนไหล่สั่น “สมน้ำหน้า เ้าควรทําตั้งนานแล้ว”
“ชิงชิงล่ะ ข้าต้องรีบหารือกับนาง ยายเฒ่า บ้านเราต้องมอบซาลาเปา ตอนนี้ชิงชิงต้องหมักแป้ง ไม่เช่นนั้นพรุ่งนี้เช้าจะไม่ทันแล้ว ข้าพูดเื่จริงจังกับเ้า เ้าอย่ามาหยอกเย้าข้า” ผู้เฒ่าหวังกระวนกระวายใจ แต่ก็หมดปัญญากับภรรยาตนเอง
“ท่านพ่อ เื่ของเซ่นไหว้ ท่านแม่กับชิงชิงเตรียมเรียบร้อยนานแล้วเ้าค่ะ” หวังเยวี่ยทนเห็นผู้เฒ่าหวังกระวนกระวายใจไม่ได้ จึงบอกความจริงออกมา “ท่านแม่ถามคนในตระกูลนานแล้ว รู้ว่าแต่ละบ้านมอบของเซ่นไหว้มากกว่าปีก่อนๆ จึงหารือกับชิงชิงแล้วกําหนดของเซ่นไหว้ของบ้านพวกเราใหม่เ้าค่ะ”
ผู้เฒ่าหวังนั่งบนเก้าอี้ บ่นโอดครวญว่า “เหตุใดไม่บอกกับข้าสักคำเล่า?”
“บอกอันใดไปเ้าก็ล้วนคัดค้าน เ้าเห็นเงินสำคัญเกินไป!” หลิวซื่อส่ายหน้าไปมา “เ้าน่ะไม่ลองคิดสักหน่อย ไหว้บรรพบุรุษเป็เื่ใหญ่ขนาดนี้ ข้าจะละเลยได้หรือ?”
“ใช่ เ้ากล่าวได้ถูก แล้วของเซ่นไหว้ที่พวกเ้าเตรียมคือสิ่งใด? ข้าต้องกลับไปบอกพวกเขา”
หลิวซื่อเอ่ยอย่างภูมิใจ “ฟังให้ดีล่ะ ซาลาเปาพุทราแดงหกร้อยลูกที่บ้านเราทำ จินอวี๋หม่านถังห้าสิบฟอง ยังมีขนมสิบจินจากเซียงเยวี่ยไจ สุดท้ายคือแกะทั้งตัว ทั้งหมดเป็ของเซ่นไหว้สี่อย่าง รวมเป็เลขคู่”
“อันใดนะ มากมายขนาดนี้!” ครั้นผู้เฒ่าหวังได้ยินว่าแกะทั้งตัว เขาใจนเกือบจะไถลลงจากเก้าอี้
“แน่นอน เป็ด ไก่ ปลา ห่าน ล้วนมีคนในตระกูลมอบแล้ว บ้านเรามีความเป็อยู่ดีขนาดนี้ ก็ต้องมอบสิ่งอื่น แกะทั้งตัวถูกฆ่าเสร็จแล้ว วันก่อนยามที่เ้าไปซื้อน้ำมันในตำบล หลงจู๊หม่าของเซียงเยวี่ยไจส่งมา” หลิวซื่อโบกมือไปทางผู้เฒ่าหวัง เอ่ยเร่งรัด “เ้าไปบอกพวกเขาเถิด คราวนี้เ้ามีหน้ามีตา ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกผู้คนหัวเราะเยาะแล้ว”
ผู้เฒ่าหวังประเมินราคาของแกะทั้งตัวในใจ นี่แพงกว่าหมูครึ่งตัวเสียอีก เฮ้อ ขนมจากเซียงเยวี่ยไจเขายังตัดใจกินมากไม่ได้ นี่จะมอบออกไปในคราวเดียวถึงสิบจินเลยหรือ?
