จุดชมทะเลก็เป็เหมือนดังชื่อของมัน ที่นั่นคือสถานที่ที่เ้าแห่งัเอาไว้ใช้ในการตรวจสอบดูแลทะเลสาบมันถูกสร้างเอาไว้อย่างหรูหรา
แน่นอนว่าต้งถิงนั้นเป็ทะเลสาบ และอาณาจักรของเ้าัไม่ได้กว้างใหญ่เท่ากับทะเลแต่ก็ไม่มีใครสามารถขัดขวางการที่ราชันัจะเรียกสถานที่ที่ตนเองเอาไว้ใช้ตรวจสอบสถานการณ์ของทะเลสาบต้งถิงว่าจุดชมทะเลไปได้
บางทีเมื่อพันปีก่อน ที่นี่อาจจะเจริญรุ่งเรืองมากแต่ในตอนนี้มันก็เหลือเพียงแค่ห้องโถงอันว่างเปล่าที่หลงเหลือปรากฏอยู่ตรงหน้าทั้งสองคนพวกเขาไม่คิดว่าจะสามารถผ่านเข้ามาได้อย่างราบรื่นแบบนี้ตลอดทางในการเดินมายังจุดชมทะเลไร้ซึ่งอุปสรรคใดๆเมื่อนึกไปถึงว่าคลังเก็บสมบัติของราชวังันั้นอยู่ใกล้ๆในใจของหลินลั่วหรานก็เต็มไปด้วยความดีใจ
“รุ่นพี่หลิน นั่นคือแท่นมหาสมุทรครับ”
ในห้องโถงใหญ่มีบันไดที่ถูกพาดขึ้นไปถึงชั้นสองมันคงจะเป็บันไดที่เ้าแห่งัมักจะใช้ขึ้นไป้าเพื่อรับชมและเฝ้ามองอาณาจักรแห่งนี้ที่นี่น่าจะเป็สิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในราชวังัแล้ว
การ ‘อ้างอิง’เหล่านี้ต่างก็มาจากในบันทึกซีกไม้ไผ่ทั้งนั้นไม่รู้ว่าเป็สุสานของใครเขาถึงได้คุ้นเคยกับราชวังัต้งถิงราวกับเป็สวนหลังบ้านของตัวเองแบบนี้
หากว่าเป็ในยามปกติหลินลั่วหรานก็คงจะเดินสำรวจด้วยความประหลาดใจกับสถานที่แบบนี้แต่ในตอนนี้ในหัวของเธอคิดเพียงแต่ว่าคลังเก็บสมบัติอยู่ที่ไหน
ด้านซ้ายของจุดชมทะเลเต็มไปด้วยพืชพรรณใต้ทะเลสีเขียวขจีมันดูเหมือนกับสวนดอกไม้ของราชวังั แล้วคลังเก็บสมบัติอยู่ที่ไหนกันล่ะ? มันจะต้องมีอะไรผิดพลาดไปแน่...อาจจะเป็เพราะในบันทึกไม้ไผ่บันทึกเอาไว้ผิดไปหรือเปล่า?แต่ว่าสถานที่ที่ถูกจดบันทึกเอาไว้ด้านในที่อื่นต่างก็ไม่ได้มีอะไรผิดพลาดไปเลยแม้แต่น้อยไม่เพียงแต่ไม่ผิดพลาดแต่ตลอดทางที่ผ่านมามันยังทำให้พวกเธอหลบกับดักไปได้มากมายอีกด้วย
อาจจะเป็ไปได้ไหมว่า คลังสมบัติจะเป็กับดักที่ใหญ่ที่สุด?
