ท่ามกลางกลิ่นคาวเืและเศษซากร่างไร้ิญญาของศัตรูที่พ่ายแพ้ หนิงอ้ายเรียกใช้พลังปราณตวัดเอาแหวนมิติและสมบัติวิเศษประจำตัวของผู้ตกตายทั้งหมดย้ายเข้ามาในแหวนมิติของตนอย่างไรสิ่งเหล่านี้ย่อมสามารถทำประโยชน์ได้อยู่ไม่น้อย ในใจเขาไม่นึกรังเกียจเลยเพียงนิด การเข่นฆ่าสังหารแล้ว่ชิงสิ่งของของผู้ที่ตกตายไปนั้นเป็สิ่งที่พบเจอได้ทั่วไปในยุทธภพ
จากนั้นหนิงอ้ายได้ระดมเรียกเปลวเพลิงบริสุทธิ์จากปราณทิวาธาตุเข้าแผดเผาเศษซากชิ้นเนื้อรวมไปถึงจิติญญาของบรรดานักฆ่าเหล่านี้ให้สูญสลายโดยไม่อาจหวนคืนในวัฏจักรสังขารได้อีก จากเศษเสี้ยวความทรงจำที่เขาััได้นั้นคนกลุ่มนี้หาใช่เป็คนดีแต่อย่างใด ตลอด่อายุที่ผ่านมาก็ล้วนแต่กระทำต่ำช้า สังหารผู้บริสุทธิ์มาไม่น้อย เพียงเท่านี้ย่อมไม่อาจชดเชยได้เสียด้วยซ้ำ
ไม่ถึงครึ่งเค่อให้หลัง ห้วงมิติที่ถูกผนึกไว้เมื่อไร้ซึ่งผู้บัญชาการยามนี้ม่านพลังประหลาดดังกล่าวจึงได้ซ่านสลายไปในที่สุด เผยให้เห็นหมู่เมฆาที่ล่องลอยประดับเหนือท้องฟ้า เสียงแมลงน้อยใหญ่ดังขึ้นทั่วทั้งผืนป่าโดยรอบขับขานบรรเลงสอดประสานเป็ท่วงทำนองเสนาะหู แสงไฟเวทย์จากอาคารบ้านเรือน เสียงโหวกเหวกโวยวายดังขึ้นในโสตประสาทการรับรู้อีกครั้ง
"หนิงเอ๋อร์...เ้าเป็อย่างไรบ้าง??" เยว่ซินเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
"ข้าไม่เป็ไรขอรับท่านแม่..." หนิงอ้ายตอบกลับพร้อมกับส่งยิ้มเพื่อให้มารดาคลายกังวลใจ
"เช่นนั้นพวกเราเร่งเดินทางกลับเถอะขอรับ เผื่ออาจยังมีพวกมันตามมาสมทบภายหลัง..." หวังซินอีเมื่อสำรวจแล้วพบว่านายท่านทั้งสองปลอดภัยและลูกน้องในบัญชาการของตนได้รับาเ็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น จึงสั่งให้ทุกคนเข้าประจำการประจำตำแหน่งพร้อมกับเคลื่อนขบวนรถม้าในทันที
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ยังไม่มีผู้ใดล่วงรู้ แต่จากการคาดเดาหนิงอ้ายเชื่อว่าอีกฝ่ายได้วางแผนการมาเป็อย่างดีไม่น้อยและเลือกลงมือได้อย่างชาญฉลาดยิ่ง เพราะหากเมื่อครู่เป็ฝ่ายเขาที่พลาดท่าพลาดพลั้งตกตายไปย่อมไม่มีผู้ใดล่วงรู้ได้โดยง่าย เห็นได้ชัดว่าสมบัติวิเศษมารชิ้นนั้นมีความลึกล้ำไม่ธรรมดาสามัญ
ยามนี้เศษสวะผู้นั้นคงไปถึงที่ตั้งของทางสำนักหมาป่าทมิฬแล้ว การสูญเสียกำลังพลราชทินนามเทพยุทธ์ิญญาและราชทินนามราชันิญญาจำนวนมากในคราเดียวเช่นนี้นับว่าเป็สิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นอย่างถึงที่สุดด้วยเพราะการทุ่มเทบ่มเพาะสุดยอดฝีมือในสังกัดนั้นล้วนจำเป็ต้องใช้ทรัพยากรสนับสนุนมหาศาล
แต่สิ่งหนึ่งที่ยืนยันได้และเป็การตอกย้ำในแผนการหลังจากนี้คือบรรดาสำนักน้อยใหญ่ในยุทธภพจำนวนไม่น้อยล้วนเข้าร่วมมือหรือถูกแทรกแซงด้วยเผ่าพันธ์มารปีศาจทั้งสิ้น ดังนั้นสิ่งเหล่านี้จึงจำเป็ต้องมีการประชุมปรึกษาหารือโดยเร็วที่สุด เพราะหากไม่ตระเตรียมแผนการป้องกันที่รอบคอบรัดกุมแล้ว ทางฝั่งของผู้ฝึกตนย่อมอาจเกิดความสูญเสียที่ไม่อาจประเมินได้เช่นกัน
ใช้เวลาเพียงไม่นานก็ถึงม่านพิภพตระกูลหวังด้วยความปลอดภัย แน่นอนว่าเื่ราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหัวหน้าองครักษ์ต่างได้รายงานให้หวังจิ่งหลงรับรู้แล้วทั้งสิ้น
"หนิงเอ๋อร์ เยว่เอ๋อร์ พวกเ้าทั้งสองไม่ได้รับอันตรายใช่หรือไม่??" หวังจิ่งหลงเมื่อทราบสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจึงเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วงยิ่ง
"ท่านพ่ออย่าได้เป็กังวล พวกข้าทั้งสองปลอดภัยไร้ซึ่งรอยขีดข่วนทั้งสิ้นเ้าค่ะ..."
