ตอนที่ 10 กุหลาบงามซ่อนเข็ม
“เพชรแท้ต่อให้จมอยู่ในโคลนตม วันหนึ่งเมื่อฝนชะล้าง มันย่อมเปล่งประกายกดรัศมีกรวดทรายรอบข้างจนดับสิ้น... เช่นเดียวกับคน หากมีปัญญาเป็อาวุธ ต่อให้โลกทั้งใบหันหลังให้ เขาก็ยังสร้างบัลลังก์ขึ้นมาเองได้”
ลมหนาวของต้นเดือนสิบสองยังคงพัดพาหิมะโปรยปรายลงมาปกคลุมยอดเขา แต่ภายในเรือนกระจกไม้ไผ่ที่หลินชิงเหอเนรมิตขึ้นมานั้นกลับอบอุ่นราวกับวสันตฤดูที่หลงฤดูมา กลิ่นหอมสะอาดของดินที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุผสมกับกลิ่นสดชื่นของยอดผักสีเขียวที่เพิ่งผลิใบ ทำให้หัวใจของผู้ที่พบเห็นพลันสงบนิ่ง
หลินชิงเหอกำลังใช้กรรไกรเล็มกิ่งอย่างประณีต มือเรียวบางของเธอบรรจงหยิบมะเขือเทศพันธุ์ราชินีที่มีสีแดงสดดุจทับทิมลงในตะกร้าสานบุผ้าฝ้ายอย่างดี ผิวของมันตึงแน่นและสะท้อนแสงแดดรำไรที่ลอดผ่านฟาร์มฟิล์มโปร่งแสงลงมา
“ท่านแม่ขอรับ ดูสิ! ผักกาดกอโน้นใหญ่เท่าหัวของอาเป่าเลย!” เสียงเจื้อยแจ้วของลูกชายตัวน้อยดังขึ้นขณะที่เขากำลังช่วยถือตะกร้าใบเล็กเดินตามหลังมารดาต้อยๆ
หลินชิงเหอหันไปยิ้มให้อาเป่า “นั่นเพราะอาเป่าช่วยแม่รดน้ำทุกเช้าไงจ๊ะ พืชพวกนี้เขารู้ความนะ ใครใจดีด้วยเขาก็จะโตมาสวยงามแบบนี้แหละ”
ขณะที่สองแม่ลูกกำลังหยอกล้อกันอย่างอบอุ่น โจวเฉิงก็เดินเข้ามาในเรือนกระจก วันนี้เขาไม่ได้อยู่ในชุดผ้าป่านขาดรุ่งริ่งอีกต่อไป แต่สวมชุดผ้าฝ้ายเนื้อหนาสีเทาเข้มขลิบน้ำเงินที่ส่งเสริมรูปร่างกำยำและแผ่นหลังที่ตั้งตรง ท่าทางของเขาดูองอาจขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า แววตาที่เคยหม่นแสงบัดนี้เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความเคารพรักที่มีต่อภรรยา
“ชิงเหอ... รถม้าที่เราจ้างไว้มาถึงแล้ว ของที่จะเข้าเมืองเตรียมเสร็จหมดแล้วนะ” โจวเฉิงเอ่ยพลางเดินเข้ามาช่วยยกตะกร้าหนักๆ จากมือภรรยา
“ขอบคุณค่ะคุณ” หลินชิงเหอปาดเหงื่อบางๆ ที่ข้างขมับ “วันนี้จะเป็วันตัดสินว่า แบรนด์ ของเราจะแจ้งเกิดในเมืองชิงสุ่ยได้หรือไม่ ผักพวกนี้เป็แค่ตัวเปิดทาง แต่หัวใจจริงๆ คือเ้าพวกนี้ต่างหาก”
เธอชี้ไปที่ขวดโหลเครื่องปั้นดินเผาขนาดเล็กสิบกว่าใบที่วางเรียงกันอยู่ แต่ละใบมีฉลากกระดาษที่เธอใช้ถ่านเขียนตัวอักษรจีนอย่างประณีตว่า ลิลลี่หิมะหอมหมื่นลี้ และ ชาแดงดินม่วง