ทันทีที่เขาเดินไปถึงหน้าบ้านของหวังชีด้วยอารมณ์ยุ่งเหยิง ก็ได้ยินเสียงทุบตีด่าทอของบุรุษและสตรีดังมาจากข้างใน
เป็หวังชีและเฟิ่งซื่อทะเลาะกัน
กล่าวให้ตรงคือเฟิ่งซื่อเอาไม้กวาดวิ่งไล่ตีหวังชีทั่วลานบ้าน เฟิ่งซื่อตีไปด่าหวังชีว่าเป็บุรุษสุรุ่ยสุร่ายไปพลาง
หวังชีเริ่มมีอายุแล้ว หากเป็เมื่อก่อนเขาคงตอบโต้เฟิ่งซื่อไปนานแล้ว ตอนนี้เห็นแก่ลูกหลานเต็มบ้านจึงยอมให้เฟิ่งซื่อ ได้แต่ยอมให้เฟิ่งซื่อทุบตี ทว่าปากของเขาไม่ยอมคน ด่าทอเสียงดังว่า “ขึ้นปีใหม่ เ้าจะตีข้าจนตาย อยากเป็แม่ม่ายอย่างนั้นหรือ? รอเย็นนี้ข้าจะจัดการเ้า!”
“ผู้ใดจะจัดการผู้ใด?” เฟิ่งซื่อโยนไม้กวาดไปทางด้านหลังของหวังชี ะโว่า “ข้าจะจัดการเดี๋ยวนี้ ข้าทนเ้ามานานแล้ว!”
หวังชีะโเสียงดังด้วยความโมโห “สตรีโง่ หากเ้ายังอวดดีอีก ข้าจะหย่ากับเ้า!”
กลุ่มคนมากมายยืนดูความครึกครื้นอยู่ที่ลานบ้านหวังชี ลืมไปแล้วว่าผู้เฒ่าหวังยังไม่ได้บอกว่าจะมอบของเซ่นไหว้อันใด
ครั้นเฟิ่งซื่อวิ่งจนเหนื่อยแล้ว ได้ยินว่าหวังชีจะหย่ากับตนเอง ก็โกรธจนนั่งลงร้องไห้คร่ำครวญอยู่บนพื้น นางเริ่มด่าทอั้แ่บรรพบุรุษแปดชั่วโคตรของหวังชี
คนในลานบ้านล้วนแซ่หวัง ผู้าุโหลายคนได้ยินต่างพากันกระอักกระอ่วน ทั้งไม่กล้าตําหนิเฟิ่งซื่อที่กําลังโกรธ เกลี้ยกล่อมให้คนในตระกูลไปปลอบ จากนั้นก็พากันเดินจากไป
ผู้เฒ่าหวังที่ตั้งใจจะอวดตนไม่มีโอกาสได้เอ่ยสิ่งใด ก็ถูกผู้าุโหลายคนโบกมือไล่ออกมา พึมพําว่า “บ้านข้ายังไม่ได้บอกเื่ของเซ่นไหว้เลยนะขอรับ”
“เฟิ่งซื่อผู้นี้โเี้เกินไป เมื่อครู่กระโจนเข้าไปเกือบข่วนหน้าหวังชีด้วยสองมือแล้ว”
“ไหว้บรรพบุรุษมีของเซ่นไหว้มากมายย่อมเป็เื่ดี อาเจ็ดเป็ผู้นำตระกูลทั้งยังเป็หลี่เจิ้ง จำนวนคนในบ้านของอาเจ็ดก็มากที่สุด พรุ่งนี้ยามแบ่งของเซ่นไหว้ บ้านอาเจ็ดเอาไปมากสุด ไม่ใช่ว่าพวกข้าจะไม่มีของเซ่นไหว้ เฟิ่งซื่อโวยวายเช่นนี้ ทําเหมือนพวกข้าเอาเปรียบครอบครัวอาเจ็ดอย่างไรอย่างนั้น”
