ความมืดมิดปกคลุมท้องฟ้าภายนอกเจดีย์ ิญญาผู้กล้าในเมืองดูเหมือนจะฟื้นคืนชีพขึ้นมา แล้วมารวมตัวกันบนหอคอยเพื่อเฝ้าระวังการรุกรานจากสิ่งมีชีวิตแห่งความมืด
และยามนี้มีลวดลายโบราณลุกโชนดุจเปลวไฟบนเจดีย์ พลังที่ปล่อยออกมาทำให้ทั้งซิงซิว หยวนซิว และจื๋อซิวในเมืองเกิดความรู้สึกแปลกๆ
“คุณลักษณะของพลังชนิดนี้ให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากพลังิญญาบนดินแดนหยวนซิง”
“แผ่นดินนี้ไม่ได้กำเนิดมาจากดินแดนหยวนซิง จึงเป็เื่ปกติที่คุณลักษณะด้านพลังจะแตกต่างออกไป ข้าแค่หวังว่ามันจะสามารถป้องกันสิ่งมีชีวิตแห่งความมืดได้ ส่วนเราจะจากไปทันทีที่เข้าสู่รุ่งสาง”
ทุกคนที่มีชีวิตอยู่ ณ ที่แห่งนี้ล้วนไม่สบายใจ ราตรีกาลในโลกนี้อันตรายอย่างยิ่ง ในฐานะผู้พ่ายแพ้ พวกเขาแค่อยากมีชีวิตที่ดีขึ้นและไม่ได้อยากเกี่ยวข้องกับสิ่งแปลกประหลาดของโลกนี้
...
เจดีย์ส่องประกายแวววาว เว่ยซูเสวี่ยบนชั้นแปดตระหนักถึงโอกาสนี้ และยอมรับโชคลาภมา
ยอดฝีมือบนชั้นเจ็ดและหกยังคงประสบกับความรู้สึกที่หลากหลาย แต่หลายคนได้รับโอกาสแล้ว
ในขณะที่หนิงเทียนซึ่งอยู่บนชั้นเก้ากำลังนั่งขัดสมาธิและฝึกฝน ชิ้นส่วนของหินิญญาลอยวนรอบร่างกาย พลังิญญาอันอุดมสมบูรณ์ห่อหุ้มเขาไว้ ช่วยให้ร่างกายที่แห้งแล้งและเส้นลมปราณได้รับการบำรุงอย่างรวดเร็วและแข็งแกร่งขึ้น
หนิงเทียนใช้หินิญญาไปถึงสามพันก้อนภายในหนึ่งเวลาเพียงหนึ่งเค่อ แต่ความแข็งแกร่งของเขากลับคืนมาเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น
หลังจากผ่านไปหนึ่งก้านธูป หินิญญาทั้งหมดที่มีอยู่ในมือของหนิงเทียนก็ถูกใช้จนหมดสิ้น ความแข็งแกร่งในการบำเพ็ญของเขามาถึงจุดสูงสุดของขอบเขตผนึกดาราขั้นสามได้ในที่ท้ายสุด
หลังจากลุกขึ้น หนิงเทียนก็เหลือบมองอสูรสามเศียรหกกรสองสามครั้ง จากนั้นจึงจ้องมองไปที่หอคอยน้อย บนแท่นทรงกลม แล้วเดินไปรอบๆ แท่นทรงกลมสามรอบอย่างสบายๆ
แท่นทรงกลมนี้สลักลวดลายซิกแซกคล้ายลวดลายเรขาคณิตที่ซับซ้อน
บนระนาบแท่นวงกลมที่ตั้งของหอคอยน้อย มีเหรียญเปลวเพลิงมีรูปร่างเหมือนนกไท่หยาง[1] เมื่อหนิงเทียนจ้องมองมัน เหรียญเปลวเพลิงก็เริ่มเคลื่อนไหว ดวงไฟสีแดงสว่างขึ้นหลายดวง ราวกับเปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้
หอคอยน้อยนั้นดูเรียบง่ายและเก่าแก่ สีสันค่อนข้างหม่นหมอง มันเหมือนสีดินทั้งมีทั้งสีเทาและสีดำ แต่มีความละเอียดอ่อนมากราวกับแกะสลักจากหิน โดยแบ่งออกเป็สามชั้นและมีเมฆศักดิ์สิทธิ์ลอยอยู่ข้างใน
บนชั้นเก้าของเจดีย์ นอกจากอสูรสามเศียรและหอคอยทรงกลมเล็กๆ ก็ไม่มีวัตถุอื่นอีก
หนิงเทียนคิดในใจ สิ่งที่เรียกว่าการสร้างโอกาสควรเป็หอคอยน้อยแห่งนี้ มันอาจจะเป็สมบัติทางจิติญญาที่ทรงพลังหรือไม่?
