เวลานี้เปลวเพลิงได้ปกคลุมร่างของชายทั้งสองอย่างสมบูรณ์แล้ว
ในขณะนั้นพวกเขาได้พยายามเรียกิญญายุทธ์ในร่างออกมา แต่พวกเขาก็ต้องตกตะลึงเพราะเปลวเพลิงที่กำลังเผาไหม้พวกเขาอยู่นั้นมีผลต่อิญญายุทธ์ในร่างของพวกเขาเช่นกัน!
“อา...”
เสียงกรีดร้องของชายทั้งสองคนดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ แม้แต่ตัวของถังเหล่ยเองก็คาดไม่ถึงว่าพลังของเปลวเพลิงจะรุนแรงเช่นนี้ แต่เขาก็ไม่ได้สนใจชายทั้งสองคนที่ร้องโหยหวนอยู่เบื้องหน้านาน เขาคว้ามือของตี้เชียนเสวี่ยแล้ววิ่งเข้าไปยังทิศทางของูเาจู่หุนทันที
อย่างไรก็ตามในเวลานี้ถังเหล่ยและตี้เชียนเสวี่ยกลายเป็ศัตรูของสมาคมวีรบุรุษโดยสมบูรณ์แล้ว และหนทางเดียวที่พวกเขาจะรอดก็คือเข้าไปยังส่วนลึกของูเาจู่หุน
ในขณะที่ถังเหล่ยและตี้เชียนเสวี่ยกำลังวิ่งอยู่นั้นที่ด้านหลังของพวกเขาก็มีเสียงคำรามดังขึ้น
“ข้าจะต้องฆ่าเ้าให้ได้!”
เมื่อถังเหล่ยหันศีรษะกลับไปมองเขาก็ต้องพบกับภาพอันน่าสยดสยอง ความรุนแรงจากเปลวเพลิงได้เผาเนื้อหนังของชายคนหนึ่งจนหมดสิ้น แต่ชายอีกคนยังมีชีวิตอยู่เพราะเขาไม่ได้ถูกถังเหล่ยโจมตีโดยตรง
แม้ว่าชายอีกคนจะยังมีชีวิตอยู่ แต่ในขณะนี้เสื้อผ้าของเขาก็ถูกเผาไปจนหมดแล้วและใบหน้าของเขาก็พุพองน่าสยดสยองยิ่งนัก
เมื่อตี้เชียนเสวี่ยเห็นฉากอันน่าสะพรึงกลัวนี้นางจึงเร่งความเร็วขึ้น ส่วนถังเหล่ยก็วิ่งด้วยกำลังทั้งหมดของเขาเช่นกัน เพราะผู้ฝึกตนจากสมาคมวีรบุรุษแฝงตัวอยู่ทุกหนทุกแห่งหากพวกเขามัวชักช้าอาจจะถูกปิดล้อมได้!
หลังจากที่ถังเหล่ยและตี้เชียนเสวี่ยวิ่งหนีมาประมาณหนึ่งก้านธูปจนพวกเขาคิดว่าหนีพ้นแล้ว ทันใดนั้นที่ด้านหลังของพวกเขาก็มีชายฉกรรจ์แปดคนปรากฏตัวขึ้น อีกฝ่ายนั้นล้วนอยู่ในระดับยอดยุทธ์
ขณะที่กลุ่มผู้ฝึกตนจากสมาคมวีรบุรุษวิ่งไล่ตามถังเหล่ยและตี้เชียนเสวี่ย ผู้ฝึกตนที่สัญจรไปมาก็ทำได้เพียงหลีกทางให้เท่านั้น แน่นอนว่าพวกเขาไม่กล้าขัดขวางผู้ฝึกตนจากสมาคมวีรบุรุษ
“วิ่ง!”
ถังเหล่ยกล่าวพร้อมกับยัดยาสองเม็ดเข้าไปในปาก จากนั้นเขาคว้าแขนของตี้เชียนเสวี่ยวิ่งอีกครั้ง
ครั้งนี้ผู้ฝึกตนจากสมาคมวีรบุรุษมีอาวุธติดตัวมาด้วย ในเวลาเดียวกันพวกเขาก็ได้โจมตีมายังทิศทางของถังเหล่ยอย่างต่อเนื่อง แต่ความเร็วที่ถังเหล่ยและตี้เชียนเสวี่ยมีนั้นสามารถหลบการโจมตีของอีกฝ่ายได้
นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้สมาคมวีรบุรุษนั้นแข็งแกร่ง เพราะเฮยซานประกาศอย่างชัดเจนว่าหากมีผู้ใดกล้าแตะต้องคนของเขา สมาชิกทุกคนจะออกตามล่าผู้นั้นทันที!
