ติ๊ด ๆ ติ๊ด ๆ ติ๊ด ๆ เสียงนาฬิกาปลุกในตอนเช้า ทำให้เ้าของร่างบนเตียง ลุกขึ้นมาปิดเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ ด้วยความงัวเงีย เพราะยังรู้สึกเพลียจากการทำงานของเมื่อวาน
ดาว เด็กหนุ่มอายุ 18 ปี ที่เพิ่งเรียนจบชั้นมัธยมปลายหมาด ๆ ดีดตัวเองลุกจากที่นอนอย่างเร็ว เพราะเช้านี้เขามีเื่ที่ต้องทำอีกมากมาย
หลังจากดาวทานอาหารเช้าง่าย ๆ ก็มานั่งรอคนงานที่จะเข้ามาปรับหน้าดินทำแปลงผัก และขุดหลุมปลูกต้นไม้ในไร่ของเขา
หากให้เล่าเกี่ยวกับตัวตนของดาว คิดว่าหลาย ๆ คนคงไม่เชื่อ ดาวเกิดและเติบโตที่อีกมิติหนึ่ง ที่คล้ายคลึงกับโลกใบนี้ แต่ก็ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว
ที่นั่น ดาวเป็เกษตรกร ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ และยังมีความรู้เกี่ยวกับยาสมุนไพร ที่ใช้รักษาอาการเจ็บป่วย โดยที่มีคุณปู่หมอยาสมุนไพรเป็คนสั่งสอน
ที่โลกนั้น มีพลังิญญาอยู่มาก อากาศก็บริสุทธิ์ คนส่วนมากมีพลังปราณในการรักษา หรือใช้ต่อสู้ได้ ซึ่งต่างจากโลกนี้
ดาวเสียชีวิต จากการนอนใหลตาย จึงไม่มีใคร สามารถช่วยชีวิตได้ทัน เพราะกว่าจะเช้า และคนมาพบร่าง ดาวก็เสียชีวิตไป ั้แ่่ดึกของคืนนั้นแล้ว
เมื่อดาวรู้สึกตัว ก็เจอกับท่านเทพเส้นชะตา ท่านเทพยอมรับว่า รับดวงิญญามาผิดคน จะส่งดาวไปเกิดใหม่ที่โลกอื่น โดยให้ดาวขอพรได้ 3 ข้อ
ตอนแรกดาวโกรธมาก ที่การทำงานของท่านเทพผิดพลาด และทำให้ชีวิตของดาวต้องตายก่อนเวลา แต่พอมาคิดดูอีกที ร่างที่โลกใบนั้นก็ได้สลายหายไปแล้ว มีแต่คงต้องไปเกิดใหม่เท่านั้น จึงได้ตอบรับกับท่านเทพเส้นชะตาไป
ดาวได้ใช้สิทธิ์พร 3 ข้อคือ
ข้อที่ 1 เขาสามารถนำน้ำวารีทิพย์ของเขา ไปยังอีกโลกหนึ่งได้ และใช้ยังไงก็ไม่มีวันหมด
ข้อที่ 2 เขาสามารถนำสมุนไพร ที่มีในไร่ของเขา ไปยังอีกโลกได้ พร้อมความทรงจำในการรักษา
ข้อที่ 3 เขาสามารถมองเห็นอาการเจ็บป่วย ของคนอื่นและตัวเองได้
เมื่อท่านเทพเส้นชะตาได้ฟังพร 3 ข้อ ก็ตอบตกลง เพราะคิดว่า หากชายหนุ่มคนนี้ ได้นำความรู้และทักษะที่มี ไปเพื่อช่วยเหลือคน โลกคงน่าอยู่ขึ้นอีกมาก
หลังจากนั้น ท่านเทพเส้นชะตา ก็ส่งดาวมาอยู่ในร่างเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ที่มีชื่อว่า ดาว เหมือนกัน
หลังจากที่ชายหนุ่มลืมตาตื่นขึ้น และมองไปรอบ ๆ ห้องที่คิดว่า น่าจะเป็โรงพยาบาล ใช่เขามาอยู่ในร่างของเด็กหนุ่ม ที่เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ พ่อและแม่เ้าของร่างเสียชีวิตหมด เหลือเพียงร่างนี้ ที่ยังคงรอดมา แต่ดาวคิดว่าคงไม่ใช่ ไม่อย่างนั้นิญญาของเขา คงไม่มาอยู่ที่ร่างนี้