อสูรสามเศียรลืมตาขึ้น ชายผู้แข็งแกร่งที่น่าเกลียดพูดว่า “เ้าพร้อมหรือยัง?”
“พร้อมแล้ว ข้าแค่สงสัยว่าหอคอยน้อยนี่คืออะไร?”
“ถ้าเ้าชนะ เ้าก็จะรู้เอง แต่ถ้าไม่ชนะก็ไม่จำเป็ต้องรู้”
อสูรสามเศียรลุกขึ้นยืนมองหนิงเทียน ก่อนที่ความหนาวเย็นจะทำให้หนิงเทียนแอบคิดว่ามีบางอย่างผิดปกติ
“ข้าอยู่ขั้นสามของขอบเขตผนึกดารา”
บงกชสีมรกต ต้นไม้แห้งเหี่ยว และประตูิญญาปรากฏขึ้นพร้อมกันภายนอกร่างกายของหนิงเทียน พวกมันราวกับเสาสายลมที่น่าสะพรึงกลัวซึ่งเปล่งพลังอันรุนแรงออกมา
“ข้ารู้”
เกล็ดบนร่างของอสูรสามเศียรเปล่งประกาย พลังและขอบเขตของมันลดลงอย่างรวดเร็ว เสาแสงที่ดูคล้ายอ่างวังวนพลังสามเสาปรากฏขึ้นด้านนอกร่างกาย ซึ่งหมายความว่ามันได้ระงับความแข็งแกร่งในการบำเพ็ญไว้ที่ขั้นสามของขอบเขตผนึกดาราแล้ว
หนิงเทียนกล่าวชม “ดีมาก ช่างมีความกล้าหาญ”
อสูรสามเศียรพูดอย่างเ็า “เริ่มกันเลย”
“ระวัง”
หนิงเทียนเตือนเบาๆ ก่อนออกท่าสังหารในหมัดเดียว ทะลวงพันชั้นมีพลังที่รุนแรงและดุร้าย ความแข็งแกร่งของหมัดนั้นร้อนแรงและสดใสราวกับดวงอาทิตย์ที่แผดเผา
หมัดนี้ หนิงเทียนใช้แรงไปถึงเก้าส่วน โดยมีเป้าหมายเพื่อทดสอบเส้นสนกลในของอสูรสามเศียร
“จงใช้กำลังทั้งหมด”
ชายผู้แข็งแกร่งที่น่าเกลียดจ้องหนิงเทียน ก่อนจะเหวี่ยงฝ่ามือขวาออกมาเร็วปานสายฟ้าแลบ แรงฝ่ามือนั้นสามารถแยกูเาทลายแผ่นดิน ฟาดใส่หมัดของหนิงเทียนเหมือนมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ทุบพลังหมัดของหนิงเทียนจนพลังของเขาสลายไป อีกทั้งพลังอันดุร้ายยังทำให้เขากระเด็นไปกระแทกกำแพงทันที
ในกระบวนท่าแรก หนิงเทียนถูกอสูรสามเศียรตบไม่ต่างจากยุง
หมัดขวาของเขาหลั่งเื กายาสุวรรณะนิรันดร์ถูกแทรกซึมด้วยพลังฝ่ามืออันน่าสะพรึงกลัวนั้น ความเ็ปสาหัสทำให้ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวและกรีดร้องอย่างดุเดือด
นับั้แ่กลายเป็ผู้บำเพ็ญ นอกจากเทพเซียนแล้ว ไม่มีใครในขอบเขตเดียวกันสามารถหยุดเขาได้ ใครจะคิดว่าวันนี้เขาจะต้องเผชิญกับความท้าทายที่ยากลำบาก
หนิงเทียนคำรามอย่างไม่ยินยอม กระดูกมือขวาสั่นสะท้าน าแหายไปอย่างรวดเร็ว แต่ความตื่นใในใจนั้นยากที่จะสงบลง
“หนึ่งก้าวสู่์!”
