“อู๋ห่าวถ้าเ้าขุดหมดเขานี้ ต้องได้สายแร่เยอะแน่แถมเ้าจะได้พื้นที่เพิ่มด้วย เพราะเขาลูกนี้ปลูกอะไรไม่ได้อยู่แล้วและสูงขนาดนี้ เ้าต้องกลายให้เศรษฐีแน่ ถ้าเ้าขุดมันขายให้กับข้า”
“แน่นอนอยู่แล้วว่าข้าและครอบครัว ต้องขุดสายแร่ขายให้ศิษย์พี่อยู่แล้ว ไหนจะต้องเอาไปแลกซื้อกับหีบใส่ของอีก”จู๋จื่อเอาที่ขุดดินออกมาให้อู๋ห่าวแล้วขอตัวกลับ
“มัวแต่ยุ่งเกี่ยวกับจะสร้างอุปกรณ์เวท ลืมเื่หลอมยาไปเลย ต้องเตรียมไว้เผื่อเดินทาง ในเมืองนี้แหล่งขายสมุนไพรอยู่ที่ไหนกันนะ ถ้าไม่มีก็ต้องใช้ของเก่าที่อยู่ในสร้อยไปก่อน วันข้างหน้าค่อยหาเพิ่มเอาเวลามีไม่มากแล้ว”
“หลบหน่อยหลีกทางให้ด้วย ต้องรีบพาท่านผู้เฒ่าไปโรงหมอจงย่าว หลีกทางหลบหน่อย”คนขับรถม้าคันงามะโขอทางด้วยอาการเร่งรีบ
“นายท่านอดทนไว้หน่อยเ้าค่ะจะถึงโรงหมอแล้ว นายท่าน! นายท่าน! แย่แล้วนายท่านแน่นิ่งไปแล้วทำยังไงดี”สาวใช้สองคนะโเสียงดังลั่นรถม้า
ทำให้คนขับรถม้าต้องหยุดรถ และจอดไว้ตรงนั้นรีบมาดูอาการของท่านผู้เฒ่าก่อน ข้างหน้ารถม้ามีผู้คนเดินเต็มท้องถนนทำให้ขับเคลื่อนรถม้าลำบาก แม้จะะโบอกแล้วก็ตาม
“ใครก็ได้ช่วยนายท่านที เด็กน้อยข้าขอยืมม้าเ้าหน่อยได้ไหม ข้าจะไปตามหมอให้มารักษาท่านผู้เฒ่าที่นี่”ชายคนขับรถม้าขอยืมม้าจากจู๋จื่อ ที่ขี่ม้าอยู่ใกล้ๆกับรถม้าของเขา
“กว่าจะไปกลับแถมไม่รู้ว่าหมอจะว่างหรือเปล่า ให้ข้าดูก่อนได้หรือไม่ ถึงข้าจะเป็เด็กแต่รู้วิชาแพทย์นะ”
“ไม่ได้ถ้าเกิดนายท่านเป็อะไรขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ ข้าขอแค่ยืมมาเ้าก็พอให้ข้ายืมเถอะ”
“พี่ชายให้เด็กเข้ามาเถอะนายท่านไม่ไหวแล้ว ท่านไปตามหมอก็แล้วกัน ส่วนเด็กคนนั้นก็ให้มาดูอาการท่านผู้เฒ่าก่อน ไม่มีอะไรจะเสียแล้วตอนนี้ เราต้องเสี่ยงไม่งั้นชีวิตเราทั้งสามคนก็จะไม่รอด”
จู๋จื่อเข้าไปในรถม้า ทีแรกนึกว่านายท่านผู้เฒ่าจะเป็ผู้ชาย แต่กลับกลายเป็หญิงชราผู้หนึ่งอายุประมาณหกสิบกว่าปี ที่มีผมขาวเต็มหัว รูปร่างผอมบางนอนแน่นิ่งหายใจรวยริน