รถม้าที่หลินชิงเหอจ้างมา (ซึ่งราคาแพงกว่ารถลากทั่วไปแต่เพื่อภาพลักษณ์ของธุรกิจเธอจึงยอมจ่าย) เคลื่อนตัวเข้าสู่เขตเมืองชิงสุ่ยในเวลาสาย ชาวเมืองที่เดินขวักไขว่ต่างหยุดมองรถม้าที่มีกลิ่นหอมของสมุนไพรอ่อนๆ ลอยออกมา เมื่อรถม้าหยุดลงที่หน้า หอสุราเมามาย เถ้าแก่หลิวที่ยืนรออยู่หน้าประตูถึงกับรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง
“แม่นางหลิน! ท่านมาแล้ว! ข้าแทบจะรอไม่ไหว ผักชุดก่อนที่ท่านให้มา เหล่าขุนนางที่มาทานอาหารต่างถามหากันยกใหญ่!” เถ้าแก่หลิวเอ่ยพลางประสานมือคารวะ โดยไม่ลืมเหลือบมองโจวเฉิงที่เดินตามหลังมา “โอ้... นี่ท่านโจวใช่หรือไม่? วันนี้ท่านดูสง่าผ่าเผยยิ่งนัก!”
โจวเฉิงพยักหน้ารับอย่างสุขุม “ขอบคุณเถ้าแก่หลิวที่ให้เกียรติครับ”
หลินชิงเหอไม่รอช้า เธอสั่งให้คนขับรถม้าค่อยๆ ลำเลียงตะกร้าผักและขวดโหลสมุนไพรเข้าไปในร้าน ภายในโถงกว้างของหอสุรา บรรดาแเื่ผู้มีอันจะกินเริ่มทยอยกันเข้ามาจับจองที่นั่ง และสายตาทุกคู่ต่างก็จับจ้องไปที่ครอบครัวรองตระกูลโจว
“เถ้าแก่หลิวคะ วันนี้ฉันไม่ได้นำมาแค่ผัก...” หลินชิงเหอเปิดฝาขวดโหลดินเผาใบหนึ่งออก ทันใดนั้น กลิ่นหอมหวานของน้ำผึ้งป่าผสมกับกลิ่นสดชื่นของหัวลิลลี่ที่เคี่ยวจนได้ที่ก็ฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง กลิ่นนั้นช่างละมุนจนคนชราที่กำลังไอค่อกแค่กอยู่ที่โต๊ะข้างๆ ถึงกับหยุดนิ่ง
“นี่คือ หัวลิลลี่หิมะเชื่อมน้ำผึ้ง สูตรพิเศษของฉันค่ะ นอกจากจะรสชาติดีแล้ว ยังมีสรรพคุณบำรุงปอด แก้ไข้หวั่น และช่วยให้ลำคอชุ่มชื้นในหน้าหนาวที่แห้งแล้งแบบนี้”
เถ้าแก่หลิวใช้ช้อนเงินตักขึ้นมาชิมเพียงเล็กน้อย ดวงตาของเขาเบิกกว้าง
“รสชาติหวานนุ่มนวล... เนื้อลิลลี่กรุบกรอบแต่ละลายในปาก! แม่นางหลิน นี่มันไม่ใช่แค่ของว่าง แต่มันคือนางเอกของงานเลี้ยงคืนนี้ชัดๆ!”
ในขณะที่บรรยากาศกำลังเต็มไปด้วยคำชื่นชม เสียงหัวเราะหยันอย่างดูิ่ก็ดังขึ้นจากทางบันไดชั้นสอง
“หึ... ของพื้นๆ จากชนบท จะเอามาเป็นางเอกของหอสุราเมามายได้อย่างไร? เถ้าแก่หลิว ท่านตาต่ำลงขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่กัน?”