แผนที่จิติญญาเก้า์ฟื้นขึ้นมาในเวลาเดียวกัน โดยใช้ประตูสู่์เพื่อควบคุมดิน ไฟ น้ำ ลม ดอกไม้ หญ้า ต้นไม้ และเถาวัลย์ ผสานรวมเป็หนึ่งเดียว แล้วเปิดการโจมตีเต็มกำลัง
อสูรสามเศียรมีสีหน้าเฉยเมย ร่างนั้นรวดเร็วราวกับกระแสแสง ความเร็วนั้นเร็วกว่าหนิงเทียน หกแขนได้พัฒนาเป็ทักษะขั้นสูง ไม่ว่าจะความเร็ว ความแข็งแกร่งหรือการเปลี่ยนแปลง ทุกสิ่งล้วนเหนือจินตนาการ
หมื่นสรรพสิ่งในใจของหนิงเทียนสามารถแยกแยะโอกาสในใจได้ แต่่เวลานี้กลับทำให้เขารู้สึกหนาวไปทั้งตัว
เนื่องจากหนิงเทียนตระหนักว่าเขาได้ทำผิดพลาดร้ายแรง นั่นคือการละเลยสามหัวและหกแขนของอสูรสามเศียร
สองมือต่อสู้กับหกมือ ศัตรูมีจำนวนมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด
แม้ทั้งสองฝ่ายจะอยู่ในขอบเขตเดียวกัน แต่หนิงเทียนก็ยังเสียเปรียบ
“ไปให้พ้น!”
หนิงเทียนคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว กายาสุวรรณะนิรันดร์ทำงานจนถึงขีดสุด รูขุมขนทั่วร่างกายเปล่งแสงสีทอง ทั้งร่างแข็งเหมือนเหล็ก เตรียมพร้อมรับการปะทะที่ทำให้ทั้งร่างต้องกระเด็นออกไป
“กระบี่เลื่อนลอยไร้แก่น!”
หนิงเทียนถอยกลับอย่างรุนแรง จากนั้นก็เข้ามาในพริบตา เขาสะบัดนิ้วทั้งสิบ ก่อนปราณกระบี่จะแปรเปลี่ยนเป็แสงสว่าง
ศีรษะของอสูรสามเศียรหันไปเล็กน้อย ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยหญิงงามที่หันหน้าเข้าหาหนิงเทียน แขนด้านหน้าแสดงท่าทีต่อสู้ พร้อมกระแสวังวนพลังที่ถูกกลืนลงในฝ่ามือที่ออกท่านั้น ก่อนจะเข้าปิดกั้นปราณกระบี่ของหนิงเทียน และบดมันจนสิ้นซาก
ในเวลาเดียวกัน อีกสี่แขนก็ใช้ทั้งหมัด กรงเล็บ ฝ่ามือ มีด และการเคลื่อนไหวอื่นๆ บังคับให้หนิงเทียนต้องหลบเลี่ยงด้วยกำลังทั้งหมดที่มี แต่เขาไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ทั้งหมด และถูกโจมตีจนกระเด็นไปอีกครั้ง
“หยุดนะ เ้ามีหกมือ ส่วนข้ามีสองมือ มันไม่ยุติธรรมเลย”
หนิงเทียนะโ จ้องมองอสูรสามเศียรด้วยความโกรธ และรู้สึกเศร้าใจอย่างมาก
“ไม่มีความเที่ยงธรรมที่แน่นอนบนโลกนี้ ถ้าเ้าเอาชนะข้าไม่ได้ นั่นแสดงว่าเ้าล้มเหลว”
อสูรสามเศียรไม่สนใจ หัวทั้งสามของมันหมุนอย่างรวดเร็ว การเคลื่อนไหวของมันคาดเดาไม่ได้ มันทุบหนิงเทียนกลับไปกลับมาจนต้องกรีดร้องครวญคราง
