เพลิงโทสะของลั่วซางพุ่งขึ้นสูงอีกครั้ง ทำให้พลังการโจมตีของเขาแข็งแกร่งกว่าเดิม หลงเหยียนไม่ให้โอกาสเขาแล้ว พลังโลหิตที่มหาศาลถูกใช้อีกครั้ง ภายในเวลาสั้นๆ ละอองโลหิตปกคลุมเขากว่าครึ่ง
ลั่วซางถูกละอองโลหิตมหาศาลปกคลุม ทำให้เขาใกลัวจนยากจะอธิบาย
“นี่ นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย หลงเหยียนล่ะ? เหตุใดข้าถึงไม่เห็นมันแล้ว”
ละอองโลหิตปกคลุมทั่วท้องฟ้าทำให้การมองเห็นของเขาเลือนราง ทันใดนั้น ด้านหลังเขามีเงาหนึ่งผ่านไป เขารีบหมุนตัว ทว่ามีหรือที่จะหันไปพบ
“นี่มันเื่อะไรกัน? หลงเหยียน ใช้ลูกไม้ให้มันน้อยๆ หน่อย ออกมาเดี๋ยวนี้ ข้าจะฆ่าเ้า”
“ฟุ่บๆๆๆ!” ด้านหลังเขามีเงาปรากฏอีกครั้ง กะพริบวาบผ่านไป ทำให้ลั่วซางไม่อาจระบุตำแหน่งของหลงเหยียนได้อย่างชัดเจน
แรงกดดันระลอกหนึ่งปกคลุมลงมา ความรู้สึกหวาดกลัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในเวลานั้น ลั่วซางแทบหายใจไม่ออก
ขณะที่เขากำลังสับสน ไม่รู้ว่าจะรับมือกับละอองโลหิตอันน่าพิศวงของหลงเหยียนอย่างไร ขณะที่กะพริบผ่านตัวเขาไป ทันใดนั้น ท่ามกลางละอองโลหิตเ่าั้ เงาของสัตว์อสูรปรากฏร่างหนึ่ง สิงโตน้อยมายาภาพของตนอยู่เหนือหัวลั่วซาง
“เ้ามันน่าสมเพช ยังจำข้าได้หรือไม่ ครั้งก่อน ฝ่ามือจากเ้า สัตว์เทพอย่างข้ายังจำได้ดี!”
ภาพมายาอ้าปากกว้าง จากนั้นก็กัดลงมาอย่างแรง ทันใดนั้น ในที่สุดลั่วซางก็ััได้ถึงความกลัว เขาหลับตาลง ขาอ่อนล้มยวบลงกับพื้น
ภายใต้ละอองโลหิตเ่าั้ เขาแสดงสีหน้าตกตะลึงอย่างหาใดเปรียบ แล้วละอองเ่าั้ก็พุ่งเข้าไปในสมองของเขา
พลังการดูดที่รุนแรง ค่อยๆ ดูดโลหิตระดับชีพมนุษย์ขั้นสูงของเขาออกมาจากร่าง เมื่อลั่วซางลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขานึกว่าตนจะตายไปเสียแล้ว ทว่าเมื่อเห็นละอองโลหิตที่น่าฉงนเ่าั้ดูดโลหิตของตนออกมาจากรูขุมขน เขาก็ตะลึงไปกับภาพตรงหน้า
“ไม่ ไม่ นี่มันเื่บ้าอะไร เกิดอะไรขึ้น?” เขาอยากหนี หนีออกจากสถานที่บ้าบอแห่งนี้ ไม่ว่าเขาจะหนีไปที่ไหน ล้วนไม่อาจหลบหนีจากละอองโลหิตเ่าั้ได้ ทำได้แค่มองโลหิตของตนไหลไปหาหลงเหยียนเรื่อยๆ แทรกซึมเข้าไปในร่างกายหลงเหยียนทีละน้อย
ความรู้สึกของลั่วซางในตอนนี้มีแต่ความใจนไม่อาจเปรียบได้ มันเป็ความสะพรึงกลัวที่ถึงขีดสุด
สุดท้ายเขาก็คุกเข่าลงกับพื้น คำนับศีรษะให้หลงเหยียนอย่างต่อเนื่อง เมื่อมองหน้าหลงเหยียนอีกครั้ง โลหิตเ่าั้ก่อตัวกลายเป็ยมบาลในอเวจี
“ขอ ขอร้องละ อย่าฆ่าข้า!”
