หลังจากไข้ลดลง ไม่นานนักหลี่ชิงหลิงก็ตื่นขึ้น เมื่อเห็นหลิวจือโม่ก็เรียกเขาเสียงเบาทันที
ทันทีที่เขาได้ยินเสียงเรียกก็หันไปมองด้วยความใ โน้มตัวไปหานาง "ตื่นแล้วหรือ” ฝีมือรักษาของชายชราค่อนข้างดี กินยาไปครั้งหนึ่งไข้ก็ลดแล้ว
ถ้าเขาพบชายชราเร็วกว่านี้ เสี่ยวหลิงคงไม่ต้องทนทุกข์ทรมานมากนัก
หลี่ชิงหลิงตอบรับ พยายามยันมือลุกนั่ง แต่ค้นพบว่าตนไม่มีแรงและลุกนั่งไม่ไหว
"ไข้เ้าเพิ่งหายนะ ร่างกายยังไม่ฟื้นตัวดี!" เมื่อเห็นว่านางกำลังจะลุกขึ้นนั่ง หลิวจือโม่ก็รีบพูด
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่ชิงหลิงก็เม้มริมฝีปาก "ข้าเหนื่อย นอนเฉยๆ มันอึดอัด” นางเป็ไข้และนอนซมมาหลายวันจนรู้สึกเหนื่อย
หลิวจือโม่เห็นท่าทางน่าสงสารก็ยอมไปนั่งหลังนาง ปล่อยให้นางนั่งพิงตน
ทันทีที่เด็กสาวลุกขึ้นนั่งก็ได้กลิ่นเหงื่อบนร่างตน และรู้สึกอายขึ้นมา
ตัวนางเหม็นมาก เขาไม่ได้กลิ่นหรือ?
“ข้าอยากอาบน้ำ” ถ้านางไม่อาบน้ำคงเน่าแย่เลย
ทันทีที่นางพูดเช่นนี้หลิวจือโม่ก็ปฏิเสธ "ไม่ได้ เ้ายังไม่หายดี ถ้าอาบน้ำแล้วเป็หวัด อาการหนักกว่าเดิมจะทำยังไง” เขาไม่อยากเห็นนางอ่อนแออีกครั้งแล้วจริงๆ
แค่ครั้งก่อนก็ใเพียงพอแล้ว ยังมีครั้งนี้อีก พอแล้วจริงๆ
ใจเขาไม่แข็งแรงพอ รับความใไม่ไหว
เด็กสาวแค่มองเขาเงียบๆ โดยไม่พูดอะไรสักคำ
นางมักจะทำตัวแข็งแกร่งต่อหน้าเขา แต่เมื่อโดนนางมองด้วยตาแดงก่ำแบบนี้ ใจเขาก็อ่อนยวบทันที
“รออีกสองวัน ไว้อาการดีขึ้นแล้วค่อยอาบได้ไหม?” เขากล่อมนางเบาๆ
หลี่ชิงหลิงปฏิเสธ รออีกสองวันคงเหม็นจนเจอคนไม่ได้ “ข้าอยากอาบตอนนี้ ต้มน้ำเอา ไม่เป็ไรหรอก” แม้ว่าเขาจะทำเพื่อนาง แต่นางก็ยังอยากอาบน้ำอยู่ดี
“ไม่!” ถ้าเป็เื่เกี่ยวกับร่างกายของนาง เขาหนักแน่นและไม่ยอมฟังนางเลย
เมื่อเขาไม่ยอม หลี่ชิงหลิงก็ยิ่งเศร้าจนน้ำตาแทบคลอเบ้า
เมื่อเห็นว่าน้ำตาของนางกำลังจะไหล เขาก็ตื่นตระหนกขึ้นมา อุ้มนางและโยกเบาๆ เหมือนกล่อมน้องสาว
ชายชราส่ายหัวเห็นแล้วก็ส่ายหัว เ้าเด็กคนนี้โดนภรรยาควบคุมเสียอยู่หมัด
“ไม่เห็นว่าข้าอยู่ตรงนี้หรือ” ชราพูดอย่างหมดคำจะพูด “แม่สาวน้อย ยื่นมือให้ข้าจับชีพจรหน่อย ถ้าร่างกายไม่เป็ไรก็อาบน้ำได้”
หลังชายชราส่งเสียง หลี่ชิงหลิงจึงเพิ่งค้นพบเขา นางเหลือบมองเขาแล้วหันไปหาหลิวจือโม่ "เขาคือ..." ทำไมถึงมีชายชราอยู่ที่นี่?