ดาวได้รับความทรงจำต่าง ๆ ของเ้าของร่าง ทำให้พอจะรู้ว่า ประเทศที่เขาอยู่ในตอนนี้ มีชื่อว่า ธีร์วานันต์ ดาวอาศัยอยู่ที่จังหวัดเวียงฟ้า ซึ่งอยู่ทางภาคเหนือของประเทศ
ครอบครัวนี้มีอาชีพทำไร่ ซึ่งดาวเมื่ออยู่โลกใบเก่า ก็ทำอาชีพนี้เหมือนกัน มันเป็อาชีพที่เขารัก แต่ดาวอาจจะต้องศึกษาการปลูกพืชของโลกใบนี้เพิ่มเติม
เสียงรถกระบะกลางเก่ากลางใหม่สองคัน บรรทุกคนงานเข้ามาในไร่ ดาวเมื่อเห็นคนงานมา ก็เดินออกมายืนรอที่หน้าบ้านทันที
เมื่อคนขับเปิดประตูลงจากรถ และเดินมาหาดาว ดาวก็รีบยกมือไหว้ทันที
“สวัสดีครับลุงโชค”
“เออ ๆ ไหว้พระเถอะหลาน”
“วันนี้ได้คนงานเยอะกว่าเมื่อวานอีกครับ” ดาวถามเพราะเมื่อวานคนงานไม่เยอะขนาดนี้
“ลุงหามาเพิ่มให้ งานจะได้เสร็จเร็ว ๆ หลานจะได้ลงต้นกล้าซะที อีกอย่างถ้าถึงฤดูทำไร่ทำนา ลุงกลัวว่าจะหาคนไม่ได้” ลุงโชครีบอธิบายกลัวหลานชายเข้าใจผิด
“ดีเลยครับลุง งานจะได้เสร็จเร็ว ๆ ผมขอบคุณลุงมากครับ”
“เฮ้ยเล็กน้อย อะไรที่ช่วยได้ ลุงก็อยากช่วย ไม่อย่างนั้น นังดากับไอ้เขม ได้มาเข้าฝันหักคอลุงแน่ ฮ่า ๆ” ลุงโชคพูดอย่างอารมณ์ดี
จากนั้นดาว ก็เดินนำคณะคนงาน ไปทำงานต่อจากที่ทำค้างไว้เมื่อวาน
ไร่ของดาว มีประมาณ 50 ไร่ จะว่าเยอะก็เยอะ หากเทียบกับคนคนเดียว ที่มีพื้นที่ทำกินขนาดนี้ แต่ถ้าหากจะทำผลผลิตขาย ดาวคิดว่าพื้นที่มันยังน้อยไป ในอนาคต เขาต้องหาทางซื้อเพิ่มแน่นอน
แต่ตอนนี้ เงินที่มีก็เริ่มจะลดลงเรื่อย ๆ เงินที่ได้มาจากประกันชีวิตของพ่อและแม่ของเ้าของร่าง ดาวสัญญาว่า จะใช้เงินก้อนนี้ให้คุ้มค่าที่สุด
หลังจากใช้เวลาปรับหน้าดินกันอยู่พอสมควร ก็ถึงเวลาที่ต้องลงต้นกล้าในแปลงเพราะปลูก ก่อนหน้านี้ ดาวเข้าไปซื้อเมล็ดพืชผักจากในเมืองมาหลายชนิด เขานำเมล็ดเ่าั้ มาแช่น้ำวารีทิพย์ไว้หนึ่งคืน หลังจากนั้น ก็นำไปเพาะจนเป็ต้นกล้า
เมื่อลงต้นกล้าผักเสร็จแล้วทุกแปลง ดาวก็พาคนงานไปลงต้นผลไม้ ที่สั่งมาจากในเมืองให้นำมาส่ง มีต้นมะม่วง ฝรั่ง แอปเปิล กล้วย
เมื่อทำการลงต้นผลไม้เสร็จ ดาวก็เปิดระบบน้ำเข้าไร่ในทันที น้ำนี้ถูกดูดมาจากสระน้ำในไร่อีกที ดาวได้นำน้ำวารีทิพย์ลงไปเทใส่ในสระน้ำแล้ว คิดว่าต้นไม้ทุกต้น น่าจะได้รับน้ำวารีทิพย์อย่างแน่นอน
วันเวลาผ่านเลยไป พืชผักในแปลงเพาะปลูก เริ่มโตพอที่จะเก็บขายเป็ผลผลิตแรกได้แล้ว ดาวใช้สายตากะปริมาณพืชผักที่ต้องเก็บขาย ก็รู้ว่า เขาคนเดียวคงไม่อาจทำเสร็จได้แน่ และอีกอย่าง เขายังไม่มีร้านที่จะรองรับพืชผักของตัวเองเลย คนเดียวที่ดาวนึกถึงในตอนนี้คือ ลุงโชค
“ฮัลโหลครับลุง ผมดาวนะครับ” ดาวตัดสินใจโทรหาลุงตัวเองทันที
[เออ ๆ ว่าไงหลานมีอะไร?]