"เป็ฝีมือของสำนักหมาป่าทมิฬที่รับจ้างมาขอรับท่านตา แต่ว่ามีผู้หนึ่งที่หลบหนีไปได้ด้วยการใช้ยันต์มารขอรับ..." หนิงอ้ายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดเล็กน้อย
"ยันต์มารอย่างนั้นรึ? เช่นนั้นแสดงว่าตลอดหลายปีมานี้เผ่าพันธ์มารปีศาจคงได้แทรกซึมไปตามกลุ่มอิทธิพลมืดไปไม่น้อยแล้ว หลานมีความคิดเห็นเป็อย่างไร..."
"ก่อนที่มันจะหลบหนีไปได้ข้าได้ให้วิหคสอดแนมลอบติดตามไปขอรับ อีกไม่นานย่อมล่วงรู้ได้ถึงตำแหน่งที่ตั้งของสำนักอันชั่วโฉดนี้ได้อย่างไม่ยากนัก..."
"ดียิ่ง!!! หากหลานได้ตำแหน่งที่ตั้งแล้วให้รีบบอกเล่า ตาจะได้ให้ท่านตารองและผู้าุโในตระกูลไปบุกทลายสำนักนั่นเผื่อจะเจอเบาะแสบางอย่างก็เป็ไปได้..."
"ขอรับท่านตา..."
"ขออภัยท่านประมุข ท่านหญิงและคุณชายน้อย ยามนี้นายท่านหลงแห่งหอประมูลสิบเก้าแก้วดาราพิทักษ์และผู้ติดตามได้มาอยู่ตรงทางเข้าของม่านพิภพกล่าวว่ามีบางเื่ที่้าสนทนาด้วยขอรับ..." หวังชินอีที่ได้รับรายงานจากลูกน้องของตนที่ประจำการอยู่ตรงหน้าม่านพิภพจึงเอ่ยสารนี้ให้ผู้เป็นายได้รับรู้
"นายท่านหลงถึงกับมาเยือนด้วยตนเองเข่นนี้คงไม่ได้มีเพียงเื่ธรรมดาทั่วไปแน่ เช่นนั้นเ้าจงรีบพาไปยังเรือนรับรอง อีกสักครู่พวกข้าจะตามไปแล้วกัน..." หวังจิ่งหลงสบตากับหนิงอ้ายเล็กน้อยก่อนจะสั่งการไป
การมาเยือนของนายท่านหลง ผู้ที่มีอำนาจสูงสุดย่อมพอที่จะคาดเดาสาเหตุที่อีกฝ่ายมาเยือนได้ไม่ยาก แน่นอนว่าทางหอประมูลที่ได้รับรู้ด้วยเพราะมีสายข่าวรายงาน ท่านหลงจึงได้มาเยือนตระกูลหวังด้วยตนเองพร้อมกับของกำนัลอีกเล็กน้อย อาจด้วยเพราะงานประมูลประจำปีครั้งนี้ได้รวบรวมกลุ่มผู้มีอิทธิพลหรือผู้แกร่งกล้าจากทั่วทั้งสารทิศ ทั้งสินค้าประมูลยังเต็มไปด้วยสิ่งของล้ำค่าไม่น้อย เหตุการณ์ลักลอบซุ่มโจมตีเพื่อแย่งชิงสิ่งของประมูลนั้นล้วนเกิดขึ้นกับผู้ที่ได้สิ่งของล้ำค่าในงานประมูลทั้งสิ้น
โดยเฉพาะทางสำนักนารีศักดิ์สิทธิ์ที่ได้โอสถทิพย์ระดับเจ็ดจากหนิงอ้ายไป ดังนั้นเมื่อผ่านพ้นเขตพื้นที่กำหนดของหอประมูลแล้วจึงมีกลุ่มอิทธิพลไม่น้อยกว่าสามกลุ่มที่คอยดักซุ่มโจมตี ทว่าทางหอประมูลเองได้คาดการณ์ถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจึงได้ส่งสุดยอดฝีมือดีเข้าช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที
