โลหิตบนแผ่นศิลาปูพื้นตลาดนั้นฉายชัดกว่าโลหิตที่ซึมหายไปในผืนดิน
นิพาเห็นมันก่อนจะเห็นต้นตอ… แอ่งสีเืนกที่แผ่ขยายจากร่างของชายผู้หนึ่งซึ่งฟุบอยู่ฉันงแผงผักดองของนายจุ้ย ฉันงกายเขามีกระสอบฉันวโพดล้มคว่ำ เมล็ดสีเหลืองสดกระจายเกลื่อนปะปนกับสีแดงฉาน
สรรพเสียงจอแจของตลาดพลันเบาหวิวลงในบัดดล
ไม่ใช่ความเงียบงันโดยสมบูรณ์ ผู้คนยังคงขยับ แต่คล้ายมีวงล้อมที่มองไม่เห็นก่อตัวขึ้นรอบร่างนั้น ไม่มีผู้ใดย่างกรายเฉันไปใกล้
นิพาเป็คนแรกที่ก้าวฉันมเส้นที่มองไม่เห็นนั้น
"ขอทางด้วยค่ะ" น้ำเสียงของเธอไม่สูง แต่กังวานและเด็ดขาดพอที่จะทำให้ทางเปิดออก
ผู้คนหลีกทางให้โดยสัญชาตญาณ...น้ำเสียงนั้นบ่งบอกว่าผู้ที่รู้ว่าต้องทำอะไรได้มาถึงแล้ว
---
ชายผู้นั้นอายุราวเบญจเพส าแฉกรรจ์ที่ช่องท้องด้านขวา อาภรณ์ของเขาชุ่มโชกจนแทบจะเป็สีเดียวกันกับเื ลมหายใจสั้นและหอบถี่
แผลลึก ไม่ใช่รอยะุ…ของมีคม น่าจะเป็มีด ขนาดของาแบ่งชี้ว่าใบมีดยาวไม่ต่ำกว่าหกนิ้ว
ความคิดแล่นผ่านสมองของเธออย่างรวดเร็วขณะที่มือดึงผ้าพันแขนสะอาดออกจากกระเป๋ายาแล้วกดลงบนาแทันที
"ได้ยินฉันไหม" เธอเอ่ยถาม เสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น
"ได้ยิน" เขาตอบ เสียงแ่เบาแต่ยังจับใจความได้
"เืออกนานแค่ไหนแล้ว"
"ไม่รู้…ประมาณ…"
เขาหยุดพูด ดวงตาที่เบิกโพลงมองเธอนั้นซุกซ่อนบางสิ่งไว้ ลึกลงไปใต้ความเ็ป คือความหวาดกลัวอีกชนิดหนึ่งที่แตกต่างออกไป
เขารู้ว่าฉันเป็ใคร…หรือเขารู้ว่าตัวเองเป็ใคร และกำลังกลัวว่าฉันจะล่วงรู้ตัวตนของเขา
นิพากดแผลต่อไป สีหน้าเรียบเฉยไม่แสดงออกว่าสังเกตเห็นความผิดปกตินั้น
---
ปัญหาที่แท้จริงคือทหารญี่ปุ่นสองนายที่กำลังเดินเฉันมาจากฝั่งตะวันออกของตลาด
เครื่องแบบสีกากี ปืนไรเฟิลพาดบ่า คนหนึ่งถือแผ่นกระดาษอยู่ในมือ…ท่าทีนั้นบ่งบอกชัดเจนว่าพวกเขามาที่นี่อย่างมีเป้าหมาย ไม่ใช่แค่การเดินลาดตระเวนทั่วไป
และเป้าหมายนั้น…กำลังนอนหายใจรวยรินอยู่ตรงหน้าเธอ
สัญชาตญาณของนิพากรีดร้องเตือนภัย เธอประเมินระยะทางและเวลาในใจ…ไม่เกินสามสิบวินาที
ถ้าทหารมาถึงตรงนี้และเห็นว่าเธอกำลังช่วยชีวิตชายที่พวกเขาตามล่าอยู่ เื่ราวจะซับซ้อนเกินกว่าจะแก้ไข…
"หยุด!"
