4
อารมณ์เพียงชั่ววูบ
“พี่ชัชหยุดเถอะค่ะ หนูนิดไม่สบาย”
ร่างกายของเธอไม่อาจจะรวบรวมเรี่ยวแรงที่จะขัดขืน แรงอารมณ์ของชายหนุ่มได้
หนูนิดยกมือทั้งสองขึ้นมาไหว้ เพื่อขอให้เขาหยุดทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
“ไม่ต้องมายกมือไหว้ เธอต้องรับผิดชอบที่ล้ำเส้นข้อตกลงระหว่างเรา”
ชัชนนท์คว้ามือเล็กที่กำลังพนมไหว้เขา กางออก และใช้มือหนาของเขาประกบไว้ก่อนที่จะใช้ปากหนาซุกไซ้ซอกคอยาว
เมื่อรู้สึกว่าหญิงสาวที่อยู่ใต้ร่างกายเขาไม่ขัดขืนแล้ว ชัชนนท์ก็ใช้นิ้วเกี่ยวยกทรงที่ห่อหุ้มพวงดอกบัวแสนอวบอิ่มไว้ จนมันหลุดออกจากกันอย่างง่ายดาย
ความงดงามของวัยแรกสาว ที่เขาไม่เคยสนใจ แต่วันนี้มันกลับยิ่งยั่วยวนใจเขายิ่งนัก
ปากหนาค่อยซุกซนลงมาต่ำจนถึงยอดอกที่ชูช่อสีชมพู รอรับลิ้นสากที่พร้อมจะตวัดเล่นไปมาอย่างสุขใจ
“ไม่ขอร้องให้หยุดแล้วเหรอ”
ชัชนนท์เงยหน้าจากสิ่งที่เขากำลังเชยชม เพื่อมองหน้าสวยของสาวน้อยตรงหน้า ว่าทำไมถึงเงียบไป ไม่มีแม้แต่เสียงครางหรือเสียงพูดอะไร
“หนูนิด หนูนิด”
หญิงสาวที่นอนป่วยหนักด้วยพิษไข้ เธอไม่รู้สึกตัว เมื่อชัชนนท์จับตัวเธอถึงได้รู้ถึงความร้อนระอุ
ผ้าชุบน้ำเย็นถูกนำมาเช็ดตัวให้หนูนิด ที่ตอนนี้ไม่ได้ใส่อะไรนอกจากชุดชั้นใน ในส่วนล่างเพียงอย่างเดียว
“อย่าเป็อะไรนะหนูนิด พี่ขอโทษ”
ชัชนนท์เช็ดตัวจนทั่วทุกซอกทุกมุม ความรู้สึกผิดมันรุมเร้าเขา อย่างแทบจะไม่อยากให้อภัยตัวเอง
ผ้าห่มผืนหนาถูกเอามาห่มให้ความอบอุ่น ให้กับร่างบางที่นอนเกือบเปลือยเปล่าอยู่บนโซฟากลางห้องรับแขก
ชายหนุ่มคว้าเสื้อยืดตัวใหญ่ของเขา มาใส่ให้กับหญิงสาว เพราะมันดูจะใส่ง่ายกว่าเสื้อตัวอื่นของเธอ
เกือบชั่วโมงแล้ว ที่ชัชนนท์ทำได้แค่เพียงนั่งเช็ดตัวหญิงสาวที่หลับไปเพราะพิษไข้
“พี่ชัช”
หนูนิดเริ่มรู้สึกตัว เธอลืมตาขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ดีใจ ที่เขายังเป็ห่วง เมื่อเห็นภาพของชัชนนท์นั่งหลับอยู่ข้างๆตัวเธอ
“ดีขึ้นไหมหนูนิด ทำไม่บอกว่าเป็ไข้แบบนี้ พี่จะได้พาไปหาหมอ”
ชัชนนท์ลุกขึ้นมานั่งข้างๆ พร้อมกับคว้าผ้าขนหนูมาเช็ดตัวต่อ
“หนูนิดจะโทรศัพท์ไปฝากพี่ชัชซื้อยา แต่พี่วางสายก่อน”
ชายหนุ่มนึกถึงที่เขากำลังจะเข้าได้เข้าเข็มกับหมอเจียว แล้วอยู่ดีๆหนูนิดก็โทรมาขัดจังหวะ ที่แท้เธอแค่้าจะบอกฝากเขาซื้อยา
ถึงแม้อาจารย์ชัชจะรู้สึกตัวว่าผิดแค่ไหน แต่เขาก็ไม่กล้าพอที่จะเอ่ยคำว่าขอโทษออกมา
