หลินชิงเซวียน…คุณหนูปลาเค็ม
บทที่ 1 ตื่นมาก็เป็ขยะ แต่ข้าจักขอเป็ขยะที่นอนต่ออีกครึ่งเค่อ
ท่ามกลางความมืดมิดอันเวิ้งว้างไร้ขอบเขตราวกับห้วงอนธการที่กลืนกินทุกสรรพสิ่ง ข้ากลับััได้ถึงความเบาสบายที่ดวงจิตโหยหามาตลอดชั่วชีวิต ในที่สุด... เสียงเครื่องตรวจวัดสัญญาณชีพที่ดัง ตื๊ด ลากยาวบาดหูนั่นก็เงียบลงเสียที แสงไฟเจิดจ้าจากห้องผ่าตัดที่แสนวุ่นวาย งานเจรจาวิกฤตตัวประกันที่กินเวลาสามวันสามคืนโดยมิได้พักผ่อน และความกดดันจากเบื้องบนที่บีบคั้นราวกับขุนเขาไท่ซานทับอก จนหัวใจวายตายคาโต๊ะทำงาน... ทุกอย่างจบสิ้นลงแล้ว!
"ขอขมาต่อโลกใบนี้ ข้าขอลาก่อน... และขอย้ำอีกครา อย่าได้บังอาจปลุกข้า จนกว่าจะถึงภพภูมิหน้า!"
ทว่า... ในขณะที่ดวงจิตกำลังจะดำดิ่งสู่ความสงบ [ติ๊ง! ตรวจพบดวงิญญาที่มีค่าความเกียจคร้านสะสมอยู่ในระดับ บรรลุวิถีแห่งความเฉื่อย] [ระบบ เทพธิดาปลาเค็ม เริ่มต้นการเชื่อมต่อจิติญญา... 1%... 50%... 100%] [ขอแสดงความยินดี! ท่านได้รับโอกาสจุติใหม่ในร่างที่ ไร้ค่า ที่สุดในประวัติศาสตร์ เพื่อพิสูจน์สัจธรรมที่ว่า... การนอนนิ่งๆ ก็เป็เซียนเหนือโลกได้!]
"เ้าบัดซบหน้าไหนบังอาจมารบกวนข้า... ไสหัวไปให้พ้น!" ข้าสบถก้องในใจ พยายามขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยศิลาพันชั่ง แต่ความรู้สึกเย็นเยียบของอากาศที่บาดลึกถึงกระดูกดำทำให้ข้าจำต้องลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างเสียมิได้
ภาพเบื้องหน้ามิใช่สรวง์ชั้นฟ้า และมิใช่ห้องเก็บศพออันหนาวเหน็บ แต่มันคือเพดานไม้ผุพังที่มีหยากไย่เกาะหนาเตอะราวกับม่านไหมมรณะ กลิ่นอับชื้นของเชื้อราคละคลุ้งผสมปนเปไปกับกลิ่นโอสถสมุนไพรคุณภาพต่ำที่ถูกต้มจนไหม้ส่งกลิ่นฉุนกึก ข้าลองขยับกายเพียงเล็กน้อย ความเ็ปรวดร้าวก็แล่นปราดเข้าสู่เส้นประสาททุกอณูขุมขน ร่างกายนี้ช่างเปราะบางราวกับทำมาจากกระดาษที่เปียกน้ำก็มิปาน!
"คุณหนู! คุณหนูฟื้นแล้วหรือเ้าคะ! ฮือๆๆ ์เมตตาแล้ว!" เสียงร้องไห้คร่ำครวญปานจะขาดใจดังขึ้นข้างหู ข้าค่อยๆ หันไปมอง พบดรุณีน้อยนางหนึ่งในชุดผ้าป่านเนื้อหยาบที่ขาดรุ่งริ่ง ใบหน้ามอมแมมเปรอะเปื้อนคราบน้ำตา แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับทอประกายแห่งความหวัง นางกำลังเขย่าร่างข้าอย่างบ้าคลั่งราวกับจะกระชากิญญาให้หลุดออกจากร่างอีกคำรบ
"เบา... เบามือหน่อยเถิด" ข้าเค้นเสียงแหบพร่ายิ่งกว่าเป็ดโดนเชือดออกมา "เ้ากำลังจะสังหารข้าด้วยแรงเขย่านั่น ศีรษะของข้าจักหลุดออกจากบ่าอยู่รอมร่อแล้ว!"