แน่นอนว่าทางฝั่งของหนิงอ้ายกับเยว่ซินนั้นก็ได้มีสุดยอดฝีมือของหอประมูลคอยคุ้มครองตามหลังเช่นกัน ทว่าพวกเขาต่างถูกตลบหลังจนคลาดสายตาไปเสียจนได้ หลังจากความวุ่นวายจบลงทางผู้าุโประจำหอประมูลได้ััถึงห้วงมิติอันเกิดจากปราณมารที่พึ่งสูญสลายไปไม่นานนัก จึงพอคาดเดาได้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกับทางตระกูลหวัง
"ขอบคุณท่านหลง อย่างไรเื่ราวการดักซุ่มแย่งชิงสิ่งของประมูลนั้นกล่าวว่าไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ข้าเชื่อว่าผู้ที่เข้าร่วมงานประมูลต่างตระหนักรู้และเตรียมใจในสิ่งนี้จึงได้มีผู้ติดตามที่เป็สุดยอดฝีมือติดตามมาด้วย...สิ่งนี้เป็โอสถทิพย์ระดับห้าตอบแทนท่านขอรับ" หนิงอ้ายเอ่ยขึ้นก่อนจะล้วงเอาขวดโอสถส่งมอบให้อีกฝ่าย
"ขอบคุณท่านปรมาจารย์น้อยขอรับ ความจริงที่ข้าเดินทางมาที่นี่นั่นเป็เพราะว่านายของข้ามีข้อเสนอที่อยากร่วมมือกับท่านและทางตระกูลหวัง..."
"ทางหอประมูลสิบเก้าแก้วดาราพิทักษ์้าให้ท่านปรมาจารย์น้อยมอบโอสถทิพย์ระดับห้าหรือโอสถทิพย์ระดับหกหรือโอสถอื่นเข้าร่วมประมูลในทุกสามเดือน และในทุก ๆ หนึ่งปีจะต้องส่งมอบโอสถทิพย์ระดับเจ็ดหรือสิ่งอื่นที่เห็นว่าล้ำค่าเพื่อเข้าร่วมงานประมูล โดยที่หักให้ทางหอประมูลสองส่วนและที่เหลือจะเป็ของท่าน..."
"ยิ่งไปกว่านั้นทางหอประมูลจะช่วยให้ความร่วมมือเกี่ยวกับการรวบรวมข่าวสารความเป็ไปที่เกิดขึ้น แน่นอนว่าทางหอประมูลของเราล้วนมีที่ตั้งกระจายอยู่ทั่ว ทั้งใจกลางของแคว้นปกครองที่เหลืออีกสี่แคว้นรวมไปถึงสาขาย่อยที่มีกระจัดกระจาย ด้วยสิ่งเหล่านี้ท่านย่อมมั่นใจได้ว่าข่าวสารที่ได้รับจากหน่วยข่าวกรองนั้นจะแม่นยำและมีความรวดเร็วอย่างถึงที่สุด..." ท่านหลงเอ่ยถ้อยคำยืดยาวตามหน้าที่ที่ตนได้รับมอบหมาย
ตระกูลหวังยามนี้กล่าวได้ว่าเป็ชนชั้นปกครองที่มีความแข็งแกร่งยิ่ง ทั้งยังมีนักปรุงโอสถระดับเจ็ดดังเช่นคุณชายน้อยหวังหนิงอ้ายผู้นี้ ที่พิจารณาไปแล้วกล่าวได้ว่าเป็สุดยอดอัจฉริยะรุ่นเยาว์อย่างแท้จริง มากไปกว่านั้นอีกฝ่ายยังเป็ผู้ผ่านด่านการทดสอบจากเมืองแห่งการสังหารที่มีเื้ัสนับสนุนแข็งแกร่ง
หากอีกฝ่ายเปิดเผยถึงฝีมือในการหลอมสร้างโอสถแล้ว ปรมาจารย์โอสถที่อายุน้อยปานนี้ย่อมถูกยกย่องและมีฐานะที่ไม่ธรรมดาสามัญในวิหารแห่งโอสถเป็แน่ ดังนั้นการที่นายท่านเห็นสมควรว่าทางหอประมูลควรจับมือเป็พันธมิตรนั้นจึงเป็เื่ที่สมควรกระทำยิ่ง