“พวกเราแยกกันหาเถอะ ว่ามีเบาะแสอะไรไหม” หลินลั่วหรานเดินออกมาจากประตูด้านข้าง และเข้าไปหาที่สวนดอกไม้
หรงตงหลินพยักหน้ารับ ก่อนที่จะเดินขึ้นบันไดไปยังจุดชมทะเล
ในสวนดอกไม้นั้นเต็มไปด้วยดอกไม้ใบหญ้าหน้าตาประหลาดมากมายนอกจากพวกดอกไม้ที่เกิดขึ้นได้เฉพาะบนโขดหินในทะเลลึกแล้วก็ยังมีดอกไม้ที่มีชื่อเสียงมากมายปลูกเอาไว้ด้วยตอนนี้เป็่เวลาแห่งฤดูใบไม้ผลิทำให้ดอกไม้ในสวนเบิกบานออกมางดงามมวลดอกหมู่ตันผีเบ่งบานงดงามไปทั่ว และอาจจะเพราะว่าไม่มีใครมาดูแลในหลายปีที่ผ่านมาทำให้พวกต้นไม้ค่อยๆ เต็มไปด้วยไม้เลื้อยและเติมแต่งให้โลกใต้น้ำที่ดูแปลกประหลาดแห่งนี้สวยงามเสียจนทำให้คนรู้สึกประทับใจ
ใครจะไปคิดว่าภายใต้ทะเลสาบต้งถิงจะมีดอกหมู่ตันผีอยู่ด้วย
หลินลั่วหรานมองไปรอบๆ ก่อนจะเห็น ‘เถาวัลย์ทะเล’ ที่อยู่ภายในหมู่ปะการังมันคือหญ้าวิเศษธาตุน้ำที่โดยปกติจะเติบโตในท้องทะเลลึกและกลายเป็สถานที่ให้พวกฉลามอาศัยอยู่ มันมีการหลั่งสารบางอย่างที่ทำให้ ‘เถาวัลย์ทะเล’ สามารถเติบโตขึ้นมาได้จากธรรมดาก็กลายเป็ของวิเศษขึ้นมา ทะเลสาบต้งถิงมีฉลามอยู่หรือเปล่าหลินลั่วหรานเองก็ไม่อาจจะรู้ได้ พวกเถาวัลย์ทะเลเหล่านี้สำหรับนักปราชญ์แล้วก็ถือเป็ของที่หาได้ยาก แต่ในราชวังัแห่งต้งถิงแห่งนี้กลับใช้มันเป็เพียงแค่‘ดอกไม้ใบหญ้า’ ที่เอาไว้เชยชมเท่านั้น…ไม่ใช่เพียงแค่ในอาณาจักรต้งถิงแต่ในท้องทะเลมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ พวกราชวงศ์ันั้นยิ่งใหญ่ถึงเพียงไหนกันแน่?
และทำไมราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่แบบนั้นถึงได้หายไปจากโลกแห่งนี้? หลินลั่วหรานเต็มไปด้วยความสับสนสิ่งที่หายตัวไปไม่ได้มีเพียงแค่ได้ราชวงศ์ั แต่ยังมีฟีนิกซ์ ยูนิคอร์นและพวกสัตว์ในตำนานทั้งหลายต่างก็หายไป และไม่ปรากฏตัวขึ้นมาให้พบอีก
แต่ในพื้นที่ลึกลับกลับมีนกฟีนิกซ์อยู่หรือว่ามันจะอยู่ในนั้นมาั้แ่ที่นกฟีนิกซ์ยังไม่หายสาบสูญไป? เ้าของไข่มุกคนก่อนสามารถจับฟีนิกซ์ให้เข้าไปอยู่ในนั้นได้หลินลั่วหรานไม่รู้ว่าเขามีระดับการฝึกศาสตร์ที่สูงส่งมากแค่ไหน...แต่อย่างน้อยมันก็น่าจะอยู่ในระดับที่ทำให้คนอย่างเธอได้แต่เงยหน้าขึ้นไปมองเท่านั้น
ใบของเถาวัลย์ทะเลกลายเป็สีม่วงแสดงให้เห็นถึงอายุอันยาวนานของมันแน่นอนว่าหลินลั่วหรานไม่สามารถจะละทิ้งหญ้าวิเศษเหล่านี้ไปได้ไม่นานนักเธอก็จัดการเก็บเอาเถาวัลย์ทะเลเ่าั้เข้าไปในพื้นที่ลึกลับ