“ลุงครับ ผักผมโตพอเก็บได้แล้ว ลุงช่วยหาคนงานมาเก็บผักให้ผมได้ไหมครับ”
[ได้สิ เดี๋ยวลุงจัดการให้]
“มีอีกเื่ครับลุง ผมไม่รู้ว่า จะนำผักไปขายร้านไหน ขายกับใคร ลุงพอมีคนรู้จัก ที่รู้เื่นี้บ้างไหมครับ?”
เมื่อลุงโชคได้ฟัง ก็นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง
[เอางี้นะหลาน พรุ่งนี้เช้า ลุงจะพาหลานเข้าไปในตัวเมือง ไปลองถามดู ลุงพอมีคนรู้จักอยู่บ้าง เราต้องลองดูกัน]
“ผมขอบคุณครับลุง ผมไม่รู้จะพึ่งใครแล้ว ขอบคุณลุงมาก ๆ ครับ”
ดาวพูดออกมาด้วยความซึ้งใจ ไม่ใช่ว่าหลาย ๆ คน จะเจอญาติพี่น้องที่ดีขนาดนี้
[เล็กน้อยน่า คิดมากหลาน พรุ่งนี้เจอกัน เดี๋ยวลุงไปรับแต่เช้าเลย]
“ครับลุง”
หลังจากวางสายกับลุงโชค ชายหนุ่มก็ถือตะกร้ากับมีด เพื่อไปตัดผักที่แปรง เขาคิดว่า จะลองให้แม่ค้านำผักไปลองชิมดูก่อน เพราะผักของเขารดด้วยน้ำวารีทิพย์ ที่ทำให้ผักทั้งหวานทั้งกรอบ รสชาติอร่อย ไม่เหม็นเขียว และยังมีพลังปราณอ่อน ๆ ที่ทำให้คนกินรู้สึกสดชื่น หายเหนื่อย แถมต้นก็อวบอ้วนน่ากิน เขาไม่เชื่อว่า แม่ค้าจะปฏิเสธผักเหล่านี้ หากได้ลองกินแล้ว
ตอนเช้า ลุงโชคมารับดาว ตามที่นัดไว้ เพื่อพาเข้าไปในตัวเมือง ชายชราพาหลานชาย มาที่ตลาดขายผักสด ที่มีขนาดใหญ่ของแถบนี้
ทั้งสองคน หยุดอยู่ที่ร้านขายผักเ้าหนึ่ง
“นังสา เป็ไงบ้าง ขายดีไหม” ลุงโชคทักทายเพื่อนเก่าสมัยเรียน ที่ผันตัวเองมาเป็แม่ค้าขายผัก
“อ้าวไอ้โชค ข้าก็นึกว่าใคร ไปไงมาไงวะ ไม่เจอนานเลย”
“ก็เรื่อย ๆ แหละ แล้วเอ็งล่ะ”
“ข้าก็เรื่อย ๆ ว่ะ แล้วเอ็งมาซื้อผักเหรอ”
“เปล่า ข้ามีเื่รบกวนเอ็งหน่อยได้ไหม”
“เื่อะไรวะ ข้าไม่มีเงินให้ยืมนะ ฮ่า ๆ” สาพูดหยอกเพื่อนเก่าอย่างอารมณ์ดี หากเพื่อนลำบากมา มีหรือที่ตนจะไม่ช่วย
“ไม่ใช่เื่นั้นหรอก แป๊บหนึ่งนะ” ลุงโชคหันไปจับแขนของดาว ให้มายืนข้าง ๆ แก
“นังสา นี่หลานชายข้าชื่อดาว” ลุงโชคแนะนำดาว ให้เพื่อนตัวเองรู้จัก
“สวัสดีครับ”
“เออ ไหว้พระเถอะจ้ะ ว่าแต่ลูกใครวะ หน้าคุ้น ๆ”
“ลูกนังดามัน”
“อ๋อ! ก็ว่าอยู่ แล้วนังดาไม่มาด้วยเหรอ ไม่เจอมันนานละ”