หมื่นสรรพสิ่งในใจของหนิงเทียนสามารถััได้ถึงร่องรอยของการเคลื่อนไหวของอสูรสามเศียร แต่น่าเสียดายที่เขามีเพียงสองแขนและไม่สามารถสกัดกั้นการโจมตีที่รวดเร็วปานสายฟ้าจากทั้งหกแขนของศัตรูได้
นี่คือศัตรูที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน แขนทั้งหกของอสูรสามเศียรร่วมมือกันอย่างดี รุกคืบและล่าถอยอย่างควบคุมได้โดยไม่มีข้อบกพร่องใดๆ นอกจากนี้ความแข็งแกร่งของตัวมันเองก็ไม่ได้อ่อนแอไปกว่าหนิงเทียน มันเป็สถานการณ์ที่เลวร้ายอย่างยิ่ง
หนิงเทียนทั้งโกรธและกังวล ในแง่ของการเปลี่ยนแปลงกระบวนท่า เขาย่อมไม่อาจเทียบได้กับอสูรสามเศียร หากเขายังคงต่อสู้เช่นนี้ต่อไป เขาจะแพ้อย่างแน่นอน
“โหมวาโยคุมเทวัญ!”
หนิงเทียนเริ่มหลบเลี่ยงแทนที่จะต่อสู้กับอสูรสามเศียรในแบบระยะประชิด เขาใช้วิชาแปลงิญญา แสงแห่งิญญาควบแน่นระหว่างฝ่ามือและนิ้ว ทำให้ดวงิญญาเสียหาย
วิธีการโจมตีที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งนี้ สามารถอธิบายได้ว่าเป็ความชั่วร้าย ถือเป็แก่นแท้ของเส้นทางิญญาในหนังสือสังเวยิญญาโบราณ
ใบหน้าของอสูรสามเศียรเปลี่ยนไป เด็กน้อยมองหนิงเทียนอย่างเ็า เกล็ดบนร่างกายลุกขึ้น และมีแสงสีเงินมารวมตัวกันที่ปลายนิ้ว แสงที่ดูเหมือนฝันกระทบมือของหนิงเทียน และมันมีพลังเสื่อมสลายห้วงกาลเวลาแฝงอยู่
เมื่อวิชาแปลงิญญาพบกับกาลเวลาดวงหนึ่งได้รับความเสียหาย ผิวของอีกดวงมีอายุมากขึ้น และทั้งสองก็ถอยกลับอย่างรวดเร็ว
“กายาสุวรรณะนิรันดร์ ไม้แห้งไม่มีวันตาย”
ประสาทััทั้งหกของหนิงเทียนนั้นเฉียบแหลม ต้นไม้แห้งเหี่ยวปรากฏขึ้นภายนอกร่างกายของเขา มันเหมือนไม้ผุที่ไม่สามารถแกะสลักได้ ปล่อยให้พลังแห่งกาลเวลาของอสูรสามเศียรสลายร่างของมันไป ทว่ามันก็ไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายมากนัก
พลังแห่งกาลเวลาสามารถปะาิญญาทั้งหมดได้ แต่ผลที่ได้ในระยะเวลาอันสั้นนั้นไม่ชัดเจนเมื่อใช้กับต้นไม้แห้งเหี่ยว
หนิงเทียนเปิดใช้งานประตูิญญาและใช้ทักษะที่ทรงพลังที่สุดอย่างปะาิญญา คลื่นิญญาเดือดพล่านราวกับสายฟ้า กลายเป็ทะเลแห่งแสงและปกคลุมร่างของอสูรสามเศียร
เสียงคำรามอันโกรธแค้นดังออกมาจากปากของอสูรสามเศียร การโจมตีจากประตูิญญาสร้างความเสียหายได้มาก แต่จริงๆ แล้วมันต้านทานการโจมตีได้
