อ้อ ช่างหาได้ยากยิ่งนัก ภายในใต้หล้านี้ ผู้ที่สามารถทำให้ต้วนเหลยถิงกล่าวว่ารู้สึกนับถือได้จะมีสักกี่คน นึกไม่ถึงว่าท่านพ่อจะเป็หนึ่งในนั้น บิดาของนางช่างเก่งกาจจริงๆ!
เวลานี้ เคอโยวหรานพลันเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจขึ้นมา
ดวงตาของเคอเจิ้งเป่ยแทบจะร่วงหล่นลงพื้น เขานึกสงสัยเป็อย่างยิ่งว่าพี่ใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าอาจแสร้งโง่เป็เวลาสามสิบกว่าปี เพียงเพื่อจะได้เปิดเผยอย่างกะทันหันภายในครั้งเดียวเช่นนี้ก็เป็ได้
มิได้การ เขาจะต้องหาเวลาว่างกลับจวนไปสอบถามเื่ราวที่เกิดขึ้นใน่ไม่นานมานี้ จะได้ฉวยโอกาสบอกเื่นี้กับพี่รองของตนด้วยเช่นกัน
เข้ามาในสำนักศึกษาแค่สองชั่วก้านธูป เคอเจิ้งตงไม่เพียงเข้าเรียนในชั้นเรียนของอาจารย์เมิ่งได้สำเร็จ
แต่ยังจับพลัดจับผลูกลายเป็บัณฑิตเพียงหนึ่งเดียวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของสำนักศึกษาซงเจิ้งในปีนี้ ช่างนับเป็เื่น่ายินดีที่คาดไม่ถึงจริงๆ
หลังจากจ่ายค่าศึกษาเล่าเรียนตลอดหนึ่งปีให้หลังเป็เงินทั้งสิ้นสิบห้าตำลึง เพราะเคอเจิ้งตงไม่พักในสำนักศึกษา ดังนั้นจึงลดค่าที่พักไปได้จำนวนหนึ่ง
อาจารย์เมิ่งนึกไม่ถึงว่าปีนี้จะได้พบกับศิษย์ที่มีอายุมากขนาดนี้แต่ความจำกลับดียิ่งนัก ภายในใจอดมิได้ที่จะรู้สึกรักถนอมผู้มีความสามารถ จึงกำชับเขาไม่กี่ประโยคว่า
“หากไม่พักอาศัยในสำนักศึกษา เช่นนั้นก็กินข้าวเช้าในจวนเสียก่อนแล้วค่อยมาเรียน ยามกลางวันสามารถกินข้าวอยู่ภายในสำนักศึกษาได้
แน่นอนว่าเ้าสามารถนำข้าวปลาอาหารมาเองเช่นกัน ตอนกลางวันนำไปอุ่นสักหน่อยแล้วค่อยกินเป็พอ
หากเข้าสู่ฤดูฝน ภายในสำนักศึกษาก็มีห้องทบทวนตำราชั่วคราวไว้สำหรับบัณฑิตที่ต้องเดินทางกลับจวนเช่นกัน สามารถไปหลบฝนที่นั่น รอกระทั่งฝนหยุดแล้วค่อยกลับจวน
บัณฑิตที่มีฐานะยังสามารถพาข้ารับใช้ติดตามมาด้วยหนึ่งคน ส่วนเื่อื่นๆ รอกระทั่งเ้าเข้ามาในสำนักศึกษาก็ค่อยๆ คลำทางเอาเอง หากมีสิ่งใดไม่เข้าใจ เ้าสามารถขอคำชี้แนะจากสหายร่วมสำนักได้”
“ขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่ชี้แนะขอรับ” เคอเจิ้งตงกล่าวขอบคุณจากใจจริง ทำให้อาจารย์เมิ่งทอดมองศิษย์ผู้นี้ด้วยความชื่นชมอีกครั้ง