จนถึงวินาทีนี้ ในที่สุดเขาก็ตระหนักขึ้นได้ว่าตนกลัวหลงเหยียนมากเพียงใด เขาส่งเสียงร้องโหยหวน มองโลหิตในตัวถูกดูดจนแห้ง ลูกตาที่แทบถลนออกมา ร่างกายเหลือเพียงศพที่ซูบผอม แววตาเต็มไปด้วยความไม่คาดคิด
“เขา… คือมารร้าย…”
ก่อนตาย ลั่วซางส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนเป็ครั้งสุดท้าย
หลงเหยียนเดินเข้าไป แววตาเืเย็น เขาเด็ดศีรษะลั่วซางลงมา สิงโตน้อยะโออกจากถุงผ้าเฉียนคุนแล้วเหยียบศีรษะเขาจนเละ
ภาพนี้น่ากลัวอย่างยิ่ง ทำให้เจียงอวี่เจ๋อที่าเ็หนัก เวลานี้ร่างกายสั่นเทาอย่างรุนแรงเพราะความกลัว แล้วสลบไปในที่สุด
หลงเหยียนมีพลังระดับชีพมนุษย์เริ่มแรกเท่านั้น ทว่ากลับสังหารชีพมนุษย์ขั้นสูงได้ ทั้งยังไม่แม้แต่จะาเ็ ส่วนลั่วซางก็ตายอย่างราบคาบ
จากนั้นหลงเหยียนก็หยิบถุงผ้าเฉียนคุนของลั่วซางออก พบหยกิญญาหนึ่งพันชิ้นในนั้น หลงเหยียนฆ่าชิงทรัพย์โดยไม่เกรงใจ หยิบหยกิญญามา ส่วนถุงผ้าเฉียนคุนของเขาก็ถูกหลงเหยียนใช้พลังปราณเผาจนมอดไหม้
ส่วนซูจื่อมั่วที่ซ่อนอยู่ไกลออกไปมองภาพที่เกิดขึ้น เขาไม่ได้ไปหาซือถูหม่า ราวกับทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็เพียงความฝัน เขารู้สึกเสียใจกับการกระทำของตนในก่อนหน้านี้ ยกมือขึ้นมาขยี้ตา จึงพบว่าตนไม่ได้ฝันไป
“เหลือเชื่อจริงๆ เ้าหลงเหยียนนั่นน่ากลัวเกินไปแล้ว…” ความเป็จริงนั้นต่างจากภาพที่ชายหนุ่มคิดไว้ในตอนแรก
ซูจื่อมั่วไม่กล้าเข้าใกล้ กลัวหลงเหยียนกล่าวโทษและเล่นงานเขาจนตาย!
หลงเหยียนหันไปมองทางด้านทิศของเขาครู่หนึ่ง ราวกับว่ากำลังมองเขาอยู่ ทันใดนั้น ซูจื่อมั่วก็เหงื่อท่วมตัว
“เ้าเลือกผิดฝั่งแล้ว ข้าไม่โทษเ้า ถึงอย่างไรเ้าก็เห็นข้าฆ่าลั่วซางกับตา เกรงว่าข้าคงปล่อยเ้าไปง่ายๆ ไม่ได้เช่นกัน”
เมื่อพูดจบ หลงเหยียนก็เดินตรงมาที่เขา ยามนี้ ร่างกายเขาสั่นสะท้าน ยิ่งไปกว่านั้น รู้สึกราวกับขนลุกไปทั้งตัว ขณะนั้นเอง ห่างจากปากถ้ำสองร้อยเมตร เสียงดังโครม… ทั้งบุรุษและสตรีอายุน้อยวิ่งออกมาจากด้านในหลายคน หญิงสาวสวมชุดหลุดลุ่ย ชายหนุ่มบางคนหน้าซีดเซียว ดูเหมือนพวกเขาจะเป็ประชาชนในเมืองอารักษ์นิทรา หรือไม่ก็เป็ผู้ฝึกยุทธ์ระดับล่าง พวกเขาถูกจับมาที่นี่กันหมด
เมื่อเห็นคนเ่าั้กำลังวิ่งหนีออกจาไปยังูเาชูหยุนอย่างบ้าคลั่ง หลงเหยียนก็รู้แล้วว่าเ้าซือถูหม่าอาจได้ยินการเคลื่อนไหวเมื่อครู่ รู้สถานการณ์ของลั่วซางแล้ว
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก หลงเหยียนไม่ทันสะสางที่เกิดเหตุ จากนั้นรังสีที่มหาศาลก็พุ่งเข้ามา สีหน้าที่เยือกเย็นของซือถูหม่าทำให้หลงเหยียนเห็นแล้วก็หน้าหม่นลงเช่นกัน
หลังจากซือถูหม่ามองหลงเหยียนแล้ว เขาก็กวาดตารอบๆ แล้วขมวดคิ้วมุ่น “ลั่วซางไปไหน?”