หลังจากเก็บเถาวัลย์ทะเลไปแล้วเธอก็เพิ่งได้พบว่าภายในดินทรายนั้นมีสิ่งของสีน้ำตาลถูกซ่อนอยู่เมื่อปัดเอาเศษดินทรายออกไป เธอก็พบว่ามันคือเปลือกของหอยแมลงภู่ที่ผุพัง มันมีขนาดใหญ่กว่าโต๊ะกลมเล็กน้อยและมีเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น หอยแมลงภู่ตัวนี้ตายไปนานหลายปีแล้ว ด้านในดินทรายยังมีไข่มุกสีดำขนาดเท่ากับกำปั้นของเด็กน้อยถูกซ่อนอยู่เห็นได้ชัดว่ามันเกิดขึ้นจากภายในหอยแมลงภู่ตัวนี้ ไม่ว่าจะเป็เื่คุณภาพหรือเื่ขนาดไข่มุกเม็ดนี้ต่างก็ดีกว่าไข่มุกที่สามารถเห็นได้ทั่วไปของราชวังัมาก
ราชวงศ์ันั้นรักในทรัพย์สมบัติแต่พวกเขากลับรีบร้อนออกไปจากที่นี่ โดยไม่ทันแม้แต่จะเก็บเอาอัญมณีแบบนี้ไปด้วย
ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่ั้แ่่ก่อนประวัติศาสตร์จนถึง่ยุคประวัติศาสตร์แรกๆ ของจีนเื่ราวประวัติศาสตร์ในระหว่างนั้นทำให้หลินลั่วหรานมักจะรู้สึกว่าในตำราที่เหล่านักศึกษาประวัติศาสตร์เรียนกันอยู่มีเื่ราวบางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายออกมาได้อย่างชัดเจน
สิ่งที่หายไป...คืออะไรกันนะหลินลั่วหรานมองไปยังไข่มุกที่อยู่บริเวณข้อมือ ผู้คนก่อนของไข่มุกนี้บางทีเขาอาจจะเป็ผู้เห็นเหตุการณ์ในยุคนั้นก็ได้
เธอสงบจิตใจของตัวเองลง ก่อนจะเก็บไข่มุกลงไปและสำรวจสวนดอกไม้อันกว้างใหญ่อย่างละเอียดอีกครั้งต้นไม้ต้นนี้เองก็เติบโตขึ้นมาอย่างประหลาด้าของต้นมีเพียงแต่หนามโดยที่ไม่มีใบสักใบ รสนิยมของเ้าแห่งัดูแปลกๆอยู่เหมือนกันนะ
ดวงตาของหลินลั่วหรานขยับไป ก่อนจะััได้ถึงบางอย่างที่ผิดปกติการปลูกต้นไม้แบบนี้เอาไว้ท่ามกลางดอกไม้ใบหญ้ามากมายมันดูไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
ในระหว่างที่เธอกำลังยื่นมือออกไปนั้นเสียงร้องใก็ดังขึ้นมาจากบริเวณจุดชมทะเล มันคือเสียงของหรงตงหลินเขาพบกับอันตรายเข้าเหรอ?
หลินลั่วหรานไม่ทันจะได้มองเ้าต้นไม้ประหลาดนั่นต่อตัวของเธอรีบพุ่งเข้าไปยังหน้าต่างชั้นสองของจุดชมทะเลทันที
หน้าต่างขยับสั่นไหวไปมา หลังจากหลินลั่วหรานพุ่งเข้ามาเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น บริเวณชั้นสองอันกว้างใหญ่นั้นดูประหลาดมาก ผ้าม่านที่แม้ว่าจะมีอายุกว่าพันปีมาแล้วแต่ก็ยังไม่เน่าเปื่อยกำลังขยับสั่นไหวไปตามลมแต่กลับไร้ซึ่งร่องรอยของหรงตงหลิน
เธอก้าวเดินขึ้นไปยังชั้นสาม จุดชมทะเลแห่งนี้มีทั้งหมดเจ็ดชั้น ด้านล่างใหญ่และ้าเล็กรูปร่างของมันค่อยๆ เล็กไล่ขึ้นไป หลินลั่วหรานเดินผ่านขึ้นไปยังชั้นเจ็ดด้วยความรวดเร็ว
มันช่างแสนว่างเปล่า
ที่จุดชมทะเลแห่งนี้ไม่มีแม้แต่โต๊ะหรือเก้าอี้สักตัวแต่คนตัวโตอย่างหรงตงหลินกลับหายไปต่อหน้าต่อตาของเธอ!
สถานการณ์แบบนี้ช่างดูเหมือนกับตอนที่เป่าเจียหายตัวไปในทะเลทรายจะต้องเกิดอะไรสักอย่างขึ้นกับหรงตงหลินอย่างแน่นอน เขาอาจจะไปััเข้ากับบาเรียที่กั้นเอาไว้ และถูกส่งออกไปหรือเปล่า?