"ท่านผู้เฒ่าเป็หมอ เ้ากินยาของเขาแล้วไข้จึงลด” เมื่อเห็นว่าหลี่ชิงหลิงฟื้นคืนสติแล้ว เขาก็ยิ่งรู้สึกขอบคุณชายชรามากกว่าเดิม
อย่างนี้นี่เอง…
หลี่ชิงหลิงขอบคุณชายชรา แม้จะไม่ได้แสดงออกทางสีหน้า แต่ก็ระแวดระวังอยู่ในใจ
ชายชราเป็คนที่เคยเจออะไรมามาก แค่มองก็เห็นการป้องกันของหลี่ชิงหลิงต่อตนได้อย่างรวดเร็ว แต่เขาไม่ได้พูดอะไรและขอให้หลี่ชิงหลิงยื่นมือออกมา จากนั้นจับชีพจรและตรวจดูอาการของนาง
หลี่ชิงหลิงยื่นมือออกไปอย่างเชื่อฟัง
"เป็อย่างไรบ้าง ข้าอาบน้ำได้หรือไม่" หลังจากที่ชายชราจับชีพจรเสร็จ หลี่ชิงหลิงก็อดใจไม่ไหว สิ่งที่นางอยากรู้ที่สุดคือนางจะอาบน้ำได้ไหม
นางไม่เคยไม่ได้อาบน้ำนานขนาดนี้ ทรมานเสียจริง
ชายชราขยับมือลูบเครา ชำเลืองมองหลี่ชิงหลิง ตอบรับบอกว่าสามารถอาบน้ำได้
ทันทีที่ชายชราพูดจบ หลี่ชิงหลิงก็เงยหน้าขึ้นมองหลิวจือโม่และพูดอย่างภาคภูมิใจ "ได้ยินแล้วใช่ไหม ข้าอาบน้ำได้" ถ้าเขากล้าห้ามนางไม่ให้อาบน้ำอีก นางก็ต้องสอนบทเรียนให้เขาหน่อยแล้ว
“แม่หนู สุขภาพเ้าไม่ค่อยดี หากครั้งนี้ไม่พักผ่อนให้ดี อนาคตจะได้เสียใจนะ” ชายชราส่ายหัว
เมื่อหลิวจือโม่ได้ยินสิ่งก็กังวลและรีบถาม "ผู้เฒ่าช่วยสั่งยาปรับร่างกายให้นางได้ไหม" ปกติเห็นนางสดใสร่าเริงดูไม่มีอะไร แต่ครั้งนี้ป่วยแล้วกระตุ้นโรคออกมาหมด หากไม่ปรับให้ดีๆ อนาคตจะเป็ปัญหาใหญ่แน่
"เห็นแก่ที่เ้าหนูรับข้ามา ข้าจะช่วยก็แล้วกัน!" ชายชราพูดด้วยท่าทางติดบุญคุณ "แต่ก่อนนี่นะ มีคนอยากให้ข้าไปดูให้ยังไม่ได้เลย แม่หนูโชคดีจริงๆ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่ชิงหลิงก็มองสำรวจชายชราั้แ่หัวจรดเท้า ก่อนจะขมวดคิ้วแล้วถามว่าแน่ใจหรือว่าคนที่กำลังพูดถึงคือเขา
เมื่อเห็นท่าทางไม่เชื่อของหลี่ชิงหลิง ชายชราก็ถลึงตาจ้อง เขาจะโกหกทำไม ถ้า…
คำพูดมาถึงปากแล้วแต่กลืนลงไปอีกครั้ง ชายชราโบกมือ พูดด้วยท่าทางใจกว้างว่าจะพูดกับแม่หนูอย่างนางทำไม ยังไงนางก็ไม่เข้าใจ
การบอกอดีตของเขารังแต่จะเพิ่มปัญหา จะดึงดันพูดออกไปทำไม?