“ผู้ใดว่ากันล่ะ ครอบครัวพวกข้าเพียงห้าคน ในบ้านไม่มีผู้ใดเป็หลี่เจิ้งและผู้นำตระกูล บ้านพวกข้ายังมอบเป็ดสองตัว เมล็ดแตงสิบจิน ม่ายหยาถังหนึ่งจิน”
คนในวงศ์ตระกูลต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ระหว่างทางกลับบ้าน ล้วนลืมถามของเซ่นไหว้ของตระกูลหวังไปเสียสนิท
ผู้เฒ่าหวังกลับบ้านอย่างไร้ซึ่งความสุข เอ่ยกับหลิวซื่อว่า “น้องเจ็ดกับเฟิ่งซื่อทะเลาะกันเื่ของเซ่นไหว้”
“เหตุใดจึงได้ทะเลาะกัน?” หลิวซื่อส่ายหน้าไปมาพร้อมเอ่ยว่า “ครั้งที่แล้วข้าไปบ้านของพวกเขา เฟิ่งซื่อเคยทะเลาะกับหวังชีเื่มอบของขวัญปีใหม่ให้ตระกูลเฟิ่งแล้วครั้งหนึ่ง”
ผู้เฒ่าหวังถามอย่างสงสัย “เฟิ่งซื่ออยากมอบของขวัญใดให้บ้านเดิมหรือ?”
หลิวซื่อนึกย้อนครู่หนึ่ง ตอบว่า “ขาหมูหนึ่งขา ไก่สองตัว ปลาตัวใหญ่สองตัว ผ้าฝ้ายหนึ่งพับ ใช่ ก็คือของขวัญประจําปีสี่อย่างนี้ หวังชีบอกว่าเฟิ่งซื่อให้มากเกินไป ยังบอกว่าลูกสะใภ้ก็ต้องมอบของขวัญปีใหม่ให้บ้านเดิมพวกนางด้วย หากพวกนางทําตามเฟิ่งซื่อแล้วจะทำอย่างไร?”
“ลูกสะใภ้บ้านพวกเขามีมาก เื่ราวก็มากตาม” ผู้เฒ่าหวังเปรียบเทียบบ้านตนเองกับบ้านของหวังชีในใจ
เฟิ่งซื่อและลูกสะใภ้สามคนรวมทั้งหมดมีสี่บ้านเดิม ของขวัญปีใหม่ต้องมอบสี่ชุด
หลิวซื่อตัดความสัมพันธ์กับบ้านเดิม ตระกูลจางอาศัยบารมีจากตระกูลหวังทำให้หาเงินได้ ชิงส่งของขวัญปีใหม่มาให้ตระกูลหวังก่อนแล้ว ส่วนหลี่ชิงชิงไม่ได้ไปมาหาสู่กับตระกูลหลี่
หลิวซื่อและลูกสะใภ้สองคนรวมกันมีสามบ้านเดิม แต่บ้านเดิมทั้งสามนี้มีความสัมพันธ์ไปมาหาสู่มากสุดเพียงตระกูลจาง ของขวัญปีใหม่ต้องมอบเพียงชุดเดียว
ผู้เฒ่าหวังเอาใจเขามาใส่ใจเรา ทำให้สามารถเข้าใจความรู้สึกของหวังชีได้
หวังเลี่ยงเข้ามาแล้วเอ่ยว่า “ข้าว่าท่านอาเจ็ดไม่เห็นด้วยกับอาสะใภ้เจ็ดที่จะมอบของขวัญให้บ้านเดิมมากเกินไป อาสะใภ้จึงโกรธ และไม่เห็นด้วยกับอาเจ็ดที่มอบสิ่งของเซ่นไหว้จำนวนมากให้กับตระกูล”