คนผู้นี้มีคุณธรรมรู้มารยาท รู้จักขอคำชี้แนะและเคารพอาจารย์ ไม่แน่ว่าภายหน้าอาจประสบความสำเร็จครั้งใหญ่ ความพอใจที่อาจารย์เมิ่งมีต่อเคอเจิ้งตงล้วนแต่เขียนไว้บนใบหน้า
ท้ายที่สุด อาจารย์เมิ่งยังกำชับเื่สิ่งของและตำราที่ต้องซื้อหาอีกจำนวนหนึ่ง ก่อนจะเดินเอามือไพล่หลังจากไป
ครั้นเห็นท่านอาจารย์เดินออกไป ทันใดนั้นก็มีเด็กหนุ่มสี่คนวิ่งออกมาจากฝูงชน พวกเขาพากันยืนเรียงลำดับจากสูงไปต่ำ
ผู้ที่ตัวโตที่สุดอายุสิบห้าถึงสิบหกปี ผู้ที่วัยเยาว์ที่สุดมีอายุสิบสองถึงสิบสามปี ล้วนแต่เป็่วัยที่กำลังร่าเริง
ชุดที่พวกเขาสวมใส่เหมือนกันทุกประการ แค่มีขนาดแตกต่างกันเท่านั้น ใบหน้าของพวกเขาทั้งสี่ล้วนดูคล้ายคลึงกัน
พวกเขาทำความเคารพเคอเจิ้งตงโดยพร้อมเพรียง จากนั้นกล่าวแนะนำตัวจากผู้ที่โตที่สุดไปยังผู้ที่เด็กที่สุด
“พี่ใหญ่เคอ ข้าคือบุตรชายคนโตของเฉินต้าจ้วงนามว่าเฉินต้าเป่า ภายหน้าหากพี่ใหญ่เคอมีเื่อันใดให้มาหาข้าได้ทุกเมื่อ หากช่วยได้ข้าจะไม่บ่ายเบี่ยงแม้แต่คำเดียวขอรับ”
“ข้าคือบุตรชายคนรองของเฉินต้าจ้วงนามว่าเฉินเอ้อร์เป่า พี่ใหญ่เคอช่างเก่งเหลือเกิน ท่านอาจารย์เมิ่งไม่เคยมีน้ำอดน้ำทนต่อผู้ใดเช่นนี้มาก่อนเลยขอรับ
วันนี้ท่านทำให้พวกเราได้เปิดหูเปิดตาแล้วจริงๆ หากข้ามีความจำที่ดีได้สักครึ่งหนึ่งของท่าน หลังกลับจวนเย็นนี้คงดีใจจนนอนไม่หลับเชียวขอรับ”
“ใช่แล้วๆ ข้าก็เช่นกัน อ้อ ลืมแนะนำตัวเสียแล้ว ข้าคือบุตรชายคนโตของเฉินเอ้อร์จ้วงนามว่าเฉินซานเป่า ภายภาคหน้าข้าก็คือน้องชายของพี่ใหญ่เคอแล้วขอรับ หากมีเื่อันใดขอให้ท่านเรียกใช้ข้าเป็พอ ข้าต้องจัดการให้เหมาะสมอย่างแน่นอนขอรับ”
“ส่วนข้ามีนามว่าเฉินซื่อเป่า คือบุตรชายคนเล็กของเฉินเอ้อร์จ้วง ขอฝากเนื้อฝากตัวให้พี่ใหญ่เคอช่วยดูแลในภายหน้าด้วยขอรับ”
เคอเจิ้งตงไม่คาดคิดเลยสักนิดว่าจะมีสหายหนึ่งกลุ่มั้แ่วันแรกที่มายังสำนักศึกษา นับเป็เื่น่ายินดีอย่างยิ่งจริงๆ
เขารีบประสานมือคารวะ หลังกล่าวทักทายกับเป่าทั้งสี่ครู่หนึ่งและพูดคุยเื่ราวภายในสำนักศึกษาอีกไม่น้อย เขาถึงบอกลาแล้วปลีกตัวออกมา
เนื่องจากการคบค้ากับเป่าทั้งสี่เป็ไปได้ด้วยดี เคอเจิ้งตงจึงรู้สึกเฝ้ารอวันพรุ่งที่จะได้เข้าเรียนในสำนักศึกษายิ่งกว่าเดิมเสียแล้ว