“ชีพจรหาแทบไม่เจอ ท่านยายป่วยมานานแล้วใช่หรือไม่ ดูเหมือนจะหายใจไม่สะดวกและแน่นหน้าอกด้วย นอนก็ไม่ค่อยหลับ”
“เด็กน้อยเ้ารู้ทุกอย่างเลยหรือ อาการที่เ้าพูดมาใช่แล้วนายท่านผู้เฒ่าเป็แบบนั้นมานาน ท่านนอนไม่ค่อยหลับเลยพาออกมานั่งรถม้าเล่น แต่ไม่คิดว่าอาการของท่านจะกำเริบระหว่างทาง”
“เอายานี่ท่านผู้เฒ่ากินแล้วอาการจะดีขึ้น ทำให้หายใจสะดวกขึ้นไม่แน่นหน้าอก ”จู๋จื่อเปลี่ยนใจป้อนยาให้ท่านผู้เฒ่าเอง เพราะต้องใช้พลังขับเคลื่อนยาให้ลงท้อง และแอบที่ใช้พลังไปกระตุ้นให้หัวใจ ให้หายใจได้สะดวกขึ้น
หญิงชราเริ่มหายใจแรงขึ้นจนหน้าอกกระเพื่อม แต่ยังนอนหลับอยู่ “ท่านผู้เฒ่าฟื้นแล้ว แม่หนูขอบใจเ้ามากท่านผู้เฒ่าฟื้นแล้ว”
หญิงชราได้ยินสาวใช้ทั้งสองเรียก ด้วยเสียงอันดังและตื่นเต้นจึงลืมตาขึ้นมาดู
“ท่านผู้เฒ่าเป็ยังไงบ้างเ้าคะ ท่านแน่นหน้าอกจนหายใจไม่ออก ตอนนี้ท่านยังเจ็บหรือหายใจติดขัดอยู่ไหม ท่านหายใจได้ตามปกติหรือยังเ้าคะ”เสียงสาวใช้ถามด้วยความตื่นเต้น
“ข้ารู้สึกหายใจโล่งไม่แน่นหน้าอก อาการมึนหัวก็ไม่มีแล้ว เ้าเอายาอะไรให้ข้ากินหรือ ทำให้อาการของข้าที่ทรมานมาหลายปีหายไปแบบนี้”
“ท่านผู้เฒ่าเป็ยาของเด็กน้อยผู้นี้เ้าค่ะ ที่รักษาท่านหายแค่เม็ดเดียวเท่านั้น ไม่อย่างนั้นท่านคงจะแย่กว่านี้เ้าค่ะพี่ใหญ่ข้าไปตามหมอ ป่านนี้ยังไม่กลับมาเลย แถมยังยืมม้าของเด็กผู้นี้ไปอีก”
“ขอบใจเ้ามากเด็กน้อย แต่เอ๊ะ!ทำไมหน้าตาของเ้า เหมือนข้าเคยเห็นที่ไหนมาก่อนอย่างนั้นแหละ นี่คือสิ่งตอบแทนที่เ้าช่วยชีวิตข้า เ้ารับไว้เถอะถึงมันจะไม่มีค่ามากมาย”จู๋จื่อมองแต่ไม่รับ
“นี่คือปิ่นปักผมเ้าเก็บไว้เถอะ วันข้างหน้าเ้าอาจจะต้องใช้ หรือเห็นแก่หญิงชราแบบข้าก็แล้วกัน”หญิงชรายืนปิ่นปักผมให้ เห็นเด็กน้อยมองแล้วไม่รับ จึงนำผ้าเช็ดหน้ามาห่อแล้วยัดใส่มือจู๋จื่อ
“ก็ดีเหมือนกันเ้าค่ะ จะได้ไม่ต้องติดค้างน้ำใจกัน ปิ่นข้าจะเก็บไว้ก่อน วันข้างหน้าไม่ได้ใช้ให้ผู้อื่นก็ยังดี ข้าขอลาก่อนเ้าค่ะ”จู๋จื่อปีนลงจากรถม้า มายืนรอม้าที่ถูกยืมไปอยู่ข้างๆ
ชายหนุ่มกลับมาอีกครั้งพร้อมกับหมอของร้านจงย่าว จู๋จื่อไม่พูดสิ่งใดะโขึ้นม้าและขี่กลับบ้าน