หลิวซื่อทอดถอนใจเอ่ย “ในใจเฟิ่งซื่อเต็มด้วยไปด้วยความโกรธ และของเซ่นไหว้ที่หวังชีมอบให้ตระกูลยังมากเกินไป เฟิ่งซื่อจึงบันดาลโทสะแล้ว เฮ้อ ตามความคิดข้า พวกเขาควรถอยกันคนละก้าว ไม่ทะเลาะกัน ครอบครัวปรองดองทุกสิ่งถึงจะเจริญรุ่งเรือง”
“ใช่” ผู้เฒ่าหวังกล่าว “ยายเฒ่า เื่ในบ้านเราล้วนเชื่อฟังเ้า พวกเราไม่ทะเลาะกัน”
หลิวซื่อเอ่ยอย่างจริงจังว่า “ชิงชิงบอกหลายครั้งแล้วว่า หากโกรธมากเข้าอายุขัยจะสั้นลง”
ผู้เฒ่าหวังส่งเสียงเอ๊ะหนึ่งเสียง “คําพูดของชิงชิงไม่ได้กล่าวเช่นนี้กระมัง เหมือนจะกล่าวว่าโกรธมากจะทำให้ป่วยง่าย”
หลิวซื่อหัวเราะพลางเอ่ย “ความหมายก็คล้ายกับอายุสั้น”
หลี่ชิงชิงนั่งอยู่ในถังอาบน้ำที่ห้องอาบน้ำ นางแช่ผิวอยู่ในน้ำร้อน ผ่อนคลายกายและใจ รู้สึกสบายเป็อย่างยิ่ง ถึงกับหลับไปแล้ว
โชคดีที่หวังเยวี่ยเอาใจใส่ คอยเข้ามาเติมน้ำร้อนลงในอ่างอาบน้ำทุกๆ ชั่วครู่หนึ่ง เพื่อไม่ให้น้ำเย็น
ครั้นหลี่ชิงชิงตื่นขึ้นมาฟ้าก็มืดแล้ว คนตระกูลหวังกินอาหารเย็นกันไปแล้ว จางซื่อเก็บน้ำแกงไก่ชามใหญ่ไว้ให้หลี่ชิงชิง ยังมีเนื้อผัดพริก ผัดผักและข้าว
ท้องของหลี่ชิงชิงว่างเปล่า กินอิ่มหนึ่งมื้อก็ยิ่งง่วงนอนมากขึ้น อาจเป็เพราะหลายวันมานี้เหนื่อยมากเกินไป ร่างกายขาดการพักผ่อนอย่างรุนแรง
หวังเยวี่ยมองผิวขาวอมชมพูของหลี่ชิงชิง เอ่ยเสียงนุ่ม “ชิงชิง พรุ่งนี้เป็วันที่สามสิบ และยังไม่ต้องขายซาลาเปา เ้านอนพักผ่อนให้เพียงพอแล้วเข้านอนเร็วหน่อย พรุ่งนี้จะได้อยู่เฝ้าปีได้ วันมะรืนก็จะต้องออกเดินทางไปค่ายทหารแล้ว”
หลี่ชิงชิงอยากนอนสามวันสามคืนยิ่งนัก ทว่าพรุ่งนี้ต้องอยู่เฝ้าปี วันมะรืนก็ต้องเดินทางไกลสองร้อยลี้เพื่อไปพบหวังเฮ่า จริงสิ นางยังต้องเตรียมสิ่งของที่ต้องใช้ระหว่างการเดินทางด้วย
เมื่อนางคิดได้ก็ลงมือทำ ไปที่ห้องครัวเอาไข่เค็มมาสี่สิบฟองเป็อย่างแรก ให้หวังเลี่ยงต้มจนสุก เตรียมนำไปให้หวังเฮ่ากินที่ค่ายทหาร แล้วทำการหมักแป้งหลายจิน เตรียมทอดแป้งทอดเล็กน้อย ทำเป็แป้งทอดต้นหอมในเช้าวันรุ่งขึ้น พกไปกินระหว่างทางด้วย
