“เซินถูเหิงาเ็แล้ว เยี่ยเฉินเฟิงใช้เพียงมือเปล่าก็ทำเขาาเ็ได้”
“เยี่ยเฉินเฟิงผู้นี้มันเป็ตัวประหลาดเกินไปแล้ว ถ้าหากเขาบรรลุถึงเขตแดนจอมพลอสูรโลการะดับหนึ่งได้ ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะแข็งแกร่งได้ขนาดไหน”
บรรดาศิษย์ที่อยู่ล้อมรอบเวทีประลองต่างก็วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นาๆ หลังจากได้เห็นกับตาตัวเองว่าเยี่ยเฉินเฟิงต่อยเซินถูเหิงจนกระอักเืได้ในหมัดเดียว
“เกราะจิตอสูร”
เซินถูเหิงยกแขนเสื้อเช็ดคราบเืมุมปากบนใบหน้าที่ซีดขาว จิตอสูรตะกวดั์ปรากฏขึ้นซ้อนทับร่างกายของเขาอีกครั้งและสร้างชุดเกราะป้องกันสีฟ้าปกคลุมทั่วร่างกายของเขาไว้ ระดับพลังป้องกันของเขาจึงเพิ่มสูงขึ้นอีกหลายเท่า
เกราะจิตอสูรเป็คุณสมบัติพิเศษอย่างหนึ่งของยอดฝีมือระดับจอมพลอสูรโลกา หลังจากจิตอสูรกลายเป็เกราะคุ้มกันแล้ว พลังป้องกันของร่างกายก็จะพุ่งทะยานขึ้นสูงกว่าเดิมมาก แต่ในขณะเดียวกันก็สิ้นเปลืองพลังิญญาอย่างเห็นได้ชัด
“คมดาบวายุคลั่ง!”
เซินถูเหิงะเิเสียงคำรามลั่น ยกดาบวารีจันทราในมือฟันโจมตีไปทางเยี่ยเฉินเฟิงอย่างรุนแรง ลำแสงดาบดุดันราวกับวายุที่พัดกระหน่ำซัดถล่มไปหาอีกฝ่าย
“เคลื่อนย้ายเงาพราย!”
เมื่อเห็นว่าเยี่ยเฉินเฟิงใกล้จะจมอยู่ใต้คมดาบวายุคลั่งที่เซินถูเหิงร่ายออกมานั้น ใต้เท้าของเยี่ยเฉินเฟิงก็พลันสว่างวาบ แปรลักษณ์กลายเป็ร่างเงาที่มีความเร็วสูง
“ตูม!”
ก่อนคมดาบวายุคลั่งจะตัดเฉือนลงมา เยี่ยเฉินเฟิงได้หายวับออกไปจากใต้เงาคมดาบอย่างไร้ร่องรอย
เซินถูเหิงยังไม่ทันจะได้โห่ร้องดีใจ เขาก็ััได้ถึงอันตรายร้ายแรงที่ปรากฏขึ้นด้านหลังของตัวเองอย่างกะทันหัน และเบี่ยงตัวหนีโดยสัญชาตญาณ
แต่ในเสี้ยวพริบตาที่เขากำลังจะหลบหนี เยี่ยเฉินเฟิงก็โจมตีหมัดซึ่งบีบอัดพลังเอาไว้อย่างเต็มที่เข้าใส่ร่างกายของเขาอย่างสุดแรงเกิด ทุบทำลายเกราะจิตอสูรที่ปกคลุมร่างกายของเขาจนแตกละเอียด ซัดกระแทกร่างกายของเขาจนาเ็
“เงาลวงตา ต้องรวดเร็วขนาดไหนกันถึงได้รวมกันจนกลายเป็ภาพเงาลวงตาเช่นนี้ได้”
คนที่อยู่ในสนามประลองยุทธ์แตกตื่นฮือฮากันยกใหญ่ เมื่อได้เห็นฉากที่เยี่ยเฉินเฟิงสร้างเงาร่างลวงตาขึ้นมาภายในเสี้ยววินาที หลอกลวงเซินถูเหิงให้หลงกลและโจมตีสวนกลับจนอีกฝ่ายได้รับาเ็
พลังที่แท้จริงของเยี่ยเฉินเฟิงทำให้พวกเขายอมรับนับถือจากใจ
“คมดาบวายุคลั่ง!”
