อักขระิญญาปราณกระบี่มี่ทั้งหมดสิบหน่วยฐาน ซินต้าซานชำนาญหกหน่วยฐานในเวลาครึ่งเดือนก็นับว่าไม่เลวแล้ว
แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่าเปรียบเทียบกับใคร ถ้าเทียบกับนักหลอมอักขระิญญาทั่วไป ซินต้าซานถือว่าทำได้ค่อนข้างดี แต่ถ้าเทียบกับจูชิง แค่กากเดนยังเทียบไม่ได้
เส้นทางของนักหลอมอักขระิญญานั้น การที่มีคนสอนกับการที่ไม่มีคนสอนแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ก่อนหน้านี้ซินต้าซานเรียนรู้ด้วยตัวเองโดยมิได้ใช้พลังิญญาแม้แต่น้อย พอวาดอักขระิญญาก็เป็ทำธรรมดาที่จะทำไม่สำเร็จ
ทว่าพอได้รับคำชี้แนะจากจูชิง ในที่สุดซินต้าซานก็ได้รู้ว่ารูปแบบของการวาดอักขระิญญาเป็อย่างไร แม้ว่าพลังิญญาจะยังอ่อนแออยู่ ทว่าสุดท้ายก็วาดอักขระิญญาได้สำเร็จ
อักขระิญญาอย่างอักขระิญญาแกร่งกล้านั้นยังไม่เหมาะกับซินต้าซานที่ยังเป็มือใหม่ แต่ถ้าเป็อักขระิญญาน้ำแข็งค้างที่ต้องสลักในห้องโดยสารถือว่าไม่ใช่ปัญหาใหญ่
ถึงจะช้าไปสักหน่อยสุดท้ายแล้วก็ทำจนสำเร็จ
“พยายามต่อไป!” จูชิงยิ้มเล็กน้อย หลังจากกินปลาแห้งเสร็จเขาก็หยิบพู่กันเขาแรดมาวาดอักขระิญญาบนแผ่นเหล็กดำหนาหนึ่งเมตรต่อ
แผ่นเหล็กดำแต่ละแผ่นแน่นขนัดไปด้วยอักขระิญญาแกร่งกล้าหนึ่งร้อยอักขระ แม้ซินต้าซานจะใช้พลังกายทั้งหมดก็มิอาจทำลายได้ในครั้งเดียว!
มันเป็ผลงานชิ้นแรกของจูชิง ถ้าเลือกที่จะทำแล้วก็ต้องทำให้ดีที่สุด จูชิงไม่อยากเห็นเรือล่าสัตว์ที่ตัวเองพยายามอย่างหนักเพียงแล่นเรือก็จมหายไปใต้มหาสมุทร
ในการวาดอักขระลงบนแผ่นเหล็กดำ ถึงเป็จูชิงก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งชั่วยาม หนึ่งวันเขาวาดแผ่นเหล็กออกมาได้ประมาณห้าถึงหกแผ่น ถ้าเทียบกับจำนวนแผ่นเหล็กดำเป็พันแผ่นบนเรือรบเหล็กทมิฬแล้วนั้นยังนับว่าไม่เร็วเท่าไหร่นัก ประมาณการแล้วต้องใช้เวลาหนึ่งปีเป็อย่างน้อย
สำหรับจูชิงเวลาหนึ่งปีนั้นไม่ได้เสียเปล่า ระหว่างที่วาดอักขระิญญาไม่เพียงแค่ทำให้เขาเข้าใจอักขระิญญาได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเท่านั้น แต่ยังสามารถขัดเกลาลมปราณกับพลังิญญาได้ในเวลาเดียวกัน
การวาดอักขระิญญาต้องชำนาญการควบคุมลมปราณขั้นสูง ไม่เช่นนั้นหากเกิดข้อผิดพลาดแม้เล็กน้อย ทุกอย่างทั้งหมดที่ทำมาจะกลับกลายเป็สูญเปล่า
ครึ่งปีต่อมา ขณะที่กำลังวาดอักขระิญญาจู่ๆ ลมปราณของจูชิงพลันสั่นสะท้าน หยดเืัในตันเถียนสั่นไหว อักขระาหลัวโหวเส้นหนึ่งประจักษ์บนขา ซึ่งก็คืออักขระาหลัวโหวเส้นที่แปด!
หกอักขระที่แขน ลำตัวหนึ่งเส้น ขาทั้งสองอีกหนึ่งเส้น
มือของจูชิงหยุดชะงักพร้อมกับรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า!