"คุณหนูชิงเซวียน! คุณหนูอย่าทิ้งบ่าวไปนะเ้าคะ หากคุณหนูเป็อันใดไป อาหลินจะไปพึ่งใบบุญผู้ใดได้อีก!"
หลินชิงเซวียน... นามนี้เองรึ? ทันใดนั้น ความทรงจำสายหนึ่งก็หลั่งไหลเข้ามาในห้วงคำนึงราวกับเขื่อนแตก ร่างที่ข้าเข้ามาอาศัยอยู่นี้คือ คุณหนูใหญ่สายตรงแห่งตระกูลหลิน เมืองเมฆาคล้อย บิดาเป็อดีตอัจฉริยะที่พิการเพราะถูกลอบทำร้าย มารดาหายสาบสูญไร้ร่องรอย ส่วนนาง... คือขยะของตระกูลที่ไร้ซึ่งพร์ ไม่มีแม้แต่เส้นลมปราณ เป็เบี้ยล่างให้คนทั้งจวนรังแกข่มเหง ล่าสุดถูกผลักตกสระบัวเหมันต์จนร่างกายจับไข้หนาวสั่นและสิ้นใจไปเมื่อครู่
เหอะ... พล็อตนิยายประโลมโลกน้ำเน่าชัดๆ!
[ภารกิจเริ่มต้น: จงนอนต่ออีก 1 เค่อ (15 นาที) เพื่อรับแต้มปลาเค็ม 10 แต้ม] [รางวัล: โอสถฟื้นฟูกายาขั้นพื้นฐาน และ วจนะแห่งปราชญ์ปลาเค็ม 1 บท]
ข้าปิดเปลือกตาลงทันทีโดยมิต้องไตร่ตรอง
"อาหลิน... จงสงบปากคำ ข้าขอพักสายตาอีกสักหนึ่งเค่อ"
"แต่คุณหนูเ้าคะ! คุณหนูใหญ่หลินเซี่ย กำลังมุ่งหน้ามาที่เรือนท้ายสวนนี้นะเ้าคะ! นางประกาศว่าจะมาชิงหยกโลหิตของฮูหยินไปเ้าค่ะ!" อาหลินร้องเตือนด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกลนลาน แต่ข้าหาได้ใส่ใจไม่ มนุษย์เงินเดือนที่ทำงานถวายหัวจนตัวตายอย่างข้าย่อมตระหนักดีว่า ในใต้หล้านี้ ไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าการนอนหลับพักผ่อน! หยกโลหิตอันใดกัน? หากอยากได้ก็เอาไปเถิด เพียงศิลาโง่เง่าก้อนเดียวจะนำมาแลกกับนิทราอันแสนสุขของข้าได้อย่างไร
หนึ่งเค่อผ่านไปไวเหมือนโกหก ท่ามกลางเสียงเอะอะโวยวายที่ดังใกล้เข้ามา [ติ๊ง! ภารกิจจำศีลสำเร็จ! ท่านได้รับแต้มปลาเค็ม 10 แต้ม] [ปลดล็อครางวัล: โอสถฟื้นฟูกายา (ใช้งานอัตโนมัติ) และ วจนะประจำวัน: การขยับกายโดยไร้ซึ่งผลประโยชน์ คือการบ่อนทำลายทรัพยากรของแผ่นดิน]
ฉับพลัน ความอบอุ่นสายหนึ่งแล่นพล่านไปทั่วเส้นชีพจร ขับไล่ความเ็ปหนาวเหน็บจนมลายสิ้น ร่างกายที่เคยหนักอึ้งกลับเบาสบายราวขนนก โอสถ์นี้ช่างมีสรรพคุณเลิศล้ำยิ่งนัก! แต่ยังมิทันที่ข้าจะได้บิดี้เีคลายเมื่อย ประตูไม้ผุพังของเรือนพักก็ถูกบาทาขนาดเขื่องถีบโครมจนบานประตูหลุดกระเด็น!
ปัง!
