เมื่อเห็นท่าทีโกรธเกรี้ยวของหลงเหยียน ชายที่ถูกเรียกว่าพี่จางถึงได้สติกลับมาอีกครั้ง เขาคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าศิษย์จากตระกูลชั้นนอกที่มีพลังแค่ระดับชีพมนุษย์ขั้นสูงจะมีพลังโจมตีที่รุนแรงขนาดนี้ ยิ่งไปกว่านั้น นี่เป็ครั้งที่สองแล้วที่เขาช่วยตนเอาไว้
“ไม่... ไม่... เป็ไปไม่ได้ ด้วยพลังแค่ระดับชีพมนุษย์ขั้นสูง จะเผชิญหน้ากับปีศาจอสูรระดับมายาขั้นที่สี่ได้อย่างไร หากไม่ได้เห็นด้วยตาของตนเอง เกรงว่าคงไม่มีใครเชื่อ หากเื่นี้ถูกนำไปเผยแพร่ เกรงว่าคนที่ได้ยินต้องไม่เชื่อกันแน่”
พี่จางปัสสาวะราด วิ่งล้มลุกคลุกคลานเพื่อเอาชีวิตรอดออกไปจากสนามรบ สภาพที่น่าอนาถของเขาทำให้เ้าสิงโตน้อยส่งเสียงหัวเราะเสียงดัง
เมื่อครู่ยังมีท่าทีไม่เชื่ออยู่เลย ครั้งนี้ ในที่สุดก็รู้สึกยกย่องหลงเหยียนจากใจจริงเสียที อีกด้านหนึ่ง หยุนม่านเทียนที่กำลังสู้กับปีศาจอสูรอยู่เห็นดังนั้นก็แอบใในพลังของหลงเหยียนเช่นกัน
เขาไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์อสูรธรรมดา ทว่ากลับแปลงกายเป็อสูรได้ถึงสองชนิดด้วยกัน นี่ต่างหากที่ทำให้หยุนม่านเทียนรู้สึกตกตะลึงมากกว่า
“หลงเหยียน นี่เ้า...”
“ข้าทำไม? พี่หยุน ตอนนี้พวกเรารีบทำเวลากันดีกว่า มาดูกันว่าใครจะสังหารปีศาจอสูรได้ก่อนกัน”
เมื่อหลงเหยียนพูดจบ หยุนม่านเทียนก็รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายเตรียมจะแสดงการโจมตีที่รุนแรงที่สุดออกมาเพื่อจบการต่อสู้ลงแล้ว ซึ่งนั่นก็ทำให้หยุนม่านเทียนมองไปยังหลงเหยียนด้วยความเหลือเชื่ออย่างอดไม่ได้
เพราะในวินาทีต่อมา หลงเหยียนที่มีพลังแค่ระดับชีพมนุษย์ขั้นสูงกลับะเิพลังระดับชีพมนุษย์ระดับธรณีขั้นต่ำออกมา สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรกัน วินาทีนั้น ความเหลือเชื่อและตกตะลึงะเิขึ้นในดวงตาของเขาอย่างไม่อาจหักห้าม
“หลงเหยียน มาจนถึงตอนนี้ยังมีอะไรที่ต้องแข่งขันกันอีกหรือ ต่อให้ข้าจะฆ่าปีศาจอสูรได้ก่อน อย่างไรก็เห็นๆ กันอยู่ว่าเ้าแข็งแกร่งกว่าข้าไม่น้อย เพราะอย่างไรเสียเราก็มีระดับพลังที่แตกต่างกันอยู่ ระดับพลังของเ้าด้อยกว่าข้า ทว่าพลังที่เ้าะเิออกมากลับแข็งแกร่งเป็อันดับต้นๆ ของสำนักเลยทีเดียว เ้าเป็ยอดอัจฉริยะที่มีพร์อย่างน่าเหลือเชื่อ ข้ามีชีวิตมานานกว่าสามสิบปี กลับยังไม่เคยเห็นใครที่มีพร์มากเท่านี้มาก่อน”
“พี่หยุน ท่านกำลังกล่าวชมข้าอยู่หรือ”
ระหว่างสนทนา หลงเหยียนก็แสดงวิชายุทธ์ระดับมายา วิชาลับสยบเทพออกมาด้วย!