“ค่อยๆนั่งนะ เดี๋ยวพี่เอายาแก้ไข้ให้กิน”
เมื่อชัชนนท์เดินเข้าไปหยิบยาในห้องนอน หนูนิดก็ใช้มือสำรวจตัวเอง เธอกำลังใส่เสื้อของเขาเสื้อชั้นในถูกถอดออก ส่วนล่างก็มีเพียงแค่ชั้นในตัวจิ๋วเพียงตัวเดียว
“ค่อยๆลุก กินยา นอนกินเดี๋ยวจะสำลัก”
ชายหนุ่มค่อยๆประคอง หญิงสาวให้นั่งเพื่อกินยา โดยที่หนูนิดยังคงใช้ผ้าห่มปิดบังตัวเองไว้
“เข้าไปนอนในห้องไหวไหม เดี่ยวพี่จะคอยไปเช็ดตัวให้”
ชัชนนท์พยายามจะพยุงตัวหนูนิดให้ลุกขึ้นจากโซฟา แต่หญิงสาวกับทำท่าขัดขืน
“จะนอนตรงนี้หรือไง” ชายหนุ่มถามเมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ยอมลุก
“เอ่อ...หนูนิดไม่ได้ใส่กางเกง”
ใบหน้าแดงเพราะความอายที่ต้องพูดตรงๆ แต่หนูนิดก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะถ้าไม่พูดตรงๆ มีหวังเขาต้องบังคับให้เธอลุกแน่ๆ
“อ่ะกางเกงใส่ซะ”
ชัชนนท์ยื่นกางเกงตัวเล็กที่เขาเหวี่ยงมันไปไกลเกือบถึงหน้าประตูห้องเขา มายื่นให้หญิงสาว ก่อนจะยืนหันหลัง เพื่อให้หนูนิดจัดการกลับตัวเอง
“พี่ชัชไปพักเถอะค่ะ หนูนิดไหว”
หญิงสาวเดินย่องแย่ง พยายามพาตัวเองเข้าไปในห้องนอน
“พี่เปลี่ยนใจแล้ว ไปนอนห้องพี่ดีกว่า”
ชัชนนท์คว้าตัวหญิงสาวขึ้นมาอุ้ม ก่อนหันหน้าไปทางห้องนอนของเขา
“ปล่อยค่ะ หนูนิดเข้าห้องพี่ชัชไม่ได้” หญิงสาวพยายามจะดิ้น
“เดี๋ยวก็ล่วง ตัวไม่ได้เบาๆ” ชัชนนท์ดุเอา
“แต่ข้อตกลงของเรา คือไม่ให้หนูนิดเข้าไปในห้องพี่นะคะ”
หนูนิดยังจำภาพเมื่อหัวค่ำได้ เธอทำผิดข้อตกลงเื่โทรศัพท์ เขาทำโทษเธอแบบไหน หญิงสาวกลัวจะต้องโดนแบบนั้นอีก
“ยกให้วันนึง ถ้าขืนให้เธอกลับไปนอนห้อง มีหวังพี่คงนอนไม่หลับทั้งคืน”
เมื่อไม่รู้จะขัดขืนแบบไหนแล้ว หญิงสาวจึงยอมให้เขาอุ้มเธอไปวางบนเตียง ที่เธอก็เพิ่งเคยได้เห็นั้แ่มาอยู่ที่นี่
“นอนได้แล้ว พี่ไม่ทำอะไรเธอหรอก”
เหมือนคนพูดจะเดาออก ว่าหญิงสาวที่เขาเพิ่งอุ้มมากำลังคิดอะไรอยู่
“หนูนิดยังไม่ได้ว่าอะไรเลย”
ก่อนนอนชัชนนท์เช็ดตัวให้หญิงสาวอีกหนึ่งครั้ง เพื่อให้ความร้อนในร่างกายได้ระบายออกมา เมื่อหนูนิดได้กินยาเข้าไป ไข้ก็ค่อยๆลดลงเรื่อยๆ ตัวเริ่มเย็นลง ก่อนที่เธอจะเผลอหลับไป
เช้านี้หนูนิดตื่นสายเพราะพิษไข้ หญิงสาวค่อยๆลืมตา เธอพยายามนึกว่าเธอกำลังนอนอยู่ที่ไหน ก่อนจะค่อยๆคิดออกว่าเธอกำลังนอนอยู่ในห้องของชายหนุ่ม ที่เขาสั่งห้ามเธอเข้ามาเด็ดขาด
เมื่อคิดได้แบบนั้นหญิงสาวรีบลุกออกจากที่นอน และจัดผ้าปูที่นอน ผ้าห่มให้เข้าที่ เพราะกลัวจะถูกเ้าของห้องว่าเอา