ให้ตายเถอะ เธอไม่ควรจะสะเพร่าแบบนี้เลย
ต่อให้ราชวงศ์ัจะละทิ้งราชวังัแห่งนี้ไปจริงแต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่พวกนักปราชญ์อย่างพวกเธอจะสามารถแตะต้องได้ง่ายๆบ้านของใครต่อให้เป็เพียงสถานที่เก่าๆแต่ก็ไม่มีใครชอบให้มีคนเข้ามาแตะต้องโดยพลการหรอก
ตอนนี้สิ่งที่เธอคาดหวังมากที่สุดก็คือหวังว่าในราชวังัแห่งนี้จะไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นอยู่
โดยเฉพาะสิ่งที่เหมือนกับนักบุญสาวฮั่นป๋าที่มีความมั่นใจในตัวเองสูงและมีความ้าจะเอาชนะอยู่มากมายแบบนั้น
มันไม่ควรจะมีอยู่ใช่ไหม?
หลินลั่วหรานเริ่มรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจขึ้นมา
ในระหว่างที่เธอยังคงกังวลใจอยู่บริเวณ้าของชั้นเจ็ดก็มีบางอย่างประกายขึ้นดึงดูดสายตาของเธอไป
มันคือ...จะพูดอย่างไรดีนะ มันดูเหมือนกับกล้องโทรทรรศน์
ใช่แล้วหลินลั่วหรานกำลังนึกไปถึงกล้องโทรทรรศน์ที่ไม่ควรจะมีอยู่ในราชวังัแบบนี้เธอขยับตัวบินขึ้นไป เมื่อมือของเธอััลงกับตัวกล้อง เธอก็พบว่าใต้เท้าของเธอปรากฏเก้าอี้ตัวหนึ่งขึ้นมา
เอ๋ หรือว่าจะต้องนั่งลงบนนั้นเพื่อที่จะมองสำรวจ?
หลินลั่วหรานทดลองดู เธอไม่กล้าจะทิ้งตัวนั่งลงไปอย่างสบายใจเธอจึงค่อยๆ มองสำรวจลงไปในตัวกล้องด้วยความระมัดระวัง เอ๋ เ้าปลาที่มีเขี้ยวฟันแหลมคมอยู่เต็มปากแบบนั้นไม่ใช่พวกฉลามที่ดุร้ายเหรอ?
กล้องตัวนี้สามารถมองเห็นด้านนอกได้ทั้งหมดแล้วถ้าเป็้าทะเลสาบล่ะ?
เมื่อในใจของหลินลั่วหรานคิดขึ้นภายในตัวกล้องก็ปรากฏภาพผืนทะเลสาบต้งถิงขึ้นมา คลื่นน้ำเปล่งประกายกระทบกับแสงในทะเลสาบไม่มีเรือจับปลาอยู่เลยสักลำ ดูเหมือนว่าวันนี้จะเริ่มสั่งการห้ามจับปลาอย่างเป็ทางการแล้วเมื่อมองออกไปไกล เธอก็พบเห็นเขาจวินชานขึ้นมา พอความคิดของเธอขยับไปแม้แต่นักท่องเที่ยวที่อยู่บริเวณท่าเรือ เธอก็ยังสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน
บางที ขอเพียงแค่เป็บริเวณรอบๆ ทะเลสาบตงถิงก็จะสามารถใช้กล้องโทรทรรศน์อันนี้สำรวจได้ทั้งหมด?
ในใจของหลินลั่วหรานขยับเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็รังปูเล็กๆ ใต้ทะเลสาบหรือแม้แต่เขื่อนดินกั้นที่ยื่นยาวออกไปเธอก็สามารถมองเห็นมันผ่านกล้องนี้ได้อย่างชัดเจนเธอทดลองมองไปที่สถานที่อื่นอีกมากมาย เธอพบกับปลาตัวใหญ่ภายใต้ทะเลลึก และผู้คนมากมายที่พากันเดินอยู่บนเขื่อนทะเลสาบพระเ้า ตอนนี้ดูเหมือนว่าเธอจะเริ่มรู้แล้วว่าก่อนหน้านี้เ้าแห่งัใช้วิธีการแบบไหนในการตรวจสอบอาณาเขตของเขา!