"ไม่มีปัญหาขอรับข้าจะร่วมมือกับทางประหอมูล...แต่ว่าแผนการของตระกูลหวังที่จะกระทำหลังจากนี้ จำเป็ต้องใช้ทั้งทรัพยากรคนและทรัพยากรอันล้ำค่ามากมายมหาศาล หวังว่าทางหอประมูลคงอำนวยความสะดวกในเื่เหล่านี้ได้ใช่หรือไม่??" หลังจากลอบปรึกษากับหวังจิ่งหลงและมารดาแล้ว หนิงอ้ายจึงเอ่ยตกลงรับข้อเสนอพร้อมกล่าวสิ่งที่้าออกไป
กองกำลังที่จะถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อรับมือกับเผ่าพันธุ์มารปีศาจและมหันตภัยอื่นจำเป็จะต้องใช้ทั้งกำลังคนและทรัพยากรบ่มเพาะที่มากมายอยู่ไม่น้อย ดังนั้นการที่ได้หอประมูลเข้ามาช่วยเหลือในสิ่งเหล่านี้ย่อมถือได้ว่าเป็การแบ่งเบาภาระไปได้ไม่น้อย
ส่วนเงื่อนไขที่อีกฝ่าย้านั้นในเื่ของโอสถวิเศษก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกหนักใจแต่อย่างใด เพราะอย่างไรแล้วหลังจากนี้เขาย่อมต้องศึกษาตำราสูตรโอสถที่ได้รับจากท่านอาจารย์พร้อมกับทดลองหลอมสร้างออกมาอยู่แล้ว แม้โอสถพวกนั้นอาจจะไม่มีความบริสุทธิ์เข้มข้นมากเพียงพอจะเป็โอสถทิพย์ แต่โอสถระดับสูงเหล่านี้แม้ถูกจับวางในยุทธภพย่อมส่งผลให้เกิดคลื่นลมไม่น้อยเช่นกัน
"เงื่อนไขที่ท่านปรมาจารย์น้อยเสนอ ทางกอประมูลไม่มีข้อโต้แย้งและพร้อมร่วมมือเป็อย่างยิ่ง อย่างไรหลังจากนี้หาก้าความช่วยเหลือใดพวกท่านสามารถส่งสารผ่านป้ายหยกนี้เพื่อแจ้งกับข้าได้เลยขอรับ..." ท่านหลงตอบรับคำเสนอของหนิงอ้ายอย่างรวดเร็ว ด้วยเพราะนายท่านได้กำชับเน้นย้ำไม่ว่าทางตระกูลหวังหรือท่านปรมาจารย์น้อยร้องขอสิ่งใดให้ตกลงรับคำเสีย
"เป็เกียรติที่ได้ร่วมมือกับท่านผู้ปกครองมหานครและท่านปรมาจารย์น้อยขอรับ..." ท่านหลงได้ประสานมือขึ้นพร้อมกับคำนับเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าตนได้มารบกวนและสมควรแก่เวลาแล้วจึงเอ่ยขอตัวกลับไป โดยที่หวังจิ่งหลงได้ให้มือขวาคนสนิทของตนไปส่งอีกฝ่ายและผู้ติดตามที่ตรงทางเข้าม่านพิภพตระกูล
"ท่านตา ยามนี้ข้ารับทราบถึงตำแหน่งที่ตั้งของสำนักหมาป่าทมิฬแล้วขอรับ..." หนิงอ้ายกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า
"ภายในคืนนี้สำนักหมาป่าทมิฬจะต้องสิ้นชื่อจากยุทธภพ!!!" หวังจิ่งหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยือกไม่ต่างกันแฝงด้วยโทสะที่กำลังสะกดกลั้น พวกมันกล้าที่จะทำร้ายดวงใจของเขาเช่นนี้ หากว่าหลานของเขาไร้ซึ่งความสามารถแล้วย่อมตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอน
"คำนับท่านพี่ พี่สะใภ้และทักทายหลานหนิงอ้าย..."
"คำนับท่านประมุขและทุกท่านขอรับ..."