“จู๋จื่อเ้าหายไปไหนมาแต่เช้า ข้านึกว่าเ้าจะไป่สายเสียอีก ไม่ไปรบกวนเวลาหลับนอนคนที่เ้าไปเยี่ยมใช่หรือไม่”
“ข้าไม่ได้ไปเช้าขนาดนั้นเสียหน่อย ท่านปู่ข้าฝากปิ่นปักผมอันนี้ไว้กับท่านด้วย ตอนข้าอายุสิบสี่ท่านค่อยเอามาปักผมของข้าใหม่”
ผู้เฒ่ารับห่อผ้ามาจากเด็กน้อย เปิดผ้าออกดูปิ่นปักผมที่อยู่ข้างใน แต่สายตากลับสะดุดเข้ากับสัญลักษณ์ที่ติดบนผ้าเช็ดหน้า
“จู๋จื่อเ้าเอาปิ่นปักผมนี่มาจากที่ไหน ใครให้มา”
“ท่านปู่พอดีตอนขากลับ ข้าเจอเข้ากับผู้ป่วยที่เป็หญิงชราผู้หนึ่ง คนรับใช้ยืมม้าของข้าไปตามหมอข้างตลาด ข้ากลัวเขาจะมาไม่ทัน ข้าจึงช่วยรักษาให้ก่อน พออาการดีขึ้นหญิงชราผู้นั้นก็เอาปิ่นนี้ให้กับข้ามาเ้าค่ะ”
“ทีแรกข้าว่าจะไม่รับมา หญิงชราผู้นั้นเลยเอาปิ่นปักผม ห่อด้วยผ้าแล้วยัดใส่มือ หลานก็เลยต้องรับมา มีอะไรผิดปกติหรือเ้าคะท่านปู่”
ท่านปู่ไม่พูด แต่เอาผ้าผืนเก่าในกระเป๋ายาออกมา “เ้าดูสัญลักษณ์ทั้งสองนี้ว่าเหมือนกันไหม”
“เหมือนกันเลยเ้าค่ะท่านปู่ มันเขียนคำว่า ‘หลี’เ้าค่ะ มันเกี่ยวข้องกันยังไงหรือเ้าคะ ผ้าเช็ดหน้ากับผ้าผืนเก่านี้”
“ปู่จะบอกว่าผ้าเก่าผืนนี้ คือผ้าห่อตัวเ้ามาตอนที่พวกเขาเอามาทิ้ง แสดงว่ามาจากตระกูลหลี ที่เอาเด็กทารกแรกเกิดมาทิ้งที่ป่าไผ่ ในคืนฝนตกเมื่อแปดปีที่แล้ว”
“จริงหรือเ้าคะท่านปู่ รู้แบบนี้ข้าไม่น่าช่วยไว้เลย ข้าไม่ได้เป็อะไรกับพวกเขาทั้งนั้น ข้าเป็หลานของท่านปู่ผู้เดียว”
“แม่ของเ้าน่าจะเสียชีวิตั้แ่คลอดเ้าแล้ว เพราะว่ามีพิษรุนแรงมากที่ติดกับตัวเ้ามา ถ้าเ้าไม่คิดอะไรก็ไม่ต้องยุ่งกับพวกเขา”
“คงจะเป็เื่อิจฉากันเป็แน่เ้าค่ะท่านปู่ ถึงได้ฆ่าแกงกันแบบนี้ ข้าไม่มีเวลาไปสืบสาวเื่ราวพวกนี้ด้วยสิ งานยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำ ช่างเถอะจะฆ่ากันทั้งตระกูลก็ปล่อยพวกเขาไป ถือว่าไม่เคยรู้จัก”
“เ้าไม่อยากรู้หน่อยหรือว่า แม่ของเ้าโดนใครวางยาเสียชีวิตได้ยังไง นางคงทรมานน่าดูเสียชีวิตตอนคลอดลูก”เสียงหนูดำดังขึ้น