“นิ้วเหมันต์ไร้เงา”
“ฟึ่บ!” ลำแสงที่แฝงไปด้วยพลังมหาศาลพุ่งออกไปจากนิ้วมือของหลงเหยียน ลำแสงนั้นพุ่งเข้าไปในร่างขนาดั์ของพยัคฆ์เปลวอินทนิลในพริบตา ร่างของมันสั่นเทาขึ้นเบาๆ พลันรอยแผลที่เด่นชัดก็ปรากฏขึ้นบนร่างพร้อมกับเืสดสีแดง
“เมื่อต้องเผชิญหน้ากับปีศาจอสูร ดูเหมือนพลังของนิ้วเหมันต์ไร้เงาจะมีพลังทำลายล้างไม่มากพอสินะ เช่นนั้น ข้าขอลองหน่อยเถิดว่าพลังนิ้วจากวิชาอื่นจะเป็อย่างไรบ้าง”
“วิชานิ้วมลายมาร! โจมตีให้ถึงที่สุด ฆ่าเ้าปีศาจอสูรตัวนี้ให้ได้ในคราเดียวยิ่งดี”
หลงเหยียนร้องคำรามเสียงก้อง พลังจากวิชานิ้วทลายมารแฝงไปด้วยพลังระดับยามา ครั้งนี้ เพียงพริบตาเดียว ลำแสงจากวิชานิ้วก็พุ่งเข้าไปในร่างของพยัคฆ์เปลวอินทนิลเป็ที่เรียบร้อยแล้ว พลังมายาก่อตัวขึ้นภายในร่างกายขนาดใหญ่ั์ของมัน พลังระลอกนั้นหมุนวนเป็วงกลมอยู่ภายใน ก่อนจะะเิออกจากกันอย่างรุนแรง
ในที่สุดหลงเหยียนก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดวิชานี้ถึงมีนามว่านิ้วทลายมาร เพราะพลังจากวิชานี้สามารถพังทลายเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งของปีศาจอสูรได้ในคราเดียว ยิ่งไปกว่านั้น การที่พลังมายาไปก่อตัวอยู่ในร่างของปีศาจอสูรยังสามารถทำลายอวัยวะภายในของปีศาจอสูรได้อีกด้วย
“วิชานิ้วนี้ทรงพลังและอันตรายขนาดนี้เชียว?” หลงเหยียนรู้สึกตกตะลึงเล็กน้อย การโจมตีในครั้งนี้ทำให้ปีศาจอสูรร้องคำรามขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ดูเหมือนว่ามันจะโกรธเกรี้ยวจนคุมสติไม่อยู่แล้ว
ในที่สุดพยัคฆ์เปลวอินทนิลที่แสนแข็งแกร่งก็แสดงพลังโจมตีที่รุนแรงออกมาอย่างสิ้นเชิง เปลวเพลิงสีม่วงบนร่างของมันเริ่มลุกลามไปทั่วบริเวณ ขณะที่มันยังคงร้องคำรามเสียงดังไม่หยุด
พลังระลอกหนึ่งก่อตัวขึ้น ทุกแห่งหนที่เปลวเพลิงลุกลามผ่านไปล้วนถูกเผาจนไม่เหลือชิ้นดี ผืนหญ้ากลายเป็เถ้าถ่านในพริบตา สิ่งที่น่าสะพรึงยิ่งไปกว่านั้นก็คือ เมื่อเคลื่อนผ่านก้อนหินก้อนหนึ่ง เปลวเพลิงกลับทำให้หินแกร่งะเิออกจากกันทันที
“โฮก! โฮก! โฮก!” มันจมเข้าสู่ความคลั่งอย่างสิ้นเชิง เสียงที่แฝงไปด้วยพลังอันน่าหวาดผวาจากมันคล้ายจะสะกดจิตผู้ฟังได้อย่างไรอย่างนั้น
หยุนม่านเทียนทั้งใและหวาดผวาเหลือเกิน เขารีบทะยานถอยกลับไปด้านหลัง พลันแววตาที่มองไปยังหลงเหยียนก็เต็มไปด้วยความตกตะลึง