"หลินชิงเซวียน! นังตัวดี! นี่ยังมิตกตายไปอีกรึ? ดวงแข็งเสียจริงนะยะ!"
สตรีในอาภรณ์ผ้าไหมสีชมพูฉูดฉาดบาดตาเดินกรีดกรายเข้ามา พร้อมกับสาวใช้ท่าทางจองหองพองขนอีกสองนาง นางคือหลินเซี่ย ลูกพี่ลูกน้องผู้มีจิตใจริษยาและชื่นชอบการรังแกเ้าของร่างเดิมเป็กิจวัตร ใบหน้าที่ฉาบทาด้วยเครื่องประทินโฉมราคาแพงบิดเบี้ยวด้วยความดูแคลนเหยียดหยาม
ข้ายังคงนอนเอกเขนกนิ่งอยู่บนเตียงไม้แข็งๆ มิคิดแม้แต่จะลุกขึ้นนั่ง
"เ้าช่วยถีบประตูเบาๆ หน่อยมิได้รึ? ค่าซ่อมแซมมันแพงนัก หรือว่าตระกูลเ้าสั่งสอนมาให้ใช้กีบเท้า แทนมือในการเปิดประตู?"
หลินเซี่ยชะงักค้างไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกโพลงด้วยความคาดไม่ถึง
"เ้า... เ้ากล้าสามหาวกับข้าเชียวรึ? เอาหยกโลหิตออกมาเดี๋ยวนี้! ขยะไร้ค่าอย่างเ้าไม่มีสิทธิ์สมบัติล้ำค่าเช่นนั้น!"
ข้าถอนหายใจยาวเหยียด พลิกตัวนอนตะแคงเท้าแขนมองนางด้วยสายตาว่างเปล่าดุจปลาตาย
"คุณหนูหลินเซี่ย... การที่เ้าพยายามจะแย่งชิงของผู้อื่นเยี่ยงโจรป่านั้น มันมิได้ทำให้เ้าร่ำรวยขึ้นหรอกหนา แต่มันทำให้คุณค่าของเ้าดู ต่ำตมลงจนน่าใจหาย เ้าเคยได้ยินสุภาษิตโบราณหรือไม่? สุนัขที่เห่าเสียงดัง มักจะเป็สุนัขแก่ที่ไร้เขี้ยวเล็บ เ้าส่งเสียงเห่าหอนดังปานนี้... ฟันร่วงหมดปากแล้วกระมัง?"
"บังอาจ!!!" หลินเซี่ยหน้าแดงก่ำด้วยโทสะที่พุ่งพล่าน
"นังขยะ! พวกเ้ามัวยืนบื้ออยู่ทำไม! ไปลากตัวมันลงมาจากเตียง แล้วค้นตัวเอาหยกนั่นมามอบให้ข้า!"
สาวใช้ร่างั์สองนางปรี่เข้ามาหาข้าด้วยท่าทางดุดันหมายขย้ำ ข้าปรายตามองพวกนางแล้วบังเกิดความเวทนาจับใจ เป็ได้เพียงเบี้ยหมากให้ผู้อื่นใช้งานโดยมิได้ใช้สมองไตร่ตรอง
[ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบจิตสังหาร... ท่าน้าเปิดใช้งาน เคล็ดวิชาลับปลาเค็ม: พลิกฟ้าคว่ำสมุทร (ฉบับคนี้เี) หรือไม่? ค่าใช้จ่าย: 5 แต้มปลาเค็ม]
จัดมาอย่าให้เสีย! อย่าให้ข้าต้องเสียเวลานอนอันมีค่านานนัก!
ทันทีที่สาวใช้คนแรกเอื้อมมือหมายจะจิกทึ้งเส้นผมของข้า ข้าเพียงเบี่ยงคอหลบเล็กน้อยด้วยความเกียจคร้าน ในจังหวะที่ดูเหมือนเป็เหตุบังเอิญ ทว่าฝ่ามือของนางกลับพลาดเป้าไปฟาดเข้าที่ใบหน้าของสาวใช้คนที่สองอย่างจัง!
เพียะ! เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นลั่นเรือน
"โอ๊ย! นังบ้า! เ้าตบหน้าข้าทำไม!"