ศิลาผนึกิญญาพิชิต์หลับใหลอยู่ในจิติญญาของจูชิงมาเนิ่นนาน ในที่สุดมันก็เกิดการเปลี่ยนแปลง ภาพที่เหลือสองแผนภาพหมุนวนไปมาอย่างบ้าคลั่ง
หมอกที่ปกคลุมแผนภาพค่อยๆ สลายหายไป ทันทีหมอกจางลง แผนภาพนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็ลำแสงพุ่งเข้าไปในจิติญญาของจูชิง
《ธนูยิงตะวัน》 วิชาหลอมศัสตราวุธิญญา!
จูชิงยังมิทันย่อยสลายข้อมูล ทันใดนั้นแผนภาพสุดท้ายก็เคลื่อนไหว มีอีกสิ่งหนึ่งประจักษ์ในหัวของจูชิง!
《คันธนูหลัวโหว》 วิชาหลอมศัสตราวุธเช่นเดียวกัน!
ก่อนหน้านี้จูชิงเรียนรู้《หลัวโหวยิงตะวัน》อันเป็การขับเคลื่อนพลังของอักขระาโหลวโหว ยามนี้เขาสามารถวิวัฒน์คันธนูหลัวโหวกับธนูยิงตะวันได้แล้ว พลานุภาพยิ่งต้องสูงกว่าวิชายุทธ์ทั่วไปหลายเท่า
รูปแบบสุดท้ายของวิชายุทธ์ต้องผสมผสานร่วมกันระหว่างคันธนูหลัวโหวกับธนูยิงตะวันจึงจะสามารถสำแดงพลานุภาพที่แข็งแกร่งที่สุดออกมาได้!
จูชิงคิดไม่ถึงว่าสองแผนภาพสุดท้ายบนศิลาผนึกิญญาพิชิต์จักเป็วิชาหลอมศัสตราวุธิญญา
เมื่อจูชิงศึกษาวิชาหลอมศัสตราวุธิญญาทั้งสอง ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าเหตุใดมันถึงประจักษ์หลังจากกลั่นหลอมอักขระาหลัวโหวอักขระที่แปด
หลังจากกลั่นหลอมอักขระาหลัวโหวเส้นที่แปด จูชิงก็มีความสามารถในการใช้อักขระาหลัวโหวกลั่นหลอมเป็ศัสตราวุธิญญา
การกลั่นหลอมอักขระาหลัวโหวหนึ่งอักขระบนศัสตราวุธิญญาต้องผลาญเผาอักขระาหลัวโหวอย่างต่อเนื่อง!
ถ้าจูชิงเลือกหล่อหลอมคันธนูหลัวโหวกับธนูยิงตะวันจักต้องสังเวยพลังของตัวเอง นั่นเท่ากับว่ามันเป็ศัสตราวุธิญญาชีวิต หากมันเสียหายหรือถูกทำลายก็จะส่งผลต่อรากฐานพลังของจูชิงโดยตรง
จอมยุทธ์ต้องระมัดระวังในการหลอมศัสตราวุธิญญาชีวิตเป็อย่างมาก เพราะเมื่อตัดสินใจแล้วจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้อีก
เมื่อกลั่นหลอมอักขระาหลัวโหวอักขระที่แปดแล้ว ยามนี้จูชิงสามารถปลดพันธนาการขั้นพลังของตัวเองเพื่อก้าวสู่ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณได้
แต่ว่าจูชิงไม่ได้ทำเช่นนั้น ในเมื่อผสานอักขระาหลัวโหวเส้นที่แปดสำเร็จแล้ว เหตุใดถึงไม่รออีกหน่อยจนกว่าจะผสานอักขระาหลัวโหวเส้นที่เก้าแล้วค่อยทะลวงขั้นพลังเป็ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณล่ะ นั่นถึงจะเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตามเืัในกายาคล้ายกับจะยับยั้งมิได้อีกต่อไป หยดเืัทั้งเก้าคำรามหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกัน!
“ตู้มมม!” เสียงกัมปนาทสะท้อนออกมาจากตันเถียน ่วินาทีที่หยดเืัทั้งเก้าหลอมเป็หนึ่ง ตันเถียนของจูชิงเสมือนจะแตกสลาย
ร่างกายของจูชิงกลืนกินพลังฟ้าดินโดยรอบอย่างบ้าคลั่ง พลังฟ้าดินทั่วทั้งเกาะรวมตัวอยู่เหนือศีรษะของจูชิง!