ร่างในชุดผ้าไหมสีแดงเพลิงที่ปักลวดลายดอกโบตั๋นด้วยดิ้นทองอร่ามเดินลงมาอย่างเชื่องช้า นางคือ มู่ซือซือ บุตรสาวคนเดียวของคหบดีมู่ ผู้กุมอำนาจการค้าผ้าเกือบครึ่งเมือง ใบหน้าของนางงดงามแต่กลับฉายแววหยิ่งยโสจนน่าหมั่นไส้
มู่ซือซือเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าหลินชิงเหอ สายตากวาดมองชุดผ้าฝ้ายของอีกฝ่ายอย่างเหยียดหยาม
“เธอน่ะหรือที่เขาเลือกว่าเป็คนเก่ง? แค่กลิ่นดินกลิ่นหญ้าจากตัวเธอก็ทำเอาฉันอยากจะอาเจียนแล้ว ของที่เธอทำมาขายก็คงไม่พ้นของเลียนแบบราคาถูก”
บรรยากาศในร้านพลันเงียบสงัด เถ้าแก่หลิวหน้าเสีย
“คุณหนูมู่ โปรดรักษามารยาทด้วย แม่นางหลินคือแขกผู้ทรงเกียรติของข้า”
หลินชิงเหอไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเคือง เธอเพียงแค่ปัดปอยผมที่ตกลงมาบังหน้าอย่างใจเย็น ก่อนจะจ้องมองมู่ซือซือด้วยสายตาที่เรียบเฉยแต่เปี่ยมไปด้วยพลัง
“คุณหนูมู่คะ” หลินชิงเหอพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “กลิ่นดินกลิ่นหญ้าที่คุณรังเกียจ คือกลิ่นที่สร้างอาหารหล่อเลี้ยงคนทั้งโลกนะคะ ส่วนผ้าไหมที่คุณใส่อยู่ ต่อให้ปักดิ้นทองหนาแค่ไหน มันก็แค่เปลือกที่ใช้ปกปิดเนื้อแท้ ซึ่งฉันดูแล้ว กลิ่นของความริษยาในใจคุณมันแรงกว่ากลิ่นดินของฉันเสียอีกค่ะ”
“แก!” มู่ซือซือหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ
“กล้าดียังไงมาพูดกับฉันแบบนี้! แกรู้ไหมว่าพ่อฉันคือใคร!?”
“ฉันไม่จำเป็ต้องรู้ว่าพ่อของคุณคือใครค่ะ เพราะคนเราวัดกันที่ความสามารถของตัวเอง ไม่ใช่เงาของพ่อแม่” หลินชิงเหอยิ้มบางๆ แล้วหันไปหาเถ้าแก่หลิว
“ในเมื่อคุณหนูมู่บอกว่าของฉันเป็ของพื้นๆ งั้นเรามาพิสูจน์กันหน่อยดีไหมคะ? ว่า ของพื้นๆ ที่มาจากดินผืนนี้ กับ ของหรูหราในสายตาคุณหนู อย่างไหนจะถูกใจลิ้นของผู้คนมากกว่ากัน”
มู่ซือซือแค่นหัวเราะเสียงดัง “พิสูจน์งั้นหรือ? ได้! ถ้าของไร้ราคาพวกนี้มีดีจริง ฉันจะยอมก้มหัวขอโทษเธอ แต่ถ้ามันเป็แค่ขยะ เธอต้องไถ่โทษด้วยการคุกเข่าคลานออกไปจากหอสุราเมามาย และห้ามกลับเข้าเมืองชิงสุ่ยอีกตลอดกาล!”