"ไม่มีอะไรให้พูดมากกว่ากระมัง!" หลี่ชิงหลิงส่งเสียงหึ “ถ้าเป็คนใหญ่คนโตจริงจะกลายเป็สภาพนี้ได้ยังไง” เสื้อผ้าซอมซ่อ สภาพไม่ต่างกับขอทาน
“ทำไม สภาพข้ามันทำไม" ชายชราตบต้นขาตัวเองฉาดใหญ่ เห็นรอยยิ้มจางๆ ของหลี่ชิงหลิงก็กัดฟันทน แสร้งทำเป็ว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น "ผู้เฒ่าคนนี้ชื่อเซียนเฟิงเต้ากู่ รู้ไหม?”
พูดเสร็จก็เหลือบมองหลี่ชิงหลิงด้วยสายตาดูถูก
หลี่ชิงหลิงหัวเราะ หันกลับไปมองด้วยแววตาคล้ายคลึงกัน
หลิวจือโม่มองคนแก่และเด็กทะเลาะกัน ได้แต่เม้มปากยิ้ม แต่ไม่ห้าม
เขาชอบเห็นท่าทางกระฉับกระเฉงของหลี่ชิงหลิง ไม่ชอบท่าทางไร้ชีวิตชีวาและอ่อนแอของนางเลย
"เ้าเด็กเวร หัวเราะอะไร" ชายชราโมโหจนปวดหัว หางตาก็เห็นหลิวจือโม่หัวเราะเลยเปลี่ยนเป้าหมาย “ไม่ดูแลคู่หมั้นเ้าบ้าง ดุจริงๆ ทีหลังเ้าลำบากแน่”
"ปู่น่ะ อยากได้ภรรยาดุยังไม่มีเลย” หลี่ชิงหลิงเหลือบมองและหัวเราะเยาะ
ชายชรายื่นนิ้วออกมาชี้หลี่ชิงหลิง ปากเอ่ยคำว่าเ้าอยู่หลายครั้ง แต่ก็ต่อประโยคไม่ได้
"เ้า… เ้า…" หลี่ชิงหนิงใช้ขาสั้นๆ เดินเข้ามา และเลียนแบบคำพูดของชายชรา
ทันทีที่ชายชราก้มหัวเห็นเด็กน้อย ความโกรธก็คลายไปเกินครึ่ง "เ้าเด็กน้อย หัวเราะอะไร" เห็นเด็กแล้วใจเขาก็อดอ่อนลงไม่ได้
หลี่ชิงหนิงเบิกตากว้างจ้องเขา ยื่นมือเล็กๆ ออกมาจับเคราและใช้แรงดึง ชายชราเ็ปจนสูดหายใจเฮือกใหญ่
"หนิงหนิง ปล่อย" หลี่ชิงหลิงเห็นแล้วก็ส่งเสียง
นางทะเลาะกับชายชราก็เพื่อดูนิสัยของเขา
จากการทดสอบจะเห็นได้ว่าชายชราคนนี้เป็คนที่ค่อนข้างตลก ไม่ใช่คนเ้าเล่ห์
เมื่อรู้เช่นนี้ หัวใจที่เต็มไปด้วยการป้องกันของนางก็ผ่อนคลายได้เล็กน้อย
หลี่ชิงหนิงหันไปมองหลี่ชิงหลิงตาปริบๆ แล้วค่อยๆ ปล่อยมือ
เมื่อเห็นว่านางเชื่อฟังยอมปล่อย หลี่ชิงหลิงก็พูดอีกครั้ง "ขอโทษท่านปู่เร็ว เ้าทำให้ท่านปู่เจ็บแล้ว” นางรู้สึกว่าเด็กๆ ควรสอนั้แ่อายุยังน้อย ให้รู้ว่าต้องขอโทษที่ทำผิด นางไม่อยากเลี้ยงเด็กนิสัยไม่ดีออกมาหรอกนะ
