บทที่ 14 : กฎข้อที่ 3 ของนิวตัน ปะทะ ฝ่ามือเมฆาคลั่ง
บรรยากาศกลางลานปฐมนิเทศศิษย์ใหม่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงใบไม้ร่วง
สายตานับพันคู่จับจ้องไปที่กลางเวทีประลอง ที่ซึ่ง 'ศิษย์พี่ใหญ่ไป๋หลง' ผู้สง่างามและเย่อหยิ่ง กำลังเผชิญหน้ากับ 'เทียนกล้า' (ต้นกล้า) ศิษย์ใหม่ฝ่ายนอกในชุดกระสอบสีเทา
"เ้าหนุ่ม... ข้าจะเตือนเ้าเป็ครั้งสุดท้าย" ไป๋หลงแสยะยิ้ม มุมปากกระตุกเล็กน้อยด้วยความสมเพช "ฝ่ามือของข้าไม่ได้มีไว้ยั้งไมตรี หากเ้าพิการไป อย่ามาโทษว่าศิษย์พี่รังแก"
ต้นกล้ายืนนิ่ง แยกเท้าออกกว้างเท่า่ไหล่ ย่อเข่าลงเล็กน้อยในท่าเตรียมพร้อมที่ดูแปลกตา (คล้ายท่านักมวยผสมซูโม่)
"เชิญครับศิษย์พี่... ผมประกันสุขภาพตัวเองมาดีครับ"
"ปากดี!"
ไป๋หลงคำรามก้อง รวบรวมลมปราณสีฟ้าครามไว้ที่ฝ่ามือขวา
กระแสลมรอบตัวเริ่มหมุนวนรุนแรง ฝุ่นผงบนเวทีลอยฟุ้งขึ้นมา
"เคล็ดวิชาเมฆาคำราม... ฝ่ามือแยกภูผา!"
วิ้ง!
แสงสีฟ้าสว่างวาบ ไป๋หลงพุ่งตัวเข้าใส่ต้นกล้าด้วยความเร็วปานสายฟ้าฟาด ฝ่ามือที่อัดแน่นด้วยพลังทำลายล้างกระแทกเข้าใส่หน้าอกของต้นกล้าอย่างจัง!
"กล้า! เกร็งท้อง!" แป้งหะโกนลั่น ปิดตาปี๋ด้วยความหวาดเสียว
ตูมมมมมม!
เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหวราวกับะเิไดนาไมต์
คลื่นกระแทก (Shockwave) กระจายวงกว้างจนศิษย์ใหม่แถวหน้าต้องยกแขนขึ้นบังหน้า ฝุ่นควันตลบอบอวลจนมองไม่เห็นร่างของคนทั้งสอง
"หึ... คงกระดูกป่นไปแล้วสินะ" ศิษย์ชุดขาวคนหนึ่งหัวเราะเยาะ
"ไม่เจียมตัวจริงๆ ไปท้าทายศิษย์พี่ไป๋เนี่ยนะ"
แต่ทว่า... เมื่อฝุ่นควันค่อยๆ จางหายไป
เสียงหัวเราะเ่าั้ก็เงียบกริบลงราวกับปิดสวิตช์
กลางเวทีประลอง...
ต้นกล้ายังคงยืนอยู่ที่เดิม! เท้าทั้งสองข้างของเขาจมลึกลงไปในพื้นหินของเวทีประมาณสองนิ้ว แต่ลำตัวกลับตั้งตรง ไม่เซ ไม่ล้ม และไม่มีเืแม้แต่หยดเดียว!
บนหน้าอกของเขา มีแสงสีทองจางๆ เคลือบอยู่คล้ายเกราะโปร่งแสง
ในทางกลับกัน...
ไป๋หลงยืนหอบหายใจ ใบหน้าซีดเผือด เหงื่อเม็ดโป้งผุดพรายที่หน้าผาก มือขวาที่ใช้ฟาดต้นกล้าสั่นระริก... และเริ่มบวมแดง!
"นะ... นี่มันอะไรกัน?" ไป๋หลงพึมพำ ั์ตาเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ "ทำไม... เหมือนข้าฟาดใส่กำแพงเหล็กกล้า?"