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมที่นี่ถึงถูกเรียกว่าจุดชมทะเลด้วยสมบัติที่ดูเหมือนกับกล้องโทรทรรศน์อันนี้ ท่านเ้าัไม่จำเป็จะต้องออกไปไหนเขาก็สามารถเห็นและตรวจสอบสถานการณ์ของปลาทุกตัวกุ้งทุกตัวในพื้นที่แห่งทะเลสาบต้งถิงแห่งนี้ได้!
นี่ๆๆ อยู่ๆ หลินลั่วหรานก็นิ่งไป ตัวกล้องโทรทรรศน์เองก็แข็งทื่อ
บนเรือหางยาวสีดำเก่าๆ โทรมๆ ลำหนึ่งจอดอยู่บริเวณริมท้องทะเลสาบ ใบหน้าอันใสซื่อของเหล่าเลี่ยวปรากฏขึ้นมาให้เห็นแม้แต่รอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าของเขา เธอก็สามารถได้อย่างชัดเจนดูเหมือนว่าเขาจะััได้แล้วว่ามีคนกำลังแอบมองเขาอยู่เขาเหลือบมองไปทางซ้ายและทางขวา ก่อนที่จะจ้องมองมาทางของหลินลั่วหรานพร้อมกับส่งรอยยิ้มมาให้ แถมยังยกมือขึ้นทักทายเธออีกด้วย!
เขาสามารถเห็นที่นี่ได้เหรอ?!
หลินลั่วหรานนใขึ้นมา ก่อนที่เก้าอี้ใต้เท้าของเธอจะขยับสั่นไหวและในที่สุดเธอก็ถูกเก้าอี้ ‘โจมตี’เข้าแล้ว
หากจะพูดให้ชัดเจนก็คือดูเหมือนว่าเก้าอี้จะพบว่าคนที่กำลังลอบมองไปทั่วอาณาจักรน้ำแห่งนี้ไม่ใช่ตัวเ้าแห่งัจึงเกิดการตอบโต้และผลักไสหลินลั่วหรานให้ออกมา!
ใน่วินาทีนั้นเองหลินลั่วหรานก็รู้สึกได้ว่าลวดลายดอกไม้บริเวณพื้นด้านล่างดูผิดแปลกไปเมื่อตัวของเธอััลงกับพื้น ตัวของเธอก็หายไปจากจุดชมทะเลชั้นเจ็ดในทันที
และในขณะเดียวกัน เก้าอี้ตัวนั้นก็หายไป อืมกล้องโทรทรรศน์นั่นก็หายไปด้วย
ยาสูบบนริมฝีปากของเหล่าเลี่ยวที่อยู่บนเรือหางยาวสีดำในอาณาเขตผืนน้ำที่ห่างออกไปก็ตกลงมาเช่นกัน
“เอ๋ เด็กสาวนั่นไม่ใง่ายเกินไปหน่อยเหรอ?” เหล่าเลี่ยวรู้สึกเศร้าโศกขึ้นมา แต่กลับไม่ได้รู้เลยว่าหากใครได้พบเจอกับเื่ราวประหลาดแบบนี้ต่างก็ต้องใจนเกือบตายกันทั้งนั้น
“เหล่าเลี่ยวกำลังพูดอะไรอยู่น่ะ?” ตอนนี้การสั่งห้ามจับปลาอย่างเป็ทางการได้เริ่มต้นแล้วดังนั้นพวกชาวประมงทั้งหลายต่างก็เริ่มเก็บจัดการของใช้ในบ้านพวกเขามีห้องพักอยู่ที่เย้ว์หยาง ใน่เวลาที่ห้ามจับปลาพวกเขาก็จะย้ายเข้าไปอยู่ที่นั่นโดยไม่ได้ทนตากแดดตากลมอยู่ที่ทะเลสาบแห่งนี้ และเมื่อถึงหน้าร้อนพวกเขาก็ค่อยกลับมาเริ่มจับปลาอีกครั้ง
เหล่าเลี่ยวดับยาสูบในมือลง “ฉันพูดว่าพ่อของหัวเชิงจะซื้อเรือของฉันได้ไหม?”
ผู้เป็พ่อของหัวเชิงรู้สึกแปลกใจ “ไม่จับปลาแล้วเหรอ? แล้วหลังจากนี้จะเอาอะไรกินล่ะ?”