เซินถูเหิงฝืนระงับเืลมที่ปั่นป่วนของตนเอง ยกดาบวารีจันทราในมือฟาดฟันใส่เยี่ยเฉินเฟิงอย่างต่อเนื่อง ชั่วขณะนั้น สนามประลองทั้งหมดก็มีแต่ปราณดาบทั่วทุกสารทิศ มากมายจนคนมองตาลายกันไปหมด
“เซินถูเหิง การโจมตีของเ้ามันเชื่องช้าเกินไป”
เยี่ยเฉินเฟิงไม่รู้สึกสะทกสะท้านอะไรที่ต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีอย่างบ้าคลั่งของเซินถูเหิง เขาใช้เคลื่อนย้ายเงาพรายที่ได้รับมาจากสมองกลืนเทวะเคลื่อนไหวหลบเลี่ยงลำแสงดาบอันดุดันได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะพุ่งเข้าประชิดร่างของเซินถูเหิง
“ทลายจิต!”
เยี่ยเฉินเฟิงวาดนิ้วไปบนความว่างเปล่า ลำแสงดรรชนีอันดุดันก็พุ่งยิงออกไปโจมตีเซินถูเหิงซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“พรวด!”
เมื่อทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนเซินถูเหิงไม่อาจป้องกันได้ทันจึงถูกยิงเข้ากลางหน้าอก ลำแสงดรรชนีอันแหลมคมโจมตีโดนเกราะจิตอสูรและทิ้งรอยลึกเอาไว้ที่พื้นผิว้า
ครู่ต่อมา เยี่ยเฉินเฟิงก็ะเิพละกำลังที่น่าตื่นใออกมาทั่วร่าง เข้าประชิดตัวอีกฝ่ายและปล่อยหมัดจู่โจม
คลื่นหมัดแสนน่ากลัวที่พกพาแรงกดดันอันไร้เทียมทาน พุ่งผ่านอากาศโดยทิ้งแสงสีขาวเอาไว้เป็ทางยาวหลายจั้ง ก่อนจะเล็งโจมตีเข้าใส่อกของเซินถูเหิง พละกำลังอันน่าสะพรึงกลัวทำให้เซินถูเหิงรู้สึกหายใจติดขัดอย่างรุนแรง
“ตัดเงาจันทรา!”
เมื่อััได้ถึงพลังหมัดอันน่าหวาดกลัวของเยี่ยเฉินเฟิง เซินถูเหิงก็ก้าวถอยหลังไปตั้งหลักพร้อมกับประคองดาบด้วยสองมือ ลำแสงดาบรูปร่างคล้ายจันทร์เสี้ยวมีที่เงาหางลากยาวก็ถูกฟาดฟันลงมาปะทะกับคลื่นหมัดที่เยี่ยเฉินเฟิงปล่อยออกมา
“ตูม!”
คลื่นหมัดที่เยี่ยเฉินเฟิงชกออกไปถูกทำลายจนย่อยยับ เสียงะเิดังขึ้นกึกก้องราวกับฟ้ากัมปนาท พลังงานมหาศาลสั่นะเือากาศรอบด้านจนเกิดเป็ระลอกคลื่นอย่างต่อเนื่อง
“อำนาจกระบี่!”