“หลงเหยียน ระวังตัวให้มากล่ะ มันถูกเ้ายั่วโมโหจนคุมสติไม่อยู่แล้ว เปลวเพลิงสีม่วงนั่นสามารถเผาไหม้สรรพสิ่ง อย่าให้มันเผาโดนร่างกายเป็อันขาด ไม่เช่นนั้นเพลิงนั่นจะลุกลามไปทั่วร่างกายของเ้าในพริบตา”
พูดจบก็ะโบอกเด็กๆ ที่ยืนอยู่ไกลออกไป “รีบอุดหูเอาไว้ เสียงคำรามนี้มีพลังที่น่าขนลุกเหลือเกิน ห้ามให้เสียงนั้นสะกดจิตจนเกิดภาพหลอนเป็อันขาด”
น่าเสียดายที่เพิ่งพูดจบ เด็กกลุ่มนั้นก็เริ่มต่อสู้และโจมตีพวกเดียวกันราวกับคนขาดสติเสียแล้ว
พวกเขาแสดงการโจมตีที่รุนแรงที่สุดของตนออกมา ด้วยหวังว่าจะสังหารอีกฝ่ายให้ตายลงในทันที
“ไม่... อย่านะ... ตั้งสติหน่อยสิ” หยุนม่านเทียนร้องตะคอก เขาส่งพลังปราณออกมาป้องกัน พยายามไม่ให้ตนถูกเสียงนั้นสะกดจิตไปด้วยอีกคน
เป็ความน่าหวาดกลัวของพยัคฆ์เปลวอินทนิล การโจมตีของมันไม่ได้แข็งแกร่งอะไรมากมาย ทว่าเปลวเพลิงสีม่วงกับเสียงคำรามที่สามารถสะกดจิตผู้ฟังต่างหากที่ทำให้มันถูกยกย่องว่าเป็ปีศาจอสูรระดับสี่ได้
ทางด้านของหลงเหยียน ตอนนี้เขากำลังใช้วิชาัแปลงกายอยู่ จึงอยู่ในร่างที่ค่อนข้างดูดี เขาเป็เหมือนผู้กล้าในชุดเกราะเหล็ก รอบกายปกคลุมไปด้วยสายฟ้า ดูทรงอำนาจและน่าเกรงขามยิ่งนัก
เดิมทีหลงเหยียนเตรียมจะหลบเลี่ยงเปลวเพลิงสีม่วงเหล่านี้ด้วยวิชาฝีเท้าซ่อนม่านเมฆ
“ไม่รู้ว่าวิชาัแปลงกายกับกายสายฟ้านี้จะมีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งขนาดไหนกันแน่ มาลองกันดูสักหน่อยดีกว่า!”
หลงเหยียนลืมคำเตือนของหยุนม่านเทียนไปเสียสนิท
“ว่าอย่างไรนะ? หลงเหยียน เ้าบ้าไปแล้วหรือ? รีบหลบไปเร็ว เปลวเพลิงของเ้านั่นน่าหวาดกลัวเหลือเกิน”
“อย่างนั้นหรือ?” หลงเหยียนถามด้วยรอยยิ้ม ไม่นานเปลวเพลิงระลอกนั้นก็ลุกลามมาจนถึงที่ร่างของหลงเหยียนจนได้ ทันทีที่ััถึงวัตถุที่สามารถเผาไหม้ได้ เปลวเพลิงสีม่วงก็มีท่าทีตื่นเต้น ราวกับว่ามันเป็สิ่งมีชีวิต
ไม่นานเปลวเพลิงก็ลามไปปกคลุมร่างกายของหลงเหยียนเอาไว้จนทั่ว ทว่าหลงเหยียนกลับไม่มีท่าทีตื่นตระหนกใดๆ ทั้งสิ้น เปลวเพลิงนี้ไม่อาจสร้างความเสียหายแก่ิัของหลงเหยียนได้ด้วยซ้ำ
“วิชาัแปลงกายแข็งแกร่งอย่างที่คิดเอาไว้จริงๆ ด้วย ในโลกใบนี้ ยังมีร่างกายที่แข็งแกร่งมากกว่านี้อีกหรือ?”
