แสงสีเหลืองนวลจากหลอดไฟในบ้านไม่มากพอที่จะส่องสว่างไปถึงหน้าประตู ดังนั้นจึงเห็นเพียงเงาดำเลือนรางอยู่หน้าประตูเท่านั้น
ทันทีที่เย่จื่อเปิดประตูออก บรรยากาศโดยรอบก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง มันถูกแทนที่ด้วยความขุ่นมัวถึงขีดสุด
ภาพที่ปรากฏต่อหน้าหยางเฉินคือกลุ่มคนเจ็ดคนยืนเรียงรายอยู่ด้านนอก แต่ละคนสวมรองเท้าหนังและเครื่องแบบคล้ายทหาร สีหน้าท่าทางของแต่ละคนดูต่างกัน บ้างก็ตื่นเต้น บ้างก็สนใจใคร่รู้ แต่สิ่งที่ชัดเจนคือพวกเขามีท่าทางที่เปี่ยมล้นไปด้วยความมั่นใจ
คนที่อยู่หน้าสุดเป็ชายผิวขาว จมูกงุ้มราวนกอินทรี และมีดวงตาประเภทที่หยางเฉินไม่ชอบเป็ที่สุด
ชายจมูกงุ้มเดินเข้ามาหาหยางเฉินพร้อมยื่นมือออกมาก่อนจะแนะนำตัวเองว่า
“สวัสดีครับ ผมชื่อต้วนเหรินแห่งกองพลน้อยเหยียนหวง ผู้นำของกลุ่มัทีมที่หนึ่ง”
หยางเฉินยื่นมือออกมาจับอย่างเรียบง่ายพร้อมแนะนำตัวกลับไปเช่นกัน
“ผมหยางเฉิน จากแผนกประชาสัมพันธ์ของบริษัทอวี้เหล่ยครับ"
“ทำไมคุณไม่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของคุณล่ะ?”
"ตัวตนอะไรเหรอครับ?"
"ผู้ก่อตั้งกลุ่มซีโร่ใหม่ และผู้สืบทอดหนึ่งเดียวของเฮดีส" ต้วนเหรินอธิบายอย่างสบายๆ "ไม่ต้องพูดถึงตัวตนอื่นๆ ของคุณเลย แค่สองสถานะนี้คุณก็ไม่อาจปฏิเสธได้แล้ว"
หยางเฉินเกาหัวอย่างเกียจคร้าน เขากล่าวต่อว่า “นั่นมันเื่นานมาแล้ว ตอนนี้ผมเป็แค่พนักงานแผนกประชาสัมพันธ์ของอวี้เหล่ยเท่านั้น ไม่ต้องพูดถึงเื่ในอดีตนั่นหรอก”
“ถ้าไม่พูดถึงเื่นั้น เกรงว่าเราคงสนทนากันต่อไม่ได้น่ะสิครับ”
“โอ้? นี่ถึงขั้นคุยต่อไม่ได้เชียวเหรอ?” หยางเฉินหัวเราะออกมาอย่างสนุกสนาน
“ไม่หรอก ก็ยังคุยได้อยู่” ต้วนเหรินกล่าว จากนั้นเขาก็ยกมุมปากยิ้มขึ้นมา "นี่เป็การพบกันครั้งแรกของเรา ในฐานะหัวหน้าผมขอแนะนำสมาชิกทีมผมก่อนละกันนะครับ..."
จนถึงตอนนี้ฝนก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะซาลง แต่ก็ไม่มีใครแม้สักคนเดียวเดินเข้ามาหลบฝนในบ้าน
ทางฝั่งหยางเฉินเองก็ยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะ ดื่มเหล้าพร้อมกับแกล้มอย่างสบายๆ
ต้วนเหรินเริ่มแนะนำตัวลูกน้องตัวเองทีละคน
ไห่เซี่ยว ชายวัยกลางคนผู้สวมแว่นตาสีทองลักษณะคล้ายพนักงานออฟฟิศ เขาเป็รองหัวหน้ากลุ่ม มีหน้าที่ดูแลด้านการขนส่งและเทคโนโลยี
หัวเป่า ชายร่างใหญ่ไว้เครา รับหน้าที่จู่โจมด้วยอาวุธหนัก
ต้าเจี่ยว ชายผู้มีใบหน้าอันหยาบกระด้างเหมือนชาวป่า รูปร่างใหญ่โตของเขาเหมือนนักมวยปล้ำ รับผิดชอบด้านการต่อสู้ระยะประชิด
กวงเฟิง ชายหนุ่มผมตรงหน้าตาหล่อเหลา เขาสามารถใช้วิชามวยอ่อนได้อย่างดีเยี่ยม นั่นทำให้เขารับหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามเป้าหมาย
เย่หลาง เป็ชายผิวดำคล้ำสนิททั้งตัว รับผิดชอบด้านการแทรกซึมเข้าหาเป้าหมายและการใช้สไนเปอร์โจมตีจากระยะไกล
แต่เมื่อถึงเย่จื่อ ต้วนเหรินก็หยุดชั่วขณะ ก่อนจะกล่าวขึ้นว่า
"เธอบอกกับท่านเฮดีสเองเถอะ”
เย่จื่อมองหยางเฉินด้วยใบหน้าผิดธรรมชาติเล็กน้อย ก่อนกล่าวด้วยเสียงเ็า "รหัสลับเย่จื่อ สายลับสองหน้า มีหน้าที่แทรกซึมเข้าหาเป้าหมายอย่างแเีที่สุด"
หยางเฉินยกยิ้มขึ้น เขากล่าว "การแสดงของเธอช่างยอดเยี่ยม ถ้าเธอไม่ได้เป็คนเปิดประตูเอง ฉันคงไม่รู้ โดยเฉพาะเื่ที่เธอเล่ามานั้นสมบูรณ์แบบไร้ที่ติจริงๆ..."