พริบตาที่คลื่นหมัดถูกทำลาย เยี่ยเฉินเฟิงก็ใช้นิ้วแทนที่กระบี่ยิงลำแสงกระบี่ที่หลอมรวมอำนาจกระบี่เอาไว้ออกไป กรีดผ่านห้วงอากาศและทิ้งรอยเฉือนของคมกระบี่เอาไว้ ก่อนจะตัดทะลุเกราะจิตอสูรและพุ่งแทงใส่อกของเซินถูเหิง
เืจำนวนมากไหลทะลักออกมาจากหน้าอกของเซินถูเหิงราวกับน้ำพุ
“แกร่งเกินไปแล้ว เยี่ยเฉินเฟิงผู้นี้แข็งแกร่งเกินไปแล้ว เขาควบคุมเซินถูเหิงได้อย่างอยู่หมัดเลย”
“นั่นสิ เซินถูเหิงคงจะมาได้แค่นี้แล้วล่ะ ประลองต่อไปก็มีแต่จะอับอายเสียเปล่า”
เมื่อเห็นเซินถูเหิงอยู่ในสภาพใบหน้าซีดเซียวไร้เืฝาด หน้าอกเป็แผลเืไหลไม่หยุด ก็แทบจะไม่มีใครคาดหวังในตัวเขาอีกเลย
ขณะที่ใบหน้าของเซินถูเสวี่ยและเซินถูปิงฉายความหวาดกลัวอย่างเด่นชัด พวกเขาไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลยว่าพลังของเยี่ยเฉินเฟิงจะก้าวหน้าได้ไวถึงเพียงนี้ เพียงแค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น เขาก็เก่งกาจขึ้นเสียจนตนเองต้องเป็ฝ่ายเงยหน้าขึ้นมอง
“ไม่ ข้าแพ้ไม่ได้ ข้าจะต้องเป็ฝ่ายชนะ”
เซินถูเหิงใช้มือข้างหนึ่งกดแผลตรงหน้าอกที่เืไหลไม่หยุดเอาไว้ ก่อนจะคำรามลั่นคล้ายกับหมาป่าดุร้ายที่กำลังาเ็
คนที่เยี่ยอหยิ่งโอหังและไม่เคยเห็นเยี่ยเฉินเฟิงอยู่ในสายตาเช่นตัวเขา จะไม่มีวันยอมแพ้เยี่ยเฉินเฟิงท่ามกลางสายตาของทุกคนที่มองมาโดยเด็ดขาด
“เยี่ยเฉินเฟิง เ้าเป็คนบีบบังคับข้าเองนะ” ดวงตาของเซินถูเหิงทอประกายดุร้าย คว้าหยิบเม็ดยาสีแดงเืออกมาจากถุงเอกภพด้วยความเร็วสูง ก่อนจะเงยหน้าตบเม็ดยาเข้าปากและกลืนลงท้องไป
“ตูม!”
เืลมทะยานฟ้าขุมหนึ่งะเิออกมาจากร่างของเซินถูเหิง ราวกับควันสัญญาณที่พวยพุ่งสู่ฟากฟ้า
พลังที่แท้จริงของเซินถูเหิงภายใต้การกระตุ้นของเม็ดยาสีแดงเืเพิ่มพูนขึ้นสูงหลายเท่าตัว เพียงไม่นานก็ข้ามผ่านจากจอมพลอสูรโลการะดับหนึ่งไปยังเขตแดนจอมพลอสูรโลการะดับสองขั้นสูงสุด
“เม็ดยาระดับเก้า เม็ดยามารคลั่ง”
มองดูเซินถูเหิงที่เข้าสู่สภาวะบ้าคลั่งและมีเืลมรายล้อมอยู่รอบตัว สีหน้าของผู้าุโถานและผู้าุโหลิวก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย พวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่าเซินถูเหิงจะยอมเทหมดหน้าตักโดยไม่กลัวการสูญเสีย กลืนกินเม็ดยามารคลั่งระดับเก้าเพื่อมาใช้ในการต่อสู้ประลองฝีมือ
“เยี่ยเฉินเฟิง ข้าจะปลิดชีพเ้าซะ”
เซินถูเหิงที่ดวงตาแดงก่ำ ร่างกายแผ่ซานกลิ่นอายบ้าคลั่งพลันคำรามลั่น ยกดาบวารีจันทราในมือจู่โจมใส่เยี่ยเฉินเฟิงอย่างดุเดือด
หลังจากฝืนเพิ่มพลังเป็เขตแดนจอมพลอสูรโลการะดับสองแล้ว ไม่ว่าจะด้านพลังโจมตีหรือว่าความเร็วในการจู่โจมของเซินถูเหิงต่างก็เพิ่มขึ้นสูงหลายเท่า คมดาบดุดันฟาดฟันลงมาอย่างไม่หยุดพัก บีบบังคับให้เยี่ยเฉินเฟิงต้องถอยร่นอย่างต่อเนื่อง
“คมดาบวายุคลั่ง!”