เหตุผลดังกล่าวทำให้ถังเหล่ยพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความขัดแย้งกับอีกฝ่ายในตอนแรก แต่ในขณะนี้ถังเหล่ยและตี้เชียนเสวี่ยไม่สามารถเจรจากับอีกฝ่ายได้แล้ว เพราะในขณะนี้สิ่งที่อีกฝ่าย้ามากที่สุดก็คือการสังหารถังเหล่ย
“ใกล้จะถึงแล้ว!”
ถังเหล่ยกล่าวกับตี้เชียนเสวี่ย ในเวลาเดียวกันกลุ่มคนที่ไล่ล่าอยู่ด้านหลังก็ใกล้เข้ามาแล้วเช่นกัน
จากนั้นไม่นานถังเหล่ยและตี้เชียนเสวี่ยก็ข้ามเนินได้สำเร็จ สิ่งปลูกสร้างที่สว่างไสวและงดงามก็ได้ปรากฏอยู่เบื้องหน้าของพวกเขา อีกไม่กี่ลี้พวกเขาทั้งสองก็จะเข้าถึงเขตวิหารแล้ว
ด้านหน้าวิหารแห่งนี้มีเสาขนาดใหญ่เรียงรายอยู่นับร้อยต้น ที่้าสุดมีคบเพลิงคอยส่องแสงสว่างอยู่และเสาแต่ละต้นก็มีการสลักลวดลายอย่างประณีตเอาไว้
นี่คือสถานที่ที่ปลอดภัยแห่งเดียวในูเาจู่หุนที่ถังเหล่ยรู้จัก ‘วิหารเซียวเหยา’
แม้ว่าในปัจจุบันถังเหล่ยจะไม่ทราบสถานการณ์ของวิหารเซียวเหยา แต่ถังเหล่ยก็เชื่อว่าวิหารเซียวเหยาแห่งนี้คือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด
ผู้นำวิหารเซียวเหยามีนามว่า ‘เทียนเล่อ’ แม้ว่าอายุของเทียนเล่อจะยังน้อยแต่ก็ไม่ได้อยู่ตกภายใต้อำนาจของผู้ใด ชาติก่อนเทียนเล่อต้อนรับถังเหล่ยอย่างอบอุ่นและกล่าวว่าจะมอบสาวใช้สองคนให้ แต่ถังเหล่ยก็ได้ปฏิเสธไป
ที่สำคัญเทียนเล่อประกาศอย่างชัดเจนว่าห้ามต่อสู้ภายในพื้นที่วิหารเซียวเหยา หากผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกขับไล่ออกไปทันที และทุกๆ เส้นทางที่เข้าสู่วิหารเซียวเหยาจะได้รับการป้องกันอย่างแ่า
ในเวลานี้ถังเหล่ยและตี้เชียนเสวี่ยกำลังมุ่งหน้าไปยังทางเข้าวิหารเซียวเหยาที่ใกล้ที่สุด บริเวณทางเข้าที่พวกเขาทั้งสองกำลังมุ่งหน้าไปนั้นมีองครักษ์ยืนอยู่สองคนและชายชราอีกหนึ่งคน
เมื่อองครักษ์ทั้งสองเห็นถังเหล่ยและตี้เชียนเสวี่ยกำลังวิ่งมายังทิศทางของพวกเขาด้วยความเร็ว ทั้งคู่ก็ได้ก้าวมาด้านหน้าเพื่อขัดขวางอีกฝ่ายทันที
องครักษ์ทั้งสองคนอยู่ในระดับยอดยุทธ์ แน่นอนว่าถังเหล่ยและตี้เชียนเสวี่ยไม่สามารถทะลวงผ่านเข้าไปได้
ในเวลานี้ถังเหล่ยและตี้เชียนเสวี่ยก็มาถึงด้านหน้าขององครักษ์ทั้งสองแล้ว
“ท่าน้าสิ่งใด?”
ชายชรากล่าวพร้อมกับจ้องมองไปยังถังเหล่ยและตี้เชียนเสวี่ย จากนั้นเขาก็เข้าใจสถานการณ์ของอีกฝ่ายทันทีเมื่อสายตาของเขาเหลือบไปเห็นกลุ่มผู้ฝึกตนจากสมาคมวีรบุรุษที่ด้านหลัง แต่ท่าทีของชายชรายังคงสงบนิ่งเพราะผู้ฝึกตนที่หนีตายต่างพากันมาลี้ภัยที่วิหารเซียวเหยาแห่งนี้
“ข้า้าเข้าไปด้านใน!” ถังเหล่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
“หาก้าเข้าไปด้านใน พวกเ้าสองคนจะต้องจ่ายด้วยศิลาิญญาระดับต่ำคนละหนึ่งหมื่นก้อน” ชายชรากล่าวอย่างเ็า
ตี้เชียนเสวี่ยแทบจะไม่สามารถอดกลั้นความโกรธภายในใจได้เมื่อได้ยินคำกล่าวของชายชรา นี่คือการปล้นซึ่งๆ หน้าไม่ต่างจากสมาคมวีรบุรุษ!