“เฮ้อ เอ็งคงยังไม่รู้สินะ นังดากับไอ้เขม มันเสียได้เกือบสองเดือนแล้ว”
“เฮ้ย! จริงรึ ข้าไม่อยากเชื่อเลย แล้วหลานอยู่ยังไง อยู่กับเอ็งรึ”
“เปล่าหลานอยู่คนเดียว”
“เอ้า! ทำงานทำการอะไรล่ะเนี่ย อยู่คนเดียวด้วย ยังเด็กอยู่เลย”
“นี่แหละ เื่ที่ข้าอยากให้เอ็งช่วย”
“ให้มาทำงานกับข้ารึ ได้นะข้ารับ ช่วย ๆ กัน”
“ไม่ใช่ คือตอนนี้ หลานข้ามันปลูกผักขาย แต่ไม่รู้ว่าจะส่งให้ใคร ข้าเลยนึกถึงเอ็ง เอ็งช่วยรับผักจากหลานข้า มาขายได้ไหมวะ หรือถ้าไม่ได้ เอ็งมีแนะนำบ้างไหม”
“ที่จริงตอนนี้ ข้าก็มีเ้าประจำแล้วนะ ที่ส่งผักมาให้ แต่เห็นแก่เด็กมัน ข้าสงสาร ลองเอามาดูสิ มีอะไรบ้างล่ะ”
“เอ่อ ตอนนี้ที่พอเก็บได้ก็มี ผักบุ้ง ผักคะน้า มะเขือเปราะ มะเขือเทศ กะหล่ำปลี ผักสลัด กะเพรา โหระพา บรอกโคลี กะหล่ำดอก พริก น่าจะเท่านี้ครับ” ดาวพูดรายการผัก ที่ไร่พร้อมตัดขาย
“มีเยอะเลย งั้นเอามาให้ข้า อย่างละ 50 โล ไหวไหม”
สาคิดว่า เธอคงต้องลดปริมาณผัก ของเ้าประจำลงก่อน แต่ถ้าหากผักที่ดาวปลูกไม่ได้มาตรฐาน เธอก็คงต้องขอคุยเื่นี้กับดาวใหม่
“ไหวครับ ให้ผมเริ่มส่งวันไหนครับ” ดาวพูดด้วยสีหน้าดีใจ และกระตือรือร้น
“พรุ่งนี้ได้ไหม”
“ได้ครับได้”
“โอเค พรุ่งนี้ป้าจะรอ อย่ามาสายนะ ที่นี่ต้องทำเวลา ถ้าไม่มีของขาย ลูกค้าก็จะไปซื้อที่อื่น ป้าจะเสียรายได้”
“ครับ ผมจะไม่ทำให้ป้าผิดหวังแน่นอน เอ่อนี่ครับ ผักตัวอย่างจากไร่ผม ผมให้ป้าไปทำอาหารกินได้เลยครับ รับรองว่า ผักจากไร่ของผม หวานกรอบอร่อย ไม่เหมือนเ้าอื่นแน่นอน”
“ขายเก่งนะเรา โอเคป้าจะรับไว้”
“งั้นข้าพาหลานกลับล่ะ จะรีบไปตัดผักให้เอ็ง”
“เอ่อ ๆ ไปดีมาดี”
หลังจากนัดเวลาส่งผักเรียบร้อยแล้ว ลุงโชคก็พาดาวกลับไร่ เพื่อมาตัดผักเตรียมไว้ โดยที่ไม่ลืมแวะหาคนงานอย่างเร่งด่วน เพื่อมาช่วยทันที
“โอ้โหหลาน ทำไมผักของหลาน มันถึงได้สวยขนาดนี้ ลำต้นก็ใหญ่ น่ากินทั้งนั้นเลย”
ลุงโชค เมื่อเห็นผักที่หลานชายปลูก ก็แปลกใจ เพราะผักสวยมาก ๆ ไม่นึกว่า วัยรุ่นจะปลูกผักได้ดีขนาดนี้ คนงานที่มาช่วย ต่างก็พากันชื่นชมไม่ขาดปาก