ในระหว่างที่เยี่ยเฉินเฟิงใช้เคลื่อนย้ายเงาพรายพลิ้วกายหลบเลี่ยงคมดาบแต่ละสายอยู่นั้น เซินถูเหิงก็ทะยานตัวขึ้นไปบนอากาศแล้วกระหน่ำโจมตีคมกระบี่ราวกับวายุคลั่งพัดโหมเข้าปกคลุมเยี่ยเฉินเฟิง
“กระบี่หัก”
เมื่อเหลือบเห็นคมดาบวายุคลั่งที่ร่วงหล่นลงมา ั์ตาของเยี่ยเฉินเฟิงก็หดเล็กลงเท่ารูเข็มซึ่งเป็รูปแบบที่อันตรายสูงสุด เขาแตะถุงเอกภพอย่างรวดเร็ว กระบี่หักก็กลายเป็ลำแสงอันงดงามบินทะยานออกมา
เยี่ยเฉินเฟิงใช้มือขวาถือกระบี่หักเอาไว้ อำนาจกระบี่อันแกร่งกล้าก็พรั่งพรูออกมาจากร่างกายพุ่งทะยานสูงเสียดฟ้า อำนาจกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวทำให้ผู้คนที่อยู่ในสนามประลองถึงกับใจสั่นวูบ
“อำนาจกระบี่ เหมือนจะเป็อำนาจกระบี่เลยนะ”
ผู้าุโถานและผู้าุโหลิวที่มีความรู้กว้างขวางสังเกตเห็นว่าคมกระบี่ของเยี่ยเฉินเฟิงในครั้งนี้ มีััของอำนาจกระบี่แฝงอยู่ด้วย สีหน้าจึงแปรเปลี่ยนไปอย่างมาก
เพราะว่าต่อให้เป็กานเต้าไป๋ที่มาจากศาลากระบี่ของนิกายอัคคี์ก็ยังไม่สามารถรู้แจ้งในอำนาจกระบี่ที่นักกระบี่ทุกคนถวิลหาแม้ยามหลับฝัน
เรียกได้ว่าคนที่สามารถรู้แจ้งในอำนาจกระบี่ได้จะต้องกลายเป็บุคคลยิ่งใหญ่ที่สั่นะเืไปทั่วหล้าในภายภาคหน้าอย่างแน่นอน
“อำนาจกระบี่ ทำลาย”
เยี่ยเฉินเฟิงตวัดกระบี่ฟาดฟันลำแสงกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวออกไป เพียงหนึ่งกระบี่ก็สามารถทำลายคมดาบที่ปรากฏอยู่เกลื่อนฟ้าได้ ก่อนจะฟันตรงลงไปทางเซินถูเหิงที่ใบหน้าเผือดสี
“ฉัวะ!”
เซินถูเหิงเห็นเพียงแสงสว่างจ้าเบื้องหน้า ครู่ต่อมาแขนข้างขวาของเขาก็ถูกลำแสงกระบี่แทงทะลุ เืไหลทะลักออกมาจากแขนข้างที่หลุดร่วงลงพื้นไปพร้อมๆ กับดาบวารีจันทราที่ยังกอบกุมไว้ในมือ
“อ๊าก!”
เมื่อแขนขวาถูกลำแสงกระบี่ของเยี่ยเฉินเฟิงตัดขาด เซินถูเหิงก็ร้องครวญครางโหยหวนออกมาอย่างเ็ปรวดร้าว เืจำนวนมากทะลักออกมาจากแขนที่ขาดครึ่ง สีแดงฉานแปดเปื้อนจนเต็มพื้น
“เซินถูเหิง เ้าถูกกำหนดให้แพ้ั้แ่แรกแล้ว”
เยี่ยเฉินเฟิงมองดูเซินถูเหิงที่ยกมือกุมแขนที่ขาดท่อนเอาไว้ กรีดร้องโหยหวนอย่างเ็ปปานจะขาดใจ ด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยไร้ซึ่งเศษเสี้ยวของความเห็นอกเห็นใจ กล่าวทิ้งไว้เพียงหนึ่งประโยค เขาก็หมุนตัวกลับกระโจนลงจากเวทีประลองแล้วเดินจากไปอย่างผ่อนคลายท่ามกลางสายตากริ่งเกรงทุกคู่ที่มองตามไปจนลับสายตา