“ตกลงค่ะ” หลินชิงเหอตอบรับทันควันโดยไม่แม้แต่จะกระพริบตา แววตาของเธอสงบนิ่งดุจผิวน้ำที่ลึกจนมองไม่เห็นก้น
[ติ๊ง! ตรวจพบภารกิจฉุกเฉิน: ตบหน้าคุณหนูจอมยโส]
[รางวัล: 500 แต้มความมั่งคั่ง และปลดล็อคไอเทม น้ำตาลหอมหมื่นลี้สูตรลับจักรพรรดิ]
[คำแนะนำจากระบบ: ร่างกายของคุณหนูมู่มีภาวะ ไฟร้อนในปอด จากการกินของทอดของมัน และนอนดึกบ่อยครั้ง หัวลิลลี่เชื่อมน้ำผึ้งของโฮสต์คือ ยาถอนพิษ ชั้นยอดสำหรับนาง!]
หลินชิงเหอกระตุกยิ้มในใจ “ขอบคุณนะระบบ ข้อมูลนี้ช่างมีค่ากว่าทองคำเสียอีก”
เธอกวาดสายตามองไปรอบห้องโถง เห็นแเื่ที่เป็เหล่าบัณฑิตและพ่อค้าผู้มีชื่อเสียงนั่งอยู่หลายโต๊ะ
“เถ้าแก่หลิวคะ รบกวนท่านนำถ้วยกระเบื้องสะอาดๆ มาให้ฉันสักสิบใบ และช่วยประกาศให้แขกทุกท่านทราบว่า วันนี้หอสุราเมามายจะเปิดให้ชิม โอสถหวานล้างปอด ฟรีเพื่อเป็ของขวัญต้อนรับฤดูหนาวค่ะ”
เถ้าแก่หลิวพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น
“ได้เลยแม่นางหลิน! ใครอยู่ข้างใน... รีบจัดเตรียมตามที่แม่นางหลินสั่งเดี๋ยวนี้!”
หลินชิงเหอหยิบขวดโหลเครื่องปั้นดินเผาสีม่วงเข้มออกมา เธอไม่ได้รีบร้อนเปิดฝา แต่กลับใช้มือกุมขวดโหลไว้ครู่หนึ่ง (แอบสั่งระบบให้เพิ่ม น้ำตาลหอมหมื่นลี้ ลงไปในโหลทันที)
เมื่อฝาโหลถูกเปิดออก...
ฟึ่บ!
กลิ่นหอมหวลอย่างประหลาดพลันขจรขจายไปทั่วบริเวณ มันไม่ใช่กลิ่นหวานเอียนของน้ำตาลทั่วไป แต่เป็กลิ่นหอมเย็นสดชื่นของดอกหมื่นลี้ที่แทรกซึมผ่านน้ำผึ้งป่าเข้มข้น และมีกลิ่นสะอาดๆ ของดินและไอน้ำค้างจากหัวลิลลีู่เา
แขกในร้านที่เดิมทีแสร้งทำเป็ไม่สนใจ ถึงกับต้องวางตะเกียบแล้วหันมาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
“กลิ่นนี่มัน... หอมจนใจสั่นเลยทีเดียว!” บัณฑิตผู้หนึ่งอุทาน
หลินชิงเหอบรรจงตักหัวลิลลี่ที่เคี่ยวจนใสราวกับอัญมณีสีอำพันลงในถ้วยใบเล็กๆ แล้วยื่นให้เถ้าแก่หลิวหนึ่งถ้วย อีกหนึ่งถ้วยเธอวางลงตรงหน้ามู่ซือซือ
“เชิญค่ะคุณหนูมู่ ลองดูว่าของพื้นๆ นี้จะทำให้คอที่แห้งผากของคุณหนูดีขึ้นไหม”
มู่ซือซือมองถ้วยตรงหน้าด้วยท่าทีรังเกียจ แต่กลิ่นที่หอมเย้ายวนใจกลับทำให้นางเผลอกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว นางหยิบช้อนเงินขึ้นมาตักน้ำเชื่อมเข้าปากเพียงนิด
เพียงแค่น้ำเชื่อมััปลายลิ้น ดวงตาของมู่ซือซือก็เบิกกว้าง!