“ถ้าเ้ามีเวลาว่างขนาดนั้นก็ไปสืบข่าวเถอะ ข้าต้องสร้างอุปกรณ์เวทย์เตรียมเดินทางไปแคว้นอื่น”
“ดีเลยข้ากำลังว่างและเงียบเหงาอยู่ ถ้าข้าทำอะไรไม่ดี เ้าคงไม่โกรธข้านะ”
“ข้าจะไปโกรธเ้าเื่อะไรหนูดำ ข้าเหมือนคนที่ตายไปแล้ว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพวกเขา ถ้าจะสงสารก็คือคนที่คลอดข้าออกมาเท่านั้นแหละ”
“เ้าขี่ม้าพาข้าไปวนแถวจวนตระกูลหลีได้ไหมล่ะ ให้ข้าหาทางไปเองน่าจะลำบากอยู่นะ ตอนนี้ยังมีเวลาอีกหลายชั่วยามกว่าจะมืดค่ำ เ้าขี่ม้าไปครู่เดียวน่าจะถึงแล้ว”
“ก็ได้เข้ามาอยู่ในถุงย่าม ข้าจะออกไปส่งเ้าเดี๋ยวนี้ ข้าต้องรีบกลับมาสร้างหีบสำหรับใส่ของเดินทางอีก”
“ใช่สิท่านปู่หญิงชราผู้นั้นบอกว่าข้าหน้าตาคุ้นๆ ไม่ใช่ว่าหน้าตาข้าไปเหมือนใครบางคนในจวนเข้านะ ไม่ได้แล้วข้าต้องหาผ้ามาปิดหน้าก่อน”
จู๋จื่อวิ่งไปเปลี่ยนเป็ชุดดำ ใส่หมวกให้ดูเห็นหน้าไม่ชัด ขี่ม้าออกจากบ้านไป แวะถามคนในตลาดเื่จวนตระกูลหลี ซึ่งอยู่ไกลจากตลาดไปไกลมาก ค่อนข้างจะไปทางป่าไผ่ที่เคยอยู่กับท่านปู่
“หนูดำคงจะเป็ที่นี่แหละมีป้ายชื่อติดอยู่ข้างบน เป็จวนที่ใหญ่มากทีเดียว แต่ไม่น่าอยู่สำหรับข้า ดูแล้วอึดอัดเ้าเข้าไปผู้เดียวก็แล้วกัน ข้าไม่อยากแม้แต่จะลงจากหลังม้า”
“ข้าเข้าเองได้ ก่อนเ้าจะออกเดินทางไปที่แคว้นอื่น แวะมาที่นี่ยืนะโเรียกตรงนี้ข้าน่าจะได้ยิน”พูดเสร็จหนูดำะโขึ้นต้นไม้ข้างรั้วชวนตระกูลหลี ที่ใหญ่โตและมีพื้นที่บริเวณกว้าง
“คนที่คลอดข้าออกมาแล้วเสียชีวิตในจวนนี้ คงจะทรมานและอึดอัดน่าดู เสียชีวิตไปแล้วก็คงจะหลุดพ้น แต่นางไม่มีญาติพี่น้องที่มาช่วยดูแลเลยรึ แล้วหญิงชราผู้นั้นคือใครกันแน่”
จู๋จื่อบังคับม้าเดินทางกลับบ้าน เพราะระยะทางไกลมากต้องใช้เวลาเดินทางถึงหนึ่งชั่วยาม “ทำให้ข้าเสียเวลายิ่งนัก แทนที่จะสร้างหีบเก็บสิ่งของได้หลายใบแล้ว”
จู๋จื่อใช้เวลาเจ็ดวันที่ไม่ได้ไปเรียน สร้างตู้นิรภัย หีบเก็บสิ่งของแค่สามใบ สร้างเสร็จไปั้แ่วันแรก