หัวทั้งสามและแขนทั้งหกปล่อยพลังทำลายล้างจนเกิดเสียงอันน่าสะพรึงกลัวสามแบบ ซึ่งเหมือนกับมีดคมแทงเข้าไปในร่างกายของหนิงเทียน ทำให้เืของเขาเริ่มหลั่งออกจากทวารทั้งเจ็ด อีกทั้งร่างยังลอยออกไปอีกครั้ง
หลังจากล้มลงกับพื้นและกลิ้งไปมา หนิงเทียนใช้แขนยันพื้นคว่ำหน้าทิ้งผมยาว คำรามและสูดลมดังออกมาจากปาก หอคอยพลังทั้งสามในร่างกายของเขาหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ก่อตัวเป็วงจรสามเหลี่ยม ซึ่งเพิ่มพลังทางร่างกายและจิติญญาของเขาจนสูงสุดขีด
อสูรสามเศียรรู้สึกถึงภัยคุกคาม แขนทั้งหกของมันแบ่งออกเป็สามกลุ่ม แต่ละกลุ่มสร้างผนึกเพื่อผลักพลังนี้ออกไป พลังทั้งสามที่ทำลาย์ทำให้ห้วงอากาศเดือดพล่าน มีร่างั์สามร่างที่ลอยสูงซึ่งปรากฏอยู่โดยรอบ
เจดีย์สั่นะเือย่างรุนแรง พื้นที่บนชั้นเก้าบิดเบี้ยวอย่างรวดเร็ว พลังทั้งสามสายบิดตัวเป็หนึ่งเดียว ราวกับเกลียวที่พุ่งเข้าใส่ร่างของหนิงเทียน ก่อนจะปะทะเข้ากับประตูสู่์
เสียงดังสนั่นมาพร้อมกับเสียงกรีดร้องไม่เต็มใจของหนิงเทียน ประตูด้านนอกร่างของเขาแตกสลาย ร่างของเขาลอยออกไปอีกครั้ง หยาดเืย้อมชั้นเก้าของเจดีย์จนแดงฉาน
อสูรสามเศียรยืนอย่างเย่อหยิ่งและไม่ได้ใช้โอกาสนี้ในการฆ่า มันเพียงพูดอย่างเ็าว่า “ครั้งแรกเ้าแพ้แล้ว ยังมีโอกาสอีกสองครั้ง”
เมื่อหันกลับมา อสูรสามเศียรก็นั่งขัดสมาธิอยู่ใต้แท่นทรงกลมและหลับตาลงเพื่อพักผ่อนเช่นเดิม
หนิงเทียนพยายามลุกขึ้น นี่เป็ครั้งแรกในชีวิตที่เขาประสบกับความพ่ายแพ้อันน่าสลดใจทั้งที่อยู่ในขอบเขตเดียวกัน
ย้อนกลับไปตอนนั้น แม้กระทั่งสือซินผู้กายศักดิ์สิทธิ์เก้าเส้นลมปราณโดยกำเนิดก็ไม่อาจเอาชนะเขาได้ ทั้งสองฝ่ายเพียงแค่เสมอกันเท่านั้น
แต่ตอนนี้ อสูรสามเศียรเอาชนะหนิงเทียนจนถึงจุดที่เขาไม่สามารถโต้กลับได้อย่างง่ายดาย
นี่เป็การโจมตีครั้งใหญ่สำหรับหนิงเทียน แต่เขาไม่ยอมแพ้ และเขาจะมีจิติญญาแห่งการต่อสู้ที่จะแข็งแกร่งขึ้นในทุกๆ ความพ่ายแพ้
ยิ่งกว่านั้น หนิงเทียนรู้สึกว่าเขาพ่ายแพ้ให้กับอสูรสามเศียรเพียงเพราะเขาไม่คุ้นเคยกับความสามารถของอีกฝ่าย แต่เนื่องจากคู่ต่อสู้มีสามเศียรหกกรและมีข้อได้เปรียบที่ชัดเจน นี่จึงไม่ต่างจากการที่เขาสู้หนึ่งต่อสาม และการต่อสู้ครั้งนี้ก็ไม่ยุติธรรม