ต้นกล้าค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกยาวๆ ขยับคอไปมาจนกระดูกลั่นกร๊อบ
"ตามหลักฟิสิกส์... กฎข้อที่ 3 ของนิวตัน (Newton's Third Law) กล่าวไว้ว่า..."
เขาขยับแว่นทิพย์ (อีกแล้ว) แล้วมองหน้าไป๋หลงด้วยสายตาเรียบเฉย
"Action = Reaction... แรงกิริยา เท่ากับ แรงปฏิกิริยา"
"เมื่อศิษย์พี่ใส่แรงมาเท่าไหร่... แรงนั้นก็จะสะท้อนกลับไปหาศิษย์พี่เท่านั้น ยิ่งอัดมาแรง ก็ยิ่งเจ็บเองครับ"
"จะ... เ้า!" ไป๋หลงหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย ขายขี้หน้าต่อหน้าธารกำนัล "เ้าใช้วิชามารอะไร!"
"ไม่ใช่วิชามารครับ..." แป้งหอมที่ยืนดูอยู่ข้างล่างะโสวนขึ้นมา "เขาเรียกว่า 'วิทยาศาสตร์' ย่ะ! รู้จักไหม? Science น่ะ Science!"
(ความจริงคือ รากิญญาทองคำของต้นกล้าทำให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งดุจโลหะเทพเ้า บวกกับหลักการถ่ายเทแรงลงสู่พื้นดิน ทำให้เขารับการโจมตีได้โดยไม่าเ็)
"จบหนึ่งกระบวนท่าแล้วนะครับ" ต้นกล้าปัดฝุ่นที่หน้าอกเสื้อเบาๆ "พวกผม... ไม่ต้องไปล้างคอกสัตว์แล้วใช่ไหม?"
ไป๋หลงกัดฟันกรอด จะลงมือซ้ำก็ไม่ได้เพราะลั่นวาจาไปแล้ว แถมข้อมือตอนนี้ปวดร้าวเหมือนกระดูกจะร้าว
"หึ! ถือว่าเ้าโชคดีที่มีของวิเศษคุ้มกาย! ไปซะ! ข้าไม่อยากเห็นหน้าพวกเ้า!"
ไป๋หลงสะบัดแขนเสื้อ (ซ่อนมือที่บวมเป่งไว้ข้างหลัง) แล้วเดินลงจากเวทีไปอย่างรวดเร็วเพื่อรักษาฟอร์ม
ทิ้งให้เหล่าศิษย์ใหม่มองต้นกล้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... จากเหยียดหยาม กลายเป็หวาดหวั่นและชื่นชม
"สุดยอด... รับฝ่ามือศิษย์พี่ไป๋ได้โดยไม่ะเืเลย"
"ศิษย์พี่เทียนกล้า... เท่ชะมัด!"
แป้งหอมวิ่งขึ้นมาบนเวที ะโกอดคอต้นกล้าอย่างลืมตัว
"กรี๊ดดด! นายทำได้ไงอะ! เมื่อกี้โคตรเท่! นึกว่าจะกลายเป็กล้วยทับไปแล้ว!"
"เบาๆ แป้ง... คอจะหัก" ต้นกล้าหน้าแดง รีบแกะมือเธอออก "จริงๆ ก็จุกเหมือนกันแหละ... แต่ต้องเก๊กไว้ ขืนร้องโอ๊ยเดี๋ยวไม่เท่"
...