ขณะที่เขากำลังออกจากสำนักศึกษาซงเจิ้งด้วยความยินดีและเดินมาถึงด้านข้างรถม้า ต้วนเหลยถิงพลันออกคำสั่งว่า
“อิ่งเอ้อร์ นับั้แ่วันนี้ไป ท่านพ่อตาก็คือเ้านายของเ้า เ้าติดตามและฟังคำสั่งจากเขา ปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยของพ่อตา หากมีสิ่งใดผิดพลาดจะไต่สวนเ้า”
“ข้าน้อยรับคำสั่งขอรับ” อิ่งเอ้อร์คุกเข่าหนึ่งข้างน้อมรับคำสั่ง
ในฐานะองครักษ์เงา คำสั่งของผู้เป็นายคือทุกสิ่ง จำต้องทำตามโดยไม่มีข้อแม้ นี่ก็คือเนื้อหาพื้นฐานจากการฝึกฝนที่เขาได้รับมาั้แ่ยังเยาว์
มิอาจไม่กล่าวว่าองครักษ์ลับของสกุลต้วนถูกฝึกฝนมาดียิ่งนัก ยามเรียกใช้ช่างคล่องมือเหลือเกิน
เคอโยวหรานลอบคิดว่าเมื่อใดนางจะได้มีเป็ของตนเองบ้าง หากมีกองกำลังเช่นองครักษ์เงาของสกุลต้วน เช่นนั้นคงจะรู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจยิ่งนัก ฮ่าๆๆๆ
เคอเจิ้งตงคาดไม่ถึงว่าต้วนเหลยถิงจะยกอิ่งเอ้อร์ให้ตนเรียกใช้ หัวใจที่ถูกทอดทิ้งให้ต้องโดดเดี่ยวมาหลายสิบปีถึงกับถูกปกคลุมด้วยความอบอุ่นทันใด
สิ่งของจำเป็ต้องหาซื้อที่อาจารย์เมิ่งกล่าวเอาไว้ ต้วนต้าหลางได้จัดเตรียมไว้ให้เคอเจิ้งตงั้แ่เนิ่นๆ แล้ว
การเดินทางครั้งนี้นับได้ว่าลุล่วง ภายในจวนยังมีเื่ให้ต้องจัดการอีกมากมาย ทุกคนจึงหารือกันว่าจะมุ่งหน้ากลับจวนทันที
บนรถม้า เคอโยวหรานเอ่ยด้วยความยินดีว่า “หลังกลับไปข้าจะทำอาหารรสเลิศสักหลายจาน จะได้ฉลองให้ท่านพ่อ...”
“หยุด...”
นางยังกล่าวไม่ทันจบก็ถูกขัดจังหวะโดยการหยุดม้ากะทันหันของอิ่งเอ้อร์ ศูนย์ถ่วงไม่มั่นคงจึงล้มคะมำไปข้างหน้า
โชคดีที่ต้วนเหลยถิงมือไม้ว่องไว พลันคว้านางเข้าสู่อ้อมกอด จึงสามารถหลบเลี่ยงมิให้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นมาได้
ต้วนเหลยถิงยังไม่ทันตำหนิ น้ำเสียงเจือความรู้สึกผิดของอิ่งเอ้อร์พลันดังขึ้นจากข้างนอก
“เมื่อครู่ข้าน้อยเห็นชายชุดดำสวมหมวกผ้าคลุมจึงได้หยุดม้ากะทันหัน ทำให้เหล่านายท่านต้องใ ขอนายน้อยโปรดลงโทษขอรับ”
ต้วนเหลยถิงไม่มีเวลามามัวตำหนิอิ่งเอ้อร์ พลันเลิกม่านออกและถามด้วยความรีบร้อนว่า “เ้าเห็นเขาอยู่ที่ใด?”