"ท่านพี่ใช้ป้ายหยกเรียกข้ากับผู้าุโทั้งสอง มีสิ่งใดเกิดขึ้นหรือขอรับ..." ไม่กี่ชั่วอึดใจนั้นหวังเฟยหลงและผู้าุโชราก็ได้ปรากฏตัวในห้องโถงรับรองแห่งนี้ ดูเหมือนว่าการเข้าร่วมงานประมูลของพี่สะใภ้และหลานชายของเขาคงมีปัญหาบางอย่างเป็แน่
"พี่สะใภ้และหลานชายของเ้าระหว่างเดินทางกลับจากหอประมูล ได้มีกลุ่มนักฆ่าจากสำนักหมาป่าทมิฬดักซุ่มลอบโจมตีหมายจะ่ชิงสิ่งของประมูลในวันนี้ เคราะห์ดีที่สามารถรอดมาได้อย่างปลอดภัย..." หวังจิ่งหลงเอ่ยให้ฟังเื่ราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่หลังจากนั้นหนิงอ้ายจะถ่ายทอดความทรงจำอันเป็ตำแหน่งที่ตั้งของสำนักหมาป่าทมิฬให้รับรู้
"สำนักหมาป่าทมิฬ เป็หนึ่งในกลุ่มอิทธิพลมืดที่มีชื่อเสียงอยู่ไม่น้อยแม้จะพึ่งก่อตั้งได้เพียงไม่กี่สิบปีก็ตาม ฟังว่าเ้าสำนักนั้นเป็ราชทินนามเทพ์ิญญาที่โเี้วิปริศ ชื่นชอบดื่มโลหิตของสตรีบริสุทธิ์ รวมไปถึงผู้าุโในสำนักล้วนเป็ตัวตนชั่วช้าที่มีฝีมือไม่ธรรมดาเช่นกัน..." หวังเฟยหลงเอ่ยขึ้นตามสิ่งที่ตนพอรับรู้
"การบุกทลายสำนักหมาป่าทมิฬคงต้องรบกวนเ้าและผู้าุโทั้งสองนำทัพเสียแล้ว อนุญาติให้พาผู้แกร่งกล้าฝีมือพันธมิตรที่สามารถรวบรวมได้และสุดยอดฝีมือในตระกูลไปด้วย ก่อนถึงรุ่งเช้าน่าจะจัดการได้สำเร็จกระมัง..." หวังจิ่งหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า
"ท่านพี่อย่าได้กังวล ข้าจะทำอย่างเต็มที่ขอรับ..."
"ขอรับท่านประมุข..."
"เช่นนั้นข้าจะรอฟังข่าวดีรีบไปกันได้แล้ว" หวังจิ่งหลงกล่าวเสร็จ เงาร่างของทั้งสามตรงหน้าได้อันตรธานหายไปด้วยความรวดเร็ว
จากนั้นเยว่ซินได้เอ่ยขอตัวไปพักผ่อนเสียก่อน ทิ้งให้สองตาหลานพูดคุยกันอีกเล็กน้อย โดยเฉพาะเมื่อครู่ที่พวกเขาพึ่งตกปากรับคำร่วมมือกับทางหอประมูลไป จึงจำเป็ต้องมีการตระเตรียมบางสิ่งอย่างให้เรียบร้อยก่อนที่หนิงอ้ายจะกลับสำนักศึกษาในอีกไม่กี่วันนี้
หลังจากนั้นยามค่ำคืนจวบจนรุ่งเช้ากล่าวได้ว่าล้วนเต็มไปด้วยความวุ่นวายอย่างถึงที่สุด ภายในผืนป่าที่ตั้งอยู่ใจกลางของสองแคว้นทางทิศเหนืออันเป็สถานที่ตั้งของสำนักหมาป่าทมิฬนั้นต่างถูกทำลายจนสิ้นซากไปพร้อมกับเปลวไฟที่ลุกโหมกระหน่ำ
ซากศพไร้วิญาณจำนวนนับไม่ถ้วนต่างนอนจมกองเืโดยไม่อาจตั้งตัวได้เพียงนิดจากการเข้าจู่โจมอย่างกระทันหัน เสียงของการต่อสู้และเสียงกรีดร้องทรมานดังสะท้อนไปทั่วทั้งผืนป่า แน่นอนว่ามีหลายชีวิตที่ต้องตกตายไปด้วยความสงสัยว่าสำนักหมาป่าทมิฬนั้นได้ไปล่วงเกินกลุ่มอิทธิพลใดจึงได้ถูกสุดยอดฝีมือดีเข้ามาบุกทลายเข่นฆ่าสังหารจนสิ้นชื่อเช่นนี้...