เย่จื่อฟังคำพูดของหยางเฉินพร้อมกัดริมฝีปากบางเฉียบอยู่เงียบๆ
"ขอบคุณที่ชมครับ ท่านเฮดีส" ต้วนเหรินยิ้มน้อยๆ ที่มุมปากก่อนจะหันไปหาเย่หลาง
เย่หลางพยักหน้า และพูดขึ้น"ท่านจำเสียงนี้ได้หรือไม่?"
หยางเฉินรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย น้ำเสียงเมื่อครู่ของเย่หลางคล้ายคลึงกับเสียงของชายหน้าดำ อันธพาลชาวเขาบนรถไฟ!
นั่นทำให้หยางเฉินรู้สึกแปลกใจยิ่งขึ้นไปอีก ช่างเป็การทำงานร่วมกันที่มีประสิทธิภาพยิ่งนัก!
"เท่าที่ผมรู้ กองพลน้อยเหยียนหวงแบ่งออกเป็สองกลุ่มคือ ''กลุ่มั'' และ ''กลุ่มแปดพิสดาร'' ถึงแม้จำนวนของกลุ่มัจะมากกว่า แต่กลุ่มแปดพิสดารก็มีความโดดเด่นในเื่การต่อสู้สินะ”
"ไม่สามารถปิดบังสายตาของท่านเฮดีสได้จริงๆ ผมรู้สึกทึ่งเป็อย่างมาก แม้กลุ่มแปดพิสดารจะพิเศษไม่เหมือนใคร แต่กลุ่มของพวกเราก็มีทั้งอาวุธที่ยอดเยี่ยมและการประสานงานกันที่ลงตัว เรียกได้ว่าเป็สุดยอดของสุดยอดเลยล่ะครับ” ต้วนเหรินกล่าว นั่นทำให้สมาชิกคนสุดท้ายนั้นหัวเราะออกมาด้วยความเ็า
เขาเป็ชายผมยาวประบ่า พร้อมใบหน้าอันคมกริบ สายตาที่เฉี่ยวคมเหมือนใบมีด ใต้ตาข้างซ้ายมีรอยแผลเป็รูปกากบาท
"ประเสริฐ! ประเสริฐยิ่งนัก! พึ่งแต่อุปกรณ์ ัเฒ่าเช่นข้าเกลียดคนอย่างเ้ายิ่งนัก!!"
“เทียนหลง อย่าได้หลงลืมหน้าที่ของตัวเอง ตอนนี้ฉันเป็ผู้บังคับบัญชา นายกำลังท้าทายอำนาจของฉันอยู่!"
"ข้า้าที่จะต่อสู้กับชายแซ่หยางนี่ ก่อนหน้านี้ฮุยอีบอกว่าข้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน หากยังไม่ได้สู้กันจริงๆ ล่ะก็ ข้าไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด!”
เทียนหลงพูดพลางหันมายิ้มให้หยางเฉิน
"เ้าเด็กแซ่หยาง ข้ารอเวลานี้มานานแล้ว ฮุยอีบอกว่าเ้าแข็งแกร่งกว่าข้า ข้าไม่อาจยอมรับเื่นี้ได้!”
"เมื่อถึงเวลาล่ะนะ" หยางเฉินรู้ว่าชายที่แต่งตัวประหลาดๆ นี่ คือหนึ่งในแปดพิสดาร เทียนหลง เขาเป็ศิษย์อัจฉริยะของวัดเส้าหลิน ฝึกฝนกำลังภายในมาั้แ่ยังเด็ก เชี่ยวชาญวิชากรงเล็บัเป็อย่างมาก
สิ่งที่เหนือความคาดหมายของหยางเฉินคือ ชายแก่ในชุดผ้าคลุมเทาผู้ติดตามของพ่อตาเขาหลินจื้อกั๋ว นั้นก็เป็ถึงหนึ่งในแปดพิสดารเช่นกัน ถ้าอย่างนั้นสถานะของหลินจื้อกั๋วจะอยู่ในระดับใดกันแน่?