อิ่งเอ้อร์ชี้ไปข้างหน้าพลางเอ่ย “คนผู้นั้นหายเข้าไปในตรอกข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ยามนี้ไม่เห็นเงาแล้วขอรับ”
ต้วนเหลยถิงพลันแทรกกายออกไปข้างนอก หลงเหลือเพียงเสียงของเขาเอาไว้กลางอากาศ “อิ่งเอ้อร์ส่งพวกโยวหรานกลับจวนก่อน ข้าจะไปดูสักหน่อย...”
ยังไม่ทันสิ้นเสียงของเขา เคอโยวหรานก็ใช้วิชาตัวเบาทะยานกายออกไปทันที นางกล่าวเพียงหนึ่งประโยคว่า
“อิ่งเอ้อร์ ส่งพี่ใหญ่กับท่านพ่อของข้ากลับจวน ข้ากับซานหลางจะไปดูสักหน่อย...”
รอกระทั่งต้วนต้าหลาง เคอเจิ้งตง และอิ่งเอ้อร์ได้สติกลับมา ตรงนั้นยังจะมีร่างเงาของคนทั้งสองได้อย่างไร
ต้วนต้าหลางอดอุทานมิได้ สมแล้วที่ทั้งสองเป็ศิษย์ระดับสูงของท่านปรมาจารย์ทั้งสอง
นึกไม่ถึงว่าภายในระยะเวลาสั้นๆ กระทั่งซานหลางยังพัฒนาได้รวดเร็วขนาดนี้
หากเปลี่ยนเป็เมื่อก่อน ซานหลางในจวนของพวกเขาจะใช่คู่ต่อสู้ของชายชุดดำสวมหมวกผ้าคลุมได้อย่างไร พาคนในครอบครัวหนียังแทบไม่ทัน ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงไล่ตามไปเลยด้วย
ยามนี้ซานหลางกล้าไล่ตามไปเพียงลำพัง ภายในใจจะต้องประมาณการเอาไว้แล้ว เขามิใช่คนที่ไม่แยแสสิ่งใดและทำให้คนในครอบครัวต้องตกอยู่ในอันตราย
เมื่อคิดเช่นนี้ ต้วนต้าหลางจึงเอ่ยด้วยความวางใจ “อิ่งเอ้อร์ บังคับรถม้ามุ่งหน้ากลับจวนไปก่อน เื่อื่นรอซานหลางกลับมาค่อยว่ากัน”
“ขอรับ ข้าน้อยรับคำสั่ง” อิ่งเอ้อร์ขานรับ รถม้าพลันเคลื่อนตัวอีกครั้งโดยมุ่งหน้าไปทางหมู่บ้านเถาหยวน
ครั้นคนทั้งสามเดินทางมาถึงทางเข้าหมู่บ้านก็พบกับภาพอันรุ่งเรืองน่ายินดี
คนสกุลเฉินกับครอบครัวของเคออู่ฝูกำลังดำต้นกล้าภายใต้การคอยชี้แนะของต้วนเอ้อร์หลางกับอิ่งซาน
เพราะทุกคนล้วนเพิ่งเคยทำเป็ครั้งแรก จึงพากันดำนาตามเนื้อหาที่เคอโยวหรานเขียนในตำรา โดยตรึงเชือกเอาไว้เพื่อช่วยรักษาระยะห่างของต้นกล้าตามที่เคอโยวหรานบอก
กล่าวไปแล้วเมื่อดำนาเช่นนี้ ช่างทำให้ต้นกล้าเรียงเป็ระเบียบนัก เมื่อมองจากทิศไกลยังคงให้ทิวทัศน์ที่แปลกตาอยู่บ้างจริงๆ
คนสกุลเคอมาล้อมดูพวกเขาดำนา เมื่อเห็นต้นกล้าที่เจริญงอกงาม ครั้นหวนนึกถึงต้นข้าวที่เพิ่งแตกหน่อเป็หย่อมๆ ซึ่งอยู่ภายในท้องนาของพวกตนก็พากันอดรู้สึกปวดใจมิได้