“ตู้นี้ค่อนข้างจะใช้สายแร่จำนวนเยอะ ต้องเข้าไปดูในป่าว่าขุดได้เยอะหรือยัง หรือว่าสร้างหีบเก็บของใบใหญ่เหมือนที่เอาไปให้เถ้าแก่เ้าของร้านยา ขายให้กับโรงประมูลสักใบหนึ่ง เอาไว้เก็บสายแร่จะได้ไม่ต้องเกะกะในห้อง”
จู๋จื่อต้องนั่งสร้างหีบใบใหญ่อีกสองใบแล้วเข้าป่าไป วันนี้ความจริงแล้วต้องเข้าเรียนที่สำนัก นางคิดว่าจะไป่บ่ายไม่ได้ไปเรียนหรอก จะไปถามสามแร่จากอู๋ห่าวและหย่งเล่อ
“อาเฉิงข้ามาแล้ว วันนี้เอาที่เก็บสิ่งของมาให้ด้วย จะได้ไม่กองไว้จนล้นห้อง”
“แม่หนูจู๋จื่อเ้ามาแล้ว สายแร่กองอยู่เต็มบ้าน ข้าไม่มีที่ให้นอนแล้ว ถ้าเ้ามีที่เก็บให้ก็ดี”ทั้งสองเดินมาดูกองสายแร่ที่วางอยู่เต็มห้อง
“นี่คือหีบเก็บสิ่งของ มันจะเก็บได้เยอะมากพอๆกับห้องนี้เลย ข้าให้ท่านอาเฉิงเก็บไว้ใส่สายแร่ จะได้ไม่เกะกะห้อง ท่านลองดูมันเก็บได้เยอะเอาแบบนี้ ท่านเก็บของทั้งหมดใส่หีบใบนี้ เดี๋ยวข้าจะให้อีกหีบใบหนึ่งแก่ท่าน”
จู๋จื่อเห็นอาเฉิงเก็บสายแร่ ถ้าจะให้หมดห้องนี้คงใช้เวลานาน
“อาเฉิงไม่ต้องแล้วเ้าค่ะ เดี๋ยวข้าเก็บเองแค่ให้รู้ว่าหีบใบนี้มันใส่ได้เยอะ ท่านเห็นไหมว่าเก็บมาได้ตั้งเยอะแล้วหีบยังไม่เต็มเลย”
“โอ้!จริงด้วยช่างวิเศษเสียยิ่ง สายแร่ครึ่งห้องเก็บใส่หีบใบเล็กนิดเดียวยังไม่ได้ครึ่งเลย แบบนี้ถ้ามีสักหีบหนึ่งเก็บเสบียงก็คงจะดี”
“ข้ายังพอมีหีบอีกใบหนึ่ง ถ้าข้าไม่ได้มาที่นี่ แล้วท่านขุดสายแร่ได้เยอะก็เก็บใส่หีบนี้ให้เต็ม เสบียงเหลือน้อยก็เอาใส่สายแร่ทั้งสองหีบเลย”อาเฉิงดีใจพอรับหีบมาจากจู๋จื่อ รีบไปเก็บเสบียงทันที
จู๋จื่อกวาดเอาสายแร่ เข้าไปในสร้อยเก็บสิ่งของวางหีบทิ้งไว้กลางห้อง “น่าจะอีกนานกว่าจะเก็บเสบียงเสร็จ ข้ากลับก่อนก็แล้วกัน”
จู๋จื่อยังมุ่งมั่นกับการสร้างห้องนิรภัยอุปกรณ์เวทย์ จนท่านปู่ต้องตามให้ไปเรียน นางถึงยอมออกจากห้องไปเรียน
“ศิษย์พี่หายไปไหนมา ครบเจ็ดวันแล้วก็ยังไม่มาเรียนอีก แล้วสายแร่ที่บ้านของข้าก็ขุดได้เยอะแล้ว ศิษย์พี่จะไปดูเมื่อไหร่”
“เอาไว้หลังเลิกเรียนก็แล้วกัน ข้าจะแวะไปทั้งสองบ้านเลย”จู๋จื่อตอบอู๋ห่าว ที่ถามขึ้นเขายืนรอศิษย์พี่พร้อมกับหย่งเฉิงนานแล้ว
( ขอเริ่มติดเหรียญ ตอนที่ 17เป็ต้นไปค่ะ)