หนิงเทียนนั่งอยู่บนพื้น มองอสูรสามเศียร ในขณะที่ภายในจิตใจกำลังเล่นซ้ำทุกการเคลื่อนไหวระหว่างทั้งสอง แยกส่วนที่ควรละเว้น ทั้งยังไตร่ตรองอย่างจริงจังถึงสาเหตุในความล้มเหลวของตน
สามหัวหกแขนของศัตรูย่อมได้เปรียบอย่างแน่นอน แต่ดูเหมือนว่าเขาจะจัดการกับมันอย่างไม่เหมาะสมเช่นกัน
สิ่งนี้ให้ทั้งความรู้สึกละอายใจและความกล้าหาญ
หนิงเทียนรักษาาแ พร้อมทั้งวิเคราะห์รายละเอียดที่เขาควรใส่ใจ และคิดว่าตนเองควรเริ่มจากตรงไหนหากมีการเผชิญหน้าอีกในครั้งที่สองเพื่อให้ตนเองมีโอกาสที่จะเอาชนะคู่ต่อสู้ได้
อสูรสามเศียรไม่ได้กำหนดเวลา ดังนั้นหนิงเทียนจึงไม่รีบร้อน
หินิญญาในมือหมดลงแล้ว ในขณะนี้เขาทำได้เพียงดูดซับพลังิญญาจากห้วงอากาศเพื่อรักษาอาการาเ็ ดังนั้นความเร็วย่อมช้าลงตามธรรมชาติ
โชคดีที่หนิงเทียนไม่รีบร้อน หลังจากล้มเหลวครั้งแรก เขาตระหนักได้ว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมีคน[2]
แม้ว่าอสูรสามเศียรไม่อาจถือได้ว่าเป็มนุษย์ แต่อย่างน้อยอีกฝ่ายก็อยู่ที่ขั้นสามของขอบเขตผนึกดารา และนี่คือความแข็งแกร่งที่สามารถบดขยี้ตนเองได้
สามชั่วยามต่อมา หนิงเทียนหายจากอาการาเ็แล้ว เขาจึงเดินไปรอบๆ อสูรสามเศียร ก่อนจะถามว่า “ข้าใช้อาวุธได้หรือไม่?”
“ได้”
อสูรสามเศียรลุกขึ้นยืน มองแส้เกล็ดมรกตัทมิฬในมือของหนิงเทียน แล้วอนุญาตให้เขาใช้อาวุธิญญาชิ้นนี้ได้
“ระวัง!”
หนิงเทียนใช้ทักษะเก้าร่างเถาวัลย์ัของแผนที่จิติญญาเถาวัลย์ั ไม่ได้วางแผนที่จะต่อสู้กับอสูรสามเศียรในระยะประชิด เนื่องจากวิธีนี้จะสามารถระงับความได้เปรียบของหกแขนของคู่ต่อสู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อสูรสามเศียรคำรามอย่างเยือกเย็น แขนข้างหนึ่งก็กลายเป็มีดยาวซึ่งทรงพลังเท่ากับแส้เกล็ดมรกตัทมิฬ แขนทั้งห้าที่เหลือนั้นคาดเดาไม่ได้ ทั้งยังสามารถเปลี่ยนเป็อุปกรณ์หรืออาวุธิญญาต่างๆ ได้อีกด้วย
“หยุด หยุด หยุด พวกเราจะไม่ใช้อาวุธ มาสู้กันด้วยมือเปล่าจะดีกว่า”
หนิงเทียนนึกหดหู่ใจ อสูรสามเศียรตนนี้เป็นักรบรูปร่างคล้ายมนุษย์!
---------------------------------------
[1] นกไท่หยาง (太阳鸟) คือนกซันเบิร์ด หรือนกกินปลี เป็วงศ์ของนกเกาะคอนขนาดเล็กที่มีสีสันสวยงาม
[2] เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมีคน (天外有天,人外有人) หมายถึง ในหมู่ผู้มีความสามารถก็ยังมีผู้เก่งกาจยิ่งกว่า