หลงเหยียนแสร้งทำหน้าใสซื่อ “ผู้พิทักษ์กวงนั้นถูกใต้เท้าลั่วซางฆ่าตาย และเพราะผู้พิทักษ์ลิ่งสู้ไม่ไหวจึงหนีไป ลั่วซางอยากกำจัดพวกเขาให้สิ้นซาก จึงตามไปแล้ว”
ซือถูหม่านึกในใจ ‘เป็ไปได้อย่างไร ด้วยนิสัยของลั่วซาง เขาไม่มีทางตามออกไปแน่ เป้าหมายที่แท้จริงของเขาคือหลงเหยียน แล้วทำไม…’
เขาไม่เข้าใจจริงๆ เวลานี้เอง ซูจื่อมั่วรวบรวมความกล้า พุ่งเข้ามาแล้วพยักหน้าเช่นกัน “ใช่แล้วขอรับ ใต้เท้าซือถู ใต้เท้าลั่วซางตามออกไปแล้วจริงๆ”
เมื่อพูดจบ ซูจื่อมั่วก็หันไปมองหลงเหยียนเหมือนจิตใจกระสับกระส่าย ครั้งนี้เขารวบรวมความกล้ามามาก ถึงได้กล้าโกหกซือถูหม่าไปแบบนั้น และที่เขาทำแบบนี้ก็เพื่อเข้าหาหลงเหยียน
ซือถูหม่ามองหลงเหยียนด้วยสายตาสงสัยก่อนส่ายหน้า ‘น่าประหลาด’
ต่อให้เขาคิดจนสมองแตกก็ไม่อยากเชื่อว่าหลงเหยียนจะสามารถฆ่าทุกคนได้ เมื่อครู่หลงเหยียนเก็บศพของผู้พิทักษ์ลิ่งและลั่วซางเข้าไปในถุงผ้าเฉียนคุนแล้ว มีเพียงศพของผู้พิทักษ์กวงเท่านั้นที่อยู่ข้างนอก
ซือถูหม่ามองซูจื่อมั่ว จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงดุร้าย “มองตาข้า บอกมา ลั่วซางไปไหนกันแน่ หากเ้ากล้าโกหก ข้าจะทำให้เ้าตายอย่างอนาถ”
ซูจื่อมั่วมองตาซือถูหม่า อยู่ๆ ก็คุกเข่าลงกับพื้น หันไปมองหลงเหยียนอีกครั้งแล้วพูดด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว “ไป ไปตามผู้พิทักษ์ลิ่งแล้วจริงๆ”
“โกหก เหตุใดที่นี่ถึงเต็มไปด้วยกลิ่นคาวของโลหิต พวกเขาต้องต่อสู้กันอย่างดุเดือด แล้วเหตุใดพวกเ้าสองคนถึงไม่เป็อะไรเลย โดยเฉพาะเ้า หลงเหยียน เ้าไม่มีแม้กระทั่งร่องรอยาเ็ ข้าจำได้ว่าก่อนเข้าไปในถ้ำ พวกเ้าสองคนเป็คนต่อกรกับผู้พิทักษ์กวง”
แน่นอนว่าหลงเหยียนต้องไม่ยอมรับอยู่แล้ว ต่อให้ซูจื่อมั่วกล้าหาญเพียงใด ถึงอย่างไรก็ไม่กล้าพูดความจริง วิธีกำจัดศัตรูของหลงเหยียน่ากลัวเกินไป เกรงว่าคงน่ากลัวกว่าซือถูหม่าไม่น้อย อีกทั้งหลงเหยียนยังเป็คนที่มีนิสัยโเี้มากด้วย
--------------------