ก่อนที่จะออกจากห้องนอน หนูนิดหันมาเห็นกระดาษมีข้อความบางอย่างเขียนไว้ เธอจึงหยิบขึ้นมาอ่าน
‘ข้าวต้มอยู่ในหม้อ แล้วไม่ต้องไปเรียนนะ กินยาแก้ไข้ด้วย’
เป็ข้อความที่ชัชนนท์เขียนบอกหญิงสาวไว้ จากที่หัวใจของหนูนิดก็มีแต่อาจารย์ชัชอยู่ทุกห้องหัวใจอยู่แล้ว ยิ่งเขาทำดีกับเธอแบบนี้ หญิงสาวยิ่งรักเขามากขึ้นกว่าเดิม ถึงแม้จะรู้ว่าความรักครั้งนี้ไม่มีทางสมหวังแน่นอน
“หนูนิดเป็อะไรถึงไม่มาเรียน”
เสียงสดใสของฝ้ายเพื่อนรัก ถามด้วยความเป็ห่วง โดยมียอร์ชยืนคอยพากย์อยู่ข้างหลังตลอดเวลา
“เราเป็ไข้ ฝากลาอาจารย์และส่งงานมาให้เราด้วยนะ ถ้าวิชาไหนมีรายงาน” หนูนิดตอบตามจริง
“ถามดิ ไปหาได้ไหม” ยอร์ชะโเข้ามา
“โอ๊ย! ทำไมไม่โทร ไม่คุยเอง” ฝ้ายะโดุคนพากย์ข้างหลัง
“ไม่ต้องทะเลาะกัน เราไม่ได้เป็อะไรมาก ”
หนูนิดไม่อยากฟัง ทั้งคู่เถียงกันแล้ว เธออยากรีบกินข้าวต้ม กินยาและนอนพักต่อ
“โอเค งั้นพักผ่อนแล้วกัน เดี๋ยวพวกเราลาอาจารย์ให้ เื่งานก็ไม่ต้องห่วง เดี่ยวจดให้ละเอียดเลย”
ปกติทั้งสองคน จะไม่ค่อยจดเวลาที่อาจารย์สอนหรือสั่งงาน แต่วันนี้ฝ้ายคงต้องตั้งใจจดแล้ว เพราะไม่มีหนูนิดให้ลอกเหมือนทุกครั้ง
‘ตื่นหรือยัง’ ชัชนนท์ส่งไลน์มาถาม
‘ตื่นแล้วค่ะ’
‘กินข้าวต้ม กินยา แล้วนอนซะ’
ชัชนนท์รู้สึกผิด ที่ทำให้หนูนิดต้องป่วยหนักแบบนี้ เพราะถ้าเขาฟังั้แ่แรก ว่าหญิงสาวโทรศัพท์มาเพราะ้าฝากเขาซื้อยา ป่านนี้หนูนิดคงไม่เป็ไข้หนักแบบนี้
‘ขอบคุณนะคะ’
หัวใจอยากจะพิมพ์มากกว่านี้ แต่สมองมันบอกให้เธอรู้ตัวเสมอ ว่าเธอมีสิทธิ์เป็แค่ภรรยาที่ได้แต่กอดทะเบียนไว้ แต่ไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวเขา
“สวัสดีครับคุณหมอเจียว”
อาจารย์ชัชนนท์ยื่นช่อดอกไม้ช่อใหญ่ให้แฟนสาว เพื่อเป็การไถ่โทษ ที่เขาหุนหันรีบกลับเมื่อคืน
“เนื่องในโอกาสอะไรคะชัช”
แพทย์หญิงปัจรีย์รับช่อดอกไม้มากอดด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะวางลงบนโต๊ะทำงาน
“ไม่มีอะไรครับ แค่เนื่องในโอกาสที่ผมคิดถึงคุณ”
ชายหนุ่มหยอดคำหวาน ก่อนเดินมากอดคนรักที่เขาเกือบได้พัฒนาไปอีกขั้นเมื่อคืน
“ปล่อยค่ะชัช ที่นี่โรงพยาบาล เดี๋ยวคนอื่นเห็น”
หมอเจียวใ ผลักชัชนนท์ออกจากตัวเธออย่างสุดแรง จนชัชนนท์เซไปโดนเก้าอี้
“อุ๊ย! ชัช เจียวขอโทษค่ะ แต่ที่นี่มีกล้องวงจรปิดทุกที่ ชัชคงไม่อยากให้เจียวตกเป็ขี้ปากใครใช่ไหมคะ”