รสหวานนุ่มนวลที่ไม่บาดคอแล่นผ่านลำคอลงไปราวกับสายน้ำเย็นที่ดับไฟร้อนในอก หัวลิลลี่ที่นางคิดว่าต้องเหม็นสาบดิน กลับมีความกรอบนุ่มและหอมละมุนอย่างที่นางไม่เคยได้รับจากอาหารหรูหราในคฤหาสน์ของบิดามาก่อน
“นี่มัน...” มู่ซือซืออึ้งจนพูดไม่ออก ความรู้สึกระคายเคืองในคอที่นางเป็มาหลายวันพลันหายวับไปราวกับปาฏิหาริย์
“โอ้โห! นี่มันยอดเยี่ยมมาก!” เถ้าแก่หลิวที่ชิมไปเพียงคำเดียวถึงกับตบโต๊ะดังปัง “แม่นางหลิน ข้าทำงานในวงการอาหารมาสามสิบปี ไม่เคยเจอของว่างที่ให้ความรู้สึกบริสุทธิ์และสดชื่นขนาดนี้มาก่อน ผักหยก์ของท่านว่าสุดยอดแล้ว แต่เ้าสิ่งนี้ มันคือ ทองคำเหลว ชัดๆ!”
แขกคนอื่นๆ ที่ได้ชิมต่างก็ส่งเสียงแซ่ซ้อง
“ข้าที่เจ็บคอมานาน พอได้จิบน้ำเชื่อมนี้เข้าไป กลับรู้สึกโล่งสบายอย่างประหลาด!”
“แม่นาง ข้าขอซื้อกลับบ้านสามโหล! ข้าจะเอาไปกำนัลท่านแม่ที่บ้าน!”
หลินชิงเหอยืนนิ่งสงบ ท่ามกลางคำชมที่ถาโถมเข้ามา เธอหันไปสบตากับมู่ซือซือที่ตอนนี้หน้าซีดเผือดสลับแดงก้ำด้วยความอับอาย
“ว่าอย่างไรคะคุณหนูมู่? ของพื้นๆ ในสายตาคุณหนู พอจะผ่านเกณฑ์มาตรฐานอันสูงส่งของคุณหนูได้บ้างไหม?”
มู่ซือซือกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ นางอยากจะด่าทอออกไป แต่หลักฐานความอร่อยและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับร่างกายตัวเองมันเถียงไม่ได้แม้แต่คำเดียว
“เธอ... เธอคงใช้เล่ห์เหลี่ยมใส่ยาอะไรลงไปแน่ๆ!” มู่ซือซือยังไม่ยอมแพ้
“เล่ห์เหลี่ยมงั้นหรือคะ?” หลินชิงเหอก้าวเข้าไปใกล้หน้ามู่ซือซืออีกนิด แววตาของเธอคมปลาบจนมู่ซือซือต้องถอยกะเผลก “คุณหนูคะ คนตาบอดมองเห็นเขาไท่ซานเป็เพียงเนินดินฉันใด คนใจแคบย่อมมองเห็นความสามารถผู้อื่นเป็เล่ห์เหลี่ยมฉันนั้น ความจริงอยู่ตรงหน้าแขกทุกคนแล้ว คุณหนูจะยอมรับความจริง หรือจะเลือกเป็ ตัวตลก ที่ไม่มีใครนับถือต่อไปคะ?”