เสียงทุ้มลึกดังตัดความตึงเครียด มาจากด้านหลังของทหารทั้งสองนาย
สรวิชญ์ยืนตระหง่านอยู่กลางทางเดินหลักของตลาด ใบหน้าเรียบเฉยไม่บ่งบอกอารมณ์ มือฉันงหนึ่งเท้าสะเอวในท่วงท่าสบายๆ แต่แฝงนัยว่าพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์
ทหารทั้งสองชะงัก หันขวับไปมองต้นเสียง
"ที่นี่คือเขตปกครองของท่านนายอำเภอ" สรวิชญ์เอ่ยเป็ภาษาญี่ปุ่นได้อย่างคล่องแคล่ว "ท่านมีคำสั่งว่าหากจะมีการปฏิบัติการใดๆ ในพื้นที่ ต้องแจ้งให้ทางการท้องถิ่นทราบล่วงหน้า"
ทหารคนแรกตวาดบางอย่างกลับไป นิพาฟังไม่ทันศัพท์ แต่รับรู้ได้ถึงน้ำเสียงที่ไม่พอใจและดูแคลน
สรวิชญ์ตอบกลับด้วยประโยคสั้นๆ แต่หนักแน่น ดวงตาคมกริบจ้องตอบอย่างไม่เกรงกลัว
เขากำลังซื้อเวลาให้เธอ…
ความคิดนั้นกระตุ้นให้นิพาทำงานเร็วขึ้น เธอเลิกสนใจการเผชิญหน้านั้นโดยสิ้นเชิง สมาธิทั้งหมดพุ่งไปที่การห้ามเื ประเมินความลึก และพันแผลให้แ่าที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอปลดผ้าคลุมไหล่ผืนบางที่คาดเอวไว้ออกมาใช้พันทับผ้าก๊อซอีกชั้นหนึ่ง
"คุณต้องไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้" เธอกระซิบชิดใบหูของชายหนุ่ม "ลุกไหวไหม"
"จะ…พยายาม"
"ไม่ใช่พยายาม ต้องไหว"
"ไหว" เขาตอบรับด้วยเสียงหนักแน่นขึ้น
นิพาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขยับตัวออกมาอย่างเป็ธรรมชาติที่สุด ไปยืนพิงแผงผักทำราวกับเป็เพียงไทยมุงคนหนึ่ง
วินาทีนั้นเอง ขวัญก็ปรากฏกายขึ้นราวกับงอกจากเงาของแผงผัก นิพาไม่แน่ใจว่าหญิงสาวอยู่ที่นั่นั้แ่แรกหรือเพิ่งมาถึง แต่ขวัญอยู่ที่นั่นแล้ว และยื่นมือไปพยุงชายาเ็ให้ลุกขึ้นด้วยท่าทีเป็กันเองเหมือนช่วยญาติสนิท
ทั้งสองประคองกันเดินหายเข้าไปในตรอกเล็กๆ ด้านหลังตลาดอย่างรวดเร็ว
ทหารญี่ปุ่นทั้งสองนายยังคงถูกสรวิชญ์ตรึงไว้ด้วยวาจา
---
สรวิชญ์มาหาเธอที่บ้านพักในตอนค่ำ
"าแนั่น" เขาเปิดประเด็นทันที ไม่มีการทักทายหรือไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบ "เขาจะรอดไหม"
"ถ้าได้รับการดูแลที่เหมาะสมและไม่ติดเชื้อ เขาก็จะรอดค่ะ"
เขาพยักหน้ารับรู้ "ขอบคุณ"
เพียงสองพยางค์สั้นๆ แต่นิพารู้สึกได้ถึงน้ำหนักที่ซ่อนอยู่ในน้ำเสียงนั้น
"คุณไปทำอะไรที่ตลาดคะ" เธอถาม "วันนี้ไม่ใช่วันนัดของเรา"
"ฉันรู้ว่าอาจจะมีเื่" เขาตอบตรงไปตรงมา
"รู้ได้อย่างไร"
สรวิชญ์มองสบตาเธอ ดวงตาของเขาที่ปกติแล้วยากจะอ่านความรู้สึก ในครั้งนี้กลับมีประกายบางอย่างที่เธอยังตีความไม่แตก
"สายของเราแจ้งข่าวมาั้แ่เช้า ว่าทหารจะเฉันตรวจค้นตลาดในวันนี้" เขาเอ่ย "และฉันรู้ว่าเธอต้องผ่านเส้นทางนั้นทุกวัน"
นิพาเงียบไปชั่วขณะ
เขารู้ตารางเวลาและเส้นทางของฉัน
และเขาจงใจไปที่ตลาด เพื่อให้แน่ใจว่าหากเกิดอะไรขึ้น…เขาจะอยู่ที่นั่น
"คุณสะกดรอยตามฉันหรือ" เธอถามอย่างไม่อ้อมค้อม
"เปล่า" เขาปฏิเสธทันควัน "แค่จดจำเส้นทางของทุกคนที่ทำงานร่วมกัน เผื่อกรณีฉุกเฉิน"
"นั่นก็คือการตาม"
"นั่นคือการเตรียมการ" เขาแก้ "มันต่างกัน"
ดวงตาสองคู่สบประสานกันเนิ่นนาน เป็การประเมินและท้าทายในที
"ขอบคุณ" ในที่สุดเธอก็เป็ฝ่ายเอ่ยขึ้น "สำหรับเื่ในวันนี้"
เขาเพียงพยักหน้ารับ ความเงียบของเขาบ่งบอกว่ามันเป็เื่ธรรมดาที่พึงกระทำ ทั้งที่ในความเป็จริงแล้ว มันไม่ใช่เลย
---
ค่ำคืนนั้น…นิทราหมางเมินนิพา
ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว เหตุการณ์ระทึกขวัญในตลาดผ่านพ้นไปแล้ว ชายคนนั้นปลอดภัย ทหารก็จากไปแล้ว
แต่มีบางสิ่งวนเวียนอยู่ในความคิดของเธอไม่จางหาย
สรวิชญ์ไปที่ตลาดเพราะเขารู้ว่าอาจมีอันตราย เขาไม่จำเป็ต้องทำ ไม่ใช่หน้าที่โดยตรงของเขา…แต่เขาก็ไป
เธอนอนมองเพดานห้องที่มืดสนิท เสียงจอแจของเมืองค่อยๆ เลือนหายไปทีละชั้น จนเหลือเพียงเสียงลมหวีดหวิวและเสียงสุนัขเห่าหอนอยู่ไกลๆ
ในปี 2024 เธอคือหมาป่าเดียวดายในสนามรบของตัวเอง ตัดสินใจคนเดียว รับผิดชอบความผิดพลาดเพียงลำพัง ไม่มีใครคอยระวังหลัง ไม่มีใครก้าวเฉันมาขวางหน้าทหารเพื่อซื้อเวลาให้
ความรู้สึกนี้…มันไม่ใช่ความอุ่นใจหรือความสะดวกสบาย…หากแต่เป็น้ำหนักของบางสิ่งที่มากกว่านั้น
บางสิ่งที่ฉันยังไม่รู้ว่าจะเรียกมันว่าอะไร
เธอหลับตาลง ปล่อยให้ความรู้สึกนั้นล่องลอยอยู่ในความมืด
บางสิ่งที่ยังไร้ชื่อเรียก…