ยามเย็น ณ ยอดเขาวิเวก
หลังจากรอดพ้นจากงานล้างคอกสัตว์นรกแตก ทั้งคู่ก็กลับมาที่กระท่อมรูหนูของตัวเอง
สภาพกระท่อมหลังการซ่อมแซมเมื่อวานดูดีขึ้นนิดหน่อย (อย่างน้อยประตูก็ไม่หลุดแล้ว)
"หิวอะ..." แป้งหอมนอนแผ่หลากลางห้อง "วันนี้ยังไม่ได้กินอะไรเลยนอกจากลมกับแสงแดด"
"เดี๋ยวไปหาปลาที่ลำธารมากินกัน" ต้นกล้าบอก พลางรื้อค้นกองขยะ... เอ้ย กองสัมภาระเก่าๆ ที่มุมห้อง
"ว่าแต่... ตาแก่เมามายทิ้งอะไรไว้ให้เราบ้างเนี่ย"
เขาหยิบหีบไม้เก่าๆ ใบหนึ่งออกมาจากใต้เตียง มันมีฝุ่นเกาะหนาเตอะ
เมื่อเปิดออก... กลิ่นอับชื้นโชยออกมา ภายในมีตำราเก่าๆ เล่มหนึ่ง หน้าปกเขียนด้วยลายมือไก่เขี่ยว่า
'คู่มือการฝึกตนฉบับรวบรัด (สำหรับคนี้เี)'
"ชื่อตำราน่าเชื่อถือมากแม่..." แป้งหอมชะโงกหน้ามาดู
ต้นกล้าเปิดอ่านหน้าแรก
"บทที่ 1 : การหายใจ... หายใจเข้าก็รู้ว่าหายใจเข้า หายใจออกก็รู้ว่าหายใจออก... ถ้าลืมหายใจ แปลว่าตาย จบ"
"..." ทั้งคู่เงียบกริบ
"นี่มันคู่มือฝึกสมาธิอนุบาลหรือไงวะ!" แป้งหอมโวย
"เดี๋ยว... ลองดูหน้าต่อไป" ต้นกล้าเปิดต่อ
"บทที่ 2 : การโคจรลมปราณ... จินตนาการว่ามีหนูวิ่งอยู่ในท้อง ให้หนูวิ่งไปตามเส้นเื วนขึ้นหัว ลงเท้า แล้วกลับมาที่ท้อง... ทำวนไปจนกว่าจะเรอออกมา"
"หนูวิ่งในท้อง?" แป้งหอมทำหน้าพะอืดพะอม "ทฤษฎีบ้าอะไรเนี่ย"
"แต่มันอาจจะเป็เคล็ดลับก็ได้นะ" ต้นกล้าวิเคราะห์อย่างจริงจัง "การจินตนาการช่วยโฟกัสจิต... ลองทำดูไหม?"
"เอาจริงดิ?"
"ก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้วนี่... ลองดู"
ทั้งสองนั่งขัดสมาธิหันหน้าเข้าหากัน หลับตาลง แล้วเริ่มทำตามคำแนะนำในตำราเพี้ยนๆ เล่มนั้น
แป้งหอมพยายามจินตนาการถึง 'หนูแฮมสเตอร์' วิ่งดุ๊กดิ๊กในท้อง
ส่วนต้นกล้าจินตนาการถึง 'กระแสไฟฟ้า' วิ่งตามวงจร
ผ่านไป 10 นาที...
เงียบกริบ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นนอกจากเสียงท้องร้อง
"ไม่เห็นมีไรเลยอะ..." แป้งหอมลืมตาข้างหนึ่ง "ตาแก่นั่นต้มตุ๋นเราปะเนี่ย?"
โครกคคค!
เสียงท้องต้นกล้าร้องลั่น แต่คราวนี้ไม่ใช่เพราะหิว
หน้าของเขาเริ่มแดงก่ำ เหงื่อกาฬไหลพราก
"แป้ง... เรา... เรารู้สึกร้อนๆ"
"ร้อน?"
ทันใดนั้น ร่างกายของต้นกล้าก็เปล่งแสงสีทองจางๆ ออกมา!
กระแสลมปราณที่หลับใหลอยู่ในตัวเขา (จากน้ำวารีทิพย์) เริ่มตื่นตัวและหมุนวนตามเส้นทางที่เขาจินตนาการ มันพุ่งพล่านรุนแรงราวกับเขื่อนแตก!
"เฮ้ย! กล้า! ตัวนายเรืองแสง!"
"มัน... มันควบคุมไม่ได้!" ต้นกล้ากัดฟันกรอด "พลังมันเยอะเกินไป... มันกำลังจะะเิออก!"