“ลุงตัดกลับไปทำอาหารที่บ้านได้เลยนะครับ คนอื่น ๆ ด้วยนะครับ” ดาวบอกกับลุง และคนงานที่มาช่วย
จนเมื่อตัดผัก ได้ตามจำนวนที่้า ลุงโชคและเหล่าคนงาน ก็พากันกลับ โดยที่มีผักติดไม้ติดมือกลับบ้าน คนละกำสองกำ
พรุ่งนี้ ลุงโชคจะมาช่วยดาวขนผักไปในตัวเมือง ดาวดีใจมาก ที่ผักรอบแรกมีคนรับไปขาย และคิดในใจว่า หากเขามีรายได้ที่มั่นคงกว่านี้ เขาจะตอบแทนบุญคุณของลุงโชค และทุกคนที่ดีกับเขาอย่างแน่นอน
สาหลังจากที่เพื่อนเก่าอย่างโชค และดาวกลับไปแล้ว เธอก็ก้มหน้าก้มตาขายผักต่อ จนมีลูกค้าประจำคือ คุณมณี เศรษฐินีผู้ทรงอิทธิพลในจังหวัดเวียงฟ้า มาเลือกซื้อผักพร้อมแม่บ้านอีกสองคน
“ขายดีไหมแม่สา วันนี้ดูผักเหลือน้อยนะ” มณีพูดทักทายแม่ค้าขายผัก ที่เธอมาซื้อเกือบประจำ
“เรื่อย ๆ จ้ะคุณมณี ฉันรับผักมาไม่เยอะ กลัวขายไม่หมด”
“อืม แล้วนี่เหลือผักอะไรบ้าง ผักที่ฉัน้าไม่มีเลย”
“คุณ้าผักอะไร เดี๋ยวฉันหาให้”
“ฉันว่าจะทำผัดผักกับแกงจืดเสียหน่อยน่ะ ลูกฉันั้แ่ป่วย ก็กินอะไรไม่ค่อยได้เลย”
มณี พอพูดถึงลูกชายที่ป่วยเป็อัมพาตครึ่งซีก ดวงตาก็เศร้าหมองทันที
“คุณมณี ฉันว่าคนดี ๆ อย่างคุณสน ยังไงพระก็คุ้มครอง ให้หายป่วยหายไข้แน่นอน คุณต้องเข้มแข็งนะ”
สาให้กำลังใจมณี เพราะั้แ่ได้ยินข่าวว่า ลูกชายของเธอป่วยเป็อัมพาต ก็ใจหาย ชายหนุ่มอนาคตไกล ต้องมานอนติดเตียง ขนาดไม่ใช่ญาติกัน เธอยังรู้สึกหดหู่แทน
“ขอบใจแม่สามาก”
“เอ่อ คุณ หากไม่ว่าอะไร คุณเอาผักนี้ไปทำอาหารนะ ฉันให้ฟรี หลานฉันเอามาลองให้ชิมน่ะ ดูสิ แต่ล่ะต้นสวย ๆ อวบ ๆ ทั้งนั้น” สายกผักที่ดาวให้ไว้ขึ้นโชว์ให้คุณมณีดู ผักแต่ละต้นน่ากินมาก ๆ แถมต้นใหญ่กว่าที่มีขายในร้านตนอีก
“อือ น่ากินจริงด้วย ฉันขอบใจแม่สามาก”
“จ้ะคุณ”
สาจัดการแบ่งผักให้มณี และแบ่งให้กับลูกค้าขาประจำอีกหลายคน ผักที่เหลือก็นำกลับบ้านไปแบ่งให้ญาติ ๆ เพราะผักที่ดาวให้ไว้นั้น มีจำนวนมาก และสาเองคงกินไม่หมดแน่นอน
คฤหาสน์พิริยวงศ์
หลังจากที่มณี ได้ผักตามที่เธอ้า ก็ตรงกลับบ้าน หรือจะเรียกว่าคฤหาสน์ก็ได้ วันนี้มณีให้แม่บ้านทำอาหาร ที่ลูกชายของเธอชอบหลายรายการ หวังว่าลูกชายจะเจริญอาหารขึ้นมาบ้าง