"ข้ามิได้ตั้งใจ! มันหลบข้า... มือข้าเลยพลาดไปเอง!"
ข้าหาวหวอดหนึ่งที น้ำตาเล็ดออกมาเล็กน้อย
"พวกเ้าเล่นปาหี่อันใดกัน? หากจักกัดกันเองก็เชิญไสหัวไปกัดกันข้างนอก อย่ามาทำฝุ่นฟุ้งตลบในเรือนข้า... ข้าแพ้ฝุ่น"
"นังปีศาจ! ฤทธิ์มากนักนะ!" สาวใช้คนเดิมคำรามลั่น กระโจนเข้าใส่ข้าอีกคำรบ ครานี้ข้าใช้ปลายเท้าเขี่ยขาเตียงที่ผุพังจวนเจียนจะหักให้หักลงครึ่งหนึ่งพอดิบพอดี จังหวะที่เตียงเอียงวูบ ร่างของสาวใช้ผู้นั้นก็เสียหลักคะมำ ศีรษะพุ่งเข้าไปโขกกับหัวเตียงไม้เนื้อแข็งอย่างแรงจนสลบเหมือดไปในบัดดล!
ทุกอย่างอุบัติขึ้นในชั่วพริบตาเดียว... และที่สำคัญที่สุด ข้ายังมิได้ลุกจากเตียงเลยแม้แต่ปลายเล็บ!
หลินเซี่ยยืนตัวสั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยวระคนหวาดระแวง
"เ้า... เ้าใช้วิชามารอันใด! ไฉนคนของข้าถึงล้มคว่ำไปเองเยี่ยงนี้!"
ข้ายันกายลุกขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้า เส้นผมยุ่งเหยิงทิ้งตัวลงปรกใบหน้า แต่ดวงตากลับทอประกายคมกริบราวกับใบมีดที่ผ่านการเจียระไนมานับพันปี ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพักโทรมๆ นั้นชั่วอึดใจ บรรยากาศรอบกายข้าแปรเปลี่ยนไปจนหลินเซี่ยต้องก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยมิรู้ตัว
"เ้าทราบหรือไม่... ว่าเหตุใดมนุษย์เดินดินจึงมิอาจต่อกรกับปลาเค็มได้?" ข้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าบาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจ
หลินเซี่ยมิได้ตอบคำ นางเอาแต่ตัวสั่นงันงก
"เพราะปลาเค็มนั้นไม่มีสิ่งใดจะเสีย... และปลาเค็มเยี่ยงข้า มองเห็นความโง่เขลาของคนเยี่ยงพวกเ้าได้ชัดแจ้งเกินไป"
ข้าลุกขึ้นยืน ก้าวย่างอย่างเนิบนาบเข้าไปหานาง
"หยกโลหิตนั้น... เปิ่นเสี่ยวเจี่ยจะมอบให้เ้าก็ได้หนา... แต่เ้าต้องจ่ายค่าเสียหายที่พังประตูเรือนข้า ค่าที่พวกเ้ามารบกวนเวลานอนอันแสนสุข และค่าทำขวัญให้อาหลิน รวมเบ็ดเสร็จ... หนึ่งพันตำลึงทอง"
"หนึ่งพันตำลึงทอง! เ้าวิปลาสไปแล้วรึ! นี่มันปล้นกันชัดๆ!" หลินเซี่ยกรีดร้องเสียงหลง
"อ้อ... เช่นนั้นเพิ่มเป็สองพันตำลึงทอง" ข้ายกยิ้มที่มุมปาก แววตาเ้าเล่ห์พราวระยับ "โบราณท่านว่าโอกาสดั่งสายนที ไหลไปแล้วมิหวนกลับ ยามนี้สายนทีของเ้ากำลังแปรเปลี่ยนเป็น้ำตกที่จะพัดพาเ้าดิ่งลงเหวลึก จะยอมควักกระเป๋าจ่ายแต่โดยดี... หรือจะให้เปิ่นเสี่ยวเจี่ยนำความไปแจ้งแกท่านเ้าเมือง เื่ที่คุณหนูใหญ่หลินเซี่ยแอบขโมย ยาปลุกกำหนัดจากคลังสมบัติของตระกูลไป?"