ตำราในมือต้นกล้าร่วงลงพื้น เปิดไปหน้าสุดท้ายโดยบังเอิญ
มีตัวหนังสือสีแดงเขียนตัวใหญ่ว่า
คำเตือน : สำหรับผู้มีรากิญญาบริสุทธิ์ ห้ามฝึกคนเดียว! พลังหยางจะล้นทะลักจนธาตุไฟเข้าแทรก ต้องหาคู่บำเพ็ญเพียรที่มีธาตุหยิน (ความเย็น) มาช่วยปรับสมดุลทันที! มิเช่นนั้น... ตัวจะแตกตาย!
"ตัวแตกตาย!?" แป้งหอมกรีดร้อง "แล้วจะหาใครที่มีธาตุเย็นแถวนี้วะเนี่ย!"
เดี๋ยวนะ...
ธาตุเย็น?
รากิญญาเหมันต์!
แป้งหอมก้มมองมือตัวเอง
"ฉันไง! ฉันนี่แหละตู้เย็นเคลื่อนที่!"
"แป้ง... ช่วยด้วย... ร้อน..." ต้นกล้าเริ่มทุรนทุราย เสื้อผ้าเริ่มมีควันขึ้น
"ต้องทำไงอะ? คู่บำเพ็ญเพียรคืออะไร?" แป้งหอมลนลาน หยิบตำรามาอ่าน
"วิธีแก้ : ให้จับมือประสานลมปราณ หรือ... ััเนื้อตัวเพื่อถ่ายเทพลัง"
"ััเนื้อตัว!?" แป้งหอมหน้าแดงแปร๊ด "เอาจริงดิ!"
แต่วินาทีนี้ไม่มีเวลาให้เขินอายแล้ว ต้นกล้าหน้าแดงจนเกือบจะเป็สีม่วง
"เอาก็เอาวะ! เพื่อนกัน... จับนิดจับหน่อยไม่ท้องหรอก!"
แป้งหอมตัดสินใจพุ่งเข้าไปกอดต้นกล้าไว้แน่น!
ผิวััเย็นเฉียบของเธอปะทะเข้ากับผิวกายที่ร้อนดั่งไฟของเขา
ซู่!!!!
เสียงเหมือนน้ำราดลงบนกองไฟดังขึ้น ไอน้ำสีขาวพวยพุ่งออกมาจากร่างของทั้งคู่
ความรู้สึกเย็นสบายแผ่ซ่านเข้าไปดับไฟในตัวต้นกล้า
ในขณะเดียวกัน ความอบอุ่นจากต้นกล้าก็ไหลเข้ามาเติมเต็มความหนาวเหน็บในตัวแป้งหอม
มันคือความรู้สึกที่... ฟินอย่างประหลาด
เหมือนขั้วบวกเจอขั้วลบ เหมือนหยินเจอหยาง
ร่างกายของทั้งสองคนสั่นสะท้าน ลมปราณสองสาย (สีทองและสีฟ้า) ไหลเวียนแลกเปลี่ยนกัน ก่อเกิดเป็เกลียวคลื่นพลังงานที่หมุนวนรอบตัวพวกเขาราวกับพายุลูกเล็กๆ
"อืม..." ต้นกล้าครางในลำคออย่างผ่อนคลาย สติเริ่มกลับมา
แป้งหอมที่กอดเขาแน่น ซุกหน้าลงกับแผงอกกว้าง
‘นี่มัน... การบำเพ็ญเพียรแน่เหรอ? ทำไมมันรู้สึกดีแบบนี้เนี่ย...’
คืนนั้น... ณ กระท่อมร้างยอดเขาวิเวก
แสงสว่างสีทองสลับฟ้าส่องสว่างวาบๆ อยู่นานสองนาน
ท่ามกลางความเข้าใจผิดของศิษย์สำนักอื่นที่มองเห็นจากระยะไกล
"เฮ้ย... ยอดเขาร้างนั่นมีแสงประหลาด!"
"หรือว่า... ผีดิบกำลังปาร์ตี้ดิสโก้?"
หารู้ไม่ว่า... นั่นคือจุดกำเนิดของวิชา 'ประสานใจคู่เทพ' ที่จะสั่นะเืยุทธภพในอนาคต!