โจวเฉิงที่ยืนดูอยู่ข้างหลัง แอบยกยิ้มที่มุมปากอย่างภูมิใจ ภรรยาของเขานอกจากจะปั้นดินเป็ทองได้แล้ว ยังมีฝีปากที่คมยิ่งกว่ากระบี่เสียอีก
“พอได้แล้วซือซือ!” เสียงเข้มขรึมดังมาจากทางเข้าหอสุรา ชายวัยกลางคนในชุดภูมิฐานเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขาคือ คหบดีมู่ บิดาของมู่ซือซือนั่นเอง
“ท่านพ่อ!” มู่ซือซือรีบวิ่งไปหาบิดา หวังจะให้ช่วยออกหน้า
แต่คหบดีมู่กลับมองลูกสาวด้วยความเหนื่อยหน่าย เขาหันมาประสานมือคารวะหลินชิงเหอและเถ้าแก่หลิว
“แม่นางหลิน เถ้าแก่หลิว ข้าต้องขออภัยแทนลูกสาวที่ไม่ได้ความของข้าด้วย นางถูกตามใจจนเสียคน ข้าได้ชิมโอสถหวานของท่านแล้ว และข้าขอยืนยันว่า นี่คือของดีที่คู่ควรกับเมืองชิงสุ่ยจริงๆ”
คหบดีมู่หันไปดุลูกสาว “ซือซือ! คุกเข่าขอโทษแม่นางหลินเดี๋ยวนี้! ในฐานะนักการค้า เ้าทำผิดกฎเหล็กคือการ ดูิ่สินค้าของผู้อื่นโดยไร้ปัญญา ถ้าเ้าไม่ขอโทษ ก็อย่าหวังจะได้ออกนอกบ้านอีกเป็เวลา 1 ปี!”
มู่ซือซือหน้าสั่นเทิ้มด้วยความใและเสียใจ แต่นางรู้ดีว่าคำสั่งของบิดาคือประกาศิต นางค่อยๆ ย่อเข่าลง
“ข้า... ข้าขอโทษ” มู่ซือซือพึมพำเสียงเบาหวิว
“ฉันยกโทษให้ค่ะ” หลินชิงเหอตอบเสียงเรียบ
“แต่หวังว่าครั้งหน้า คุณหนูจะจำไว้ว่าคุณค่าของคนไม่ได้อยู่ที่ชุดผ้าไหม แต่อยู่ที่คำพูด และ การกระทำค่ะ”
หลังจากมู่ซือซือและบิดากลับไป เถ้าแก่หลิวก็รีบดึงหลินชิงเหอไปคุยเื่สัญญาการค้าทันที
“แม่นางหลิน! ข้าขอรับ ลิลลี่หิมะหอมหมื่นลี้ของท่านทั้งหมด! และข้าขอทำสัญญาผูกขาดกับท่านเพียงเ้าเดียวในเมืองนี้ ท่านจะเรียกราคาเท่าไหร่ก็ว่ามา!”
หลินชิงเหอหันไปมองโจวเฉิงและอาเป่าที่ยืนยิ้มกว้างให้เธอ เธอหันกลับมาหาเถ้าแก่หลิวด้วยแววตาของผู้ชนะ
“ราคาไม่ใช่เื่ใหญ่ค่ะเถ้าแก่หลิว แต่ฉันมีเงื่อนไขหนึ่งข้อ ฉัน้าให้หอสุราเมามายช่วยเป็ สะพานเชื่อมต่อการขายดินสีชาของฉันให้กับเหล่าขุนนางด้วย และในอนาคต ฉันจะเปิดโรงงานแปรรูปที่ท้ายหมู่บ้าน และคนแรกที่ฉันจะส่งของให้ก็คือท่าน”
“ตกลง! ตกลงทุกประการ!” เถ้าแก่หลิวตอบรับอย่างรวดเร็วราวกับกลัวนางจะเปลี่ยนใจ
[ติ๊ง! ภารกิจสำเร็จ! ท่านได้รับ 500 แต้มความมั่งคั่ง และปลดล็อค ชุดอุปกรณ์สกัดน้ำมันหอมระเหยดอกไม้]
[ยอดแต้มปัจจุบัน: 1,613 แต้ม]
หลินชิงเหอมองดูเงินถุงใหญ่ที่ได้รับมา และมองดูลูกชายที่กำลังกินขนมอย่างมีความสุข เธอรู้ดีว่านี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นเล็กๆ เท่านั้น
พวกตระกูลโจวที่รอดูความล่มจมของฉัน เตรียมตัวให้ดีเถอะ เพราะพายุแห่งความมั่งคั่งของฉัน กำลังจะพัดถล่มบ้านใหญ่ให้พังพินาศในเร็วๆ นี้!