“โฮก!” เสียงคำรามหนึ่งดังสะท้านภูผาและปฐี สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้หยุนม่านเทียนตะลึงจนหยุดนิ่งอยู่กับที่ เพราะเหตุการณ์ที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่าเดิมเกิดขึ้นแล้ว
นอกจากหลงเหยียนจะไม่กลัวเปลวเพลิงสีม่วงเหล่านี้แล้ว เมื่อครู่ เสียงคำรามของเขายังทำลายเสียงคำรามสะกดจิตของพยัคฆ์เปลวอินทนิลลงอย่างสิ้นเชิง
หยุนม่านเทียนใจนพูดไม่ออก เด็กๆ ที่ยืนอยู่ห่างออกไปหมดสติลงหมดแล้ว และนี่ก็เป็อีกครั้งที่หลงเหยียนช่วยชีวิตพวกเขาเอาไว้
หลงเหยียนที่เคยถูกดูแคลนในตอนแรก บัดนี้กลับทำให้หยุนม่านเทียนตกตะลึงจนิญญาแทบจะหลุดออกไปจากร่าง การกระทำของหลงเหยียนทำให้หยุนม่านเทียนอึ้งงันลงครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้เขาได้เปิดหูเปิดตามากขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก
เมื่อพบว่าการโจมตีที่ทรงพลังของตนไม่อาจสร้างความเสียหายแก่มนุษย์ตรงหน้าได้เลยแม้แต่น้อย พยัคฆ์เปลวอินทนิลจึงรู้สึกขลาดกลัวขึ้นมาในที่สุด ร่างขนาดใหญ่ของมันเริ่มถอยไปด้านหลังเพราะความตื่นตระหนก ขณะที่สายตาก็จับจ้องไปที่หลงเหยียนด้วยความหวาดผวาตาไม่กะพริบ
เมื่อเด็กๆ กลุ่มนี้ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าของพวกเขาก็คือภาพของศิษย์พี่หยุนที่กำลังต่อสู้กับปีศาจอสูรหนึ่งในนั้นโดยใช้ชีวิตเป็เดิมพัน ขณะที่หลงเหยียนกลับกำลังวิ่งไล่พยัคฆ์เปลวอินทนิลอีกตัวซึ่งวิ่งหนีไปทั่ว
ภาพตรงหน้าทำให้เด็กๆ ทั้งหลายเบิกตากว้างไปตามๆ กัน หลงเหยียนแข็งแกร่งเกินไปแล้ว เขาไม่ใช่แค่แข็งแกร่ง ทว่าดูเหมือนจะแข็งแกร่งกว่าศิษย์พี่หยุนของพวกเขาเสียอีก
เดิมที พวกเขาต่างก็ดูแคลนหลงเหยียนเป็อย่างมาก ทว่าบัดนี้ การกระทำของหลงเหยียนกลับทำให้เด็กกลุ่มนี้ละอายจนแทบจะมุดแผ่นดินหนี คนที่ชื่อพี่จางเองก็ได้แต่ยืนมองภาพตรงหน้าอย่างเหม่อลอย ความสามารถที่หลงเหยียนแสดงออกมาในตอนนี้ก็เป็เหมือนฝ่ามือที่คอยตบหน้าหนุ่มน้อยคนนี้ซ้ำๆ
ยิ่งไปกว่านั้น เด็กผู้หญิงผู้แสนใสซื่อหลายคนในนั้นยังรู้สึกเหมือนได้เห็นชายในฝันของตนเองเช่นนี้ พวกนางยกมือขึ้นมากุมหน้าอก สายตาที่มองไปยังหลงเหยียนเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและยกย่องจากใจ
อีกด้านหนึ่ง หลงหลิงสังเกตเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น มองออกว่าสายตาที่สตรีเหล่านี้มองไปยังหลงเหยียนมีความหลงใหลและคลั่งไคล้อัดแน่นอยู่
--------------------