ชายชรามองหลี่ชิงหลิง จากนั้นมองหลี่ชิงหนิง เขา้าดูว่าเด็กน้อยคนนี้จะเชื่อฟังหรือไม่
หลี่ชิงหนิงหันกลับมามองชายชราอีกครั้ง ยื่นมือเล็กๆ ออกไปตบต้นขาของชายชรา พูดด้วยปากเล็กๆ ว่าไม่เจ็บนะ จากนั้นเป่าลมใส่สองครั้ง
พฤติกรรมแบบเด็กๆ ของนางทำให้ชายชราหัวเราะเสียงดัง เขาอยากจะอุ้มเด็กน้อยคนนี้ แต่เมื่อนึกถึงเสื้อผ้าที่สกปรกของตนเองก็ล้มเลิกความคิด เขาเพียงแต่เอื้อมมือไปลูบหัวเล็กๆ แล้วบอกว่าปู่ไม่เจ็บแล้ว
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่ชิงหนิงก็หัวเราะอีกครั้ง นางหันกลับมากระโจนไปทางหลี่ชิงหลิง แต่ยังไม่ทันถึงก็ถูกหลิวจือโม่อุ้มไปก่อน "พี่สาวยังไม่หายดี อย่าทำให้นางเหนื่อย” สองสามวันมานี้ เขากันไม่ให้เด็กน้อยเข้ามาเลย อย่างแรก เขากลัวว่าจะส่งผลกระทบต่อการพักผ่อนของหลี่ชิงหลิง อย่างที่สอง เขากลัวว่าเด็กๆ จะติดไข้ไปด้วย
เมื่อได้ยินคำพูดของหลิวจือโม่ หลี่ชิงหนิงก็เชื่อฟังอย่างดีและหยุดขยับ นางยื่นมือออกไปจับมือของหลี่ชิงหลิง เรียกพี่สาวเสียงเบา
หลี่ชิงหลิงได้ยินใจแล้วใจอ่อนยวบ หัวเราะพลางพูด “หนิงหนิงเชื่อฟังนะ พี่สาวยังไม่หายดี ไว้อีกสองสามวันจะไปเล่นกับหนิงหนิง!" นางเงยหน้าขึ้น และบีบจมูกเล็กๆ “ไปเล่นกับโหรวโหรวนะ!" ภูมิคุ้มกันของเด็กต่ำ นางกลัวว่าน้องสาวของนางจะติดไปด้วย
"อืม..." หลี่ชิงหนิงพยักหน้าโดยไม่งอแง ไถลตัวจากอ้อมแขนของหลิวจือโม่แล้วใช้ขาสั้นๆ วิ่งไปเล่นกับหลิวจือโหรว
“พ่อแม่พวกเ้าล่ะ?” เขาสงสัยเกี่ยวกับทั้งสองครอบครัว และอดถามไม่ได้ “ข้าไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร แค่อยากรู้น่ะ อยากรู้...”
หลี่ชิงหลิงและหลิวจือโม่สบตากัน จากนั้นนางจึงเอ่ย “ไม่มีแล้ว” เื่ราวผ่านมานานแล้ว พวกนางสามารถเผชิญหน้ากับมันอย่างสงบแล้ว "ที่บอกตรงๆ แบบนี้ก็เพราะเราไว้ใจท่านปู่นะ อย่าทำให้เราผิดหวังละ!"
หลังจากพูดจบ ชายชราก็เงียบไป เขาไม่คิดว่าจะได้ยินคำตอบนี้ เขารู้สึกสงสารเด็กๆ เหล่านี้จับใจ