ั้แ่ที่ลูกชายของเธอ ป่วยเป็อัมพาต ก็กลายเป็คนเงียบ ไม่สุงสิง หรืออยากพูดคุยกับใคร ร่างกายก็เริ่มผอมแห้ง จากชายหนุ่มหน้าตาดี ตอนนี้แทบไม่เหลือเค้าโครงเลย คนเป็แม่อย่างเธอปวดใจยิ่งนัก
ไม่ว่าจะหาหมอมารักษากี่คน ต่างก็บอกว่า โรคนี้ต้องใช้เวลา ให้ทำกายภาพบำบัด และทานยาที่หมอให้ แต่จากที่เห็น มีแต่ทรุดลง เธอทุกข์ใจอย่างมาก ไม่รู้จะต้องทำยังไงต่อไป ต่อให้มีเงินมากมาย แต่ก็ไม่อาจทำให้ลูกชายกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม
“สนลูก ได้เวลาอาหารเย็นแล้วครับ วันนี้มีเมนูที่ลูกชอบหลายเมนูเลยนะ” มณีเรียกลูกชาย ที่กำลังเหม่อลอย ให้ทานอาหารเย็น
“ไม่กิน ไม่หิว” คนป่วยพูดปฏิเสธ เพราะไม่อยากอาหาร
ชายหนุ่มป่วยเป็อัมพาตครึ่งล่าง ทำให้ไม่สามารถขยับร่างกาย่ล่างได้ ั้แ่หน้าอกลงไป ชายหนุ่มไม่มีความรู้สึกอะไรเลย เื่นี้ทำให้เขาทรมานใจ และหมดกำลังใจในการมีชีวิตอยู่ต่อ คิดว่าทำไมไม่ตาย ๆ ไป เสียั้แ่ตอนได้รับอุบัติเหตุ จะรอดมาทำไม รอดมาแล้วก็มาเป็ภาระของมารดา แทนที่คนเป็ลูกจะได้ดูแลบุพการี แต่นี่เขาต้องให้บุพการีมาดูแลแทน
“กินสักคำก็ยังดีนะลูก แม่เป็ห่วงลูกนะ”
หลังจากที่มณีคะยั้นคะยอ ให้ลูกชายกินอาหาร จนลูกชายตกลงยอมกิน เธอก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ
เมื่อให้พยาบาล พยุงลูกชายขึ้นนั่ง เธอก็เลื่อนอาหารไปตรงหน้าลูกชาย
สนใช้มือ ที่ยังคงใช้การได้ ตักอาหารเข้าปาก เขารู้สึกว่าอาหารที่กินในแต่ละวัน นั้นไม่อร่อยเลย แต่เขาก็ต้องฝืนกินบ้าง เพื่อให้ผู้เป็แม่สบายใจ
สนตักแกงจืดผักกาดขึ้นมากิน เมื่อชายหนุ่มได้ลิ้มลองอาหารคำแรก ก็แปลกใจ ทำไมอาหารวันนี้รสชาติถึงอร่อยขนาดนี้ จนเ้าตัวเริ่มเพิ่มความเร็วในการตักอาหารเข้าปาก ไม่นานอาหารก็เริ่มร่อยหรอ จนรู้สึกตัวอีกที ชายหนุ่มก็อิ่ม จนกินอะไรต่อไม่ลงอีกแล้ว
มณีมองลูกชาย ที่เจริญอาหารเป็พิเศษ ด้วยความดีใจ แค่เห็นลูกกินอิ่มนอนหลับ นางก็มีความสุขแล้วในตอนนี้
_ _ _ _ _