วาจานั้นเปรียบดั่งสายฟ้าฟาด หลินเซี่ยหน้าซีดเผือดราวกับไก่ต้ม
"จะ... เ้า! เ้ารู้เื่บัดสีนั้นได้อย่างไร!"
"ข้ามิได้ล่วงรู้ดอก... ข้าเพียงแต่คาดเดาจากสายตาอันหื่นกระหายของเ้า ยามที่จ้องมองบุรุษรูปงามน่ะ แต่นี่ดูจากปฏิกิริยาร้อนตัวของเ้าแล้ว... ข้าคงเดาถูกเผงเลยกระมัง?" ข้าหัวเราะในลำคอแ่เบา เป็เสียงหัวเราะที่เย็นเยียบจนน่าขนพองสยองเกล้า ความจริงคือข้าใช้ระบบสแกนข้อมูลเบื้องต้นของนางไปเมื่อครู่ แหม... ระบบปลาเค็มนี้ช่างอเนกประสงค์เสียจริง
"ตกลง! ข้าจะจ่าย! แต่เ้าต้องคืนหยกมาให้ข้า!"
"ยื่นหมูยื่นแมวเ้าค่ะ ของถึงมือ เงินถึงบัญชี... อ้อ ข้าหมายถึงเงินต้องวางอยู่บนฝ่ามือข้าเสียก่อน" ข้าแบมือรออย่างใจเย็น
หลังจากที่หลินเซี่ยกัดฟันกรอด สั่งบ่าวไพร่ให้ไปเบิกเงินมามอบให้ และจากไปพร้อมกับสายตาอาฆาตมาดร้ายที่แทบจะเผาเรือนข้าให้วอดวาย ข้าก็กลับมาทิ้งตัวลงนอนแผ่หลากลางเตียงที่เหลือขาเพียงสามข้างทันที
"คุณหนู... คุณหนูของบ่าวช่างเก่งกาจเหลือเกินเ้าค่ะ!" อาหลินวิ่งถลาเข้ามาเกาะขอบเตียง น้ำตาคลอเบ้าด้วยความซาบซึ้ง
"แต่อาหลินกลัว... กลัวว่าพวกมันจะไม่ยอมรามือปล่อยเราไปง่ายๆ"
ข้าเอื้อมมือไปลูบศีรษะเด็กสาวเบาๆ ความรู้สึกอบอุ่นสายหนึ่งแล่นผ่านหัวใจที่เคยด้านชา นี่สินะ... ความรู้สึกของการมีคนสำคัญให้ต้องปกป้องดูแล
"อย่าได้หวาดกลัวไปเลยอาหลิน ตราบใดที่ข้ายังยึดมั่นในวิถีแห่งความเกียจคร้านเช่นนี้ ผู้ใดก็มิอาจทำอันตรายเราได้"
[ติ๊ง! ภารกิจ กำจัดแมลงวันที่น่ารำคาญ สำเร็จ!] [ได้รับแต้มปลาเค็ม 50 แต้ม] [ระดับเลเวลของระบบ: 2] [ข้อความจากระบบ: ท่านได้รับ ชุดเครื่องนอนเมฆาหมื่นปี ััความนุ่มนวลยิ่งกว่านอนบนปุยเมฆแห่งสรวง์!]
ข้ายิ้มกริ่มอย่างพึงพอใจพลางปิดเปลือกตาลงอีกครา เตรียมตัวเข้าสู่ห้วงนิทรา
"อาหลิน... พรุ่งนี้มิต้องปลุกข้า หากมีผู้ใดบังอาจถามว่าข้ากำลังทำสิ่งใดอยู่ จงบอกพวกมันไปว่า..."
"เปิ่นเสี่ยวเจี่ยกำลังติดพันภารกิจสำคัญ สนทนาธรรมกับท่านเทพแห่งความี้เี... ผู้ใดบังอาจขวางคอ... แม่จะเชือดทิ้งเสีย!"
และนั่นคือวันแรกของข้าในภพภูมิใหม่ โลกที่ผู้คนต่างดิ้นรนแก่งแย่งอยากเป็ัผงาดฟ้า แต่สำหรับข้า... ขอเป็เพียง ปลาเค็ม ที่ปราดเปรื่องที่สุดในใต้หล้า เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว!