ซินต้าซานมองจูชิงด้วยความตกตะลึง
เขาเป็ขั้นหลอมลมปราณสองชั้นฟ้าย่อมมองออกว่าจูชิงกำลังจะทะลวงขั้นพลังแล้ว ทว่านี่เป็ครั้งแรกที่เขาเห็นจอมยุทธ์ขั้นหลอมกายาเหนี่ยวนำปรากฏการณ์ฟ้าดินที่น่าพรั่นพรึงเฉกเช่นนี้
“ตู้มมม!” เสียงกัมปนาทดังจากตันเถียนอีกครั้ง หยดเืัทั้งเก้าราวกับกำลังเปิดจักรวาลในตัวของจูชิง!
จูชิงรู้สึกเหมือนกับมีัว่ายอยู่ในตันเถียนของเขาจริงๆ!
หินโลหิตกลางหน้าอกประกายแสงจรัสแจ้ง ลมปราณจำนวนมหาศาลสูบฉีดเข้าสู่ร่างกาย!
ตันเถียนเปรียบดั่งหลุมลึกไร้ก้นบึ้ง กลืนกินลมปราณเข้าไปอย่างต่อเนื่อง!
ตันเถียนขยับขยายอย่างรวดเร็วประหนึ่งมหาสมุทรโลหิตกว้างใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุด
ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณ! เขาััได้ถึงความแข็งแกร่งแสนหยั่งถึง จูชิงแผดเสียงคำรามดุจดั่งสัตว์อสูรดึกดำบรรพ์คำรณ สามารถทลายูเานทีแหลกเป็เสี่ยงๆ พื้นดินใต้เท้าแตกระแหงเป็ทางยาวราวกับจะทำลายทุกอย่างให้กลายเป็ผุยผง!
จูชิงฝึกฝนรากฐานของขั้นหลอมกายาอย่างลึกล้ำ เมื่อทะลวงเป็เคลื่อนย้ายลมปราณพลังกายจึงเพิ่มขึ้นเป็เท่าทวีคูณ!
เพลานี้จูชิงแกร่งกล้ายิ่งกว่าเดิมหลายสิบเท่า แข็งแกร่งยิ่งกว่าขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณห้าหรือหกชั้นฟ้าเสียอีก นั่นเป็เื่ที่น่าเหลือเชื่อยวดยิ่งสำหรับผู้ที่เพิ่งทะลวงขั้นพลัง
เพราะไม่ได้กลั่นหลอมอักขระาหลัวโหวเส้นที่เก้าก่อนทะทวงขั้นพลังทำให้จูชิงรู้สึกเสียดายเป็อย่างมาก แต่ชีวิตมันก็แบบนี้ ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ
“เคลื่อนย้ายลมปราณหนึ่งชั้นฟ้า!” จูชิงกำหมัดแแ่ จรดพู่กันเขาแรดวาดอักขระอย่างลื่นไหล
หลังจากสำเร็จเป็ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณ เขาสามารถควบคุมระดับลมปราณได้ดียิ่งกว่าเดิมขั้นหนึ่ง ทำให้ความเร็วในการวาดอักขระิญญาเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน
เมื่อขั้นบำเพ็ญเพียรยกระดับ พลังิญญาย่อมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย!
ก่อนหน้านี้เขาต้องใช้เวลาหนึ่งยั่วยามในการวาดอักขระบนแผ่นเหล็กหนึ่งแผ่น ทว่าตอนนี้ใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งในสี่ของหนึ่งชั่วยามเท่านั้น!
ล่าสัตว์ทะเลไม่ได้หนึ่งปี สกุลซินทำได้เพียงแค่รอ ทว่าทรัพยากรที่ต้องส่งมอบนั้นจักขาดไม่ได้ พวกเขาจึงใช้ของที่เก็บไว้ในคลังแทน
ระหว่างนั้นมีทาสรับใช้บางคนมาดหมายหลบหนีออกจากเกาะ แต่ก็ถูกจอมยุทธ์สกุลซินฆ่าตายหมดเกลี้ยง โยนศพทิ้งลงทะเลเป็อาหารของสัตว์อสูร
เรือล่าสัตว์ลำนี้คืออนาคตของสกุลซิน ก่อนที่จะสร้างเรือเสร็จสกุลซินไม่อนุญาตให้ใครแพร่งพรายเื่นี้โดยเด็ดขาด