ถึงแม้ชัชนนท์จะรู้สึกไม่ดี ที่หมอเจียวทำไมต้องใ และผลักเขาแรงแบบนั้น แค่เขากอดเธอเอง ทั้งที่เมื่อคืน เขากับเธอเกือบจะได้เป็คนๆเดียวกันอยู่แล้ว แต่เขาก็พยายามเข้าใจเหตุผลของคนรัก
“กลางวันนี้ไปกินข้าวกันนะ” ชัชนนท์เอ่ยปากชวนก่อน
“เจียวจะว่างก็หลังเที่ยงคืนไปแล้ว ชัชรอเจียวไหวไหมคะ”
ด้วยอาชีพที่สวนทางกัน ่หลังๆ ทั้งสองคนมีโอกาสได้เจอกันแบบสองต่อสองน้อยมาก แต่ยังดี ที่สถานที่ทำงานอยู่ใกล้กัน ชัชนนท์จึงแวะเวียนมาหาคนรักอยู่บ่อยๆ
“หมอเจียวคะ คนไข้โดนแทงมาค่ะ”
เสียงของพยาบาล ทำให้หมอเจียว ต้องขอตัวจากแฟนหนุ่ม เพื่อมาดูคนไข้ที่โดนแทงมา
ชัชนนท์ทำได้แค่หันหลังเดินออกจากโรงพยาบาล จากตอนแรกที่ตั้งใจจะชวนแฟนสาวออกไปกินข้าวกลางวัน แต่ในเมื่อหมอเจียวไม่ว่าง ชัชนนท์จึงเปลี่ยนใจกลับมาที่คอนโด
“เอ้า! พี่ชัช ไม่มีสอนเหรอคะ”
หนูนิดหลับสนิทจนไม่รู้สึกตัวว่ามีคนเปิดประตูห้องเข้ามา จนชายหนุ่มเอาหลังมือมาัักับหน้าผากของเอ หนุนิดถึงได้รู้สึกตัว
“มีอีกทีบ่ายสาม กินข้าวกลางวันหรือยัง”
“ยังค่ะ ยังไม่หิวเลย” หนูนิดยังอิ่มอยู่ เพราะกว่าจะกินข้าวเช้าก็สายแล้ว
“จะไม่หิวได้ยังไง ต้องกินยา เดี๋ยวพี่ไปอุ่นข้าวต้มให้”
ชัชนนท์ลุกออกจากที่นอนข้างหนูนิด และไปเตรียมอุ่นข้าวต้มให้เธอ
“พี่ชัชยังไม่ได้กินข้าวมาเหรอคะ”
หนูนิดถามเมื่อเห็นชามข้าวต้ม สองชามวางไว้บนโต๊ะอาหาร เพราะั้แ่มาอยู่ที่นี่ เธอกับเขาแทบไม่เคยกินข้าวพร้อมกันเลย
“ยังไม่ได้กิน ถามทำไม”
“ไม่มีอะไรค่ะ หนูนิดแค่แปลกใจ เพราะไม่เคยเห็นพี่ชัชกลับมากินข้าว”
หนูนิดเริ่มกล้าๆกลัวๆ เพราะชัชนนท์เริ่มพูดเสียงดัง เหมือนเริ่มไม่พอใจ
“พอเริ่มหาย ก็เริ่มวุ่นวายเลยนะ” ชายหนุ่มมองหน้าหนูนิดด้วยสายตาที่ดูเ็า
“หนูนิดขอโทษค่ะ”
จากตอนแรกที่เริ่มรู้สึกถึงความห่วงใยที่เขามีให้ ตอนนี้ความรู้สึกนั้นมันเริ่มจางหาย
“เมื่อวานที่พี่ให้เข้าไปนอนในห้อง ก็แค่วันเดียวเท่านั้น ข้อตกลงทุกอย่างยังเหมือนเดิม”
น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของชายหนุ่ม จากที่ตอนแรกที่มาถึง เขายังถามไถ่เธอด้วยความเป็ห่วง แต่แค่หญิงสาวถามเื่กินข้าว เขาก็กลับฉุนเฉียวขึ้นมา
“ยาวางไว้ให้บนโต๊ะแล้ว ส่วนข้าวต้ม เดี๋ยวจะทำไว้ให้อีก ตอนเย็นก็หากินเองแล้วกัน”
ชัชนนท์กินยังไม่ทันหมด ก็หุนหันลุกไปทำข้าวต้มเพิ่มให้กับคนป่วย โดยที่เขายกชามข้าวต้มไปกินด้วย
หนูนิดรู้สึกเหมือเขาไม่อยากกินข้าวกับเธอ หรือไม่ก็กินข้าวไม่ลงที่ต้องเห็นหน้าเธอถึงได้ลุกไป