อีกด้านหนึ่งถังเหล่ยก็ตกตะลึงเช่นกัน เขาคาดไม่ถึงว่าวิหารเซียวเหยาในปัจจุบันจะตกต่ำและไร้จรรยาบรรณเช่นนี้ แต่ในขณะนี้เขาไม่มีทางเลือกแล้ว
“นี่คือศิลาิญญาระดับต่ำจำนวนหนึ่งหมื่นห้าพันก้อน ส่วนนี่คือแก่นอสูรระดับสอง ข้าคิดว่ามันสามารถทดแทนกันได้!” ถังเหล่ยกล่าวด้วยความคับแค้นใจ เขารู้ดีว่าราคานี้สูงเกินจริง
หลังจากที่ถังเหล่ยหยิบศิลาิญญาและแก่นอสูรออกมา ในเวลาเดียวกันกลุ่มผู้ฝึกตนจากสมาคมวีรบุรุษที่ด้านหลังก็กำลังพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“นี่คือตรารับรองของพวกเ้า”
ชายชรากล่าวอย่างเ็า เขายอมรับศิลาิญญาและแก่นอสูรของถังเหล่ย จากนั้นหยิบท่อนไม้สีเหลืองอ่อนขนาดเล็กออกมาให้ถังเหล่ย
อักขระบนท่อนไม้สีเหลืองอ่อนนั้นคือหนึ่ง!
ซึ่งหมายความว่าศิลาิญญาระดับต่ำจำนวนหนึ่งหมื่นสามารถอยู่ในวิหารเซียวเหยาได้เพียงหนึ่งวันเท่านั้น หากวันถัดไปถังเหล่ยและตี้เชียนเสวี่ยไม่สามารถนำมาจ่ายเพิ่มได้พวกเขาทั้งสองจะถูกขับไล่ออกจากวิหารแห่งนี้ทันที!
จากนั้นองครักษ์ทั้งสองก็ได้ก้าวถอยหลังไป ส่วนถังเหล่ยและตี้เชียนเสวี่ยก็ไม่รอช้ารีบวิ่งเข้าไปในวิหารเซียวเหยาอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่กลุ่มผู้ฝึกตนจากสมาคมวีรบุรุษมาถึง กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวก็ได้แผ่ซ่านออกมาจากร่างขององครักษ์ทั้งสอง ในเวลาเดียวกันหมีสีดำขนาดใหญ่ก็ได้ปรากฏออกมาพร้อมกับทวนในมือของพวกเขา
กลุ่มผู้ฝึกตนจากสมาคมวีรบุรุษหยุดอยู่ที่ด้านหน้าองครักษ์อย่างไม่เต็มใจ แน่นอนว่าพวกเขาไม่กล้าลงมือในพื้นที่วิหารเซียวเหยา วิหารเซียวเหยาและสมาคมวีรบุรุษนั้นขัดแย้งกันมาหลายปีแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นเฮยซานเคยโจมตีวิหารเซียวเหยามากกว่าหนึ่งครั้งแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้
ในเวลานี้ถังเหล่ยและตี้เชียนเสวี่ยก็ได้เข้าสู่พื้นที่ของวิหารเซียวเหยาแล้ว แม้ว่าจะต้องแลกด้วยจำนวนเงินมหาศาลแต่ในขณะนี้พวกเขาทั้งสองก็ปลอดภัย ส่วนกลุ่มผู้ฝึกตนจากสมาคมวีรบุรุษก็ทำได้เพียงจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความคับแค้นใจเท่านั้น
“แน่จริงก็สังหารข้าให้ได้สิ!”
ตี้เชียนเสวี่ยถอดชุดคลุมของนางออกแล้วกล่าวเย้ยหยันกับผู้ฝึกตนจากสมาคมวีรบุรุษที่ยืนอยู่ด้านนอก
“อย่าให้ข้าเจอพวกเ้าที่ด้านนอก ข้ารับรองจะหั่นพวกเ้าเป็ชิ้นๆ!” ชายคนหนึ่งจากสมาคมวีรบุรุษกล่าวอย่างดุร้าย
แม้ว่าูเาจู่หุนจะมีผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งมากมาย แต่หลายปีให้หลังก็ยังไม่มีผู้ใดกล้าท้าทายอำนาจของสมาคมวีรบุรุษ ดังนั้นพวกเขาจะต้องเชือดไก่ให้ลิงดู!
“เลิกอวดดีแล้วไปกันได้แล้ว!”
ถังเหล่ยกล่าวพร้อมกับจับมือของตี้เชียนเสวี่ยอย่างไม่เต็มใจ จากนั้นทั้งสองก็มุ่งหน้าเข้าสู่วิหารเซียวเหยา
เป็ความจริงที่ว่าถังเหล่ยไม่ควรพาตี้เชียนเสวี่ยมาที่นี่ด้วย ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่เผชิญกับปัญหามากมายเช่นนี้
……