เหล่าเลี่ยวถลึงตาใส่ทันที “พูดจาบ้าๆ ฉันเองก็มีลูกอยู่ไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงจะไม่ไปเสพสุขอยู่สบายๆล่ะ”
อ๋อ ที่แท้เหล่าเลี่ยวก็มีลูกนี่เองเพิ่งจะเคยได้ยินเป็ครั้งแรก...ในตอนนั้นบริเวณข้างทะเลสาบต่างก็ครึกครื้นทันทีทุกคนต่างก็จับปลาอยู่ด้วยกันมานานขนาดนี้แล้วแต่ก็ต้องใเื่ที่เหล่าเลี่ยวมีลูกอยู่กันทั้งนั้นพวกเขาก็อดที่จะยินดีกับเหล่าเลี่ยวที่จะได้ร่ำลาวันเวลาอันแสนลำบากที่ต้องตากแดดตากลมแบบนี้ไปมีความสุขกันไม่ได้
สุดท้ายผู้เป็พ่อของหัวเชิงก็ใช้เงินหนึ่งพันหยวนในการซื้อเรือตกปลาลำเก่าของเหล่าเลี่ยวมาและชาวประมงที่จับปลามากกว่าหกสิบปีคนนี้ก็หายไปจากริมขอบทะเลสาบอย่างไร้ร่องรอยและไม่เคยปรากฏตัวขึ้นอีก
บางทีเพื่อนบ้านทั้งหลายอาจจะพูดบ่นว่าเหล่าเลี่ยวไปมีความสุขแล้วก็ลืมทุกคน แต่โดยรวมทุกคนก็ยังคงรู้สึกดีใจกับเขาอยู่ดี
จากการทำงานมากกว่าหกสิบปี ไม่ว่าจะเป็ทางด้านไหนมันก็คือการร่ำลาอย่างมีเกียรติทั้งนั้น!
เหล่าเลี่ยวนั้นดีใจมาก ตอนที่เดินออกมาใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มแม้แต่ของใช้บนเรือต่างก็ทิ้งเอาไว้ และไม่ได้นำติดกลับมาด้วย
เขาโบกมือให้กับร่ำลากับทุกคนก่อนที่จะหายไปในกองกุ้งแดงที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่าและไม่มีใครรู้ว่าเขามีความสุขมากแค่ไหน
ในที่สุดก็สามารถส่งมอบของที่ดูแลเอาไว้มาหลายปีไปได้ไม่ว่าเป็ใครต่างก็ต้องรู้สึกสบายใจขึ้นมากันทั้งนั้น
ภายในจุดชมทะเลเต็มไปด้วยความเงียบสงัด ผ้าม่านขยับสั่นไหวโดยไร้แรงลม
เสี่ยวอันปรากฏตัวขึ้นที่ชั้นเจ็ด
ดูเหมือนว่าเขาจะยืนอยู่ตรงนั้นนานเกินไปเท้าของเขาเริ่มจะแข็งชาขึ้นมาเสียแล้ว
“อาจารย์พี่หลิน คุณไม่ได้กำลังทดสอบผมอยู่เหรอครับ?...แล้วถ้าแบบนั้น เธอหายไปไหนกัน?” เสี่ยวอันขมวดคิ้วเข้าหากันทำให้ความไร้เดียงสาบนใบหน้าของเขาลดลงไปไม่น้อย
เขาแอบตามมาอยู่ไกลๆ และอาศัยอักษรเวทไม้ไผ่ในการกลบร่องรอยมาตลอดและเขาก็เห็นหลินลั่วหรานหายไปต่อหน้าต่อตาในตอนแรกเขาคิดว่าหลินลั่วหรานััได้แล้วว่ามีคนแอบตามมาก็เลยทำท่าทางลวงหลอกขึ้น
เสี่ยวอันอดใจรออยู่นานแต่สุดท้ายก็ยังคงไม่พบเห็นร่างของหลินลั่วหรานเขาถึงได้ปรากฏตัวออกมาด้วยความอุ่นใจ
เขามองไปยังพื้นกระเบื้องที่สีสันผิดแปลกไปอย่างใช้ความคิดก่อนที่จะใช้เท้ากระทืบลงไปอย่างระมัดระวัง
ปัง มีเพียงแค่เสียงเท้าของเขาเท่านั้นที่ดังขึ้น เขารออยู่สักพักแต่ตัวของเขาก็ยังคงอยู่ที่เดิมและไม่ได้เกิดอะไรขึ้นมา
น่าแปลกจัง ถ้าแบบนั้นทำไมอาจารย์พี่หลินถึงหายไปล่ะ?