ครึ่งปีผ่านไปเรือล่าสัตว์ก็เริ่มเป็รูปเป็ร่าง แผ่นเหล็กดำแต่ละแผ่นถูกนำมาติดตั้งบนตัวเรือ เกราะเหล็กดำหนาขนาดนี้ ถึงเป็สัตว์อสูรขั้นหลอมลมปราณก็สามารถรับการโจมตีได้ไม่เป็ปัญหา
ทว่าหากบังเอิญพบอสูรอย่างเต่าฉกที่สามารถกินกระทั่งเหล็กดำได้ จะเป็การดีกว่าถ้าหนีไปให้ไกลที่สุด
หนึ่งปีกับสองเดือน ในที่สุดแผ่นเหล็กดำแผ่นสุดท้ายก็ถูกนำไปติดตั้งบนเรือ เมื่อเห็นดังนั้นซินต้าซานกับจูชิงต่างก็ถอนหายใจออกมา
ส่วนประกอบหลักของเรือเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงแค่อุปกรณ์เสริมบางส่วนเท่านั้น
คนสกุลซินเมื่อเห็นเรือล่าสัตว์ พวกเขาถึงกับกู่ร้องอย่างอดไม่ได้ เวลาเพียงปีเดียวพวกเขาก็ได้เรือล่าสัตว์ใหม่เอี่ยมที่ทั้งใหญ่ทั้งแข็งแรงกว่าที่บรรพบุรุษทิ้งเอาไว้หลายเท่า
“ขอบใจมากน้องสาม ขอบใจมากจริงๆ” ซินหวู่ซินยิ้ม
จูชิงเดินดูห้องโดยสาร ซินต้าซานเป็คนสลักอักขระิญญาด้านใน แม้ว่าจะหยาบไปสักหน่อยแต่ก็ไม่มีผลต่อการใช้งาน
บริเวณส่วนท้ายกับด้านข้างของตัวเรือ จูชิงตวัดพู่กันเขาแรด จากนั้นอักขระิญญาลมโชยนับร้อยก็สลักอยู่บนตัวเรือ
เพียงกระตุ้นลมปราณเล็กน้อย เรือล่าสัตว์อันหนักอึ้งก็แผดเสียงคำรามทะยานจากหน้าผากตกลงสู่ทะเล!
“ตู้มม!” เสียงอึกทึกเอ็ดอึง คลื่นสูงนับสิบจั้งม้วนตัวขึ้นฟ้า
“มัวอึ้งอะไรอยู่ ยังไม่เตรียมตัวอีก!” ซินหวู่ต้าะโ
จอมยุทธ์สกุลซินตอบสนองทันที พวกเขาโยนเชือกลงไปบนเรือล่าสัตว์ กางใบเรือ ยกคันศรั์ใหม่เอี่ยมสองคันขึ้นไปไว้บนเรือ!
สำหรับตระกูลหมู่เกาะนักล่า เรือล่าสัตว์เป็ดั่งชีวิตของพวกเขา เมื่อมีเรือล่าสัตว์สกุลซินก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
ถ้าเป็เรือล่าสัตว์ลำก่อน คันศรั์สองคันก็เพียงพอแล้ว ทว่าตอนนี้้เรือล่าสัตว์มีขนาดใหญ่ขึ้น คันศรั์สองคันยังไม่เพียงพอ ทว่าสกุลซินไม่มีเงินพอจะซื้อมันเพิ่มแล้ว
ทันใดนั้นซินต้าซานหยิบคันศรั์แปดคันออกมาจากถุงเอกภพ ทั้งหมดนั้นสร้างขึ้นจากเหล็กดำ มีอักขระิญญาหลายชนิดสลักทับซ้อนอยู่ แข็งแกร่งยิ่งกว่าคันศรั์ที่สกุลซินเคยซื้อจากข้างนอกหลายเท่า
ซินหวู่ซินตื่นเต้นมากจนพูดไม่ออก เขามองเห็นอนาคตของสกุลซินแล้ว เมื่อมีซินต้าซานซึ่งเป็นักหลอมอักขระิญญา สกุลซินจักต้องกลายเป็ตระกูลที่มีอำนาจบนเกาะนักล่าอย่างแน่นอน
จูชิงเป็คนดัดแปลงคันศรั์ คันศรั์แต่ละคันนั้นมีอักขระิญญาลมโชยหนึ่งร้อยอักขระเพื่อเสริมพลังให้กับลูกศร ซึ่งภายในของคันศรั์ยังสลักอักขระิญญาปราณกระบี่ไว้ เมื่อยิงคันศรออกไปอักขระิญญาปราณกระบี่จักะเิช่วยผลักลูกศรเพิ่มความเร็วและความสามารถในการเจาะทะลวง
นอกจากคันศรั์แล้วจูชิงยังหลอมลูกศระเิอีกสิบดอก เผื่อว่าเผชิญหน้ากับอันตรายที่ไม่คาดฝันในมหาสมุทร
จากการประมาณการของจูชิง เรือลำนี้ยังไม่นับว่าเป็ขั้นบุษรา แต่นับว่าแข็งแกร่งที่สุดในขั้นมนุษย์อย่างแน่นอน