อีกด้านหนึ่ง ต้วนเหรินที่ถูกมองข้ามก็เผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมพร้อมหันไปพูดกับหยางเฉินว่า
"ท่านเฮดีส พวกเรามาที่นี่ก็เพราะมีธุระกับท่าน หวังว่าท่านคงไม่ปฏิเสธหรอกนะ”
หยางเฉินชี้ไปที่หม่ากุ้ยฟางและโม่เชี่ยนนีที่สลบไสลพลางเอ่ยขึ้นว่า "บอกมาก่อนว่า ทำไมพวกนายต้องวางยาพวกเธอด้วย?"
"เพราะพวกเรา้าหลักประกันในการต่อรองยังไงล่ะ... ท่านเฮดีสมั่นใจได้เลยว่ายาที่เราพัฒนาขึ้นแค่ทำให้สมองของผู้ใช้อยู่ในอาการโคม่าชั่วคราวเท่านั้น ไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายแต่อย่างใด..." ต้วนเหรินกล่าวต่อว่า "แต่แน่นอนว่าหลังจากเวลาผ่านไป หากไม่ได้รับยาถอนพิษล่ะก็ มีแนวโน้มที่ร่างกายของผู้ใช้จะไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไปและต้องนอนเป็ผักอยู่อย่างนั้นไปตลอดกาล”
หยางเฉินหรี่ตาลงทันที เขามองไปที่เย่จื่อแล้วกล่าวขึ้นอย่างเ็าว่า
"เย่จื่อ ที่พูดมานั่นเป็เื่จริงหรือเปล่า?”
เย่จื่อทำท่าทางสับสนเพื่อหลีกเลี่ยงสายตาคาดคั้นของหยางเฉิน
"คำพูดของหัวหน้าเป็เื่จริงทุกอย่างอยู่แล้ว”
"ยาพิษอยู่ในน้ำซุปงั้นเหรอ?"
"ถูกต้อง ฉันกินยาแก้พิษไว้ล่วงหน้าจึงไม่เป็อะไร ถึงยาพิษจะไม่มีผลกับตัวคุณ แต่ไม่ใช่กับพวกเขา" เย่จื่อกล่าวตามความจริง
เพราะบุปผาพิรุณหนึ่งในแปดพิสดารเคยเห็นการต่อสู้ของหยางเฉินมาแล้ว ดังนั้นทุกคนที่เกี่ยวข้องต่างรู้ว่าร่างกายหยางเฉินนั้นสามารถต้านทานพิษได้
ในที่สุดหยางเฉินก็เข้าใจเื่ราวทั้งหมด พวกเขาถูกติดตามั้แ่เมืองจงไห่ จนกระทั่งเริ่มแผนการโดยให้เย่หลางเข้ามาก่อกวน จากนั้นให้เย่จื่อเข้ามาช่วย ด้วยวิชาการแสดงที่ยอดเยี่ยมจึงทำให้ทั้งเขาและโม่เชี่ยนนีไม่ระแวงหรือสงสัยแต่อย่างใด
หลังจากที่เป็ไปตามแผน พวกเขาก็วางยาในน้ำซุปเห็ด เพื่อใช้หม่ากุ้ยฟางและโม่เชี่ยนนีเป็เครื่องมือต่อรอง
แม้หยางเฉินจะไม่ทราบจุดประสงค์ที่แท้จริงของคนพวกนี้ แต่ในเวลานี้เขาย่อมไม่มีทางเลือก
เมื่อเห็นว่าหยางเฉินไม่มีท่าทีขัดขืนแต่อย่างใด สีหน้าของต้วนเหรินก็ดูอิ่มเอมจนถึงขีดสุด หลังจากแผนที่เขาวางไว้ประสบความสำเร็จ
ไม่ว่าจะเป็ทายาทเฮดิสหรือหัวหน้ากลุ่มซีโร่ แต่เมื่ออยู่ภายใต้เขตแดนประเทศจีน เขาก็เป็ได้แค่หมูในอวยเท่านั้น!!
ต้วนเหรินเผยสีหน้าเยาะเย้ยออกมายิ่งขึ้นพร้อมกล่าวว่า
"ผมคิดว่าท่านคงเข้าใจสถานการณ์ในปัจจุบันดีแล้ว ดังนั้นผมก็หวังว่าท่านจะสามารถช่วยงานของเราให้เสร็จสมบูรณ์ได้นะครับ"
หยางเฉินหยิบแก้วเหล้าขึ้นมาจิบอย่างช้าๆ พลางถอนหายใจออกมายืดยาว
